‘นี่ไม่ใช่การจากลาตลอดกาล…’
เสียงแหบพร่าไร้เรี่ยวแรงดังก้องอยู่ในความมืด
‘เมื่อหมื่นทิวาราตรีผันผ่าน…ข้าจะกลับมา’
เด็กหนุ่มสะดุ้งตื่นขึ้นทันที
แสงอาทิตย์ลอดผ่านรอยแตกของแผ่นไม้เก่า กระทบดวงตาสีดำของเขา
ลมหนาวลอดผ่านผนังบ้านโทรมเข้ามากัดผิว
กลิ่นฝุ่น กลิ่นไม้เก่า และกลิ่นความจนที่ไม่ต้องใช้เวทตรวจก็รู้ได้ ลอยอยู่รอบตัว
“ที่นี่…ที่ไหนกัน?”
ความทรงจำมหาศาลไหลทะลักเข้ามา
สนามรบสีดำ
เสียงคำรามของาาปีศาจ พร้อมกองทัพนับแสน
หกผู้พิทักษ์ที่ยืนข้างเขา
เกราะที่แตก
ผ้าคลุมที่ไหม้
มือของใครบางคนที่ยังจับชายเสื้อคลุมเขาไว้จนวินาทีสุดท้าย
เสียงของใครบางคนที่ยังหัวเราะทั้งที่เืไหลเต็มปาก
วงเวทขนาดมหึมาที่แผ่คลุมท้องฟ้า
และคำพูดสุดท้ายที่เขาเอ่ยก่อนโลกทั้งใบจะกลืนหายไปในความมืด
‘จงจำเอาไว้’
‘ข้าจะกลับมา’
‘ชื่อของข้าคือ…โนเอล’
เด็กหนุ่มบนพื้นไม้เบิกตาขึ้น พลางกระเด้งตัวลุกขึ้นมา เขาเห็นตัวเองผ่านกระจกที่แตกร้าวภายในบ้าน
เด็กหนุ่มอายุราวสิบห้าสิบหกปีกำลังนั่งกึ่งนอนอยู่บนพื้นไม้เก่า
ผิวขาวซีด เส้นผมสีดำยุ่งเหยิง ใบหน้าอ่อนเยาว์เกินกว่าจะดูน่าเกรงขาม
ชุดที่สวมขาดรุ่งริ่งจนแทบไม่เหลือสภาพเสื้อผ้า
แต่ถึงอย่างนั้น หน้าตาของเ้าของร่างนี้ก็ดูดีเกินกว่าจะเป็เด็กเร่ร่อนธรรมดา
อย่างน้อย…โนเอลก็คิดเช่นนั้น
เขายันตัวลุกขึ้นช้า ๆ
ร่างกายนี้ผอมเกินไป
แขนเล็กเกินไป
เสื้อผ้าขาดเกินไป
โนเอลก้มมองมือของตนเอง
มือเล็ก ซีด และเปราะบางอย่างเห็นได้ชัด เป็มือที่ไม่เคยผ่านการต่อสู้ ไม่เคยจับอาวุธ และไม่เคยฝึกฝนศาสตร์ใด ๆ อย่างจริงจัง
เขานิ่งไปครู่หนึ่ง
แล้วหัวเราะเบา ๆ
“หึ…”
เสียงหัวเราะนั้นแหบพร่าเล็กน้อย เพราะลำคอของร่างนี้แห้งเกินไป
“ดี”
เขายกมือขึ้นปัดฝุ่นออกจากเสื้อขาด ๆ อย่างมีพิธีรีตองเกินสภาพ
“ไม่เคยคิดว่าเวทโบราณจะทำให้ข้าหวนคืนกลับมายังโลกได้จริง ๆ”
ลมหนาวพัดเข้ามาวูบหนึ่งผ่านรอยแตกของบ้านที่ผุพัง
โนเอลตัวสั่นทันที พร้อมร่ายเวทออกมาโดยอัตโนมัติด้วยความคุ้นเคย
“อบอุ่น”
ไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ลมหนาวยังคงพัดผ่านรอยแตกของแผ่นไม้ กระแทกิัของเขาเหมือนเดิม
โนเอลชะงัก
“อบอุ่น”
รอยยิ้มมั่นใจบนใบหน้าค่อย ๆ แข็งค้าง เขาเอ่ยซ้ำอีกครั้ง คราวนี้ตั้งใจลากวงจรเวทตามสัญชาตญาณเก่า
แต่ผลลัพธ์กลับว่างเปล่า
ไม่มีวงเวท
ไม่มีประกายมานา
ดวงตาของจอมเวทอันดับหนึ่งแห่งยุคค่อย ๆ เบิกกว้าง
เขาลองเปลี่ยนคาถา
“แสงไฟ”
ไม่มีแสง
“ผนึกอุณหภูมิ”
ไม่มีผนึก
“ประกายเพลิงชั้นต่ำสุด”
ไม่มีแม้แต่ควัน
โนเอลค่อย ๆ ลดมือลง
ความหนาวยังอยู่ตรงนั้น
แต่สิ่งที่เย็นกว่านั้น คือความว่างเปล่าภายในร่าง
ไม่มีมานา
ไม่มีแม้แต่หยดเดียว
“…ใช้เวทไม่ได้?”
