ตงซิงอีเดินเข้าไปอย่างไม่เกรงกลัวบุรุษร่างสูงใหญ่ 2-3 คน ที่กำลังหัวเราะสนุกสนานที่ได้เหยียบย่ำรังแกผู้อื่น นางเกลียดคนเช่นนี้ จึงทนดูไม่ได้ต้องยื่นมือเข้าช่วยเหลือ
“พวกเ้าทำสิ่งใดกัน เหตุต้องทำร้ายผู้อื่นเช่นนี้”
“เ้าไม่ต้องสอด นี่เป็เื่ของพวกข้า หญิงอัปลักษณ์เช่นเ้าไปไกลๆ หากไม่อยากถูกทำร้ายเช่นเ้านี่!”
“ถึงข้าจะอัปลักษณ์แล้วมันไปหนักหัวใคร? ข้าจะสอดแล้วทำไม? เ้าจะทำอันใดข้าได้ พวกชอบรังแกคนไม่มีทางสู้!”
ตงซิงอีไม่ไว้หน้าคนเหล่านี้ ด้วยรู้ว่าพวกเขารังแกได้แต่คนที่ไม่กล้าตอบโต้เท่านั้น นางจะทำให้คนเหล่านี้รู้สำนึก จะได้ไม่เที่ยวข่มเหงคนอื่นไปทั่วเช่นนี้
“อยู่ดีไม่ว่าดี เช่นนั้นพวกข้าก็จะสนองให้”
ชาย 2-3 คนพุ่งเข้ามาหมายต่อยตีนาง แต่กลับถูกตงซิอียกขาถีบเข้าใส่ท้องชายคนที่มาถึงก่อนใคร จนกระเด็นไปเกือบครึ่งจั้ง คนเหลือมองหน้ากันแล้ววิ่งหนีไปทันที ด้วยกลัวจะเป็เช่นชายคนแรก ตงซิงอีเดินไปยังเงาดำที่ยังนั่งคุดคู้อยู่เดิมไม่ขยับไปไหน เห็นเพียงแววตาที่มองมาที่นางเท่านั้น
“เ้าเป็เช่นไร าเ็ตรงไหนหรือไม่ ข้าจะได้ช่วยรักษา”
ตงซิงอีเอ่ยถามเมื่อเห็นเขานั่งเงียบไม่พูดไม่จา ทั้งยังขยับตัวจะหลบหนีนางร่างกายของเขาสั่นเทาเหมือนหวาดกลัวนาง
“ข้าแค่มาช่วยเ้า ไม่ต้องกลัว หากไม่มีที่ไปจะไปอยู่กับข้าหรือไม่ ข้าเองก็ตัวคนเดียว แต่หากเ้าไม่ไว้ใจข้าก็ไม่ฝืนใจ”
พูดจบตงซิงอีก็หันหลังจะเดินจากไป
“ช้าก่อน! ขอข้าไปด้วยกับเ้าได้หรือไม่?”
ตงซิงอียิ้มมุมปากทั้งที่ยังหันหลังให้คนผู้นั้นอยู่ นางแกล้งเดินหนีเขาด้วยไม่อยากให้เขาคิดว่านางบีบบังคับ แต่นางรู้สึกเห็นใจที่เขาไม่กล้าสู้คนเช่นนี้ จึงอยากช่วยเหลือให้เขาสามารถเอาตัวรอดได้แล้วค่อยให้เขาจากไป
“เช่นนั้นก็ตามข้ามาเถิด ข้าเองก็ตั้งใจเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่นี่ ข้ากำลัง้าผู้ช่วยสักคนพอดี หากเ้าช่วยเหลือข้าได้ ข้าเองย่อมปกป้องคุ้มครองเ้าเช่นกัน”
เมื่อได้ยินเช่นนั้นจากเงาดำที่นั่งอยู่กับพื้นที่ดูไม่ใหญ่มาก ก็ลุกขึ้นจนเห็นลำตัวสูงใหญ่กว่านางนัก ทั้งยังดูไม่เหมือนคนที่จะถูกกลั่นแกล้งทำร้ายได้ เหตุใดเขาไม่ยอมปกป้องตนเองจากคนเ่าั้กันนะ? ตงซิงอีได้แต่สงสัย แต่ก็ไม่พูดสิ่งใด เมื่อถึงเวลานางคงจะรู้เอง
“เ้ามีนามว่าอะไร? ข้าชื่อตงซิงอี”
“เรียกข้าว่าอี้เฟิงขอรับ ข้าเองก็ไม่มีที่ไป ขอบคุณท่านมากที่ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือในครั้งนี้”
“ข้ากำลังจะเปิดเหลาสุรา อยากได้คนที่ไว้ใจได้คอยช่วยเหลือ เ้าคิดว่าข้าพอจะไว้ใจเ้าได้หรือไม่?”
