พวกอากิระที่หาดอกแอนเดรียได้สำเร็จก็เดินทางกลับมายังเมืองเซลเรน เมื่อมาถึงเมืองพวกเขาก็รีบเดินทางไปยังโบสถ์เพื่อจะส่งภารกิจทันที
โบสถ์ประจำเมืองเบื้องหน้าพวกเขาเป็โบสถ์ที่เหมือนกับโบสถ์ของคริสต์ เพียงแต่ไม้กางเขนเป็สีแดงและมีปีกสีเงินออกมาจากกางเขน
เมื่อพวกเขามาถึงก็มีแม่ชีคนหนึ่งออกมาต้อนรับพวกเขา พอพวกเขาบอกว่ามาเพื่อพบแม่ชี ซ่าซ่า แม่ชีสาวคนนั้นก็พาพวกเขามานั่งรอในห้องรับรองของโบสถ์ พวกเขานั่งรออยู่เพียงไม่นานนักแม่ชี ซาซ่าก็เดินเข้ามาในห้อง
“สวัสดีค่ะ อ๊ะท่านคือ ท่านนักผจญภัยที่รับปากว่าจะช่วยหาดอกแอนเดรียมาให้นี่คะ”พอพูดเสร็จเธอก็ทำหน้าจ๋อยลงทันที เพราะว่าหากนับเวลาแล้วพวกอากิระรับภารกิจจากเอไม่ถึงหนึ่งวันด้วยซ้ำการที่พวกเขากลับมาเร็วขนาดนี้ก็หมายความว่าพวกเขาทำไม่สำเร็จนั่นเอง
แต่แล้วเธอก็ต้องเบิกตากว้างเมื่ออากิระนำดอกแอนเดรียขึ้นมาวางไว้ตรงหน้า
“อ...เอ๋ นี่มัน…ดอกแอนเดรียสินะคะ”ซาซ่ากล่าวออกมาอย่างตกตะลึง ผู้เล่นตรงหน้าเธอมีเพียงแค่สามคนเท่านั้นแต่กลับนำดอกแอนเดรียกลับมาจากทุ่งสีดำได้ในเวลาเพียงไม่ถึงหนึ่งวันเท่านั้น
พอรู้สึกตัวเธอก็รีบเรียกหน้าต่างแปลกๆขึ้นมา แล้วเธอก็กดอะไรบางอย่างเพียงไม่นานก็มีหน้าต่างที่มีรายชื่อหนังสือทักษะราวๆ สิบกว่าทักษะ ปรากฏอยู่ตรงหน้าของพวกอากิระ
“นี่เป็รางวัลของพวกคุณค่ะทักษะพิเศษที่หาได้เฉพาะจากภารกิจในโบถส์เรา เชิญเลือกหนังสือทักษะไป 1 เล่มได้เลยค่ะ”
‘ผู้เล่นอากิระได้รับหนังสือทักษะ ดาบรัตติกาลผันผวน ค่ะ’
ทักษะ ดาบรัตติกาลผันผวน (สามารถใช้ได้เมื่อสวมใส่อาวุธที่ไม่ใช่อาวุธยิงเท่านั้น เพิ่มการโจมตีธาตุมืด เมื่อโจมตีในระหว่างที่ทักษะนี้แสดงผลจะสร้างการโจมตีที่มีความเสียหายที่เท่ากัน ที่บริเวณอื่นบนร่างของฝ่ายตรงข้ามแบบสุ่ม เมื่อใช้งานทักษะนี้จะมีระยะเวลาแสดงผล 20 นาที และเมื่อใช้งานแล้วจะไม่สามารถใช้งานได้อีกเป็เวลา 2 ชั่วโมง)
เมื่อทำการเลือกทักษะเสร็จสิ้นแม่ชี ซาซ่าก็กล่าวขอบคุณ ทว่าก่อนที่พวกอากิระจะไป อากิระก็ทำท่าทางเหมือนนึกอะไรได้แล้วหันกลับมาหาแม่ชี ซาซ่าอีกครั้งก่อนจะกล่าวถาม
“บาทหลวงที่โดนพิษนี่เขาโดนั้แ่เมื่อไหร่ครับ แล้วพิษเริ่มระบาดในเมืองั้แ่เมื่อไหร่กัน”