โนเอลสรุปออกมา สำหรับจอมเวท นั่นไม่ต่างจากนักดาบที่ตื่นขึ้นมาแล้วพบว่ามือทั้งสองข้างหายไป
“ไม่สิ…ข้าไม่ได้แค่ใช้เวทไม่ได้”
เขาขมวดคิ้ว
“ข้าััมานาในร่างนี้ไม่ได้แม้แต่เศษเสี้ยวเดียว”
ต่อให้เป็ผู้ไร้พร์ที่สุด อย่างน้อยในร่างก็ควรมีเศษเสี้ยวมานาหลงเหลืออยู่บ้าง
แต่ร่างนี้ไม่มี
ว่างเปล่าจนผิดธรรมชาติ
“ชีวิตใหม่ของข้าเริ่มต้นด้วยการถูกอากาศดูิ่”
ท้องของเขาร้องดังขึ้นทันที
โครกก…
โนเอลก้มมองท้องตนเอง
“และถูกท้องของตัวเองก่อฏ”
เขาหลับตาลง สูดลมหายใจลึก แล้วเริ่มตรวจสอบร่างกายนี้อย่างจริงจังอีกครั้ง
ไม่มีแก่นมานา
ไม่มีเส้นทางมานา
ไม่มีแม้แต่ประกายต่ำสุดที่เด็กฝึกเวทควรมี
นอกจากความหิว ความหนาว และแขนขาที่ดูไม่น่าเอาชนะลมฤดูหนาวได้ โนเอลยังไม่พบสิ่งใดที่ควรเรียกว่าความหวัง
เขาถอนหายใจ แล้วกวาดตามองบ้านไม้โทรมรอบตัว
“ก่อนอื่น ต้องรู้ให้ได้ว่าข้าถูกโยนมาไว้ที่ไหน”
โนเอลลุกขึ้น เดินไปยังประตูไม้ที่เอียงจนแทบหลุดจากบานพับ
มันเป็ประตูเก่า ๆ ที่สภาพย่ำแย่พอจะทำให้คนมองสงสัยว่า สิ่งที่ยึดมันไว้กับบ้านคือบานพับ หรือน้ำใจของไม้ผุ
โนเอลวางมือลงบนบานประตู ตั้งใจเพียงผลักออกไปเบา ๆ เพื่อดูโลกด้านนอก
ปัง!
ประตูทั้งบานหลุดออกจากกรอบ กระเด็นออกไปนอกบ้าน แล้วล้มฟาดพื้นดังสนั่น
ฝุ่นฟุ้งขึ้นเป็ก้อน
“…”
สามลมหายใจผ่านไป
“ข้าผลักเบาแล้วนะ”
‘เป็เพราะประตูมันแก่จนหมดอายุขัย หรือร่างนี้มีบางอย่างไม่ปกติกันแน่?’
