หิวจัง
ระหว่างทางนั่งรถส่วนตัวโดยมีคนขับทำหน้าที่ขับรถกลับบ้านให้ ในระหว่างทางกลับ ท้องของพิมเสนก็ร้องออกมาเสียงดังและมันเริ่มปวดบิดปะทุขึ้นมาเรื่อย ๆ ใช่ อาการนี้คืออาการของโรคกระเพาะกำเริบของเขาอย่างแน่นอน เพราะเมื่อเช้าเขารีบออกไปประชุมกับลูกค้ารายใหญ่ของบริษัท ทำให้พิมเสนไม่ได้กินข้าวเช้าและงานประชุมดันมีจนถึงตอนเย็น กว่าจะได้พักและเสร็จงานก็ค่ำซะแล้ว
จ๊อก จ๊อก
คนตัวเล็กรีบยกมือของตัวเองกุมหน้าท้องของตัวเองไว้ ยกมือขึ้นรูดม่านหน้าต่างของกระจกรถออกเสหน้ารีบมองหาร้านข้าวในทันที
“พี่จิตร พี่จิตร จอด ๆ” ผมรีบบอกพี่จิตรให้รีบจอดรถเข้าข้างทาง
“จอดทำไมครับนายน้อย เดี๋ยวก็ถึงบ้านแล้วนะครับ”
“ผมบอกให้จอดก็จอดเถอะน่า ผมหิวข้าว”
“ครับ ครับผมจะหาที่จอดเดี๋ยวนี้”
พี่จิตรรีบทำตามคำสั่งในทันที เลี้ยวรถเข้าจอดข้างทางก่อนจะหันหน้ามามองพิมเสนเ้านายที่ยกมือกุมท้องสีหน้าไม่สู้ดีเงยหน้ามองมาทางตน
“อาการเดิมกำเริบเหรอครับ”
“อืม ลงไปซื้อส้มตำปูปลาร้าร้านนั้นมาให้หน่อย เอาข้าวเหนียวแล้วก็ไก่ย่างมาด้วยนะ”
“คุณหนูจะกินมันเหรอครับ”
“ถามแปลก ไม่กินแล้วผมจะให้พี่ไปซื้อทำไมเนี่ย รีบไปซื้อมาเร็ว” “คะ ครับ” จิตรไม่เคยเห็นนายน้อยกินข้าวเหนียวส้มตำมาก่อน ั้แ่เขาทำงานเป็คนขับรถมา นี่ถือว่าเป็ครั้งแรกที่จิตรเห็นเ้านายใช้ให้ไปซื้อส้มตำ ถ้าเป็เมื่อก่อนแค่ปลาร้านายน้อยยังร้องอี๋ บอกเขาว่าเหม็นอยู่เลย วันนี้เ้านายมาแปลกเกิดอยากกินขึ้นมาเสียอย่างนั้น แล้วมันจะกินได้หรือ
พิมเสนรอคนขับรถไปซื้อข้าวอย่างใจจดใจจ่อ ท้องเ้ากรรมก็แสบแรงขึ้นมาจนชายหนุ่มตัวงอ สงสัยโรงพยาบาลถามหาผมอีกแล้วมั้ง เ้าโรคกระเพาะนี่ก็ไม่หายไปสักที รักษามาก็ตั้งหลายปี ่นี้ธุรกิจของครอบครัวไม่ค่อยสู้ดีอยู่ด้วยสิ พิมเสนเลยต้องออกตัวเข้าร่วมงานเพื่อคุยกับลูกค้าด้วยตัวเองอยู่บ่อยครั้ง หากไม่ทำอย่างนั้นการซื้อขายของเขาก็คงจะขายได้ยากและลูกค้าอาจจะไม่ซื้อเพราะคู่แข่งใน่นี้มักผุดขึ้นมาอยู่เรื่อย ๆ
“มาแล้วครับคุณหนู” พี่จิตรคนขับเอ่ย ก่อนยื่นถุงข้าวเหนียวส้มตำไก่ย่างมาตรงหน้าเด็กหนุ่ม ผมรับเอาถุงกับข้าวมาถือไว้และวางมันลงไปเบาะนั่งข้างตัว
“รีบกลับกันเถอะ”
ผมหันไปบอกพี่จิตรก่อนจะเอนหลังพิงไปกับเบาะปิดเปลือกตาทั้งสองข้างของตัวเองลง ตั้งจิตทำสมาธิหายใจเข้าออกช้า ๆ อยู่นานและบอกกับตัวเองว่า อดทนไว้เดียวก็ถึงบ้าน ได้กินข้าวแล้วอาจจะดีขึ้น เมื่อรถจอดลงพิมเสนลืมตาตื่นขึ้นมาพอดีโดยมีคนขับรถของเขาเดินเข้ามาเปิดประตูให้