“เมื่อประมาณ 1 เดือนก่อนน่ะค่ะ พิษที่ระบาดออกมาเป็พิษร้ายแรงขนาดที่ทำให้ผู้คนล้มตายไปมากมายเพียงแต่พิษนี้ไม่เคยสร้างความเสียหายให้กับพวกนักผจญภัยเลย ส่วนบาทหลวงของเราก็พึ่งจะได้รับพิษมาเมื่อ 5 วันก่อนหน้านี้เองค่ะ” ซาซ่าตอบออกมา
“แล้วก่อนจะถูกพิษคุณบาทหลวงไปทำอะไรมาบ้างครับ” อากิระยังคงถามต่อ
“ในวันก่อนที่ท่านบาทหลวงจะถูกพิษท่านได้ไปร่วมช่วยชาวเมืองพัฒนาทางระบายน้ำน่ะค่ะ”ซาซ่าตอบพลางทำหน้าสงสัย “ไม่ทราบว่ามีอะไรแปลกหรือคะ”
“อ๋อ เปล่าครับผมแค่อยากรู้เฉยๆน่ะ” อากิระตอบออกมาด้วยท่าทีนิ่งเฉย
แล้วทั้งสามคนก็ลาแม่ชีซาซ่าแล้วออกมาจากโบสถ์ แล้วทั้งสามก็เดินต่อไปโดยมีเป้าหมายอยู่ที่ร้านอาหารในเมือง และพอมาถึงพวกเขาก็สั่งอาหารมาทานกัน จากนั้นเทมเพสต์ก็ถามขึ้นมา
“อากิระ แกถามเื่พิษกับแม่ชีคนสวยนั่นทำไมวะ ฉันไม่เชื่อหรอกว่าคนอย่างแกจะถามแค่เพราะว่าอยากรู้น่ะ”
หลังจากเทมเพสต์ถามอากิระก็เงยหน้าขึ้นมองเพื่อนร่วมโต๊ะทั้งสาม แม้ลูน่า กับลิซ่าจะไม่ได้ถามอะไรแต่ก็มีแววของความสงสัยปรากฏให้เห็น อากิระจึงถอนหายใจแล้วกล่าวตอบ
“ฉันรู้สึกว่าเื่มันแปลกๆน่ะ อยู่ดีๆก็มีพืษแพร่กระจายแถมเป็พิษที่ไม่มีผลกับผู้เล่นด้วย….” อากิระกล่าวออกมา
“แต่ลิซ่าก็ไม่เป็ไรเหมือนกันนะ”เทมเพสต์แย้งออกมาก่อนที่อากิระจะพูดจบ
“เพราะลิซ่าเป็NPCรับใช้ส่วนตัวของผู้เล่น พวกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเฉพาะสถานที่จะไม่มีผลกับเธอน่ะ….”อากิระกล่าวตอบข้อสงสัยของเพื่อนสนิท
“แล้วสรุปเื่นี้มันมีอะไรที่แปลกล่ะฟะ”เทมเพสต์ยังคงถามขัดขึ้นมา
“ถ้าเป็เกมอื่นที่มีการเล่นตายตัวกับภารกิจที่ซ้ำซากฉันก็คงไม่สนใจหรอก แต่เพราะเกมนี้มีความลับของเกมอยู่มากมายฉันก็เลยคิดว่ามันน่าจะเกี่ยวกับภารกิจลับหรือพวกเหตุการณ์พิเศษบางอย่างในเมืองนี้น่ะ”อากิระตอบกลับด้วยเสียงนิ่งๆทว่าเริ่มแฝงความรำคาญเอาไว้แล้ว
เทมเพสต์ทำหน้าเจื่อนๆแล้วยิ้มออกมาแล้วนั่งฟังอย่างสงบเสงี่ยม ลูน่า และลิซ่าที่เห็นก็แอบหัวเราะคิกคักออกมา เทมเพสต์ที่ได้ยินจึงส่งสายตาอาฆาตใส่