ถ้าประตูยังมีชีวิตอยู่ มันคงอยากประท้วงว่านี่ไม่ใช่การเปิด นี่คือการฆาตกรรม
โนเอลยกมือขึ้น ขยับนิ้วช้า ๆ
‘ไม่มีมานา แต่แรงกายสูงผิดปกติ…’
‘ร่างนี้อาจมีความลับบางอย่างซ่อนอยู่’
โนเอลก้าวออกจากบ้านไม้โทรม
ด้านนอกคือทุ่งนากว้าง แสงเช้าสีซีดทอดผ่านหมอกบาง บ้านหลังเล็กตั้งอยู่โดดเดี่ยวริมทางเก่า ใกล้กันมีรอยเท้าแห้ง ๆ และเศษฟางที่บอกว่าที่นี่อาจเคยมีคนอยู่ แต่ตอนนี้ไม่มีใครเหลือแล้ว
เขาหันมองรอบตัว
โลกยังมีท้องฟ้า
ยังมีลม
ยังมีกลิ่นดิน
ไกลออกไปสุดสายตา เหนือแนวทุ่งนาและถนนดินคดเคี้ยว เขามองเห็นกำแพงเมืองสีหม่นตั้งอยู่ลิบ ๆ ท่ามกลางหมอกเช้า
จากระยะนี้ เมืองนั้นดูเล็กเท่าฝ่ามือ
แต่สำหรับคนที่เพิ่งตื่นขึ้นมาในบ้านไม้ผุ ใช้เวทไม่ได้ หนาว หิว และเพิ่งฆาตกรรมประตูไปหนึ่งบานโดยไม่ตั้งใจ มันคือเบาะแสแรกที่พอจะเรียกว่าความหวังได้
โนเอลกอดอกทั้งที่ยังหนาว
“อันดับแรก ต้องไปที่เมืองนั่น”
เขาเหลือบมองท้องที่ร้องประท้วง
“อันดับสอง ต้องหาอาหาร”
เขาหยุดคิด
“ไม่สิ…ถ้าแจ้งให้โลกทราบว่าข้ากลับมาแล้ว อาหารก็น่าจะมาหาข้าเอง”
โนเอลพยักหน้าอย่างมั่นใจ
“แผนนี้สมบูรณ์แบบ”
เมืองลินด์เดลตั้งอยู่ไม่ไกลจากทุ่งนา เป็เมืองเกษตรขนาดกลางที่กลิ่นดินชื้น กลิ่นข้าวใหม่ และกลิ่นขนมปังอบจากร้านเล็ก ๆ ลอยปะปนกันไปตามถนนหิน
สำหรับคนธรรมดา เมืองนี้คงดูสงบ เรียบง่าย และอบอุ่น
สำหรับโนเอล มันดูเหมือนเมืองที่ยังไม่รู้ว่าควรเตรียมพิธีต้อนรับเขาอย่างไร
เขาเดินผ่านประตูเมืองด้วยสภาพเด็กเร่ร่อนที่ไม่มีใครคิดจะถามค่าผ่านทาง ยามหน้าประตูเพียงเหลือบมองเขาแล้วโบกมือให้ผ่านไปอย่างเบื่อหน่าย
โนเอลเหลือบมองยามคนนั้นกลับไปครู่หนึ่ง
‘เพิ่งกลับมาในร่างใหม่ จะไม่มีใครจำข้าได้ก็ไม่แปลก’
เขาพยักหน้ากับตัวเองอย่างใจกว้าง
‘ข้าจะยังไม่ถือสา’
จากนั้นจึงพยายามจำหน้ายามเฝ้าประตูไร้มารยาทไว้ในบัญชีเล็ก ๆ ภายในใจอย่างเงียบ ๆ
ระหว่างทางไปยังสมาคม โนเอลเห็นแผ่นประกาศสีซีดติดอยู่บนกำแพงหินหลายจุด
บนกระดาษมีภาพวาดของเด็กหนุ่มผู้หนึ่งในชุดพิธีการหรูหรา
ตัวอักษรด้านล่างเขียนว่า
‘สิบห้าปีแห่งการกลับมาของตำนาน’
โนเอลหยุดเท้า
เด็กหนุ่มในภาพวาดสวมชุดพิธีการหรูหรา หน้าตาดีเอาการ แม้จะยังห่างไกลจากความสมบูรณ์แบบของเขาอยู่หลายขั้น
“หืม…”
โนเอลหรี่ตา
“ตำนานไหนกลับมาั้แ่สิบห้าปีก่อนกัน?”
