มารีนถึงกับงงเป็ไก่ตาแตก เพราะนี่เป็ครั้งแรกที่ทหารเลวปฏิเสธการเป็เ้าของชุดครอธ แต่เหมือนไชน่าจะอ่านใจออก จึงกล่าวต่อไปอีก
"จริงอยู่ที่การเป็เซนต์คือความใฝ่ฝันของเหล่าทหารชั้นต่ำหรือเซนต์ฝึกหัด แต่โฟเทียก็สมควรจะเย่อหยิ่ง เพราะเ้านั่นใช้พลังคอสโม่ได้ดีกว่าบรอนด์เซนต์บางคนเสียอีก "ไชน่าพูดจบ ก็เบือนหน้าไปทางกล้าที่นอนแน่นิ่ง ประมาณจะว่าบอกว่าศิษย์เอกของมารีนคือนักสู้ไร้คุณภาพที่เธอพูดถึง
มารีนไม่ได้โต้เถียงแต่ประการใด เพราะมันคือความจริง ลูกศิษย์หนุ่มของเธอไม่ชำนาญการใช้คอสโม่เลย แต่อาจารย์สาวก็ยังแอบเคลือบแคลงอยู่เล็กน้อย
"ถึงไชน่าจะเย้ยหยันว่าเซย่า(กล้า)ใช้คอสโม่ไม่ได้เื่ แต่เพกาซัสหมัดดาวตกที่ใช้ในศึกชิงชุดครอธ ก็ค่อนข้างสมบูรณ์แบบ แสดงว่าอาจมีเงื่อนไขบางอย่างที่ทำให้เ้านั่นปล่อยฝีมือที่แท้จริงออกมาไม่ได้"
..........................
บรรยากาศรอบกายดูผ่อนคลาย อากาศไม่ร้อนหรือหนาวเกินไป ทำให้กล้ารู้สึกสบายตัว เมื่อลืมตาขึ้น ก็พบว่าตนเองนอนเอกเขนกอยู่บนเตียงหนานุ่ม ซ้ายมือคือหน้าต่างที่มีแสงแดดสดใสส่องผ่านเข้ามา นอกจากนี้ยังมีเสียงนกร้องอยู่เป็ระยะ
" จิ๊บ จิ๊บ จิ๊บ......"
" เฮ้อ.....สบายจังเลย ว่าแต่ที่นี่คือที่ไหน " กล้าเหลียวมองรอบกาย จึงพบว่าตัวเองอยู่ในห้องนอนขนาดกลาง เครื่องเรือนอาทิเช่นโต๊ะ ตู้ เตียงล้วนทำจากไม้ แต่ที่น่าใยิ่งกว่าคือ.....มีใครบางคนนั่งอยู่บนเก้าอี้ที่ตั้งอยู่ข้างๆ
" เฮ้ย........ใครกัน "กล้าสะดุ้งโหยง พร้อมเผ่นหนีติดกำแพง หวังอยู่ให้ไกลจากบุรุษปริศนามากที่สุด แต่ด้วยขนาดของห้องที่ไม่ค่อยกว้าง จึงเว้นระยะห่างได้เพียงสาม่แขน
แม้กล้าจะแสดงอาการหวาดกลัวออกมา แต่บุรุษผู้มาใหม่กลับไม่ถือสาหาความ แถมยังส่งยิ้มอบอุ่นให้ ปากก็กล่าวปลอบโยน
"อย่ากลัวไปเลย กล้า นายจำชั้นไม่ได้เหรอ "
กล้ารู้สึกหลอนน้อยลง เพราะผู้มาใหม่ไม่มีท่าทีคุกคาม ซ้ำร้ายยังดูเป็มิตร และเมื่อพินิจให้ถี่ถ้วน ก็พบว่าเขาเป็เด็กหนุ่มวัยเดียวกัน ผมสีน้ำตาลบนศีรษะดกหนาและยุ่งเหยิง แถมยังไว้รากไทรถึงต้นคอ ดวงตากลมโตแฝงแววจริงจัง ท่วงท่าดูห้าวหาญ ชวนให้ใครที่อยู่ใกล้ เกิดความเชื่อมั่นไปด้วย
" โอ้ว.....นี่มัน หรือว่าเขาจะเป็......"กล้ารู้สึกคลับคล้ายคลับคลา แต่เพื่อให้ชัวร์ จึงก้มลงไปมองเครื่องแต่งกายของบุรุษผู้นี้ เลยพบกับร่างแกร่งเกร็งที่สวมใส่เสื้อยืดสีแดงแขนกุด ่ล่างปกปิดด้วยยีนส์ขายาว สองเท้าประดับผ้าใบราคาย่อมเยา ทำให้พระเอกหนุ่มมั่นใจล้านเปอร์เซ็นต์