“วันนี้ฝากบอกทุกคนด้วยนะ ว่าผมไม่เข้าไปกินข้าวที่บ้านใหญ่”
พี่จิตรพยักหน้าให้ก่อนพิมเสนจะก้าวขาลงจากรถเดินเข้าบ้านเล็กส่วนตัวของตัวเองไป ชายหนุ่มในชุดสูทสีกรมยกมือขึ้นดึงชายเสื้อของตัวเองเพื่อจัดทรง จับกระดุมที่หลุดออกขึ้นมาติดก่อนเดินเข้าบ้านตัวเองไป
บ้านของพิมเสนเป็ครอบครัวใหญ่ที่แยกบ้านกันอยู่ส่วนตัวหลายหลัง แต่หากอยู่ติด ๆ กันเกือบทุกหลัง ทำให้ทุกคนมีความเป็ส่วนตัว แต่มีข้อแม้ว่าจะต้องมีเวลาเข้ามาทานอาหารร่วมกันในตอนเย็นของทุกวัน เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในเื่ธุรกิจ
ตรรกะอะไรของตระกูลก็ไม่รู้
นั่นทำให้พิมเสนชายหนุ่มรู้สึกกดดันเล็กน้อย เมื่อพ่อและแม่ของเขาเป็สะใภ้คนสุดท้องที่คนในบ้านต่างเพ่งเล็ง คงจะหนีไม่พ้นเื่หุ้นของบริษัทอีกนั่นแหละ เหล่าญาติพี่น้องร่วมสายเืมักอยากได้ไปชิงดีชิงเด่นกันสารพัดในครอบครัว จวนจะแตกหักกันไปหลายรอบ
ถ้าไม่มีคุณย่าละก็คงฆ่าฟันกันทางสังคมไปแล้ว ซึ่งพิมเสนไม่ได้สนใจเื่สมบัติของตระกูลแม้แต่น้อย สิ่งที่เด็กหนุ่ม้ามีเพียงอิสระในการใช้ชีวิตเพียงเท่านั้นเอง อิสระที่จะหลุดจากกรงเหล็กของเหล่าพี่น้องนี่
แอด~
เสียงประตูบ้านถูกเปิดออกด้วยมือหนาก่อนยันตัวเองเดินเข้าไปในครัวทันที เมื่อมองหาป้าแม่บ้านที่คอยรับใช้ไม่เจอ เด็กหนุ่มเลยต้องเดินไปเอาจานในครัวมาใส่อาหารเอง ถ้าให้ตามแม่บ้านก็คงจะหิวไส้กิ่วก่อนมาถึงแน่คงจะโดนบ้านใหญ่เรียกไปใช้ สองมือของพิมเสนลงมือแกะส้มตำที่ซื้อมาใส่จานและยกออกมานั่งลงกินที่พื้นห้องนั่งเล่นภายในห้อง เขาเอื้อมมือไปหยิบรีโมทบนโต๊ะขึ้นมากดเปิดทีวี เพื่อดูข่าวที่นักการเมืองกำลังถกเถียงประเด็นกันไปมาก่อนกดเปิดรีโมทเปลี่ยนไปดูหนังแอคชั่นแทนโดยอีกคนกำลังตามไล่ฆ่ากันอย่างเมามัน
หนังอะไรฟะ ไม่สนุกเลยสักนิด
พิมเสนกดเปลี่ยนช่องไปเรื่อย ๆ จนมาหยุดอยู่ที่ช่องข่าวนักบิน กำลังพูดบรรยายสายอาชีพของตัวเองให้กับเด็กในคลาสเรียนฟัง พวกนักบินนี่ดีจังเลยนะ กว่าจะสอบเข้าไปเป็ได้ ต้องอาศัยความสามารถกว่าจะได้ขับ คงใช้เวลาสะสมประสบการณ์หลายปี
มือของพิมเสนเอื้อมมือไปหยิบไก่เข้าปาก หูก็ฟังพ่อหนุ่มในทีวีบรรยายไปด้วย พวกเด็ก ๆ ในคลาสชอบใจกันใหญ่ อาชีพที่ใคร ๆ หลายคนก็ใฝ่ฝันอยากจะเป็เพราะเงินเดือนสูงและข้อดีของมันคือการได้บินไปในหลาย ๆ ประเทศในคราวเดียวกัน มืออีกข้างก็จกข้าวเหนียวจิ้มน้ำส้มตำ
ขึ้นมากินไปด้วย