เขาจำคำถามนั้นไว้ในใจ ก่อนเดินต่อไปยังสมาคม
“ดี ไปถามคนข้างในก็ได้”
เดินต่อมาอีกไม่ไกลมากนัก บริเวณใจกลางเมือง มีรูปปั้นหินขนาดใหญ่ตั้งอยู่กลางลาน
รูปปั้นของชายหนุ่มในชุดจอมเวท เสื้อคลุมยาวปลิวไหวในจังหวะที่ช่างปั้นพยายามทำให้ดูสง่างาม มือข้างหนึ่งถือคทา อีกข้างยกขึ้นราวกับกำลังออกคำสั่งให้โลกทั้งใบสงบลง
ใต้รูปปั้นมีป้ายหินสลักตัวอักษรเก่า
โนเอล ผู้กอบกู้โลก
มุมปากของโนเอลยกขึ้นทันที
“หืม”
เขาเดินวนรอบรูปปั้นหนึ่งรอบ มองจากด้านหน้า ด้านข้าง และด้านหลังด้วยสายตาของเ้าของผลงานที่กำลังตรวจงานศิลป์
เขาหัวเราะเบาๆ อยู่ครู่หนึ่ง
แต่เมื่อมองชื่อบนฐานหินอีกครั้ง รอยยิ้มของโนเอลก็ค่อย ๆ จางลงเล็กน้อย
ชื่อของเขายังอยู่ รูปปั้นของเขายังอยู่ เื่ราวของเขายังอยู่
เพียงแต่ไม่มีใครตรงนี้รู้เลยว่าเ้าของชื่อนั้นกำลังยืนอยู่ใต้เงารูปปั้นด้วยเท้าเปล่าและท้องว่าง
“โลกยังคงจดจำข้า…”
เขาพึมพำ
“แค่จำในรูปแบบที่ข้าแตะต้องไม่ได้สินะ”
โนเอลนิ่งไปครู่หนึ่ง
แล้วเสียงหัวเราะจากในอาคารสมาคมก็ดังลอดออกมา
เขาหันไปมองประตูไม้กว้างที่เปิดอยู่
ที่นั่นคือสถานที่ที่เขาเคยวางรากฐานไว้
ที่นั่นควรเป็จุดที่โลกยอมรับการกลับมาของเขา
หรืออย่างน้อยก็ควรมีคนเลี้ยงอาหาร
โนเอลยืดหลังขึ้น
ปัดฝุ่นออกจากเสื้อขาด ๆ อีกครั้ง
สูดลมหายใจลึก
แล้วผลักประตูสมาคมเข้าไป
เสียงในสมาคมลดลงเล็กน้อยเมื่อเด็กผอมซีดในชุดซอมซ่อเดินเข้ามากลางโถง
นักผจญภัยหลายคนหันมองเขา
บางคนมองเพราะสงสัย
บางคนมองเพราะกลิ่นฝุ่นจากตัวเขาปะทะจมูก
บางคนเพียงมองแล้วหันกลับไปดื่มต่อ เพราะในโลกนี้เด็กประหลาดไม่ได้หายากเท่าสัตว์อสูรระดับสูง
โนเอลเดินตรงไปกลางห้อง
เขายืดหลัง
เชิดหน้า
กางแขนออกเล็กน้อยอย่างคนที่เคยยืนอยู่หน้ากองทัพทั้งหกอาณาจักร
แล้วประกาศด้วยน้ำเสียงที่มั่นใจเกินสภาพร่างกายอย่างชัดเจน
“จงฟังให้ดี!”
เสียงในสมาคมหยุดลงอีกครั้ง
โนเอลยิ้ม
“ข้า โนเอล กลับมาแล้ว!”
ความเงียบปกคลุมโถงสมาคม
หนึ่งลมหายใจ
สองลมหายใจ
สามลมหายใจ
จากนั้นเสียงหัวเราะเบา ๆ ก็ดังขึ้นจากมุมหนึ่ง
“อีกคนแล้วหรือ?”
“เดือนนี้คนที่สามแล้วมั้ง”
“เดี๋ยวนี้เด็กเล่นเป็ท่านโนเอลกันเยอะจริง”
“อย่างน้อยคนนี้ก็กล้าดี สภาพเหมือนโดนกวาดออกจากกองฟาง แต่ประกาศตัวเหมือนาา”
เสียงหัวเราะกระจายไปทั่วโถง
โนเอลยิ้มค้าง
เขากวาดตามองผู้คนรอบตัวด้วยความไม่เข้าใจ
‘ทำไมถึงไม่มีใครแสดงท่าทางอะไรเลย?’
