1. บทที่ 1
ในคฤหาสน์หลังใหญ่ตระกูลหลี่ ปี 1960 ‘s ภายในห้องรับแขกของบ้าน หญิงสาวท้องแก่ใกล้คลอดลูกคนที่สาม กำลังนอนเอนกายอยู่บนเก้าอี้โยกตรงริมหน้าต่างบานใหญ่
เปิดรับลมที่พัดมาจากสวนสวย ปลูกดอกไม่หายากหลากหลายสายพันธุ์ พัดพากลิ่นหอมผ่านผ้าม่าน โปร่งบางที่เปิดรับลม พาให้มันปลิวไหวน้อยๆอย่างน่ามอง
พอให้หญิงสาวท้องโตทว่า ร่างกายยังบอบบางอวบอิ่มดูสุขภาพดี นอนหลับกลางวันได้อย่างเป็สุข
ถัดมาจากหน้าต่างที่เธอนอนอยู่ไม่มากนัก มีเด็กชายสองคนวัยเก้าขวบ นั่งทำการบ้านใน่วันหยุด เฝ้ามารดาที่ท้องแก่ใกล้คลอดเต็มที
ทั้งสองนั่งอ่านหนังสือเรียน ทำการบ้านพูดคุยกันเงียบๆอย่างรู้ความ ไม่รบกวนมารดาที่อยู่ใกล้ๆ ตามคำสั่งของคุณพ่อที่ได้กำชับไว้ ั้แ่เช้าก่อนออกไปทำงาน
คฤหาสน์หลังนี้มีสมาชิกอยู่หกคน ไม่รวมแม่บ้านและคนสวน คนขับรถของบ้าน ส่วนคุณปู่คุณย่าออกไปทำธุระข้างนอกั้แ่เช้า กำลังจะกลับมาอีกไม่นานนี้
แม่บ้านสี่คนของบ้าน ต่างแบ่งหน้าที่กันทำงานไม่ไกลจากห้องที่นายหญิงน้อยของบ้าน นอนไม่ไกลกันนัก เผื่อเกิดเหตุฉุกเฉินไม่คาดคิดขึ้น คนขับรถที่บ้านมีสองคน
หนึ่งคนไปกับท่านจอมพลและนายหญิงใหญ่ อีกคนอยู่ที่บ้านและคนสวนหนึ่งคน ในบ้านหลังเล็กข้างคฤหาสน์หลังใหญ่ภายในรั้วเดียวกัน ยังมีคุณหมอ ที่นายหญิงใหญ่จ้างมาดูแลลูกสะใภ้เป็พิเศษอีกหนึ่งคน
ซ่งผู่เย่วที่ทุกคนกำลังเป็ห่วงอยู่ตอนนี้ กำลังนอนหลับลึก
ภายในความฝัน เธอฝันเห็นว่าตัวเธอเอง นอนอยู่บนเก้าอี้โยกในสวนคฤหาสน์ตระกูลหลี่
แต่รอบๆ ข้างเธอ จากที่เป็ูเาน้ำตกจำลองในสวนธรรมดาๆ กลายเป็ชั้นน้ำตกสูง เหมือนน้ำตกในป่าลึก สีน้ำเป็สีเขียวมรกต แสงแดดที่ส่องลงมายังผิวน้ำ เกิดประกายระยิบระยับดูสวยเป็พิเศษ
ข้างใต้ผิวน้ำ มีปลาหลี่สีสวย แหวกว่ายอยู่ในบึงบ่อกว้าง พื้นทางเดินที่ปูด้วยหินธรรมดา กลายเป็แผ่นหยกสีเขียวสว่างเรืองแสง ทอดยาวออกไปไกลสุดสายตา
ดอกไม้ที่จากเดิมก็สวยอยู่แล้ว แต่ตอนนี้ในความฝันของเธอ พวกมันชูช่อผลิบาน ราวกับรอต้อนรับบางสิ่งบางอย่าง ราวกับมีชีวิตอย่างร่าเริง
สวนสวยในคฤหาสน์ตระกูลหลี่ ตอนนี้กลายเป็ทุ่งดอกไม้ และูเาน้ำตกในป่าลึกไปซะแล้ว
แต่ในความรู้สึกของซ่งผู่เยว่ เธอไม่ได้รู้สึกกลัวเลยสักนิด
เธอจะกลัวได้อย่างไร สิ่งที่เห็นตรงหน้ามันช่างวิเศษขนาดนี้ มีสัตว์เล็กสัตว์น้อยน่ารักเต็มไปหมดเลย เสียงนกร้องอยู่รอบๆตัว ราวกับขับขานบทเพลงไพเราะให้เธอได้ฟังอย่างเพลิดเพลิน
ในความฝันเธอ เธอไม่ได้ลุกไปไหน ยังคงนอนเอนกายอยู่บนเก้าอี้โยกตัวเดิม
มองดูทิวทัศน์รอบตัว ฟังเสียงนกร้องอย่างสบายใจ ราวกับว่านี่คือของขวัญสุดพิเศษของเธอ
เธอเงยหน้ามองท้องฟ้าสว่างสดใสข้างหน้า เห็นจุดสีขาวเรืองรอง ลอยเข้ามาหาเธอ พอจุดนั้นเข้ามาใกล้ระยะสายตา
เธอถึงได้เห็นเป็ท่านผู้เฒ่าเคราขาวในชุดโบราณสีขาวสว่าง
