บรรลุการจุติครั้งที่2ภายใน 1 เดือนอย่างนั้นหรือ?!
ทันทีที่คุณอาฉินหมาป่าเฒ่าผู้นี้เปิดปากเอ่ยคำพูดที่หากไม่ทำให้คนใจนตายก็คงไม่ยอมหยุด
“1เดือน?”
เซียวเยี่ยขมวดคิ้วแน่นตัวเขาเองกว่าจะไต่ระดับจาก 1 ไปจนถึง 50 เพื่อจุติครั้งที่ 1 ก็ใช้เวลาไปเกือบ 1 เดือนเต็มแล้ว
ยิ่งระดับสูงขึ้นค่าประสบการณ์ที่้าในแต่ละระดับย่อมเพิ่มขึ้นมหาศาล การจะยกระดับจาก 50ไปจนถึง 100 เพื่อจุติครั้งที่ 2 นั้น ค่าประสบการณ์ที่ต้องใช้อย่างน้อยที่สุดคือหลายสิบเท่าหรืออาจจะมากกว่าตอนจุติครั้งแรกเสียด้วยซ้ำ!
เวลาเพียงเดือนเดียวจะเป็ไปได้อย่างไร?
ต่อให้ต้องเสี่ยงอันตรายท้าทายดันเจี้ยนระดับสูงตลอดเวลาก็ใช่ว่าจะทำได้สำเร็จภายในหนึ่งเดือน!
เว้นแต่จะเป็พวกคุณชายจากตระกูลผู้ลากมากดีที่ร่ำรวยยอมทุ่มเงินมหาศาลจ้างผู้ตื่นรู้ระดับสูงมาคอยประคองผ่านดันเจี้ยนระดับที่สูงเกินตัวพร้อมกับเสียสละค่าประสบการณ์จากการสังหารปลิดชีพพวกบอสให้เขาไปเปล่าๆ
“ทำไม? ทำไม่ได้งั้นหรือ?”
คุณอาฉินมองเห็นความตระหนกในแววตาของเซียวเยี่ยจึงลอบยิ้มบางๆเขาตั้งท่าจะหยิบมวนบุหรี่ออกมาจากกระเป๋าเสื้อตามสัญชาตญาณแต่พอเหลือบไปเห็นสายตาพิฆาตจากหงซานเหนียงที่อยู่ข้างๆก็รีบยิ้มแห้งแล้วหดมือกลับเข้ากระเป๋าไปทันที ก่อนจะหันมากล่าวกับเซียวเยี่ยต่อ“ฉันรู้ว่านายกำลังคิดอะไรอยู่แต่การจะถีบตัวเองให้ระดับพุ่งพรวดขึ้นไปนั้น แต่ละคนย่อมมีวิถีทางที่ต่างกัน”
“พวกคุณชายผู้ร่ำรวยย่อมใช้เงินจ้างคนมานำทางเพื่อเก็บค่าประสบการณ์อย่างรวดเร็วได้”
“แต่สำหรับพวกเราที่ใช้ชีวิตอยู่บนคมดาบก็มีเส้นทางในแบบของพวกเราเองเช่นกัน!”
ั์ตาของคุณอาฉินหดแคบลงทันควันเขาจ้องมองเซียวเยี่ยพลางเอ่ยชื่อสถานที่แห่งหนึ่งออกมาอย่างช้าๆ“เมืองเฮยสุ่ย!”
“มีเพียงที่นั่นเท่านั้น ที่จะทำให้นายบรรลุการจุติครั้งที่ 2 ระดับ 100 ได้ภายใน 1 เดือนหรืออาจจะสูงกว่านั้นด้วยซ้ำ”
สีหน้าของเซียวเยี่ยแปรเปลี่ยนเป็เคร่งขรึมขึ้นมาทันทีเมืองเฮยสุ่ยงั้นหรือ?
นี่เป็ชื่อสถานที่ที่เขาไม่เคยได้ยินมาก่อนเลยสักครั้ง
เซียวเยี่ยเชื่อมั่นว่าตนเองรู้จักชุมชนมนุษย์น้อยใหญ่รอบเมืองซ่างจิงรวมถึงเขตพื้นที่ดันเจี้ยนต่างๆ เป็อย่างดี
แต่ไม่ว่าจะในตำราเรียนของโรงเรียนมัธยมอันดับหนึ่งหรือในบันทึกเก่าแก่ของห้องสมุดเซียวเยี่ยแน่ใจว่าเขาไม่เคยพลิกเจอชื่อนี้เลยแม้แต่หน้าเดียว
“เมืองเฮยสุ่ย? มันคือที่ไหนกันครับ?”
เซียวเยี่ยถามออกไปตรงๆส่วนหงซานเหนียงที่อยู่ข้างๆ ก็หัวเราะเบาๆ พลางอธิบายเสริมว่า“ไม่แปลกที่นายจะไม่รู้จักเมืองเฮยสุ่ยเพราะมันเป็สถานที่ที่ไม่อาจนำมาป่าวประกาศในที่แจ้งได้ยิ่งกว่าตลาดมืดใต้ดินเสียอีก”
“เพราะสินค้ากว่าเก้าส่วนในตลาดมืดของเมืองซ่างจิงมีต้นกำเนิดมาจากที่นั่นทั้งนั้น!”
