
ตอนที่62 ง้าวอสูรอัสนีคว่ำโลก
"ท่านพี่หญิง..ข้าบอกตรงๆ เลยข้าไม่ชอบกินเนื้อสัตว์ โดยเฉพาะสัตว์ดิบข้าชอบพวกพืชผักที่เป็นสิ่งไม่มีชีวิต ข้าดำรงชีพในน้ำตกศักดิ์สิทธิ์ก็ด้วยอาหารพวกนี้ ข้าจึงชอบกินมันเป็นนิสัยขอท่านอย่าถือสาเลย..ข้าเข้ามาเก็บเกี่ยวเพียงให้ท่านแม่สบายใจ ได้เนื้อไปนิดหน่อยก็พอ"กริชเพชรพูดกับหญิงสาว
องค์หญิงเจ้าเฟิงหันมามองหน้าเขาอย่างตกตะลึง นางไม่เชื่อเด็ดขาดว่าชายหนุ่มกินของพวกนี้ แล้วจะเพิ่มพลังกายอสูรจนเทียบเคียงกับเหล่าบุตรหลานของฮองเฮาฝ่ายซ้ายได้อย่างสบาย มันแทบเป็นไปไม่ได้เพราะอาหารเหล่านี้มันไม่มีคุณค่าสูงส่งเลย แม้แต่เห็ดขั้นเทพก็ยังสู้เนื้ออสูรขั้นธรรมดาไม่ได้
"คิก! คิก..ข้าฟังเจ้าผิดไปหรือไม่ กายอสูรของเจ้าระดับบริสุทธิ์ขั้นสูงขนาดนี้ กินพวกพืชไม่มีชีวิตไม่มีเลือดมันเป็นไปได้อย่างไร เจ้าอย่ามาโป้ปดข้าเลย..."เสียงองค์หญิงเจ้าเฟิงหัวเราะมองหน้าชายหนุ่ม
นางรู้ดีว่าเหล่าอสูรทุกตัวตนต่างมีความลับในการพัฒนากายอสูร และพลังบอลดวงจิตของแต่ละคนที่เก็บงำ ไม่เปิดเผยให้คนอื่นได้รับรู้นางจึงเข้าใจว่า ชายหนุ่มหลอกนาง
"ก็ตามใจเจ้าแล้วกันถ้ายังไงอยากได้เนื้อซาลาแมนเดอร์เดี๋ยวข้าจะหาให้สักตัวสองตัว พี่หญิงขอแยกตัวไปด้านนั้นก่อน ขืนมัวแต่ชักช้าอาจจะได้แต่ของห่วยๆ ..."
ทั้งสองต่างแยกย้ายไปคนละทาง กริชเพชรไม่ต้องการไปแย่งชิงกับผู้อื่นจึงหาทางหลีกเลี่ยงไปอีกด้านหนึ่ง เขาไม่รู้หรอกว่าด้านนั้นมันมีเห็ดขึ้นมากน้อยแค่ไหน เขาเพียงแต่ฟังคร่าวๆ จากมารดาว่าแถวนั้นก็พอมีบ้าง จึงต้องการหลีกเลี่ยงไปอยู่อย่างสงบ
ชายหนุ่มไม่ต้องการปะทะกับใครโดยเฉพาะองค์ชายทั้งหลายของฮองเฮาฝ่ายซ้ายที่หาเรื่องเขาได้ตลอดเวลา แม้พบหน้ากันเพียงครั้งแรกอย่างเมื่อวานนี้
กริชเพชรเร้าพลังบอลดวงจิตแก่นแท้ หลบหลีกเข้าไปในซอกเขาเตี้ยๆ ซึ่งคนละทิศกับฝั่งของกลุ่มคนส่วนใหญ่ไปหาทรัพยากรขั้นยอดเยี่ยมกัน เขาหายลับไปในป่าละเมาะด้านนั้นทันที
ชายหนุ่มค้นพบสายน้ำที่มีน้ำไหลออกมาจากถ้ำแห่งหนึ่งขณะที่เขาวิ่งวนเวียนมองหาพืชพรรณ ที่จะสามารถใช้ทำอาหารกินได้ แต่กลับไม่ค้นพบอะไร เขาเห็นกอไผ่ขึ้นเรียงรายเป็นทิวแถว คาดว่ามันน่าจะมีหน่อไม้ขึ้นบ้างแต่โลกอสูรกลับไม่เป็นอย่างที่เขาคิด ต้นอ่อนที่ขึ้นมาไม่เป็นเหมือนหน่อไม้ในโลกเก่าเขา มันแทงต้นขึ้นมาจากดินเลยไม่มีหน่อแม้แต่กอเดียว
กริชเพชรรู้สึกผิดหวังเขาคิดว่าจะเอาไปทำซุบหน่อไม้ซะหน่อย เขาวิ่งตะบึงไปตามสายน้ำที่ไหลลงมาจากยอดภูเขาเตี้ยๆ จนค้นพบถ้ำแห่งหนึ่งสายน้ำไหลออกมา จากถ้ำชายหนุ่มบิดตัวหายวับเข้าไปในถ้ำอย่างรวดเร็ว
