ตอนพิเศษ คำตามผู้เขียนท้ายเล่มสอง
สวัสดีครับจบเล่มสองไปแล้วนะครับผมเรียกว่าเป็นกาลเวลาที่ยาวนานจริงๆจากเล่มแรก
แต่ที่ผู้เขียนหยุดไปสักพักเพราะสะดุดกึกนี่ล่ะกับพล็อตที่เลโอนาร์ดพยายามจะห่างๆแอนนา
แต่ชะตากรรมบางอย่างอาจจะยิ่งใหญ่ไปจนฝืนไม่ได้ก็เป็นไปได้
แอนนานี่สมกับเป็นนางเอกที่โลกหมุนรอบเธอจริงๆพับผ่าสิ
ธีมของเรื่องนี้คือมาจากที่ผู้เขียนเล่นเกมส์โรลเพลย์
มหาศึกชิงบัลลังก์
game of throne
ว่าตามต้นฉบับแซวกันว่าเทพเจ้าไปเกาไข่กันอยู่ที่ไหน?หรือมีการที่คนในเรื่องสงสัยว่าเทพเจ้ามีจริงหรือไม่ด้วยซ้ำ
ดังนั้นเมื่อเล่นโรลเพลย์พวกเราจึงได้เห็น
The fourteen เทพสิบสี่องค์ของวาลาเรีย
The Stallion ทเพแห่งม้าของโดรธากี
The seven เทพทั้งเจ็ดของเวสเทรอส
โชว์ของอย่างเต็มที่
ว่าเทพแต่ละองค์มีนิสัย มีพลังมีข้อจำกัดของตนเอง
แต่พวกเขาก็มีแผนการของตนเองให้กับพวกสาวกเช่นกัน
หากมีเทพองค์หนึ่งสอดมือเข้ามาบนโลกมนุษย์
เทพองค์อื่นก็จะสอดมือเข้ามาเช่นกัน
การกระทำของเลโอนาร์ดที่คิดจะหยุดหายนะของโลกอาจจะมีผลอื่นๆตามมาก็ได้
เราลืมไปแล้วหรือเปล่าว่าโลกนี้คือมิตินรก และเทพที่สนับสนุนแอนนาอยู่ไม่ได้มีแค่โอซีรีสแต่มีเอลดริธบีอิ้ง?
เอลดริธบีอิ้งจะทำอะไรเมื่อมีโอกาสยื่นมือมาในโลกมนุษย์หรือมีช่องทางที่จะเคลื่อนไหว?
และมันมีแค่ตัวเดียวแน่หรือ? พวกเราลืมใครไปหรือเปล่า?
มีอวตารของเทพเจ้าลงมาในโลกมนุษย์เท่ากับว่าเทพองค์อื่นก็แสดงพลังผ่านตัวแทนของตนเองเพื่อเป้าหมายของตนเองได้เช่นกัน
นี่คือธีมที่ผู้เขียนเจอเวลาเล่นโรลเพลย์ว่าทำไมเวสเทรอสที่นับถือเทพทั้งเจ็ดถึงต่อต้านเวทมนตร์
และมันอาจจะเป็นแนวคิดที่ถูกต้องแล้ว
หากเรามองว่าตำราคัมภีร์ความเชื่อเป็นของจริง
Maegor the cruel did nothing wrong
เมกอร์ผู้โหดเหี้ยมไม่ได้ทำอะไรผิด
คือมีมที่เล่นกันว่าเมกอร์ที่กระทืบผู้นับถือเทพทั้งเจ็ดให้สงบเสงี่ยมเจียมตนไม่ติดกองทัพให้กับศาสนาของตนเองที่จะมาก่อความวุ่นวายได้คือการกระทำที่ถูกต้องแล้ว
และเป็นสิ่งที่ประชาชนควรจะสนับสนุนด้วยหากยังหวังมีชีวิตอย่างสงบสุขไม่ให้เทพเจ้าแสดงพลังบนโลกมนุษย์ได้ง่ายๆ
แต่อนิจจา แผ่นดินนี้มีเมกอร์ผู้โหดเหี้ยมน้อยคนนัก
ธีมที่เลโอนาร์ดได้รับพลังเทพ
ได้แรงบันดาลใจจากมหาศึกชิงบัลลังก์เกี่ยวกับตำนานของ
Hugo of the hill
ฮิวโก้แห่งเนินเขา
ที่เทพทั้งเจ็ดมอบมงกุฎที่ดึงมาจากดวงดาวบนฟ้าทั้งเจ็ดให้ประดับบนศีรษะของฮิวโก้
แสดงความเป็นสาวกคนแรกของเทพทั้งเจ็ด
ดวงอาทิตย์บนหน้าอกและความหมายของมันมีมากกว่าที่เลโอนาร์ดคิด
ไม่มีอะไรเรียบง่ายเมื่อมีเทพเจ้ามาเกี่ยวข้อง
มุกที่เล่นกันในเกมส์โรลเพลย์คือ
ที่เห็นในทีวีซี่รี่ย์คือจักรวาลที่ปิดกั้นไม่ให้มีเวทย์มากนักหรือเทพเจ้าแสดงพลังได้ง่ายๆ
ผลคือปราบบอสใหญ่ที่โดนเนิร์ฟพลังเวทย์ได้ง่ายมากจนคนดูโมโห
แต่หากให้โลกมีพลังเวทย์มากกว่านั้น
ฝ่ายพระเอกคงจะตายไปแล้วหากไนท์คิงใช้พลังน้ำแข็งแบบเอลซ่าของFrozen
การเนิร์ฟพลังเวทย์ทำให้ไนท์คิงอยู่ในขอบเขตที่คนธรรมดาเอาชนะได้...และนี่จะเป็นธีมของเรื่องนี้
การมาถึงของเลโอนาร์ดจะเปลี่ยนเรื่องต้นฉบัยให้มีความเป็นฮท์แฟนตาซีมากขึ้น
ถึงเลโอนาร์ดอาจจะบอกว่า มันก็ไฮท์แฟนตาซีอยู่แล้วนะ
สเกลพลังเริ่มตั้งแต่แวมไพร์ไปจบที่เทพเจ้าแห่งความมืดนี่
ผู้เขียนจะพยายามเขียนให้ถึงตรงนั้น
ติดตามการผจญภัยในเล่มสามต่อไปด้วยนะครับกับปัญหาวัยรุ่นของการตั้งครรภ์ในวัยเรียน..อ้าวไม่ใช่เรื่องแวมไพร์หรือจอมเวทย์ที่วางแผนจะบูชายัญคนในเมืองหรอกหรือนี่?