“เดี๋ยวทานอาหารเสร็จพวกเราแยกย้ายกันออกสืบหาข่าวที่เกี่ยวกับเื่พิษที่กระจายในเมืองแล้วก็ถามหาเหตุการณ์แปลกๆที่เกิดขึ้นเมื่อเดือนก่อนด้วยนะ” อากิระบอกเพื่อนๆตน “อะ จริงสิเทมเพสต์ ลูน่าเงินที่ได้มาในวันนี้ฉันยกให้พวกนายทั้งหมดเลยนะ ถือว่าเป็ค่าจ้างที่ช่วยทำภารกิจ”
“เห้ยๆ มันจะดีเหรออากิระ”เทมเพสต์กล่าวออกมา
“ไม่เป็ไรหรอก อีกอย่างยังไงฉันก็ได้ทักษะมาแล้วล่ะนะ เพราะงั้นเงินน่ะพวกนายเอาไปเถอะ”
อากิระพูดจบเพื่อนๆก็ตอบรับแล้วพวกเขาก็ทานอาหารกันต่อ พลางคุยกันเรื่อยเปื่อย และเมื่อทานอาหารกันจนเสร็จ ก่อนที่พวกเขาจะออกจากร้านอาหารพวกเขาก็ทำการนัดแนะเวลาให้กลับไปรวมตัวกันที่โรงแรมในอีก 3 ชั่วโมง จากนั้นพวกเขาก็แยกย้ายกันออกไปหาข้อมูลทันที
หลังจากแยกกันออกมาในระหว่างที่อากิระกำลังถามหาข้อมูลเกี่ยวกับเื่พิษเขาก็เดินผ่านสุสาน แต่ทว่าสุสานกลับมีสองสุสานที่ไม่เหมือนกันอยู่ใกล้ๆกัน สุสานแรกเป็เพียงสุสานธรรมดาที่มีของไหว้หลุมศพวางอยู่ตามปกติ ส่วนอีกสุสานเป็สุสานที่ดูใหม่กว่าและนอกจากนี้ยังมีป้ายหลุมศพอยู่ป้ายหนึ่งที่ใหญ่กว่าป้ายหลุมศพทั่วไป และที่แปลกที่สุดคือแม้จะมีพวกดอกไม้และอาหารที่ใช้ไหว้หลุมศพจำนวนมากแต่ของไหว้เ่าั้ทั้งหมดกลับถูกวางอยู่ตรงรั้วสุสานเท่านั้น และตรงนั้นก็มีหญิงสาวที่กำลังนำของไหว้วางเอาไว้แล้วทำท่าเคารพศพ เขาจึงเดินเข้าไปถามหญิงสาวตรงหน้าทันที
“ขอโทษนะครับ ขอถามอะไรหน่อยนะครับ” อากิระยิ้มกล่าวกับหญิงสาว
ทางหญิงสาวที่อยู่ก็ได้ยินเสียงเรียกก็ใ แต่พอเห็นใบหน้าที่แต้มด้วยรอยยิ้มของอากิระก็คลายท่าทีใลงแล้วกล่าวถามออกมา
“อ…ค่ะ ท่านนักผจญภัยอยากจะถามอะไรจากฉันหรือคะ”
“ทำไมสุสานนี้ถึงวางของเซ่นไหว้ไว้ด้านนอกแบบนี้ล่ะครับ” อากิระยังคงกล่าวถามด้วยรอยยิ้ม
“คือว่า เป็เพราะสุสานนี้เป็สุสานของคนที่ตายเพราะพิษน่ะค่ะ เพื่อไม่ให้มีผู้ติดพิษเพิ่มจึงไม่มีใครได้รับอนุญาตให้เข้าไปด้านในน่ะค่ะ”
“แล้วหลุมศพที่ดูแตกต่างจากหลุมอื่นๆนี่เป็ของใครกันครับ”
“อ๋อ นั่นเป็หลุมศพของบาทหลวงในโบสถ์เซลเรนน่ะค่ะ น่าเสียดายจริงๆทั้งๆที่ท่านเป็คนมีเมตตามากแท้ๆ”
“งั้นเหรอครับ ขอบคุณมากนะครับ” อากิระกล่าวแล้วยิ้มให้หญิงสาวอีกครั้งทำให้เธอหน้าขึ้นสีทันที หลังจากนั้น อากิระก็บอกลาหญิงสาวคนนั้นแล้วเดินถามข้อมูลที่เกี่ยวข้องต่อ
