ตอนที่สามสิบสี่ พาข้าไปด้วยคน 2
มีการแซวกันว่า
กาเว่ยงไปอยู่กับใครหัวหน้าตายหมด
เริ่มจากตั๋งโต๊ะ ลิฉุยกุยกีไปจนถึงเตียวเจ เตียวสิ้ว ล้วนแต่มีอันเป็นไป
แต่ตนเองอยู่รอดตลอดมา
แน่นอนเราอาจจะตีความได้ว่านั่นคือลักษณะของปราชญ์ที่ยังไม่พบนายที่ดีต่างหาก
หรืออาจจะบอกแค่ว่า
นกดีเลือกคบไม้อาศัย
แต่ผมคิดว่าความสัมพันธ์ระหว่างกาเว่ยงกับผมนั้นจะเป็นความสัมพันธ์ที่จะแข่งกันว่าทักษะ
เข้าแก๊งไหนหัวหน้าตายหมด
ของผมกับกาเซี่ยงใครจะแข็งแกร่งกว่ากัน
แม้ตอนนี้ผมจะเสียเปรียบเพราะเป็นหัวหน้าอยู่ก็ตามแต่การเป็นตัวถ่วงความเจริญของคนในหน่วยงานผมคิดว่าผมมีความสามารถนี้ไม่แพ้ใคร
ตอนที่เห้นคนที่สุขุมอย่างกาเซี่ยงถึงกับรักษาสภาพสุขุมไว้ไม่ได้นี่คือเรื่องสนุก
มิน่าคนมีอำนาจถึงชอบทำตัวบ้าบอและออกคำสั่งบ้าบอเพราะพวกเขารู้ว่าการมีอำนาจเหนือกว่าทำให้แม้แต่ปราชญ์ทรงภูมิปัญญาหรือคนมีความสามารถต้องเต้นไปตามอารมณ์ของตนเองนั่นเอง
“ท่านเป็นคนฉลาดมองเห็นในสิ่งที่คนอื่นมองไม่เห็นกังวลในสิ่งที่คนอื่นยังไม่ทันกังวลหรือคิดถึง นี่คือคำสาปของผู้มีปัญญา”
ผมกล่าวลักษณะของคนฉลาดหรืออัจฉริยะที่ปัจจุบันมีการทดลองและพิสูจน์ต่างๆพอสมควรแล้วว่าพวกเขาคิดมากกว่าคนปรกติและมีลักษณะนิสัยอบางอย่างร่วมกันอาจจะเพราะว่าสมองของพวกเขาแตกต่างกันจริงๆทำให้ลักษณะนิสัยต่างกัน
การที่มีคนบอกว่าคนหน้าผากกว้างคือคนฉลาดตามตำราโหงวเฮ้งอาจจะเพราะว่าทางเทคนิคใบหน้าเช่นนั้นคือลักษณะของคนเป็นออทิสตคิกหรือแอสเปอร์เจอที่จะเรียกว่ามีสัดส่วนใบหน้าที่ใหญ่กว่าคนธรรมดา
“ท่านพยายามจะเตรียมการเพื่อแก้ไขปัญหาที่กำลังจะเกิดแต่รู้สึกว่าผู้คนรอบข้างทำตัวไม่ต่างกับสัตว์ป่าและลิงไร้ขนที่ไม่เคยมองเหตุการร์ล่วงหน้าแม้แต่น้อยกระทำการตามอารมณ์ของตนเอง”
ผมยิ้มให้กาเซี่ยงเล็กน้อย
กาเซี่ยงถอนหายใจ
ทำมือประสานคารวะอย่างนอบน้อม
“นายน้อยตั๋งฮวงดวงตาเห็นกระจ่างข้ากาเซี่ยงยอมรับนับถือแล้วโปรดรับการขออภัยจากข้าที่เคยกล่าววาจาดูถูกท่านด้วยเถอะ”
ผมยิ้มและส่ายศีรษะ
“ฮา ฮา ฮาท่านกาแม้จะชาญฉลาดแต่ยังอ่อนด้อยเรื่องการเยินยอนัก ฮา “
ผมตบบ่ากาเซี่ยง
“มาเถอะ เรามาเปิดอกคุยกันสักครา”