“ข้ายินดีเป็วัวเป็ม้าให้ท่านขอรับ ข้าเองตัวคนเดียว ไม่เหลือใครแล้วขอรับ ขอเพียงได้ติดตามผู้มีพระคุณ ข้าเองก็ยินดีขอรับ”
“เช่นนั้นก็ตามมา แต่ก่อนอื่นเ้าช่วยอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนได้หรือไม่ กลิ่นตัวเ้าข้ารับไม่ไหวจริงๆ”
อี้เฟิงได้แต่พยักหน้าตอบรับ เขาเองอยู่ในตรอกมานานเท่าใดไม่รู้ ทั้งกินอยู่หลับนอนในนั้น น้ำก็แทบไม่ได้อาบมานาน อย่างน้อยชีวิตนี้ของเขาได้ติดตามสตรีมีคุณธรรมที่มาช่วยเหลือเขาเช่นนี้คงดีไม่น้อย นับว่าไม่เสียชาติเกิดแล้ว
ตงซิงอีพาอี้เฟิงเข้าไปพักในโรงเตี๊ยมที่นางพักอยู่อีกห้องเพื่ออาบน้ำ ทั้งยังหาเสื้อผ้าใหม่ ให้คนมาโกนหนวดเคราและตัดผมที่รกรุงรังให้เขาใหม่หมด เมื่อทุกอย่างเสร็จสิ้นนางแทบไม่เชื่อสายตา เขาดูไม่ต่างจากคุณชายตระกูลผู้ดี ใยจึงมาทำตัวเช่นขอทานให้ผู้อื่นรุมรังแกเช่นนี้
“เ้าเป็ใครกันแน่ ผิวพรรณหน้าตาไม่น่าใช่คนเร่ร่อน”
ตงซิงอีอดสงสัยไม่ได้ จึงได้ถามออกไปอย่างลืมตัว
“ข้าเป็เพียงคุณชายตกอับผู้หนึ่ง ครอบครัวถูกตามล่าสังหาร ข้าหนีมาได้เพียงคนเดียว แต่ข้าละอายใจที่จะมีชีวิตอยู่จึงได้ร่อนเร่ไปทั่ว ไม่คิดดิ้นรน้าสิ่งใดอีกแล้ว ตอนนี้ข้าไม่เหลือใคร จึงไม่รู้จะอยู่ไปเพื่ออะไร แต่ท่านกลับช่วยข้าไว้ ทั้งยังมีน้ำใจให้ข้า ข้าจึงอยากตอบแทนท่านขอรับ”
“เช่นนั้นก็ดี ข้าจะได้วางใจ เ้าไม่หวาดกลัวข้ารึ ที่ข้าหน้าตาอัปลักษณ์เช่นนี้”
“ข้าเคยพบเจอสตรีหน้าตางดงามแต่จิตใจอัปลักษณ์มาแล้ว แม้ท่านจะไม่ได้งดงาม แต่ท่านเป็ผู้มีน้ำใจและจิตใจดี ข้าย่อมไม่กลัวผู้มีพระคุณขอรับ”
“พูดได้ดี! เ้าอายุเท่าไหร่แล้ว ข้าอายุ 19 ปีแล้ว”
“ข้าอายุ 16 ปีขอรับ ข้าต้องเรียกท่านว่านายหญิงหรือไม่ขอรับ?”
“ถือว่าข้าเป็พี่สาวเ้าแล้วกัน อย่าเรียกข้าว่านายหญิงเลย ต่อไปเ้าต้องฝึกฝนร่างกายให้แข็งแรง อย่าให้ใครรังแกเช่นวันนี้อีก นี่คือคำสั่งของข้า เข้าใจหรือไม่? เอ้านี้ยาบำรุง”
ตงซิงอีโยนขวดกระเบื้องที่มียาบำรุงร่างกายให้ชายหนุ่ม เพื่อให้เขาบำรุงร่างกาย นางอยากได้คนเข้มแข็งทั้งร่างกายและจิตใจ นางต้องบำรุงร่างกายและรักษาจิตใจเขาให้ดีขึ้นโดยไว เพื่อให้เขาเริ่มต้นชีวิตใหม่ให้ได้ เช่นเดียวกับที่นางพยายามเริ่มต้นชีวิตใหม่หลังจากอาจารย์ของนางจากไปเช่นกัน