“จิ่วเยว่ เอาแผนที่มาให้หน่อย”
สิ้นเสียงเรียกของหงซานเหนียงเด็กสาวที่ชื่อจิ่วเยว่ก็ขานรับด้วยน้ำเสียงใสกระจ่างเพียงไม่นานเธอก็ประคองแผนที่ที่ถูกเก็บรักษาไว้อย่างดีออกมา
หงซานเหนียงกางแผนที่ออกบนเคาน์เตอร์บนนั้นเต็มไปด้วยเส้นสายลายแทงระยิบระยับทุกพื้นที่ถูกเขียนกำกับด้วยข้อมูลมหาศาลด้วยลายเส้นที่เล็กละเอียด
นิ้วเรียวงามของหงซานเหนียงจิ้มลงบนพิกัดหนึ่งเบาๆแล้วกล่าวว่า “ที่นี่แหละ คือเมืองเฮยสุ่ย!”
เพียงแค่เหลือบมองแวบเดียวเซียวเยี่ยก็รู้สึกเหมือนสมองจะะเิออกเขาพลันตระหนักได้ว่าความรับรู้ที่เคยมีมาทั้งหมดก่อนหน้านี้เป็เพียงยอดูเาน้ำแข็งของโลกใบนี้เท่านั้น!
เพราะจุดที่นิ้วของหงซานเหนียงจิ้มอยู่นั้นมันคือพื้นที่ปนเปื้อนรุนแรงที่ล่มสลายไปนานแล้ว!
ตามแผนที่ในตำราเรียนที่นั่นคือเขตพื้นที่อันตรายระดับสีแดงเข้มเต็มไปด้วยมอนสเตอร์อันตรายถึงขีดสุดยึดครองอยู่ทั่วทุกระแหง
มนุษย์ที่เคยอาศัยอยู่ที่นั่นต่างอพยพออกมาจนหมดสิ้นั้แ่หลายร้อยปีก่อนทางกองทัพเมืองซ่างจิงเองก็สั่งปิดตายและประกาศให้เป็เขตอันตรายสูงสุดไปตั้งนานแล้ว
แต่ตอนนี้เธอกลับบอกว่าในพื้นที่ที่ขึ้นชื่อว่าอันตรายที่สุดแห่งหนึ่งใกล้เมืองซ่างจิงกลับมีเมืองของมนุษย์ตั้งอยู่?
แถมยังเป็แหล่งต้นน้ำที่ส่งสินค้าหล่อเลี้ยงตลาดมืดทั้งหมดของเมืองซ่างจิงอีกด้วย
ความตกตะลึงฉายชัดบนใบหน้าของเซียวเยี่ยสายตาของเขาจับจ้องไปที่เมืองเฮยสุ่ยบนแผนที่อย่างไม่วางตา
หากมีเมืองมนุษย์ตั้งอยู่ที่นั่นจริงๆรอบด้านย่อมเต็มไปด้วยมอนสเตอร์อันตรายถึงขีดสุด!
การคลุกคลีเข้าไปวงในสังหารมอนสเตอร์ระดับนั้นตลอดหนึ่งเดือนเพื่อยกระดับให้ถึง 100ก็ไม่ใช่เื่ที่เป็ไปไม่ได้
แต่นั่นหมายความว่านายต้องรักษาชีวิตให้รอดออกมาให้ได้ด้วยเพราะนี่มันคือการเก็บค่าประสบการณ์แบบฆ่าตัวตายชัดๆ!
ทว่าในแววตาของเซียวเยี่ยกลับค่อยๆปรากฏความเด็ดเดี่ยวเหี้ยมเกรียมพลุ่งพล่านขึ้นมาสำหรับมนุษย์ที่อยู่จุดต่ำสุดของพีระมิดอย่างพวกเขา หากคิดจะปีนป่ายขึ้นไปทีละก้าวก็ต้องใช้ชีวิตที่แขวนอยู่บนคมดาบเข้าแลกเท่านั้น!
“ผมจะไป!”
เซียวเยี่ยไม่ลังเลอีกต่อไปเขาตอบกลับอย่างเฉียบขาด
ั์ตาของหงซานเหนียงฉายแววประหลาดใจออกมาวูบหนึ่งเธอจ้องมองเซียวเยี่ยพลางเอ่ยว่า “โอ้? นายคิดทบทวนให้ดีก่อนนะ!”