เขาต้องการพักอยู่ที่นี่จนกว่าจะถึงเวลาพลบค่ำแล้วจะกลับออก ไปไม่ได้หวังว่าจะได้เนื้อซาลาแมนเดอร์ ที่ดีสิ่งที่เขาสอดส่ายสายตามองหาคือเห็ดสักกลุ่มหนึ่ง ด้านในถ้ำมีแสงสว่างระยิบระยับเกิดจากก้อนหินสีฟ้าที่สะท้อนแสงอยู่ภายใน ให้ความสว่างพอสมควรมันเย็นสบายเมื่อเขาอยู่ในนั้น
สุดท้ายชายหนุ่มก็พบสาหร่ายแดงอยู่ในช่วงลึกของถ้ำ เขาใช้มือกอบขึ้นดูมันขยายปกคลุมหนาแน่นเข้าไปในซอกถ้ำด้านซ้ายมือเขาแทบโห่ร้องด้วยความดีใจ บนขอบตลิ่งที่สาหร่ายแดงเกาะอยู่มีกลุ่มเห็ดสีขาวหน้าออกแดงขึ้นเรียงรายกันอย่างมากมาย
'นี่คงเป็นเห็ดสาหร่ายแดงที่ท่านแม่เคยบอกไว้...'
ชายหนุ่มรีบเก็บเกี่ยวเห็ดพวกนี้อย่างรวดเร็วเขาต้องเก็บมันไว้ในถุงนิมิตอย่างดี กริชเพชรหยิบกล่องเทพที่เคยใส่เนื้ออสูรสามชิ้นนั้นออกมาขนเห็ดเข้าไปใส่แทน เขาต้องรักษาความสดใหม่ของพวกมันให้มากที่สุด
กล่องเทพนี้ก็มีคุณสมบัติดีเยี่ยม เขาขนเห็ดยัดใส่เท่าไหร่มันก็ดูดกลืนเก็บไว้ทั้งสิ้น แบบไม่มีสิ้นสุด ชายหนุ่มเพลิดเพลินจนเลยเข้าไปในถ้ำลึกไปเรื่อยๆ เห็ดเหล่านั้น มีขนาดใหญ่ขึ้นมากบางดอกใหญ่เท่ากับร่มที่เขากลางอยู่แถวตลาดนัด กริชเพชรยิ้มกริ่มเห็ดพวกนี้มันส่งกลิ่นหอมอย่างตลบอบอวล ชวนให้เขาน้ำลายไหล
'เอาไปผัดใส่น้ำมันหอยคงดียอดเยี่ยม..'ชายหนุ่มเริ่มเลือกเห็ดมากขึ้น เขาเลือกเฉพาะดอกใหญ่ๆ และส่งกลิ่นหอมกริชเพชรเก็บเข้าไปในกล่องเทพอย่างรวดเร็ว และมากมายหลายสิบดอกสุดท้ายเขาก็มาหยุดยืน ที่ลานกว้างภายในถ้ำรัศมีกว้างห้าสิบวา มีเห็ดดอกหนึ่งขึ้นเป็นสีทองทั้งดอก ส่งกลิ่นหอมอย่างรุนแรงอยู่ท่ามกลางสาหร่ายแดง ที่อัดแน่นกันเป็นแพเหมือนพื้นพรมที่ปูบนสระน้ำ
'นายน้อยนั่นมันเห็ดชิเมจิยักษ์ในตำนานที่บรรพบุรุษของข้าเคยเล่าขานไว้ว่ามันมีคุณค่าทางโภชนาการสูงสุดเหนือล้ำกว่าเนื้อเทพใดๆ ในโลกอสูรแห่งนี้ และที่สำคัญมันบริสุทธิ์จนไม่มีสิ่งเจือปนเลย เมื่อรับประทานเพิ่มพลังกายอสูร พวกเราพบของดีแล้วล่ะ..'เสียงหนิงหนิงกล่าวขึ้นมาจากดวงจิตแก่นแท้ของเขารู้สึกนางจะดีใจมากๆ
'และที่สำคัญเห็ดชนิดนี้มันสามารถเพิ่มระดับกายอสูรให้ภูตอสูรได้ด้วยนะเจ้าคะซึ่งเป็นสิ่งเดียวในโลกอสูรที่หายากเหลือเกินเพราะมันสามารถเพิ่มระดับกายอสูรให้ภูตอย่างหนิงหนิงได้...'กริชเพชรยกยิ้มสูงทะยานตรงไปหาเห็ดนั้นทันที หมายจะเก็บมันเข้ากล่องเทพเพื่อไว้ให้หนิงหนิง ได้พัฒนากายภูตอสูรของนาง
วูบๆ ๆ!!