‘จอมเวทผู้กอบกู้โลกอันดับหนึ่งกลับมาเชียวนะ’
เขาเหลือบมองนักผจญภัยที่กลับไปยกแก้วดื่มต่อเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
‘อย่างน้อยควรมีสักคนทำถ้วยหลุดมือ หรือคุกเข่าด้วยความซาบซึ้งบ้างสิ’
หญิงสาวพนักงานสมาคมคนหนึ่งเดินเข้ามาหาเขาด้วยสีหน้าฝืนยิ้มแบบคนที่พบปัญหาเดิมมาแล้วหลายครั้ง
“น้องชาย ถ้าอยากสมัครเป็นักผจญภัย ไปลงทะเบียนโต๊ะด้านซ้ายนะจ๊ะ”
นางยิ้มอย่างอดทน
“แต่ถ้าอยากเล่นเป็ท่านโนเอล แนะนำให้ไปเล่นหน้ารูปปั้น ตรงนั้นเหมาะกว่า”
โนเอลหันไปมองนาง
“เล่น?”
เขาชี้ตัวเอง
“เ้าคิดว่าข้าเล่นเป็ตัวเอง?”
พนักงานสาวนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนยิ้มอ่อนกว่าเดิม
“อาการหนักกว่าที่คิดอีก”
เสียงหัวเราะดังขึ้นอีกรอบ
โนเอลสูดลมหายใจลึก
เขาบอกตัวเองว่าเพิ่งกลับมาในร่างใหม่ ผู้คนอาจไม่รู้ว่าเขาคือใคร จึงแสดงออกไม่ถูก
หรือไม่ก็โง่
ส่วนใหญ่คงเป็ข้อหลัง
เขากำลังจะอธิบายความยิ่งใหญ่ของตนเองด้วยประโยคที่ควรได้รับการจารึกลงหิน แต่ยังไม่ทันเริ่ม เสียงหนัก ๆ ก็ดังขึ้นจากชั้นบน
“ใครมาเอะอะในสมาคมของข้า?”
บันไดไม้ส่งเสียงดังตามน้ำหนักของชายร่างใหญ่ที่เดินลงมา
เขาเป็ชายวัยกลางคนรูปร่างกำยำ หนวดเครารกเล็กน้อย ดวงตาเหมือนคนที่เคยผ่านทั้งสนามรบ บัญชีค้างจ่าย และเด็กป่วนสมาคมมาแล้วมากเกินไป
หัวหน้าสมาคมนักผจญภัยประจำลินด์เดล
ชายคนนั้นหยุดมองโนเอลั้แ่หัวจรดเท้า
เสื้อขาด
ผมยุ่ง
เท้าเปล่าเปื้อนฝุ่น
ใบหน้าผอมซีด
ท่าทางมั่นใจเกินเหตุ
หัวหน้าสมาคมถอนหายใจ
“อีกแล้วรึ”
โนเอลขมวดคิ้ว
“อีกแล้ว?”
“เด็กที่อ้างว่าตัวเองเป็ท่านโนเอลน่ะ”
หัวหน้าสมาคมเดินลงมาถึงชั้นล่าง
“่นี้มีบ่อยเกินไปแล้วนะ”
โนเอลจ้องเขา
“ข้าไม่ได้อ้าง”
เขายกมือแตะอกตนเองอย่างสง่างาม
“ข้าคือโนเอล จอมเวทผู้สร้างผนึกทั้งหก ผู้กอบกู้โลก ผู้—”
“พอ”
หัวหน้าสมาคมยกมือขึ้นห้าม
“บทพูดยาวกว่าคนก่อนอีก”
นักผจญภัยหลายคนหัวเราะดังขึ้น
โนเอลคิ้วกระตุก
“เ้ารู้หรือไม่ว่ากำลังพูดกับใคร?”
