8 1-2
บทที่15 หวงอิงผู้ชิงชัง
ถนนตามชนบทส่วนใหญ่ล้วนเป็ผืนดิน แม้ความเร็วของเกวียนลากวัวจะค่อนข้างต่ำหรือเคลื่อนที่เชื่องช้าสักเพียงใด แต่มันก็ยังโยกเยกทำให้คนโดยสารเด้งโดดไปมาตลอดทาง จนทำเอาหลินเสวี่ยอวี่ในขณะนี้ถึงกับรู้สึกว่า อาหารที่ได้ทานมาไป่เช้ากำลังจะถูกขย้อนออกจากปาก
โชคยังดีที่อดทนอีกเพียงไม่นาน ทั้งหมดก็เดินทางมาถึงเมืองซ่างชิ่งแล้ว
หลินเสี่ยวอวี่กวาดตามองดูกระแสฝูงชนที่สัญจรขวักไขว่ไปมา ถนนคนเดินช่างสะอาดสะอ้านเป็ระเบียบเรียบร้อย บรรยากาศก็เปี่ยมไปด้วยชีวิตชีวาคึกครื้นยิ่ง ซึ่งแตกต่างจากหมู่บ้านในชนบทที่พวกเธออาศัยอยู่อย่างสิ้นเชิง
บนถนนยังมีคนปั่นจักรยานให้เห็นอยู่เรื่อยๆไม่ขาดสาย เสียงกระดิ่งกดดัง ‘กริ๊งๆ’ โฉบแล่นผ่านหูให้ได้ยินเป็ระยะๆ หลินเสี่ยวอวี่สะดุดตากับจักรยานเหล่านี้จนดวงตาเปล่งประกายมากเป็พิเศษ
“เมื่อไหร่บ้านเราจะมีจักรยานเป็ของตัวเองบ้างนะ...”
“เชอะ ฝันไปเถอะจ้ะ! คิดจะซื้อของแพงๆแบบจักรยานนี่นะ? ขายเธอทั้งคนไปยังไม่พอซื้อเลยจ้ะ หุหุ...”
หวงอิงที่ยืนแนบชิดอยู่ข้างเคียงกัน อดพูดเหน็บแนมใส่เบาๆไม่ได้
หลินเสี่ยวอวี่กลอกตามองค้อนใส่ แววตาบ่งบอกถึงความไม่พอใจเล็กน้อย ในที่สาธารณะแบบนี้ เธอี้เีเกินกว่าจะโต้เถียงให้เปลืองน้ำลายเช่นกัน
หวงอิงที่เห็นเด็กเปรตนี่กล้ากลอกตามองค้อนใส่ตนเช่นนี้ ก็ถึงกับหงุดหงิดโมโหจนหน้าอกสั่นกระเพื่อมขึ้นลงอย่างแรง แต่ก็จำต้องสูดหายใจลึกเพื่อสงบสติอารมณ์ลงอยู่หลายต่อหลายครั้งกว่าจะใจเย็นลงได้ เธอแอบนึกกับตัวเองในใจแวบหนึ่ง ‘นังเด็กเปรตนี่หัวไปกระแทกอะไรมานะ ถึงได้เปลี่ยนเป็กล้าขึ้นมากแบบนี้?’
ข้างกันอีกฝั่งหนึ่ง จางอวิ๋นม่านยืนเฝ้าสังเกตการณ์และเห็นทุกอย่างชัดเจน แต่ก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรนัก นั่นเพราะลูกสาวของเธอยังไม่ได้เป็ฝ่ายเสียเปรียบอะไร
“พี่สะใภ้ใหญ่ นี่ก็สายแล้วนะ พวกเรารีบไปสถานีตำรวจกันเถอะ”
เมื่อหลินเสี่ยวอวี่และคนอื่นๆเดินทางมาถึงสถานีตำรวจ ก็บังเอิญได้พานพบกับตำรวจหนุ่มไฟแรงที่ชื่อไต้อันคนดีคนเดิม
“อ้าว พี่สาวเองเหรอครับ? มาอีกแล้วเหรอครับเนี่ย? หรือจะมาหาท่านผู้กำกับ? พอดีว่าตอนนี้กำลังยุ่งกับเื่คดีอยู่ ถ้ายังไงให้ผมช่วยไปตามให้ดีมั้ยครับ?”
จางอวิ๋นม่านระบายยิ้มสวย พยักหน้าไม่ปฏิเสธเช่นกัน
“รบกวนด้วยนะคะ”
หวงอิงเฝ้ามองจางอวิ๋นม่านในขณะนี้อย่างอดทึ่งไม่ได้ ตอนนี้เองที่เธอเพิ่งรู้ตัวว่า ตนนั้นได้ประเมินความสามารถของสะใภ้รองคนนี้ต่ำจนเกินไป ใครจะคาดคิดเล่าว่า นอกจากผู้กำกับกู่แล้ว จางอวิ๋นม่านยังรู้จักกับคนอื่นในสถานีตำรวจอีก!