"ใช่แล้ว คุณคือเซย่า เซนต์ในตำนาน โว้.....ไม่น่าเชื่อ นี่ผมฝันไปหรือเปล่า "กล้าตื่นเต้นจนพูดไม่ออก ซึ่งก็ไม่แปลกที่จะเป็เช่นนี้ เพราะเขาชื่นชอบเซย่า ไม่ต่างจากพวกสาวๆที่นิยมเหล่าโอปป้าจากแดนกิมจิ
"ใช่แล้ว ชั้นคือเซย่าตัวจริง สวัสดีนะ ยินดีที่ได้รู้จัก นายกล้า "บุรุษที่เหมือนเซย่ายิ้มให้กล้าเล็กน้อย ก่อนจะยืนยันข้อเท็จจริง
" เอ๊ะ เดี๋ยวนะ คุณเป็ตัวการ์ตูนในจินตนาการไม่ใช่เหรอ แล้วจะมารู้จักผมได้ยังไง " แม้กล้าจะถูกอารมณ์เตลิดเข้าครอบงำ แต่เขาก็ยังพอมีสติแยกแยะผิดถูก
" อืม......เป็คำถามที่ดี ซึ่งชั้นจะตอบก็ได้ แต่นายพร้อมจะรับฟังมั้ยล่ะ "เซย่าค้อมตัวไปข้างหน้า สองมือประสานกัน ท่วงท่าดูสุขุมเยือกเย็น เหมือนกับว่าเขาไม่ใช่เด็กหนุ่มวัยรุ่น แต่เป็ชายวัยกลางคนที่มากประสบการณ์
" เอ.....แต่จะว่าไป บุคลิกของคนๆนี้ดูไม่เหมือนเซย่าใน่แรก แต่คล้ายๆเซย่าในภาคโอเมก้ามากกว่า ประมาณว่าเขาคือเซนต์เพกาซัสที่ผ่านามาอย่างโชกโชน"
" อืม.....ที่นายวิเคราะห์มา ก็ใกล้เคียงความจริงนะ ชั้นคือเซย่าที่ผ่านโลกมาหลายปีจริงๆ หาใช่เด็กหนุ่มวัยรุ่นที่เพิ่งได้ครอธเพกาซัสแบบในภาคแรก" เซย่าตอบในสิ่งที่กล้าคิด ทำให้พระเอกหนุ่มสะดุ้งตัวโยน เพราะไอดอลในดวงใจ ดันเป็พวกมีพลังจิต สามารถอ่านใจได้
" เอ่อ....คะ.....คุณเซย่ามีพลังอ่านความคิดของผมด้วยหรือครับ"
" หึ หึ หึ" พอเซย่ารับฟัง ก็แอบหัวเราะเบาๆ ประมาณว่าขบขันในความไร้เดียงสา จากนั้นก็เฉลยให้หายสงสัย
"ไม่ใช่หรอก ชั้นไม่มีพลังที่ว่านั่น แต่ที่นี่คือโลกแห่งจิตใจ ซึ่งเป็ดินแดนที่ไร้เวลา และทุกคนที่เข้ามา มีสิทธิล่วงรู้ความคิดของอีกฝ่าย หรืออธิบายสั้นๆว่า....ไม่มีความลับในที่นี้ "
กล้าเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง เพราะถ้อยวาจาที่กล่าวมา ดูเหลือเชื่อ เซย่าเลยแสดงให้ดูด้วยการแอบคิดอยู่ในใจ ทว่าหูของพระเอกหนุ่มกลับได้ยินเสียงของเซนต์เพกาซัส
"ในเมื่อนายไม่เชื่อ ชั้นก็จะแสดงให้ดูเอง"
" เอ๊ะ ผมได้ยินเสียงของเซย่า แต่คุณมะ....ไม่ได้ขยับปากเลยนี่นา "กล้าใ ตอนนี้เขาเริ่มเชื่อซักเก้าส่วนแล้ว เซย่าจึงตอกย้ำอีกที ด้วยการส่งความคิดเข้าสมองของอีกฝ่าย โดยไม่ได้อ้าปาก
"นี่ไง ชั้นทำให้นายดูอีกแล้ว ทีนี้เชื่อหรือยัง "
ถึงตรงนี้ กล้าจำต้องเชื่อ เพราะไม่อาจหาเหตุผลใดมาโต้แย้งได้ แต่เขาก็ยังไม่ลืมคำถามเดิม นั่นก็คือ......