หัวหน้าสมาคมกอดอก
“รู้สิ”
โนเอลยิ้มบาง
“ดี อย่างน้อยยังมีคนมีตา—”
“เด็กเร่ร่อนที่หิวจัดจนเพ้อว่าตัวเองเป็ตำนาน แล้วจะมาขอข้าวกินฟรี”
รอยยิ้มของโนเอลหยุดนิ่ง
หัวหน้าสมาคมเดินเข้ามาใกล้
“ฟังนะ เ้าหนู สมาคมของข้าไม่ใช่ที่ให้เด็กมาเล่นละคร”
หัวหน้าสมาคมชี้นิ้วออกไปทางประตู
“ถ้าอยากเล่นเป็ท่านโนเอล ก็ไปหาสมาคมการละคร”
หัวหน้าสมาคมกวาดตามองสภาพเขา
“หรืออย่างน้อยก็อาบน้ำก่อน อย่าให้คนคิดว่าตำนานกลับมาเพื่อขโมยขนมปังบนโต๊ะ”
เสียงหัวเราะดังครืนขึ้นรอบสมาคม
โนเอลชะงัก
“ข้าไม่ได้แสดงละคร”
น้ำเสียงของเขาต่ำลงเล็กน้อย
“ข้าคือโนเอลจริง ๆ”
ความเงียบแผ่ลงมาชั่วขณะ
แล้วหัวหน้าสมาคมก็ถอนหายใจยาว
ครั้งนี้ไม่ใช่ถอนหายใจเพราะเหนื่อยหน่าย
แต่เป็ถอนหายใจของคนที่ความอดทนเริ่มร่อยหรอ
“พอ”
เขากดเสียงต่ำ
“ข้าเจอเด็กเพ้อฝันมาเยอะ แต่พวกที่ยืนยันหน้าตายจนก่อเื่วุ่นวายในสมาคม ข้าไม่คิดจะปล่อยไว้นาน”
เขาชี้นิ้วลงพื้นตรงหน้าโนเอล
“ท่านโนเอลน่ะ กลับมาั้แ่สิบห้าปีก่อนแล้วโว้ย”
ทั้งสมาคมเงียบลงเล็กน้อย
ไม่ใช่เพราะใ
แต่เพราะสำหรับคนในห้อง เื่นี้เป็ความจริงทั่วไปที่เด็กยังรู้
มีเพียงโนเอลคนเดียวที่นิ่งไป
“สิบห้า…”
เขาพึมพำ
“ปีก่อน?”
หัวหน้าสมาคมชี้ไปที่ประตู
“ใช่ ดังนั้นเลิกเล่นได้แล้ว ออกไปหาข้าวกินหรือหางานทำซะ ถ้าอยากสมัครเป็นักผจญภัยก็ไปอาบน้ำก่อน”
โนเอลไม่ตอบ
ในหัวเขา เสียงของหัวหน้าสมาคมวนซ้ำอีกครั้ง
ท่านโนเอลกลับมาั้แ่สิบห้าปีก่อนแล้ว
ท่านโนเอล
กลับมาแล้ว
สิบห้าปีก่อน
โนเอลรู้สึกเหมือนความหนาวในบ้านไม้เมื่อเช้าย้อนกลับมาอีกครั้ง
แต่คราวนี้มันไม่ได้กัดิั
มันกัดเข้าไปที่ชื่อของเขา
ชื่อที่เขาทิ้งไว้กับโลกก่อนตาย
ชื่อที่ควรถูกจดจำในฐานะของเขาเพียงคนเดียว
เขาค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น
“ใคร?”
หัวหน้าสมาคมขมวดคิ้ว
“อะไร?”
“คนที่พวกเ้าเรียกว่าท่านโนเอล”
เสียงของโนเอลต่ำลงเล็กน้อย
“มันเป็ใคร?”
บรรยากาศในสมาคมเปลี่ยนไปเล็กน้อย
นักผจญภัยบางคนหยุดหัวเราะ
หัวหน้าสมาคมมองเด็กตรงหน้าใหม่อีกครั้ง
ชั่วขณะหนึ่ง เขารู้สึกว่าดวงตาดำสนิทของเด็กผอมซีดคนนี้ไม่เหมือนเด็กเพ้อฝันทั่วไป
มันเย็น
ลึก
และน่ารำคาญอย่างบอกไม่ถูก
แต่ความรู้สึกนั้นเกิดขึ้นเพียงเสี้ยววินาที ก่อนหัวหน้าสมาคมจะสรุปว่าเขาคงนอนน้อย
หัวหน้าสมาคมก้าวเข้ามาใกล้ ดวงตาแข็งขึ้น
“เ้าอยากหิว อยากเพ้อ หรืออยากได้ข้าวฟรี ข้าไม่ว่า”
เขาชี้ออกไปยังรูปปั้นหน้าสมาคม
“แต่ชื่อท่านโนเอลไม่ใช่ของเล่นให้เด็กเร่ร่อนเอามาเรียกเสียงหัวเราะ”
“คนอย่างท่านช่วยโลกไว้ ไม่ใช่ให้ใครเอาชื่อนั้นมาใช้แลกข้าว”
โนเอลนิ่งไป
“ชื่อ…แลกข้าว?”