มีเงาร่างสามเงาพุ่งทะยานเข้าหากริชเพชรทันทีมันสูงใหญ่ เหมือนฉลามขนาดยักษ์หัวกลมโตรูปร่างคล้ายลูกอ๊อด
'นายน้อยซาลาแมนเดอร์ยักษ์ระวัง...'เสียงของหนิงหนิงดังก้องอยู่ในส่วนประสาทของกริชเพชร
ปั๊ก!!
โครม!!
ชายหนุ่มเร้าพลังบอลดวงจิตขึ้นสูงแล้วทะยานหลบหลีก เสียงดังสนั่นร่างของเขากระเด็นไปชนกับผนังถ้ำเสียงดังโครมรูดลงกับพื้น
ชายหนุ่มชำเลืองตามองเห็นปากขนาดใหญ่อ้ากว้างรูปร่างฟันของมันแหลมเรียงกัน เหมือนฟันของปลาดุกคล้ายจะกลืนกินเขาให้หายไปทั้งตัว
กริชเพชรถีบผนังถ้ำไถลตัวไปกับพื้นดุจปลาไหล หลบหนีการโจมตีของสัตว์ยักษ์ทั้งสามตัวพวกมันมีร่างกายสีเผือก บนหัวมีหนวดแกว่งไกวอยู่สอง เส้นบนหนวดมีผมเท่ากำปั้นสะบัดกวัดแกว่งไปมา เหมือนมันกำลังส่งภาษาประสานกันโจมตีเขาทั้งรุกทั้งรับอย่างช่ำชอง
สัตว์พวกนี้มันเหมือนมีปัญญาสุดท้ายหลังพวกมันทั้งสามตัวโจมตีชายหนุ่มอย่างดุเดือด ก่อนจะหยุดรายล้อมกริชเพชรที่หลังชนผนังด้านท้ายสุดของถ้ำ
ครอกๆ ๆ ..ครากกกกกก!!
เสียงร้องคำรามของมันดังก้องไปทั่วรอบบริเวณน้ำใสๆ ไหลออกจากปากของมันเหมือนกับน้ำลายของสัตว์ร้ายที่กำลังหิวโหย
'นายน้อยพวกนี้มันเป็นซาลาแมนเดอร์ขั้นเทพเหนือกว่าขั้นยอดเยี่ยม ไม่น่าเชื่อว่ามันจะหลบซ่อนอยู่ที่นี่มันคงจะมีชีวิตหลายพันปีไม่มีใครพบเห็น ถ้าไม่เช่นนั้นองค์กษัตริย์อสูรวารีน้ำจืดคงจะเข้ามาเด็ดหัวมันไปทำอาหารเรียบร้อยแล้ว
เพราะเยาวชนรุ่นกายอสูรระดับสิบไม่สามารถจะต่อกรกับมันแม้ตัวเดียวถึงมันเป็นสัตว์ที่ไม่กลายพันธุ์เป็นอสูรที่พัฒนาขึ้นสู่กายนิมิตแต่สติปัญญาสัญชาตญาณในการสู้รบไม่เป็นรองใคร นายน้อยเรียกอาวุธออกมาจัดการมันเถอะ...'