อื้ม ส้มตำปูปลาร้ายังอร่อยเหมือนเดิมเลยแฮะ
นานแล้วที่ไม่ได้แตะมันเพราะเป็คนไม่ชอบกลิ่น แต่พี่ที่ทำงานมักมาชวนกินด้วยอยู่บ่อย ๆ แถมยังยกมาเสิร์ฟถึงห้องทำงาน ทำให้พิมเสนลองกินมันอีกครั้ง จนกินได้และเพิ่งรู้ว่ามันอร่อยขนาดนี้ แบบบอกให้เลขาสั่งขึ้นมาให้อยู่บ่อย ๆ
อ้าม งัม งัม ร้านนี้น้ำปลาร้าก็แซ่บถูกใจเหมือนกันนะเนี่ย คิดถูกแล้วที่ไม่ไปกินข้าวที่บ้านใหญ่ ไม่อย่างงั้นคงได้กินอาหารไม่ถูกใจอีกแหง ไม่ถูกใจไม่พอ แถมยังไม่อร่อยอีกต่างหาก
อ้าม งั่ม งั่ม
คำสุดท้ายแล้วใบหน้าเล็กรูปไข่เงยหน้ามองไปยังนักบินหนุ่มที่กำลังถอดแมสปิดปากออก ดวงตาของพิมเสนเป็ประกายวิบวับขึ้นมาทันใด เมื่อเห็นชายหนุ่มที่สูงราว ๆ เดียวกับตัวเอง
โห สูงยังกับเปรต เด็กสมัยนี้มันสูงกันขนาดนี้แล้วเหรอวะ ถึงว่า ทำไมหนุ่มสาวในคลาสเรียนนั่นถึงกรี๊ดกร๊าดกันใหญ่
ขนาดไม่ได้ออนแอร์เรียลไทม์ขนาดนั้น ดูจากภาพก็ยังรู้ด้วยว่าเด็กในคลาสเรียนกำลังดี๊ด๊าออกนอกหน้าเมื่อเจอคนหล่อ ถ้าผมเป็ผู้หญิงพวกนั้นที่คลั่งไคล้คนหน้าตาดีแล้วล่ะก็ ไม่แน่ผมอาจจะวี้ดว้ายเขาหนักก็ได้ พ่อสามีแห่งชาติ แต่ตัวผมดันเป็ผู้ชายทั้งแท่งนี่สิ
แถมยังเป็หนุ่มหน้าตาดีสาวกรี๊ดไม่หวาดไม่ไหวคราวเดียวกับพ่อหนุ่มนักบินนั่นซะด้วย ถ้าให้ไปยืนเทียบกันหน้าตาผมพอจะสูสีละวะ ข้าวเหนียวคำใหญ่สุดท้ายถูกจิ้มไปกับส้มตำ พลันสายตาก็มองหน้าจอทีวีจอใหญ่ไปด้วย
อ้าม
แค่ก แค่ก
พิมเสนรีบไอออกมาทันทีมองหาน้ำเมื่อข้าวคำใหญ่ติดคอ
อ้ากกก!! ชะ ช่วยด้วย อึก
มืออีกข้างถูกยกขึ้นทุบหน้าอกของตัวเองเบา ๆ พยายามที่จะเปล่งเสียงออกมาร้องเรียกให้คนช่วย แต่เขากลับลืมไปว่าทุกคนอยู่บ้านใหญ่หมด ร่างบางรีบวิ่งเข้าไปในห้องครัวเพื่อหาน้ำ แต่ยังไม่ทันจะเปิดตู้เย็น เขาก็หน้าเขียวขึ้นมาทันที ยกมือขึ้นไปจับที่คอของตัวเอง
หะ หายใจไม่ออก แค่ก แค่ก
คนตัวเล็กเริ่มขาดอากาศหายใจลงไปนอนแดดิ้นบนพื้นห้อง ดวงตาเล็กมองไปยังตู้เย็นหวังจะหยิบน้ำขึ้นมากิน สุดท้ายความที่ข้าวก้อนใหญ่พลันติดหลอดลม ทำให้ขาดอากาศหายใจก่อนตายร่างของพิมเสนกระเสือกกระสนดิ้นไปมาจะลุกขึ้นวิ่งออกไปยังไม่มีแรง แรงหายใจเฮือกสุดท้ายที่พยายามหายใจเข้าทำให้พิมเสนขาดอากาศหายใจไปในที่สุด ดวงตาทั้งสองข้างของชายหนุ่มถูกปิดลงอย่างช้า ๆ
เชี่ยเอ๊ย! นี่กูต้องมาตายเพราะข้าวเหนียวติดคอเหรอวะนี่ พิมเสนจะเครซี่! พิมเสนนึกอยู่ภายในใจ ก่อนสิ้นลมหายใจไปในที่สุดเสียงสุดท้ายสว่างจ้าขึ้นรอบดวงตา
“พิมเสน พิม ที่รัก