ตอนที่ 31
หลังจากขึ้นมาจากทะเลสตาร์ก็พาทีมและสตีฟไปที่แคมป์คนงานซึ่งที่นั่นใช้เป็นเหมือนที่นอนและโรงอาหาร
“อ้าวเจ้าหนุ่มรอดมาได้งั้นเหรอ ฮ่าๆๆดีเอ็งนี่โชคดีจริงๆที่เจอทีมฮีโร่มืออาชีพแบบทีมของเจ้าหนุ่มสตาร์นี่” เสียงอีวานพูดทันทีที่เห็นสตีฟเดินมาที่แคมป์คนงาน
“ครับต้องขอบคุณทีมของคุณสตาร์จริงๆ” สตีฟพูด
“ไม่หรอกคุณพ่อบ้านเองฝีมือดีต่างหากล่ะครับ” สตาร์พูดอย่างเกรงใจถึงสตีฟนั้นดูเหมือนจะไม่เคยทำภารกิจเป็นทีมหรือจับกลุ่มทีมฮีโร่มาก่อน แต่เรื่องความแข็งแกร่งของสตีฟชายที่ใส่ผ้ากันเปื้อนลายกระต่ายนี้ ที่ดูโคตรจะธรรมดา ความแข็งแกร่งของสตีฟเป็นของจริง
“ช่างเถอะๆอย่ามัวแต่ยอกันเองเลยรีบไปที่โรงอาหารเถอะฝีมือเจ้าเฮ็คเตอร์อร่อยอย่าบอกใครเชียว !!” อีวานพูด
“หือลูกชายลุงเป็นคนทำอาหารเลี้ยงคนในแคมป์ก่อสร้างงั้นเหรอ” สตีฟถาม
“ใช่เจ้านั้นก็เก่งอยู่แค่เรื่องอาหารนี่แหละส่วนเจ้าหนุ่มเธอรอดมาได้ เอ้านี่กุญแจห้องส่วนห้องพักอยู่ไหนถามคนอื่นๆเอาแล้วกัน” อีวานพูดก่อนจะโยนกุญแจห้องดอกหนึ่งมาให้
“ขอบคุณครับ” สตีฟพูดก่อนจะเดินตามพวกสตาร์ไปเพื่อไปหาอะไรกินลงท้อง
สตีฟเดินตามสตาร์เข้ามาในเต๊นท์หลังใหญ่ ในเต๊นท์มีโต๊ะและเก้าอี้แบบโรงอาหารสมัยเรียนมัธยมอยู่หลายตัว สตีฟมองไปรอบๆเห็นคนงานหลายคนกำลังกินอาหารอย่างเอร็ดอร่อย และตอนนั้นสายตาของสตีฟก็หันไปเห็นเฮ็คเตอร์ลูกชายของลุงอีวานหัวหน้าของช่างก่อสร้างพวกนี้กำลังยืนตักอาหารอยู่
“คุณพ่อบ้านรีบมาต่อแถวสิครับ เดี๋ยวอาหารหมดไม่รู้ด้วยนะ” สตาร์พูดสตีฟได้ยินดังนั้นจึงรีบไปเข้าแถวรอทันทีและทันทีที่เฮ็คเตอร์เห็นสตีฟกำลังรอให้ตัวเองตักอาหารใส่จานอยู่เขาก็อุทานออกมาอย่างดีใจทันทีซึ่งเป็นเรื่องที่ทำให้สตีฟแปลกใจมาก
“อ้าวคุณพ่อบ้านไม่สิพี่ชายคุณรอดมาได้งั้นเหรอเนี่ย !!!” เฮ็คเตอร์อุทานออกมาอย่างดีใจทำให้สตีฟอดถามไม่ได้
“เอ่อใช่พี่รอดมาได้ แต่ไหงน้ำเสียงดูดีใจปนตื่นเต้นขนาดนั้นล่ะ” สตีฟถาม
“จะไม่ให้ดีใจได้ไงเล่าพี่ชาย ผมน่ะพนันกับพ่อเอาไว้ ว่าพี่จะรอดกลับมา ผมลงข้างพี่ไว้ตั้งสองแสนเลยนะ !!!” เฮ็คเตอร์พูดพลางกำลังคิดว่าคืนนี้จะไปทวงเงินพ่อของเขาให้ไวเพราะเดี๋ยวพ่อของเขาจะแกล้งลืมซะก่อน
“นี่เอาชีวิตพี่ไปพนันเลยงั้นเรอะ !!!” สตีฟอุทานออกมาอย่างไม่อยากจะเชื่อ