เวลาผ่านไป พวกอากิระทุกคนก็มารวมตัวกันในโรงแรมเพื่อที่จะทำการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่ไปสืบหามา ซึ่งเื่ราวที่สืบได้คร่าวๆก็คือ ราวๆ 1 เดือนก่อน ก่อนที่พิษจะเริ่มแพร่กระจายได้มีคนต่างถิ่นสองคนหนึ่งเดินทางเข้ามาในเมืองเซลเรนและไปพักอยู่ที่โบสถ์
หลังจากนั้นไม่นานคนกลุ่มนั้นก็หายตัวไปแล้วพิษก็เริ่มแพร่กระจายออกมา โดยเริ่มจากคนที่มีบ้านอยู่ใกล้ๆกับทางระบายน้ำ พอชาวบ้านรู้จึงไปทำความสะอาดบริเวณทางระบายน้ำเผื่อว่าจะช่วยบรรเทาพิษได้ แต่ทว่าทุกคนที่เข้าไปทำความสะอาดด้านในก็ได้รับผิดอย่างรุนแรงและเมื่อออกมาก็ตายทันที
ส่วนคนที่ทำความสะอาดอยู่ด้านนอกก็ได้รับพิษและตายในเวลาไม่เกิน 2 สัปดาห์ จากนั้นก็มีกฎห้ามไม่ให้ผู้คนเข้าใกล้ทางระบายน้ำ
“หลังจากนั้นก็ไม่มีใครเข้าไปใกล้เลยงั้นเหรอ” อากิระกล่าวพลางครุ่นคิด
“ทำไมเหรอคะนายท่าน” ลิซ่ากล่าวถามเ้านายของตน
“เปล่าไม่มีอะไรหรอกครับ ฉันคงคิดมากไปเองแหละ” อากิระตอบคำถามของลิซ่า “ก่อนอื่นพวกเราลองไปตรวจสอบที่ทางระบายน้ำกันเถอะ”
ทุกคนเองก็ไม่ได้คัดค้านอะไรออกมา พอพวกเขาเตรียมตัวกันเสร็จแล้วทั้งสี่ก็มุ่งหน้าสู่ทางระบายน้ำของเมือง เซลเรนทันที
ภายในของทางระบายน้ำเมืองเซลเรนเป็อุโมงค์ที่กว้างพอสมควร ที่พื้นถูกแบ่งออกเป็สองฝั่งด้วยร่องระบายน้ำบริเวณผนังและพื้นรอบๆเต็มไปด้วยสิ่งที่เหมือนตระใคร่สีเขียว แต่ทว่ามันคือพืชที่เป็พิษ พวกอากิระที่เดินเข้ามาต่างก็ต้องเดินอย่างระวังเพื่อไม่ให้ถูกพิษมากนัก
“หวา ที่นี่อันตรายชะมัดโชคดีที่มีลิซ่า คอยใช้น้ำยาถอนพิษของพวกเรารักษานะ ไม่งั้นเราคงต้องคอยรักษาพิษจนเสียเวลาแน่ๆ”เทมเพสต์กล่าวออกมา
“มีแต่แกนั่นแหละที่ไม่ระวังจนโดนพิษบ่อย คนอื่นเขาแทบไม่โดนกันเลยนะ” อากิระกล่าวขัดเพื่อนสนิทของตน
“ฮ่าๆๆๆ โทดทีๆ ฉันจะพยายามไม่ให้โดนบ่อยๆละกันนะ” เทมเพสต์หัวเราะแล้วพูดออกมาโดยที่ไม่มีความสำนึกผิดแม้แต่น้อย
“แล้วก็นะคะพี่เทมเพสต์ กรุณาอย่าใช้คำว่าน้ำยาถอนพิษของพวกเราด้วยค่ะ” ลูน่าพูดขัดขึ้นมาบ้าง “คนที่พกน้ำยาถอนพิษมามีแค่ฉันกับพี่อากิระค่ะ พี่เทมเพสต์น่ะไม่ได้พกมาแม้แต่ขวดเดียว”