หญิงสาวรีบบอกชายหนุ่มขณะที่เขายืนหอบหายใจ เพราะการหลบหลีกการโจมตีพวกซาลาเมนเดอร์มาสักพักหนึ่งแล้ว
หลายครั้งที่เขาใช้พลังเล็บนิ้วชี้ซัดออกไปถูกหนังของพวกมัน เพียงแต่ทำให้มันกระเด็นไปแล้วลุกขึ้นมาโจมตี ชายหนุ่มได้อย่างต่อเนื่องทำให้ระยะการหุ้มรุมต่อสู้กันกินเวลาเกือบหนึ่งจิบชา โดยเขาไม่มีเวลาร่ายคาถาเรียกอาวุธออกมาจัดการมัน
'ตอนนี้แหละนายน้อยร่ายคาถาเลยมันคงจะเหนื่อยหยุดพักชั่วครู่..'
หนิงหนิงร้องบอกชายหนุ่ม กริชเพชรรีบร่ายคาถาเรียกอาวุธง้าวอสูรพลิกฟ้าออกมา ทันใดเล็บของเขากลายเป็นใบมีดง้าวขนาดเหมาะมือเหมือนดาบเล่มใหญ่ พวกสัตว์ร้ายทั้งสามตัวมันเห็นชายหนุ่มเรียกอาวุธออกมามันก็พุ่งทะยานตวัดลิ้นที่ยาวเหมือนลิ้นของอึ่งอ่างพุ่งเข้าโจมตี ชายหนุ่มไม่ให้มันกระโดดกัดเหมือนครั้งแรกอีกต่อไป กริชเพชรร่ายรำขบวนท่าง้าวท่าที่หนึ่งระดมฟัน สิบสามท่วงท่า เข้าที่ลิ้นทั้งสามของซาลาแมนเดอร์ร้าย ลิ้นของมันช่างเหนียวและแข็งแกร่งดุจเหล็กไหล
เพ้งงงง.!!!
เสียงอาวุธของทั้งสองฝ่ายกระทบกันเสียงดังสนั่นแม้ว่า ชายหนุ่มจะร่ายรำอย่างช่ำชองสุดท้ายก็ถูกกดดัน ให้ถอยหลังหลบหลีกลิ้น ซาลาแมนเดอร์ที่ยื่นยาว พุ่งโจมตีประสานกันอย่างเหนียวแน่น ดุจกระสุนปืนเอ็มสิบหกที่ ระดมสาดใส่ร่างเขา อย่างสัมพันธ์กันแบบเหมาะสม
ปังๆ ๆ ๆ!!!
เสียงฟาดฟันถี่ยิบชายหนุ่มถอยจนหลังติดกับผนังถ้ำ เท้าทั้งสองถีบด้านหลังไถลขึ้นด้านบนพร้อมกับ ลอยตัวกลางอากาศพุ่งตรงเข้าหาซาลาเมนเดอร์ตัวหน้าที่ใหญ่กว่าเพื่อน ร่างกายกว่าสิบฟุตของมัน ดีดตัวผงกหัวขึ้น สะบัดลิ้นพุ่งตรงไปดุจแซ่เส้นใหญ่ หมายจับกริชเพชรกระชากลงจากกลางอากาศ
"เพลงง้าวอสูรฟ้าคำรณ" ปลายง้าวพุ่งตรงเข้าหา ลิ้นของสัตว์ร้าย ซาลาแมนเดอร์ตัวนั้น ถอยหลังกรูด มันไม่รู้ว่าจะใช้ลิ้นกระแทกปลายง้าวเล่มใดที่พุ่งเข้าหามัน สุดท้ายมันตัดสินใจม้วนปลายลิ้นสะบัด เข้าหาเงาง้าวที่พุ่งตรงเข้าแทงหัว
วืดดด..!!
บึ๊ด..!!
เสียงปลายลิ้นที่ทรงพลานุภาพแม้แต่อากาศยังถูกฟาดแตกกระจาย เห็นเป็นมิติสั่นสะเทือนบางๆ พลังรุนแรงของการโจมตีครั้งนี้ คงจะสุดกำลังของเจ้าซาลาแมนเดอร์ตัวนี้แล้ว แต่เสียดายมันพลาดเป้าปลายง้าวของกริชเพชรเสียบเข้าตรงกลางศีรษะระหว่างตาเล็กๆ ของมันทันที
หนวดที่เหมือนปลาดุกปมปลายเท่ากำปั้น ม้วนจับดาบปลายง้าวของกริชเพชรขาดสะบั้นลง เพราะโดนพลังบอลดวงจิตแก่นแท้ของชายหนุ่ม ที่ประสานออกเป็นสายฟ้าอันคมกริช ปลายง้าวเล่มนั้น จมหายเข้าไปในหัวของมันจนมิดด้าม
ซรั๊วบ!! ครอกกกก!!