"ในเมื่อที่นี่ปิดบังความคิดไม่ได้ งั้นผมก็จะขอถามตรงๆ รู้จักผมได้ยังไง คุณเป็แค่ตัวการ์ตูนไม่ใช่หรือ "
พอเซย่าได้รับฟัง เขาก็ยิ้มให้นิดนึง ก่อนจะสวนกลับมาอย่างใจเย็น
"จริงอยู่ที่โลกของนาย ชั้นเป็เพียงพระเอกในการ์ตูนที่มาซามิคุรุมาดะเป็คนแต่ง แต่ในโลกของชั้น ซึ่งเป็มิติอื่น พวกเราทั้งหมดมีเืเนื้อ มีชีวิตอยู่จริงๆ ไม่ต่างจากมนุษย์ทั่วไป "
กล้าแทบช็อก เพราะสิ่งที่เซย่าเล่ามา มันเหมือนกับหนังไซไฟเื่นึงที่พระเอกหลุดเข้าไปในโลกของหนัง แต่นั่นก็เป็เพียงจินตนาการที่บรรเจิด ไม่มีทางจะเกิดกับผู้ใด ดังนั้นประเด็นต่อมาที่เด็กหนุ่มไตร่ตรองก็คือ......
"หรือว่านี่คือ.....ความฝัน "
" ไม่ใช่ความฝันหรอก แต่นี่คือความคิดแรกของชั้น ในตอนที่ได้ใช้ชีวิตในร่างของนาย "เซย่าตอบกลับมาโดยเร็ว ท่าทางของเขายังดูนิ่งดุจเดิม
" เอ๊ะ หมายความว่าไง คุณได้กลายเป็ผมเหรอ พวกเราสลับร่างกัน งั้นแบบนี้คุณก็......." กล้าเริ่มอาย เพราะไม่อยากให้ไอดอลของตนเองพบว่าตัวเขาไม่เอาไหน ทว่าเซย่ากลับเอื้อมมือมาตบหัวไหล่ แล้วปลอบ
"อย่าอายไปเลย อันที่จริง นายก็มีดีอยู่เหมือนกัน เพียงแต่นายยังไม่รู้ จึงคิดดูแคลนมาตลอด ดังนั้นจงเชื่อมั่นในตัวเองซะ "
" ตะ....แต่ผมไม่ได้เป็นักสู้ที่เข้มแข็งแบบคุณ แถมยังอ่อนแอ ไร้พลัง "
"ปัญหาไม่ได้อยู่ที่นายอ่อนแอ แต่เป็เพราะจิตใจที่คิดจะยอมแพ้อยู่ร่ำไปของนายต่างหาก ขอเพียงสลัดสิ่งนี้ไปได้ ก็จะงัดความสามารถที่แท้จริงออกมาใช้ จนก่อให้เกิดปาฏิหาริย์ " เซย่ายังพล่ามสอนต่อไป ซึ่งทั้งการใช้ถ้อยคำและน้ำเสียง ล้วนถูกหลักการใช้จิตวิทยาขั้นสูง ทว่ากล้าอาจมีความขลาดกลัวมากกว่าคนทั่วไป จึงงัดบางข้อขึ้นมาอ้าง
"ก็ใช่น่ะสิ ผมไม่ได้เก่งและกล้าหาญแบบคุณ แล้วจะสร้างปาฏิหาริย์ได้ยังไง สุดท้าย ผมก็เป็แค่ไอ้อ้วนขี้แพ้ที่ไม่ต่างจากเศษสวะ "
ท่าทางของเซย่ายังดูใจเย็น เขาเอนกายพิงเก้าอี้ไม้ พร้อมเงยหน้าขึ้นมองเพดาน จากนั้นก็ถอนหายใจ พร้อมสารภาพความจริง
" เฮ้อ......แล้วนายรู้ได้ไงว่าชั้นไม่กลัว มันไม่มีใครอยากมีชะตากรรมที่เลวร้ายแบบนั้นหรอก ไหนยังจะเจ็บตัวจากการต่อสู้อีกนับครั้งไม่ถ้วน นี่ยังไม่รวมถึงต้องเผชิญหน้ากับศัตรูที่ไร้ทางต้านอย่างพวกเทพเ้า "