ขณะเดียวกันเธอก็ถลึงตาใส่คุณอาฉินที่อยู่ข้างๆแล้วพูดต่อ “ไม่จำเป็ต้องฟังเขาทุกเื่หรอกขนาดตัวเขาเองตอนสมัยหนุ่มๆ ยังไม่กล้าบุกเมืองเฮยสุ่ยตอนที่เพิ่งจะจุติครั้งที่ 1เลยด้วยซ้ำ”
คุณอาฉินลูบคางอย่างไม่ค่อยยอมรับนักพลางกล่าวว่า“ฉันไม่ได้ส่งเ้าหนุ่มนี่ไปตายเสียหน่อยสถานการณ์ตอนนี้มันไม่เหมือนเมื่อก่อนแล้วเมืองเฮยสุ่ยในตอนนี้ไม่ใช่แค่ชุมชนเล็กๆที่เกือบจะล่มสลายเพราะคลื่นสัตว์อสูรเหมือนแต่ก่อนเสียหน่อย”
“อีกอย่าง ทางเมืองเฮยสุ่ยก็มีคนของเราคอยรับ่ต่ออยู่แล้ว”
ในเมื่อเซียวเยี่ยตัดสินใจแล้วเขาจะไม่มีวันหันหลังกลับ
สิ่งที่ต้องทำต่อไปคือทุ่มเทสุดกำลังเพื่อรวบรวมข้อมูลทั้งหมดเพื่อให้งานนี้สำเร็จล่วงหน้า!
“ผมจะไปเมืองเฮยสุ่ยได้ยังไงครับ?”
เซียวเยี่ยจ้องแผนที่พลางถามขึ้นทันทีพื้นที่ปนเปื้อนรุนแรงที่เมืองเฮยสุ่ยตั้งอยู่นั้นถูกกองทัพสั่งปิดตายคนธรรมดาแค่อยากจะเข้าใกล้ยังทำไม่ได้นับประสาอะไรกับการบุกเข้าไปถึงใจกลางพื้นที่
เมื่อคุณอาฉินเห็นเซียวเยี่ยเริ่มวางแผนการในทันทีเขาก็หัวเราะในลำคอด้วยความพึงพอใจ “วางใจเถอะไอ้พวกเขตปิดตายที่ประกาศโครมๆ ในที่แจ้งน่ะสำหรับพวกเราแล้วมันพรุนยิ่งกว่ารังผึ้งเสียอีก”
“แค่เส้นทางที่มีคนของเราคอยรับรองก็มีถึง 4 เส้นทางแล้วขอแค่นายตกลงจะไป ฉันจะจัดการทุกอย่างให้เอง”
“ปัญหาคือ นายคิดจะออกเดินทางเมื่อไร?”
ในตอนนั้นท้องฟ้าเริ่มสว่างรำไรแสงเงินแสงทองลอดผ่านรอยแยกของหน้าต่างร้านทำผมจันทร์แดงเข้ามาในห้องเซียวเยี่ยครุ่นคิดเพียงครู่เดียว ก่อนจะตอบอย่างตรงไปตรงมาว่า“วันนี้!”
“ดี!”
คุณอาฉินได้ยินดังนั้นแววตาก็ทอประกายเฉียบคมขึ้นมาทันทีเขาลุกขึ้นนั่งตัวตรงจากเก้าอี้เอนพลางเอ่ยว่า “ฉันให้เวลานายเตรียมตัวหนึ่งวันคืนนี้สี่ทุ่ม ฉันจะรอนายอยู่ที่นี่!”
“ถึงตอนนั้น ฉันจะจัดคนนำทางพานายไปเอง”
หงซานเหนียงขมวดคิ้วมองคุณอาฉินสลับกับมองเซียวเยี่ยด้วยความกังวลลึกๆแสงอาทิตย์ที่สาดส่องกระทบใบหน้าด้านข้างของเด็กหนุ่มทำให้หงซานเหนียงรู้สึกขึ้นมาวูบหนึ่งว่าเ้าหนุ่มคนนี้ช่างเหมือนกับฉินซานตอนที่เพิ่งมาถึงเมืองซ่างจิงใหม่ๆไม่มีผิดเพี้ยน ทั้งความเฉียบขาด มีสง่าราศี ใจกล้าบ้าบิ่น และไม่กลัวตาย!
หงซานเหนียงอดไม่ได้ที่จะทอดถอนใจออกมาทว่าในสถานการณ์ปัจจุบัน หากคุณอาฉินต้องล้มลงสิ่งที่จะตามมาคือการรุมกวาดล้างจากขุมอำนาจทุกสารทิศไหนจะเป่าลี่กรุ๊ปที่เฝ้าจ้องตะครุบเหยื่ออย่างตาไม่กะพริบ พวกเขา้า‘หัวเรือ’ คนใหม่อย่างแท้จริง!
อย่างไรก็ตามเมื่อมองเห็นเซียวเยี่ยกำลังก้มหน้าก้มตาพินิจแผนที่บนเคาน์เตอร์อย่างละเอียดถี่ถ้วนราวกับพยายามจะจดจำทุกตารางนิ้วให้ขึ้นใจมุมปากของหงซานเหนียงก็อดไม่ได้ที่จะยกยิ้มอย่างทรงเสน่ห์...คลื่นลูกใหม่ย่อมมาแทนที่ลูกเก่า และหัวเรือคนใหม่คนนี้... ก็ไม่เลวเลยทีเดียว!