บทที่ 34 คนที่ชอบนินทา
เด็ก ๆ ทั้งสามคน อมอมยิ้มรสหวานหอม ป้วนเปี้ยนอยู่ข้างกายจางจิงจิง ไม่ยอมไปไหน
ขณะที่จางจิงจิงกำลังทำอาหาร ฮั่วเสี่ยวเยว่ก็ช่วยล้างผักและหั่นผัก จางจิงจิงไม่ได้ปฏิเสธ เพราะถือเป็นการฝึกฝนให้เด็ก ๆ รู้จักช่วยเหลือตัวเองตั้งแต่ยังเล็ก เธอไม่ต้องการให้ลูก ๆ เติบโตขึ้นเป็นคนที่ไม่รู้จักคิด ไม่รู้จักทำงาน
“คุณป้าคะ วันแรกที่ไปทำงานเป็นยังไงบ้างคะ?”
ฮั่วเสี่ยวเยว่เอ่ยถามเสียงเบา ขณะกำลังหั่นต้นหอม
“ก็ดีนะ เด็กน้อยเป็นกังวลเรื่องนี้เหรอเนี่ย?”
ฮั่วเสี่ยวเยว่พยักหน้า ตอนที่พวกเขาย้ายมาอยู่ที่ตระกูลฮั่วใหม่ ๆ พวกเขายังปรับตัวไม่ได้ ทำอะไรก็กล้า ๆ กลัว ๆ จางจิงจิงเองก็เป็นคนบ้านนอก การที่ต้องไปทำงานที่สถานีวิทยุซึ่งเป็นสถานที่ใหญ่โตเช่นนี้ ย่อมต้องมีความกังวลเป็นธรรมดา
ขณะที่จางจิงจิงกำลังพูดคุยกับฮั่วเสี่ยวเยว่ เธอก็เติมน้ำลงในหม้อกำลังจะใส่เส้นก๋วยเตี๋ยวลงไป และหวู่เพ่ยหลานก็กลับมาพอดี
เมื่อเห็นจางจิงจิง เธอก็อดไม่ได้ที่จะถามถึงการทำงานวันนี้ของอีกฝ่าย
“แม่คะ ทุกอย่างราบรื่นดีค่ะ แม่ไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ เพียงแต่ว่า…”
จางจิงจิงคิดว่าเรื่องที่เกิดขึ้นกับจางจือจือวันนี้ ควรจะบอกกับหวู่เพ่ยหลานสักหน่อย ด้วยสันดานแบบนั้น ไม่สมหวังคงไม่เลิกราแน่ๆ ใครจะไปรู้ว่าจะงัดไม้เด็ดอะไรออกมาอีก บอกไว้ล่วงหน้าจะดีกว่า
"แต่อะไรเหรอ? มีเรื่องอะไรรึเปล่า?"
จางจิงจิงเล่าเรื่องพฤติกรรมของจางจือจือวันนี้ให้ฟังคร่าวๆ หวู่เพ่ยหลานฟังแล้วก็ขมวดคิ้ว ก่อนหน้านี้เธอค่อนข้างชอบจางจือจือ เห็นว่าเป็นเด็กดี เรียบร้อย น่ารัก เหมาะจะเป็นสะใภ้ แต่หลังจากที่เธอปฏิเสธเรื่องแต่งงาน ปล่อยให้จางจิงจิงมาแต่งงานแทน ความคิดที่มีต่อจางจือจือก็เปลี่ยนไป
"เธอทำดีแล้ว ไม่ว่าใครก็ไม่มีสิทธิ์มาพรากเอาสิทธิ์ในการทำงานของคนอื่นไป งานนี้เธอใช้ความสามารถตัวเองเข้ามา คนอื่นไม่เกี่ยว"
น้ำเสียงของหวู่เพ่ยหลานหนักแน่น เธอเป็นถึงหัวหน้า เวลาพูดจาเลยดูเป็นทางการและน่าเชื่อถือ
จางจิงจิงพยักหน้า "ค่ะแม่"
หวู่เพ่ยหลานพยักหน้าตอบกลับ ตอนที่เดินออกไปดูเหมือนจะลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดขึ้นว่า "จริงสิ เวลาที่ฉางชิงไม่ได้ออกปฏิบัติภารกิจที่กองทัพก็สามารถติดต่อเขาได้นะ เธอมีเบอร์โทรศัพท์ที่กองทัพของเขาไหม?"