“เอาน่าพี่ชายก็พนันกันขำๆ” เฮ็คเตอร์พูดพลางยิ้มออกมาทำให้สตีฟอดคิดขึ้นมาไม่ได้ว่านี่คงไม่ใช่ครั้งแรกล่ะมั้งที่สองพ่อลูกนี้พนันกันเรื่องชีวิตของฮีโร่ว่าจะอยู่หรือจะรอดกลับมาจากภารกิจ
สตีฟคุยกับเฮ็คเตอร์อยู่ไม่ถึงนาทีเพราะด้านหลังเขายังมีคนต่อแถวรอรับอาหารอยู่ สตีฟเดินไปนั่งรวมกลุ่มกินข้าวกับพวกสตาร์และแม็คนีโต้ ก่อนจะเริ่มลงมือกินข้าว
“อืม..อร่อยไม่เลวเลยแฮะ !!” สตีฟอุทานออกมาหลังจากได้กินไปคำแรก
“ใช่มั้ยล่ะๆ ลูกชายของคุณอีวานหัวหน้าช่างน่ะ มีสกิลเกี่ยวกับทำอาหาร เห็นว่าเลเวลสูงถึงเจ็ดสิบเลยนะ !!” สตาร์พูดอย่างตื่นเต้น
“เจ็ดสิบเหรอครับ” สตีฟถามพลางนึกถึงสกิลตัวเองที่เลเวลมันเต็มไปตั้งนานแล้ว
“ใช่ๆมีเหตุผลอีกอย่างที่พวกเรารับทำภารกิจนี้ด้วยนะ !!” แม็คนีโต้พูดเสริม
“เหตุผลอีกอย่าง ???” สตีฟสงสัย
“พวกเราตั้งใจล่าสัตว์กลายพันธ์มาให้เจ้าหนุ่มเฮ็คเตอร์มาชำแหละไงล่ะ เพื่อเพิ่มเลเวลสกิลทำอาหารให้เจ้าหนุ่มนั่นเพราะสกิลทำอาหารนั้น ไม่ใช่แค่ต้องทำอาหารอย่างเดียวถึงจะได้ประสบการณ์ การเตรียมวัตถุดิบเองก็เป็นส่วนหนึ่งในค่าประสบการณ์ของสกิลทำอาหารเช่นกัน แต่วัตถุดิบสดๆ ทั้งตัวแบบนั้นราคามันค่อนข้างสูง การที่คนธรรมดาคนหนึ่งจะหาซื้อมาชำแหละไม่ใช่ง่ายๆ” แม็คนี้โต้พูด
“เพราะแบบนี้พวกคุณจึงเอาซากสัตว์ทะเลกลายพันธ์มาให้เฮ็คเตอร์ชำแหละสินะ ส่วนพวกคุณเองก็เงินเพิ่มจากการแยกชิ้นส่วนขาย เฮ็คเตอร์ก็ได้ค่าประสบการณ์ไป” สตีฟลองเดาดู
“ใช่แล้ว พวกเราตามงานก่อสร้างของพ่อลูกคู่นี้มาหลายเมืองแล้ว” สตาร์พูด
“อ๋ออย่างนี้นี่เอง ว่าแต่จำได้ว่าลุงอีวานเคยพูดให้ฟังว่าแกสร้างไปสามสิบกว่าที่แล้วนี่นาเจ้าท่าเรือนี่” สตีฟสงสัย
“ใช่แล้วล่ะและก็ล้มเหลวแทบทั้งสิ้น เพราะพวกเราเหล่าฮีโร่ไม่สามารถต้านทานการโจมตีของสัตว์ทะเลกลายพันธ์ได้ พวกเราหวังว่าที่นี่จะสำเร็จนะ พวกเราเองก็ตามการสร้างมา หกที่แล้ว แต่ละที่เลเวลของสัตว์ทะเลกลายพันธ์สูงกว่าหนึ่งร้อยทั้งนั้นเลย” สตาร์พูด
“เราก็แค่คอยกำจัดพวกมันออกไปจากเขตระยะสองกิโลสินะ” สตีฟพยักหน้า
“ใช่ถ้าเรายังกำจัดได้เรื่อยๆในอาณาเขตนี้ ด้วยพื้นฐานของพวกมันที่มักจะวางอาณาเขตของตัวเองเอาไว้ พอมันเห็นว่าเขตนี้ไม่ปลอดภัยมันก็จะย้ายที่อยู่อาศัยออกไปในทะเลน้ำลึกเองไม่ต้องห่วง ส่วนพวกนักล่ากลางคืนพอในเขตไม่มีอาหารมันก็จะออกไปล่าไกลจากฝั่งเอง” สตาร์พูด