ควับๆ!! กริชเพชรสปริงม้วนตัวกลางอากาศใช้สองเท้าถีบหัวของซาลาแมนเดอร์ที่โชคร้าย โดนอาวุธประจำตัวของชายหนุ่มแทงทะลุ แล้วชักขึ้นหลบหลีกลิ้นทั้งสองของซาลาแมนเดอร์ที่เหลือ ที่กระหน่ำโจมตีใช้ลิ้นฟาดเขาเข้าอย่างแรง
ควับๆ ๆ!! ปัง! โครม!
"อ๊าาาาส์..กรอด! "
ขาขวากลับถูกลิ้นของมันตัวหนึ่งรัดไว้ กระชากกระเด็นไปติดผนังถ้ำ ร่วงลงกับพื้นกระอักเลือดทะลักออกจากมุมปาก บาดเจ็บเช่นกัน
แม้ว่ากายอสูรระดับเจ็ดของชายหนุ่มจะแข็งแกร่ง แต่ก็สร้างความเจ็บปวดภายในให้เขาจนป่วนปั่นขึ้นมาก แต่มันก็คุ้มกับชีวิตของซาลาแมนเดอร์ตัวนั้น ลดทอนกำลังฝ่ายตรงข้ามไปมากโข
เจ้าสองตัวร้ายเมื่อเห็นเพื่อนถูกโจมตีจนตายคาที่ มันยิ่งเพิ่มความดุร้ายส่งเสียงร้องคำรามอย่างบ้าคลั่ง ร่างใหญ่เกือบเก้าฟุตของมันทั้งสองพุ่งทะยานเข้าโจมตีชายหนุ่มอย่างบ้าคลั่งเอาลิ้นของมันสะบัดกวัดแกว่งเข้าหาเขาอย่างรวดเร็ว
"แม่เอ้ย!! ..ต้องใช้ท่าไม้ตายแล้วละ.." กริชเพชรเข้าตาจนเขาต้องทดลองร่ายคาถาเพลงอาวุธชุดสุดท้าย ที่แท่งสายฟ้าในห้องแปดเหลี่ยมประสิทธิ์ประสาทให้เขา
ไม่อยากใช้เท่าไหร่เพราะว่าไม่ค่อยมั่นใจกับพลังบอลแก่นแท้สีรุ้งของตัวเองว่า จะสามารถมีพลังโจมตีหนังที่หนาของพวกซาลาแมนเดอร์เหล่านี้ ให้ได้รับบาดเจ็บบ้างหรือไม่เพราะเขาทดลองใช้พลังปลายเล็บโจมตีมันจะๆหลายครั้ง แต่ไม่สามารถทะลุผิวหนังที่หนาของมันได้เหมือนอาวุธง้าว
แต่เมื่อชายหนุ่มจนหนทางเขายืนสงบนิ่งรวบรวมพลังบอลดวงจิตแก่นแท้ตั้งขึ้นตรงหน้า แล้วเบ่งพลังสายฟ้าออกจากบอลดวงจิตแก่นแท้มันห่อหุ้มเขาเป็นวงกลมประกายสายฟ้าแปลบปราบจนบาดตา
วาบๆ ๆ ๆ ๆ ๆ!! วูบๆ ๆ ๆ ๆ!!