ฉันพยักหน้า "มีค่ะ"
"อืม"
หวู่เพ่ยหลานไม่ได้พูดอะไรต่อ แล้วก็ออกไป ส่วนหญิงสาวก็เข้าใจความหมายของแม่สามีเป็นอย่างดี
ดูเหมือนว่าแม่สามีต้องการให้เธอกระชับความสัมพันธ์กับฮั่วฉางชิง พูดตามตรงเรื่องนี้หญิงสาวไม่เคยคิดมาก่อน พวกเราไม่ได้รักกันสักหน่อย ยิ่งเขาไม่อยู่บ้าน เธอยิ่งสบายใจ
ไม่เคยคิดจะติดต่อเขาเลยด้วยซ้ำ แต่ในเมื่อแม่สามีเอ่ยปากขนาดนี้ ไว้จะหาเวลาโทรหาเขาก็แล้วกัน
หลังอาหารเย็น จางจิงจิงก็พาลูกๆ เข้านอนกันหมด วันนี้เจ้าตัวเล็กแย่งนอนเบียดกับเธอ ข้างหนึ่งเป็นฮั่วเสี่ยวฉวน ข้างหนึ่งเป็นฮั่วเสี่ยวเยว่ จางจิงจิงเหลือบมองฮั่วหยุนฉีที่นอนเงียบอยู่ ไม่เห็นว่าเขาจะมีปฏิกิริยาอะไรก็เลยไม่ได้พูดอะไร
พวกเด็กๆ อยากฟังนิทานก่อนนอนอีก จางจิงจิงเล่านิทานเรื่อยเปื่อย จนเผลอหลับไปพร้อมกับเด็กทั้งสาม
เช้าวันรุ่งขึ้นตอนไปทำงาน จางจิงจิงไม่เห็นจางจือจือ ไม่รู้ว่าอายจนไม่กล้ามาหรือว่าจะมาตอนบ่าย
เที่ยงนี้เธอไม่ได้กลับบ้าน ฝากท้องไว้ที่โรงอาหารของสถานนี แต่เธอไม่รู้เลยว่าตอนนี้ต่งฮุ่ยเจวียนได้เจอกับหวู่เพ่ยหลานแล้ว และกำลังพูดเรื่องที่จางจิงจิงไปทำงานที่สถานีวิทยุ
"แม่ลูกเขย ฉันไม่รู้จะพูดยังไงดี แต่พวกคุณตามใจจิงจิงมากเกินไปแล้วนะคะ ปล่อยให้เด็กสามคนอยู่บ้าน ส่วนตัวเองกลับออกไปทำงาน แบบนี้มันถูกต้องเหรอคะ? เสี่ยวฮั่วแต่งกับหล่อนก็เพราะหวังให้ช่วยดูแลลูกๆ ไม่ใช่เหรอ? ตอนนี้แม้แต่หน้าที่หลักของตัวเองยังทำไม่ได้ พวกเราก็รู้สึกอับอายแทนเหลือเกินค่ะ"
ต่งฮุ่ยเจวียนเสแสร้งทำเป็นเป็นห่วงเป็นใยตระกูลฮั่ว หวู่เพ่ยหลานมองเห็นทุกอย่าง แต่กลับทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้
"ตอนนี้ให้คุณย่าช่วยดูแลเด็กๆ พอไหวอยู่ค่ะ"
เห็นท่าทีเฉยเมยของหวู่เพ่ยหลาน ยิ่งทำให้ต่งฮุ่ยเจวียนร้อนใจแทบแย่ หวู่เพ่ยหลานโง่หรืออย่างไร ฟังไม่ออกหรือว่าเธอหมายความว่ายังไง?
"เพ่ยหลานจ้ะ ถ้าให้ฉันพูดนะ เธอปล่อยให้จิงจิงลาออกจากงานแล้วอยู่บ้านเลี้ยงลูก ทำกับข้าวซักผ้าให้พวกเธอดีกว่า นั่นแหละถึงจะเรียกว่าทำหน้าที่ของตัวเอง หล่อนเองก็ทำได้ดีเสียด้วยสิ หล่อนเป็นแค่เด็กบ้านนอกจะไปเข้ากับคนในสถานีวิทยุได้ยังไงกัน อีกหน่อยถ้าทำให้พวกคุณขายหน้าขึ้นมาจะยุ่งกันใหญ่นะ" ต่งฮุ่ยเจวียนไม่กระมิดกระเมี้ยน พูดสิ่งที่คิดออกมาตรง ๆ
หวู่เพ่ยหลานรู้ทันความคิดของต่งฮุ่ยเจวียนแม่เลี้ยงคนนี้เป็นอย่างดี หล่อนจ้องจะกดจางจิงจิงไม่ให้มีความสุข โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือห้ามดีกว่าลูกสาวตัวเองเด็ดขาดถึงได้มาหาเรื่องถึงที่นี่
เธอไม่เข้าใจว่าเด็กสาวอุตส่าห์หางานทำได้จะไปหนักหัวใคร อีกอย่างหล่อนมาเสนอหน้าสั่งสอนตัวเอง คิดว่าเธอโง่หรือไง? คิดว่าไร้เดียงสาเหมือนสาวชาวบ้านอย่างนั้นเหรอ?