จากคำพูดที่ตรงไปตรงมาของไอดอลในดวงใจ ทำให้กล้าเริ่มอยากรู้ จึงถามย้ำอีกครั้ง
" ที่พูดว่า......คุณรู้สึกหวาดกลัว นั้นคือความจริงหรือแกล้งอำกันครับ "
" จริง ทุกครั้งที่ต่อสู้ ชั้นทั้งหวาดกลัวและสิ้นหวัง บางครั้งก็ตื่นเต้นจนมือไม้สั่น ซึ่งจะว่าไป อาการก็ไม่ต่างจากนายเลย " เซย่ายังคงยิ้มพราย พร้อมมองมาที่กล้าตรงๆ ดวงตาแฝงประกายจริงใจ อันบ่งบอกว่าทุกวาจาที่ปล่อยออกมา ไม่มีมุสาแน่ๆ
กล้านิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง เขาไม่อยากเชื่อเลย นักรบในตำนานที่เก่งกล้าถึงขั้นเขย่าบัลลังก์เทพ จะขลาดกลัวแบบพวกขี้แพ้อย่างเขาได้ จึงมุ่งถามในประเด็นนี้
"และถ้าพูดจริง ทำไมเวลาลงไปลุยกับศัตรู ถึงได้ดูมั่นใจนัก แถมยังสู้ไม่ถอยอีกต่างหาก ราวกับว่าคุณไร้ซึ่งความกลัวและเ็ป "
"ก็เพราะชั้นรู้ดีว่าตัวเองสู้เพื่ออะไร ความรู้สึกนี้จึงผลักดันให้ชั้นกลายเป็บุคคลที่นายเห็นในการ์ตูน" เซย่าตอบฉะฉาน ดวงตากลมโตดูไม่สั่นไหว
ด้วยความที่พระเอกหนุ่มดูการ์ตูนเื่นี้มาเกินกว่าร้อยรอบ จึงรู้ว่าเซย่านั้นต่อสู้ เพื่อปกป้องโลกและอาเธน่า และนั่นคือศรัทธาแรงกล้าที่ค้ำจุนให้เขากลายเป็แบบนั้น เลยได้ความคิด
"งั้นก็แปลว่า.....ผมอาจเป็แบบคุณได้ แต่ต้องหาตัวเองให้เจอว่าจะสู้เพื่ออะไร "
" อืม......แม้พวกเราจะไม่เหมือนกันเท่าไหร่ แต่ชั้นกล้าพูดได้เต็มปากว่านายมีสิ่งหนึ่งที่เหนือกว่าแน่ๆ นั่นก็คือความฉลาด เพราะชั้นในวัยเดียวกัน ไม่ใช่คนที่เข้าใจอะไรง่ายแบบนี้ "เซย่าทำท่าจะขำ และนั่นคือสิ่งยืนยันที่ทำให้กล้าเชื่อว่านี่คือไอดอลของตัวเอง เพราะเนื้อแท้ของเซนต์เพกาซัสเป็คนติดดินที่ใครๆก็เข้าถึงได้ เลยตำหนิตัวเองได้หน้าตาเฉย
" เอ........ว่าแต่ชั้นจะสู้เพื่อใครหรืออะไร ใครก็ได้ช่วยบอกที " กล้าพยายามหาคำตอบ และถ้ายังอยากอยู่รอดในโลกที่โหดร้ายแบบนี้ เขาก็ต้องทำให้ได้
สามารถติดตามงานเขียน ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจ Jalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ
https://www.facebook.com/jalando.darksidewriter.version2