ไต้อันหมุนตัวเร่งฝีเท้ากลับเข้าไปในสถานีตำรวจ ทุกท่วงท่าเต็มเปี่ยมด้วยพลังความกระตือรือร้นในแบบฉบับของวัยหนุ่ม ตัวเขาเองก็หมายมั่นตั้งใจอยู่พอดีว่า หากมีโอกาสก็อยากแสดงฝีมือให้ผู้กำกับกู่ได้เห็นเป็ขวัญตาบ้างเช่นกัน และแล้วโอกาสที่รอคอยก็มาถึง!
ตัวเขาเองได้แอบสังเกตเห็นั้แ่ตอนก่อนหน้าแล้วว่า ผู้กำกับกู่ดูมีท่าทีต่างออกไปเมื่อพูดถึงจางอวิ๋นม่าน
และก็เป็ไปตามที่คาด ทันทีที่กู่เฉินได้ยินลูกน้องใต้บังคับบัญชาแจ้งว่า จางอวิ๋นม่านมาพบ จากที่กำลังหน้าดำคร่ำเครียดอยู่กับเื่คดี สีหน้าแววตาของเขาพลันฉายอารมณ์สดใสชื่นมื่นขึ้นมาทันที และรีบตบไหล่กล่าวขอบอกขอบใจไต้อัน ขณะเตรียมจะยกเท้ารีบเดินออกไปโดยเร็ว แต่ชั่วจังหวะเดียวกันเหมือนจะนึกอะไรขึ้นมาได้ฉับพลัน เ้าตัวหยุดชะงักแล้วหันไปหยิบกระจกเปื้อนฝุ่นออกมาจากในลิ้นชักทันที ก่อนจะยกขึ้นส่องดูใบหน้าและทรงผมอย่างตั้งอกตั้งใจ
[กรี๊ดด หล่อมาก! หล่อสุดๆ! นี่สินะที่สาวๆในอนาคตชอบเรียกกันติดปากว่าโอปป้า? แถมยังเป็โอปป้าในชุดเครื่องแบบซะด้วย! คนบ้าอะไรหล่อไม่บันยะบังยังแบบนี้! หล่อไม่เกรงใจคนอื่นเลยจริงๆ!!]
[สูงยาวเข่าดีขนาดนี้ ราศีจับแบบนี้ ต่อให้มีสักร้อยชาติ ไอ้พ่อสารเลวนั่นก็ไม่มีวันเทียบเขาติดฝุ่น!]
[จากนี้เป็ต้นไป ฉันจะสวดมนต์นั่งสมาธิทุกวัน! ภาวนาขอให้สุดหล่อคนนี้ได้มาเป็พ่อใหม่ของฉัน!! อ๊ะๆ...กินเจตลอดชีวิตฉันก็ยอม!!]
จางอวิ๋นม่าน : ....( -///-)
จางอวิ๋นม่านที่ได้ยินเสียงกรี๊ดกร๊าดของลูกสาวตัวน้อย ก็ถึงกับใบหน้าเห่อแดงทำตัวไม่ถูก เธอครุ่นคิดกับตัวเองในใจว่า ‘ลูกสาวฉันนี่ชักจะเพ้อเจ้อจินตนาการก้าวะโเกินไปหน่อยแล้ว!’ ทว่าภายในใจเบื้องลึก เธอกลับแอบยอมรับอยู่เื่หนึ่งเช่นกัน พ่อคนเก่าน่ะ...สมควรต้องเปลี่ยนทิ้งจริงๆ’
“พี่กู่ นี่พี่สะใภ้ใหญ่ของฉันเองค่ะ วันนี้ฉันกับพี่สะใภ้ใหญ่มาที่นี่ ก็เพราะอยากจะขอบคุณที่ช่วยเหลือ แล้วก็ถือโอกาสเยี่ยมแม่สามีด้วยค่ะ”
พูดจบ จางอวิ๋นม่านก็โค้งศีรษะลงอย่างสุภาพนอบน้อม
“ไม่ต้องขอบคุณหรอกครับ นี่เป็หน้าที่ของผมที่ต้องรับใช้ประชาชนอยู่แล้ว แม่สามีของคุณถูกกักตัวอยู่ในห้องขังด้านในครับ สามารถเข้าเยี่ยมได้แต่มีข้อจำกัดว่า เข้าไปได้หนึ่งคนต่อวันเท่านั้น”
กูเฉินตอบรับผ่านน้ำเสียงที่หนักแน่น
“งั้นฉันเข้าไปเองค่ะ จะให้แม่สามีเจอน้องสะใภ้ตอนนี้เลย มีหวังได้หัวเสียอีกแน่ๆ เธอกับลูกรออยู่ตรงนี้กับผู้กำกับกู่เถอะนะ!”