เทมเพสต์ที่ได้ยินเข้าก็โต้เถียงอะไรไม่ออก เพราะเป็เื่จริงแถมอีกคนที่ไม่ได้พกน้ำยาถอนพิษมาก็คือลิซ่า ซึ่งไม่สามารถโทษเธอได้เพราะเธอเป็ NPC รับใช้ ไม่มีช่องเก็บของ จึงสามารถพกพาไอเทมจำนวนมากได้เหมือนผู้เล่นอยู่แล้ว เขาจึงทำได้เพียงแค่สงบคำพูดลงแล้วเดินตามพวกอากิระไปอย่างเงียบๆ
และพอมาถึงด้านในก็พบสัตว์อสูรประหลาดที่มีลักษณะเหมือหมาไฮยีน่ายืนสองขาและตามตัวยังมีเมือกสีเขียวติดอยู่ตามตัว เป็สภาพที่ดูแล้วรู้สึกว่าน่าเกลียดเป็อย่างมาก
‘ผู้เล่นถูก ปีศาจแพร่พิษ สัตวอสูรชั้นทหาร ระดับ 100 โจมตีค่ะ’
แล้วรอบตัวของพวกเขาก็มีเขตแดนปรากฏขึ้นจากนั้นพวกอากิระทุกคนก็ติดสถานะถูกพิษ พอทุกคนถูกพิษลิซ่า จึงรีบเปิดหน้าต่างเพื่อจะใช้ยาถอนพิษแต่ยังไม่ทันได้ใช้ก็ถูกอากิระหยุดเอาไว้ก่อน
“อย่าพึ่งใช้ยาถอนพิษครับ ลิซ่าอีกฝ่ายใช้เขตแดนถึงรักษาไปก็ติดพิษใหม่อยู่ดี”
“ถูกแล้วจ้ะลิซ่า รอใช้ตอนจัดการมันเสร็จดีกว่านะ” ลูน่าบอกกล่าวเพื่อนสาว
“ค…ค่ะ” ลิซ่าตีสีหน้าเศร้าออกมาเล็กน้อยเพราะเธอต่อสู้ไม่ได้จึงมีแค่ความสามารถในการใช้ไอเทมเท่านั้นที่พอช่วยเ้านายได้ แต่พออยู่ในสถานการณ์ที่เธอไม่สามารถใช้ไอเทมช่วยเหลือได้ก็เลยรู้สึกแย่ลง แต่แล้วมือของอากิระก็วางบนหัวเธออีกครั้ง พร้อมกับรอยยิ้มที่อ่อนโยน
“ไม่เป็ไรหรอกครับ ลิซ่า ฆ่าตัวพรรค์นี้ใช้เวลาแค่เดี๋ยวเดียวก็พอแล้วครับ”
รอบตัวอากิระปรากฏลูกแก้วเวทย์มนต์จำนวนมากลอยอยู่ แล้วอากิระก็หายไปจากตรงที่ที่เคยยืนอยู่แล้วปรากฏตัวในระยะประชิดกับสัตว์อสูร
พอเข้าถึงตัวลูกแก้วเวทมนต์ทั้งหมดก็มาวนรอบใบดาบแล้วอากิระก็ออกแรงะโกลับหัวข้ามร่างของสัตว์อสูรแล้วฟาดดาบเข้าใส่ร่างนั้น เสร็จแล้วก็ลงมาหยุดยืนอยู่บนพื้นในสภาพที่เหมือนเดิมสิ่งที่เปลี่ยนแปลงก็มีเพียงลูกแก้วเวทมนต์ที่บัดนี้ไปลอยอยู่เหนือร่างของสัตว์อสูรแล้วกลายเป็ศรเวทย์
จากนั้นศรเวทย์กว่า 30 ดอกก็พุ่งเข้าใส่แผลที่เกิดจากการฟันของร่างสัตว์อสูรอย่างรวดเร็ว
‘ผู้เล่นอากิระสังหาร ปีศาจแพร่พิษ สัตวอสูรชั้นทหาร ระดับ 100 ได้รับค่าประสบการณ์…..ค่ะ’
‘ผู้เล่นอากิระได้รับแหวนต้านพิษระดับ 2 ดาวค่ะ’
“เห็นมั้ยครับ แค่เดี๋ยวเดียวเท่านั้น” อากิระพูดแล้วส่งยิ้มให้กับลิซ่า