“สัตว์ยังไงก็ยังเป็นสัตว์สินะ แต่ที่ผ่านมาเพราะเลเวลและจำนวนพวกมันมากเกินไป บวกกับสภาพที่อยู่ใต้น้ำทำให้สกิลบางสกิลไม่เหมาะมาใช้ต่อสู้ทำให้สู้กับพวกมันลำบากสินะ” สตีฟเริ่มจะเข้าใจความยากง่ายในการสร้างท่าเรือของลุงอีวานแล้ว
“แล้วถ้าสร้างท่าเรือเสร็จแล้วเราจะออกเรือยังไงล่ะ เพราะถ้าออกไปไกลก็โดนสัตว์ทะเลโจมตีอยู่ดี” สตีฟสงสัย
“เรื่องนั้นผมเองก็ไม่รู้นะแต่เห็นว่าทางรัฐบาลมีทางออกสำหรับเรื่องนี้แล้ว เหลือก็เพียงแค่สร้างท่าเรือให้สำเร็จเท่านั้น ถ้าทำได้พวกเราก็จะติดต่อกับทวีปอื่นๆได้อีกครั้ง” สตาร์พูด
“แบบนี้นี่เองรัฐบาลเราก็ก้าวหน้าไปเยอะนี่เนอะเรื่องเทคโนโลยี ดุอย่างเจ้าหมวกที่ใส่แล้วลงไปใต้น้ำได้นี่สิ เกิดมาพึ่งเคยพบเคยเห็นเป็นอุปกรณ์ที่โคตรไฮเทค” สตีฟพูดก่อนสตาร์จะบอกให้ทุกคนรีบกินข้าวให้เสร็จและไปพักผ่อนเพราะพรุ่งนี้ต้องออกไปจัดการกับภารกิจอีก
สตีฟถามทางไปห้องพักของเขาซึ่งอยู่ไม่ไกล ซึ่งห้องพักของสตีฟมันถูกสร้างจากตู้คอนเทนเนอร์เก่าๆ มาดัดแปลงให้เป็นห้องพัก
“กระเป๋าของเรายังว่างอีกเยอะเลยแฮะ !!” สตีฟพูดออกมาหลังจากลองตรวจสอบกระเป๋ามิติดู ซึ่งถ้าเอาซากพวกสัตว์ทะเลกลายพันธ์พวกนี้ไปขายสตีฟคิดว่าไม่น่าจะต่ำกว่ายี่สิบล้าน เพราะเขามีซากสัตว์ทะเลกลายพันธ์ที่เลเวลสูงกว่าเก้าสิบถึงสิบสี่ร่าง
“จะว่าไปพวกที่เลเวลสูงกว่าเก้าสิบพวกคุณสตาร์ก็รับมือไหวนี่นา แต่แค่ต้องใช้เวลาโจมตีมันมากหน่อย ส่วนเรานี่ยังไม่มีตัวไหนที่ต้องโจมตีถึงสองครั้งเลยแฮะ” สตีฟพูดเพราะตั้งแต่เป็นฮีโร่มา ยังไม่มีสัตว์กลายพันธ์ตัวไหนที่ทำให้เขาต้องลงมือหลายครั้งเลยนอกจากตัวที่เขาจงใจโจมตีส่วนอื่นก่อนที่จะโจมตีจุดตาย
สตีฟหลังจากอาบน้ำในห้องของตัวเองแล้วเขาก็นอนลงบนเตียงหลายชั่วโมงในห้องพักแต่ก็นอนไม่หลับซักที
“นอนไม่หลับโว๊ย !!!” สตีฟดีดตัวลุกขึ้นมาจากเตียงก่อนจะหยิบกระเป๋าและเครื่องแบบผ้ากันเปื้อนของเขามาสวมและเดินออกจากห้องพักมุ่งตรงไปชายหาดทันที
ชายหาดยามค่ำคืนช่างเงียบสงบอย่างไม่น่าเชื่อ
“พึ่งจะสามทุ่มให้ตายเถอะกว่าจะเช้า ลองออกไปในทะเลตอนกลางคืนดูหน่อยดีมั้ยนะ” สตีฟพูดออกมาพลางมองไปที่ทะเลที่มืดสนิท สตีฟนั้นเขาไม่ได้กลัวสิ่งที่สตาร์เตือนเลยสักนิดเพราะเขาคิดว่าสถานะของเขาน่าจะสูงพอที่จะต้านการโจมตีของมันได้