เหินกายลงมา เหยียบลงพื้นหินหยกทางเดินข้างหน้าอุ้มห่อผ้าตรงเข้ามาหาเธอ เธอจึงลุกขึ้นยืนอย่างบังคับตัวเองไม่ได้และรับห่อผ้านั้นมา
จึงได้เห็นว่าเป็เด็กทารกผิวขาว ตัวอ้วนจำม่ำน่ารัก ส่งยิ้มโชว์เหงือกแดงดวงตากลมโตราวลูกองุ่นหยีลง พาให้คนยิ้มตามด้วยความเอ็นดูเด็กน้อยอารมณ์ดีในอ้อมกอดเธอ
ซ่งผู่เย่วเงยหน้ามองชายชราเคราขาวตรงหน้าที่มาถึงก็ไม่กล่าวอะไรสักคำ มาถึงก็ยัดห่อผ้าเด็กทารกให้อุ้มเสียอย่างนั้นอย่างมีคำถาม
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ขอโทษที ที่ไม่ได้กล่าวอะไรก็ยื่นเ้าเด็กน้อยนี่ให้อุ้ม นี่น่ะเป็ลูกสาวที่จะมาเกิดของเ้า จงรับไว้และดูแลให้ดี เ้าเด็กนี่น่ะเกิดมาพร้อมโชควาสนาที่มากมายนัก”
พอพูดจบก็ไม่รอให้ซ่งผู่เยว่ได้ตอบรับหรือว่าพูดอะไร เขาก็เหินกายขึ้นฟ้าหายวับไปทันที ราวกับจะไปส่งเด็กคนต่อไปไม่ทันซะอย่างนั้น
ซ่งผู่เยว่ก็ไม่ได้สนใจอะไรแล้วตอนนี้ ั้แ่ได้ยินว่านี่คือลูกสาวที่จะมาเกิดของเธอ จึงก้มลงส่งยิ้มหวานทักทายเ้าก้อนกลมตัวน้อยเสียงหวาน
“ว่ายังไงคะเ้าตัวน้อยของแม่ อยู่กับแม่นะคะ แม่จะรักและดูแลหนูให้ดีที่สุด เท่าที่แม่คนหนึ่งจะทำได้เลย ยังมีคุณพ่อ คุณปู่คุณย่า คุณตาคุณยาย หนูยังมีพี่ชายอีกสองคนด้วยนะเด็กดี”
เธอพูดพร้อมกับหมุนตัวกลับมา นั่งที่เก้าอี้โยกตัวเดิมพร้อมกับเ้าตัวน้อยในอ้อมแขน ที่ราวกับฟังคุณแม่ของเธอพูดรู้เื่ ส่งเสียงอ้อแอ้ตอบรับ พร้อมยิ้มหวานส่งให้
ซ่งผู่เย่วไม่รู้ว่าในความฝัน เวลาผ่านไปยาวนานเท่าไรแล้ว ที่ใช้เวลาหยอกล้อเล่นกับลูกสาวตัวน้อยของเธอ มารู้สึกตัวตื่นตอนที่เธอเจ็บหน่วงท้อง
เธอลืมตาตื่นขึ้นมามองรอบข้าง พร้อมขยับตัวหันมาทางโต๊ะหนังสือของลูกชาย ที่มักจะมานั่งทำการบ้านเฝ้าเธอ พอเห็นลูกชายทั้งสองยังนั่งอยู่ที่เดิมเธอจึงข่มความปวดลงแล้วส่งเสียงบอกลูกชาย
“เสี่ยวฮุ่ย ลูกไปบอกป้าฉางให้เตรียมห้องคลอดให้พร้อมที ส่วนเสี่ยวเจิน ลูกไปตามคุณหมอเสิ่นลู่จิวที่บ้านเล็กแม่จะคลอดน้องแล้ว”
พอเด็กชายทั้งสองได้ยินเสียงคุณแม่แล้ว จึงหันขวับมามองพร้อมกัน และตาโตกับสิ่งที่ได้ยิน ทั้งสองต่างออกตัววิ่งไปทำตามที่คุณแม่บอกทันที
ต่างตื่นตระหนกกลัวคุณแม่เป็อะไร เพราะตอนที่ทั้งสองหันไปมอง เห็นสีหน้าไม่ดีเลย
พอรีบร้อนบอกคนในบ้านเสร็จ หลี่เฟยฮุ้ยจึงต่อสายหาคุณพ่อที่ทำงานทันที ส่วนหลี่เฟยเจินรีบกลับไปอยู่กับคุณแม่แล้ว
“คุณพ่อ คุณแม่เจ็บท้องจะคลอดน้องแล้วครับรีบมานะครับสีหน้าคุณแม่ไม่มีเลย”
ทางด้านหลี่เฟยหรง หลังวางสายจากลูกชายคนโต เขารีบร้อนกลับบ้านทันที หวังจะกลับมาทันก่อนที่ภรรยาจะคลอด
ประจวบเหมาะกับที่ท่านจอมพลและนายหญิงใหญ่กลับมาถึงบ้าน ทันได้ยินเสียงวุ่นวายในบ้าน ทั้งสองจึงได้รีบร้อนเข้าบ้านไปด้วยความเป็ห่วงลูกสะใภ้
.........................................