ลิซ่าหน้าขึ้นสีอีกรอบ แต่เธอก็ยังคงมีสติรีบใช้ไอเทมรักษาพิษให้กับพวกอากิระ พอรักษาเสร็จอากิระก็หันไปเห็นผลึกคริสตัลฝังอยู่กับผนังเขาจึงยื่นมือไปััแล้วก็มีภาพบันทึกปรากฏขึ้นมา ภาพนั้นเป็ภาพของผู้ชายในชุดบาทหลวง แล้วก็มีข้อความปรากฏขึ้นกลางอากาศ
“นี่ก็เป็บันทึกแห่งความทรงจำชนิดหนึ่งสินะ” อากิระเอ่ยออกมาลอยๆ แล้วพวกเขาก็อ่านข้อความที่ปรากฏขึ้นนั้น
{ข้าพเ้าคือบาทหลวงของโบสถ์ประจำเมืองเซลเรน ในวันหนึ่งมีคนคู่หนึ่งเข้ามาขอพักที่โบสถ์เป็ผู้หญิงคนหนึ่งและเพื่อนร่วมทางรูปร่างประหลาดซึ่งข้าพเ้าก็มิรังเกียจอันใดจึงอนุญาตให้เข้าพักได้
ทว่าหลังจากนั้นไม่นานข้าพเ้าที่กำลังออกไปซื้อของมาใช้ซ่อมแซมโบสถ์ ระหว่างที่เดินทางผ่านทางระบายน้ำก็รู้สึกได้ถึงสิ่งที่เป็พิษข้าพเ้าจึงเข้ามาดูและก็ได้พบเธอคนที่มาขอเข้าพบ กับสัตว์ประหลาดตนหนึ่งที่กำลังคายพิษลงไปในทางน้ำ พอหญิงสาวคนนั้นเห็นข้าพเ้าก็พุ่งเข้าทำร้ายข้าพเ้า
เธอคนนั้นแสดงร่างจริงที่เป็ปีศาจร้ายออกมา ข้าพเ้าพยายามที่จะกำจัดปิศาจร้ายตนนั้น และในที่สุดข้าพเ้าก็สามารถล่อให้มันถูกพิษจากสัตว์ประหลาดอีกตนได้สำเร็จ แต่ทว่าเธอกลับไม่ตายเธอแค่ไม่สามารถใช้พลังได้ และข้าพเ้าก็ถูกสัตว์ประหลาดพิษทำร้าย
พอเห็นข้าพเ้าถูกพิษเข้าพวกปีศาจก็เลิกสนใจคงเพราะคิดว่าข้าพเ้าได้ตายไปแล้ว ข้าพเ้าจึงใช้แรงเฮือกสุดท้ายที่มีอยู่บันทึกความทรงจำนี้ไว้เพื่อที่ท่านที่ได้มาเห็นจะสามารถกำจัดภัยที่อยู่ในเมืองนี้ได้}
พออ่านจบอากิระก็ทำท่าทางครุ่นคิด แล้วข้อมูลต่างๆที่ได้ยินก็วนกลับเข้ามาในความคิด หลุมศพบาทหลวง หมายความว่าบาทหลวงตายไปแล้วอย่างแน่นอน หลังจากที่มีคนถูกพิษจำนวนมากก็ไม่มีใครเข้ามาใกล้ทางระบายน้ำอีก อย่างน้อยในสองสัปดาห์ที่ผ่านมาก็ไม่มีคนเข้ามาใกล้ทางน้ำนี้ ปีศาจตนที่ปลอมตัวมาอาศัยที่โบสถ์ยังอาศัยอยู่ในเมืองนี้ในสภาพถูกพิษจนใช้พลังไม่ได้ แล้วการพัฒนาทางระบายน้ำเมื่อ 5 วันก่อนล่ะ งั้นก็หมายความว่า…
พอคิดถึงตรงนี้อากิระก็เริ่มประติดประต่อเื่ราวได้ แล้วพอเขาประติดประต่อเื่ราวเสร็จเขาก็รีบวิ่งกลับออกไปจากทางน้ำทันที พวกเทมเพสต์เห็นอากิระวิ่งออกไปจึงรีบวิ่งตามไปจึงได้เห็นสีหน้าของอากิระใบหน้านั้นบ่งบอกได้ว่าตอนนี้อากิระอารมณ์เสียแล้ว
‘บ้าชะมัด ที่แท้เื่ก็เป็แบบนี้นี่เอง บังอาจมาหลอกใช้กันได้นะแก’