หวงอิงรีบชิงพูดแทรกขึ้นมา
เมื่อเห็นรูปการณ์ตรงหน้า เธอจึงเริ่มวางแผนต่อในใจทันทีโดยคิดว่า หากสร้างโอกาสให้จางอวิ๋นม่านสืบสานความสัมพันธ์อันดีกับกู่เฉินคนนี้ต่อไป นั่นย่อมเท่ากับว่าในภายภาคหน้า ตระกูลหลินล้วนได้รับผลประโยชน์กันถ้วนหน้าเช่นกัน ด้วยเหตุนี้ หวงอิงจึงตัดสินใจได้ในทันที เธอเลือกที่จะแสดงออกอย่างเป็มิตร ทั้งนี้เพื่อสร้างความประทับใจให้แก่ผู้กำกับกู่ตรงหน้า
[นังอวิ๋นม่าน แกมันอ่อนหัดจะตายไป ระดับฉันบงการควบคุมแกได้อยู่หมัดแน่! ไม่จำเป็ต้องขัดแข้งขัดขาอะไรให้เหนื่อยเปล่า ปล่อยให้มันได้มีโอกาสสนิทสนมกับผู้กำกับกู่แบบนี้ต่อไปน่ะดีที่สุดแล้ว!]
หลินเสี่ยวอวี่กับจางอวิ๋นม่านเดินติดตามกู่เฉินเข้าไปในห้องทำงาน
“เสี่ยวอวี่ าแที่หัวดีขึ้นบ้างรึยัง?”
กู่เฉินยิ้มพร้อมกับเอ่ยถามด้วยความห่วงใย
“ขอบคุณที่เป็ห่วงนะคะคุณลุงกู่ ตอนนี้หนูดีขึ้นมากแล้วค่ะ”
หลินเสวี่ยอวี่คลี่ยิ้มสดใสขณะขานตอบ ดวงตาคู่น้อยของเธอเปล่งประกายสดใสในยามที่จ้องมองกู่เฉิน หนุ่มสุดหล่อในชุดเครื่องแบบนี่ช่างมีเสน่ห์เกินต้านจริงๆ!
โดยไม่พูดพล่ามทำเพลง จางอวิ๋นม่านรีบควักเงินสดจำนวน 300 หยวนออกมาจากกระเป๋าเสื้อด้านในทันที แล้ววางมันไว้บนโต๊ะทำงานต่อหน้ากู่เฉิน
ปรายสายตามองหนึ่งปราด กู่เฉินจ้องเงินบนโต๊ะเล็กน้อยพลันต้องขมวดคิ้วแน่น น้ำเสียงถัดมาแปรเปลี่ยนแตกต่างไปจากเดิม แฝงเร้นด้วยความอ่อนใจระคนแข็งกร้าวเล็กน้อยในเวลาเดียวกัน
“เสี่ยวม่าน นี่หมายความว่ายังไง? ผมเต็มใจช่วยคุณเพราะอยากช่วยจริงๆ ไม่ใช่เพราะ้าเงินนี่...”
“พี่กู่ อย่าเพิ่งโมโหนะคะ ช่วยฟังฉันก่อน เงินก้อนนี้เป็ของคนบ้านสกุลหลินค่ะ คุณเองก็ช่วยฉันเอาไว้ตั้งมากมาย ฉันไม่รู้จะตอบแทนยังไงดีเหมือนกัน”
หลังจากที่อธิบายแล้ว จางอวิ๋นม่านก็เผยรอยยิ้มหวาน ที่แฝงเร้นด้วยกลิ่นอายของความน่ารักดั่งเด็กสาว
“เงิน 300 หยวนนี้พวกคนบ้านสกุลหลินช่วยกันระดมรวบรวมมาให้ค่ะ ถือเป็ค่าตอบแทนสำหรับความเหนื่อยยากที่คุณสละให้พวกเรา ส่วนเื่การตอบแทนจากฉัน...คุณอาจจะต้องอดทนรอไปอีกหน่อยนะคะ”
รับฟังมาถึงตรงนี้ มุมปากของกู่เฉินลอบกระตุกยิ้มบางอย่างมีเลศนัย ก่อนจะยิ้มกล่าวอีกคำด้วยน้ำเสียงแกมหยอกล้อมากขึ้น
“ในเมื่อมอบเงินก้อนนี้ให้ผมแล้ว ก็เท่ากับว่าผมมีสิทธิ์ที่จะจัดการกับมันยังไงก็ได้ใช่มั้ย?”
จางอวิ๋นม่านพยักหน้าหนักแน่นไม่มีลังเล
โดยไม่รีรอใดๆอีก กู่เฉินนำเงินสดทั้งหมดบนโต๊ะ ยัดใส่ในอ้อมแขนของหลินเสี่ยวอวี่ทันที
“เอ้า! เสี่ยวอวี่ เงินทั้งหมดนี่ลุงให้หนูกับพี่ๆทั้งสองเป็ของขวัญนะ เก็บรักษาเอาไว้ให้ดีๆล่ะ!”