“ลองดูหน่อยก็แล้วกันไหนๆก็นอนไม่หลับแล้ว” สตีฟพูดก่อนจะเดินไปที่เจ็ทสกีที่จอดอยู่ริมชายหาด เขาขึ้นขี่และขับออกไปทันที
สตีฟนั้นค่อยๆบิดคันเร่งอย่างนุ่มนวลเพราะเขาไม่อยากให้เสียงเจ็ทสกีไปปลุกคนในแคมป์จนแตกตื่นขึ้นมา
“แถวนี้คือทุ่นที่เรามาตอนกลางวันสินะ !!” สตีฟขับเจ็ทสกีจนมาถึงทุ่นที่ผูกเอาไว้เมื่อกลางวัน แต่ถ้าจำไม่ผิดพวกสตีฟนั้นออกล่าเลยตรงจุดนี้ไกลไปอีกราวๆห้าร้อยเมตร
“เราขับไปจอดตรงนั้นแล้วกัน เสร็จแล้วค่อยเอาเจ็ทสกีเก็บใส่กระเป๋ามิติเอา” สตีฟพุดก่อนจะขับตรงไปอีกกว่าห้าร้อยเมตร
“เอาล่ะแถวนี้คงจะได้” สตีฟพูดก่อนจะหยิบหมวกออกมาใส่ซะก่อน และเมื่อหมวกดำน้ำเซ็ทระบบเสร็จแล้วสตีฟก็เตรียมตัวเก็บเจ็ทสกีและลงทะเลทันทีแต่ทว่าทันใดนั้นเองจู่ๆก็มีอะไรบางอย่างโผล่ขึ้นมาจากใต้น้ำดึงเจ็ทสกีของสตีฟลงไปใต้น้ำอย่างแรงพร้อมๆกับร่างของสตีฟด้วย
ตู้ม !! เสียงน้ำกระจายสูงเป็นเมตรมันเกิดขึ้นจากการที่เจ็ทสกีของสตีฟถูกดึงลงไปใต้น้ำ
“เฮ้ยตัวอะไรวะ !!!” สตีฟอุทานออกมาอย่างตกใจก่อนจะพยายามมองสิ่งที่ดึงเจ็ทสกีของเขาลงไป
“นั่นมันหนวดปลาหมึกงั้นเหรอ !!” สตีฟเห็นหนวดแปดสายสีแดงขนาดใหญ่หนวดของปลาหมึกนี่มันคล้ายกับหนวดปลาหมึกยักษ์ขนาดของหนวดใหญ่พอๆกับเสาไฟในเมือง
สตีฟลองพยายามเก็บเจ็ทสกีแต่ดูเหมือนจะเก็บไม่ได้สตีฟลองอยู่หลายครั้งจนในที่สุดร่างของเขาก็ถูกเหวี่ยงออกมาจากเจ็ทสกีตอนนี้ภาพใต้น้ำของสตีฟเริ่มชัดเจนขึ้นแล้วเพราะหมวกดำน้ำนั้นปรับระบบของมันเสร็จแล้ว
“เฮ้ยเอาเจ็ทสกีตรูคืนมา ราคามันน่าจะไม่ใช่ถูกๆนะเว้ย !!!” สตีฟพูดพลางมองไปที่ปลาหมึกยักษ์ที่ยังลากเจ็ทสกีของเขาลงไปใต้น้ำอย่างต่อเนื่อง
หน้าต่างคราเค่น Level 108ปลาหมึกยักษ์ในตำนานมันวิวัฒนาการมาจากปลาหมึกสายหรือที่คนเรียกกันว่าปลาหมึกยักษ์ หนวดของมันทรงพลังเป็นอย่างมาก แต่ที่ต้องระวังมากที่สุดก็คือฟันของมันซึ่งสามารถบดได้แม้กระทั่งรถถัง
สตีฟตรวจสอบสถานะของเจ้าปลาหมึกนี่ทันทีที่มองเห็น
“เลเวลร้อยแปด แล้วฟันนั่นมันอะไรกัน ขึ้นเรียงเป็นแถวอย่างกับฟันฉลาม แล้วขนาดนี่อีกจะใหญ่เกินไปมั้ยวะ !!!” สตีฟอุทานออกมาเพราะปลาหมึกนี่ใหญ่พอๆกับเรือเฟอรี่ลำใหญ่ๆลำนึงเลยทีเดียว
สตีฟเริ่มเหงื่อแตกพลั่กๆ เขานั้นไม่ได้กลัวเจ้าปลาหมึกนี่หรอกแต่ที่เหงื่อแตกเพราะเห็นแววเสียตังชดใช้ค่าเจ็ทสกีต่างหาก !!!!
จบ...