ซาลาแมนเดอร์ทั้งสองมันยืนมองด้วยความตกตะลึง แม้มันเคยถูกพลังสายฟ้าของชายหนุ่มโจมตีหลายครั้ง แต่ไม่มีประสิทธิภาพเท่ากับการปล่อยพลังครั้งนี้ของเขา มันส่งแสงประกายรอบตัวเป็นวงกลมเริ่มมีความหนาแน่นขึ้นเรื่อยๆ ซาลาแมนเดอร์ที่โหดร้ายเพราะถูกกระตุ้นด้วยการเข่นฆ่าพวกพ้อง
พอมันหยุดชะงักเพียงครู่เดียวก็ถีบทะยานพุ่งเข้าหากริชเพชรอย่างกระหายเลือดกว่าเก่า มันไม่ใช้ลิ้นโจมตีเขาอีกต่อไป แต่มันกลับอ้าปากกว้างหมายจะกลืนกินชายหนุ่มเข้าไปทั้งตัวพร้อมกับพลังบอลดวงจิตแก่นแท้ของเขา แสงสีเขียวของชายหนุ่ม ที่ห่อหุ้มด้วยพลังสายฟ้าเริ่มเปล่งแสงหลากสี เหมือนรุ้งบนท้องนภาแล้วง้าวที่อยู่ในมือเขา ก็หายวับไปกับตาก่อตัวขึ้นบนผนังถ้ำเป็นเจ็ดสิบเล่ม
"ง้าวอสูรอัสนีคว่ำโลก..."
เสียงเขาคำรามหนักๆ และลืมตาขึ้น หลังจากนั้นระเบิดพลังบอลแก่นแท้สีรุ้งประสานกับง้าวที่ถูกแบ่งเป็นเจ็ดสิบเล่มนั้นพุ่งตรงเข้าโจมตี ซาลาแมนเดอร์ทั้งสอง
ปังๆ ๆ ๆ
เปรี้ยงๆ ๆ ๆ
เสียงดังสนั่นก้องไปทั่วถ้ำเหมือนกับปืนกลเล็กที่ระดมยิงออกไปเจ็ดสิบนัดติดต่อกัน ร่างซาลาแมนเดอร์พรุนเป็นโจ๊ก มันตายไปอย่างไม่รู้ตัวเละเทะเป็นชิ้นเนื้อยิ่งกว่า หมูสับที่โดนบดด้วยเครื่องอย่างดี
กริชเพชรถอยหลังหนึ่งก้าวตะลึงลานกับประสิทธิภาพของคาถาเรียกอาวุธประจำกายของเขามันเหนือความคาดหมายสุดๆ
ครั้งแรกที่ร่ายคาถาออกไปไม่คาดว่ามันจะจัดการซาลาแมนเดอร์ทั้งสองตัวได้เละเทะขนาดนี้ นึกว่าเพียงทำให้มันบอบช้ำล่าถอยไปแต่กลับได้ผลเกินคาด
'นายน้อยท่านโคตรสุดยอดเลยพลังบอลดวงจิตแก่นแท้ของท่าน มันช่างมีพลานุภาพสูงส่งจนข้าคิดว่า มันไม่น่าจะอยู่ในขั้นเจ็ดซะด้วยซ้ำทำไม? พอเบ่งประสิทธิภาพโจมตีควบคู่กับอาวุธประจำกายของท่าน แล้วถึงได้รุนแรงโหดร้ายขนาดนี้....'
หนิงหนิงโห่ร้องอย่างดีใจนางอกสั่นขวัญแขวนอยู่เมื่อเห็นชายหนุ่มเอาแต่หลบหลีกซาลาแมนเดอร์ พวกนี้ นางคิดว่าเขาจะหาทางชนะพวกมันไม่ได้ เพราะพลังเล็บอสูรของชายหนุ่มก็ไม่สามารถทะลุเนื้อหนังของพวกมันไปได้ แต่ไม่นึกเลยว่าอาวุธกายอสูรประจำตัวของเขาจะล่อมันซะเละไม่เป็นท่า
"อุ๊บะ..ล่อซะตัวซาลาแมนเดอร์เป็นหมูบะช่อไปเลยเอิ๊กๆ ..แจ่มแมวเลยงานนี้..."
กริชเพชรหัวเราะๆ งึมงำออกมาแบบคาดไม่ถึง
"เป็นคราวซวยของพวกเจ้าแล้วโจมตีข้าไม่เลิกราดีนัก ไม่งั้นก็คงไม่ต้องจบชีวิตอย่างนี้ นึกว่าฆ่ามันสักตัวแล้วพวกมันจะหวาดกลัวถอยหนีแต่กลับโจมตีข้าอย่างบ้าคลั่ง โทษฐานทำให้ข้าเจ็บ ทำให้ข้ากลัว..จัดซะสองดอกหงายเงิบไปเลยเป็นไงล่ะ..หึหึ.ซ่าดีนัก...."
.......................................................................................................................................................................................................