ในเมื่อตอนนี้จางจิงจิงคือลูกสะใภ้ เธอก็ต้องเข้าข้างครอบครัวตัวเองเป็นธรรมดา
"แม่สะใภ้คะ คุณนี่หวังดีกับครอบครัวเรามากเลยนะคะ เป็นห่วงเป็นใยพวกเรามากขนาดนี้ บอกว่ากลัวจิงจิงเลี้ยงหลานไม่ดี ทำไมตอนนั้นไม่ให้จือจือแต่งเข้ามาเสียเลยล่ะคะ? พวกเราก็จะได้สบายใจกันทั้งสองฝ่าย" หวู่เพ่ยหลานตอกกลับโดยไม่ต้องใช้คำหยาบคาย
ต่งฮุ่ยเจวียนถึงกับพูดไม่ออก
"เพ่ยหลาน ฉันหวังดีกับพวกคุณจริง ๆ นะ จิงจิงเป็นคนของบ้านฉันก็จริง แต่ฉันจะไม่ลำเอียง ฉันพูดอย่างที่เห็นอย่างที่เป็นอยู่ ตอนนี้หล่อนไม่มีเงินติดตัวก็ดีไปอย่าง ถ้ามีเมื่อไหร่คงเอาไปให้ครอบครัวบ้านนอกนั่นจนหมด คิด ๆ ดูแล้ว เหมือนหล่อนจะมีคนรักอยู่บ้านนอกด้วยนี่ คบกันตั้งสองปี สุดท้ายก็เลิกกัน ฉันเองก็เพิ่งมารู้ทีหลัง รู้อย่างนี้ตอนนั้นไม่ให้แต่งเข้ามาหรอก" ต่งฮุ่ยเจวียนพูดไปพลางใส่ร้ายจางจิงจิงไปพลาง หวังให้ตระกูลฮั่วดูถูกเหยียดหยาม
หวู่เพ่ยหลานได้ยินอีกฝ่ายพูดแบบนั้นก็อดไม่ได้ที่จะนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง มันเป็นเรื่องราวในอดีตของจางจิงจิงที่พวกเขาไม่เคยล่วงรู้มาก่อน
แต่การยุแยงตะแคงรั่วชั้นต่ำเช่นนี้ เธอย่อมไม่หลงกลเป็นแน่ ไม่อย่างนั้นก็คงโง่เขลาเกินไป
"พอเถอะ เรื่องที่คุณพูด ฉันเข้าใจแล้ว แต่ฉันต้องไปทำงานก่อน ว่างแล้วค่อยคุยกันใหม่นะคะ"
หวู่เพ่ยหลานไม่ได้เอ่ยปากว่าเชื่อหรือไม่เชื่อ แต่กลับทำให้ต่งฮุ่ยเจวียนร้อนรนใจยิ่งนัก
แบบนี้แล้วสรุปว่าอย่างไรกันแน่? จะกลับไปจัดการจางจิงจิง หรือว่าจะปล่อยไปแบบนี้ล่ะ?
เธออยากจะซักไซ้ให้รู้ความจริง แต่ก็รู้สึกว่าทำแบบนั้นคงไม่เหมาะสม ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง สุดท้ายก็จำต้องเก็บงำความสงสัยเอาไว้
ในเมื่อสามีไม่คิดจะจัดการเรื่องนี้ งั้นเธอย่อมต้องลงมือเอง ลูกสาวของผู้หญิงชั้นต่ำคนนั้นจะไม่มีวันได้ดีไปกว่าจือจือได้อย่างเด็ดขาด!
ส่วนจางจิงจิง ในตอนนี้ยังคงไม่รู้เลยว่าต่งฮุ่ยเจวียน ผู้หญิงหน้าไม่อายคนนี้ถึงกับวิ่งโร่ไปหาหวู่เพ่ยหลานเพื่อนินทาว่าร้ายตัวเอง
ในช่วงบ่ายขณะทำงาน จางจิงจิงบังเอิญเจอจางจือจือ ทว่าตรงกันข้ามกับที่เธอคาดการณ์ไว้ จางจือจือไม่เพียงแต่ไม่เศร้าสลดหดหู่ กลับยังดูยิ้มแย้มแจ่มใส ทำให้จางจิงจิงอดแปลกใจไม่ได้
จางจือจือเหลือบมองอีกฝ่าย ก่อนจะเบะปากอย่างลืมตัว วันนี้แม่ของเธอจะไปพบคุณนายตระกูลฮั่ว คาดว่าจางจิงจิงคงต้องเก็บข้าวของเก็บกระเป๋าแล้วล่ะ เมื่อคิดว่าต่อไปนี้ไม่ต้องมาพบเจอผู้หญิงคนนี้อีกก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกปลอดโปร่งโล่งใจ
จางจิงจิงไม่ได้สนใจเธอ คิดว่าจางจือจือคงจะมีปัญหาอะไรสักอย่าง แต่หวังลี่น่าที่อยู่ข้าง ๆ กลับดูสนใจ
"จือจือ ดูเธออารมณ์ดีนะ"
เท่าที่เธอรู้จักจางจือจือมา เมื่อวานเกิดเรื่องแบบนั้นขึ้น วันนี้จางจือจือน่าจะไม่มาทำงานด้วยซ้ำนี่