“ใช่”
หัวหน้าสมาคมคว้าคอเสื้อเขา
“ออกไป”
“เฮ้ย เ้าทำอะไร—”
โนเอลยังพูดไม่ทันจบ
ร่างของเขาก็ถูกยกขึ้นเหมือนลูกแมวผอม ๆ ตัวหนึ่ง และโยนเขากระแทกประตูออกไปอย่างชำนาญ
โครม!
โนเอลกลิ้งไปบนถนนหน้าสมาคม ฝุ่นฟุ้งขึ้นรอบตัว
รองเท้าข้างหนึ่งที่เขาไม่รู้ว่าหลุดมาจากไหน กระเด็นไปตกข้างถังไม้
ประตูสมาคมปิดลงตามหลัง
ปัง!
เสียงหัวหน้าสมาคมดังลอดออกมาจากด้านใน
“ใครจะเล่นเป็ท่านโนเอลอีก ไปเล่นไกล ๆ สมาคมข้า!”
เสียงหัวเราะดังตามมา
โนเอลนอนหงายอยู่กลางถนน
ฝุ่นเต็มปาก
ท้องร้อง
แต่ร่างกายกลับไม่เจ็บ
ไม่แม้แต่น้อย
‘โดนโยนขนาดนั้น แต่กระดูกไม่ะเืเลยหรือ…’
ศักดิ์ศรีกระเด็นไปพร้อมรองเท้าข้างหนึ่ง
แต่ร่างกายนี้กลับยังเงียบสนิทเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ตามปกติเขาควรด่า
ควรลุกขึ้นไปถีบประตูสมาคมคืน
หรืออย่างน้อยควรประกาศว่าคนทั้งห้องตาบอดและไร้รสนิยม
แต่ครั้งนี้ เขานิ่ง
เพราะประโยคนั้นยังค้างอยู่ในหู
‘ท่านโนเอลน่ะ กลับมาั้แ่สิบห้าปีก่อนแล้วโว้ย’
ลมเย็นพัดผ่านถนน
ผู้คนเดินผ่าน มองเด็กผอมซีดที่นอนอยู่บนพื้นด้วยความสงสารบ้าง ขบขันบ้าง แล้วก็เดินต่อไป
โนเอลค่อย ๆ ยกมือขึ้นปิดตา
เขาหัวเราะเบา ๆ
“ฮะ…”
เสียงหัวเราะนั้นแห้งกว่าที่ควรเป็
“ข้าตื่นขึ้นมาในร่างที่ใช้เวทไม่ได้”
เขาลดมือลง เผยดวงตาดำสนิทที่เย็นลงอย่างชัดเจน
“ถูกโยนออกมาจากสมาคมที่ข้าก่อตั้ง”
มุมปากของเขาค่อย ๆ ยกขึ้น
“และตอนนี้…”
เขามองท้องฟ้าเหนือเมืองลินด์เดล
“มีคนแอบอ้างว่าเป็ข้า ทั้งที่ข้าอยู่ตรงนี้”
เสียงรอบตัวค่อย ๆ เบาลงในความรู้สึกของโนเอล
เหลือเพียงลมหายใจของเขา
และชื่อหนึ่งที่ถูกโลก่ชิงไป
“ท่านโนเอล…”
เขาทวนคำนั้นช้า ๆ
ครั้งแรกเต็มไปด้วยความสงสัย
ครั้งที่สองเต็มไปด้วยความไม่พอใจ
ครั้งที่สามเต็มไปด้วยรอยยิ้ม
เป็รอยยิ้มที่ไม่ขำเลยแม้แต่น้อย
“ดี”
โนเอลค่อย ๆ ยันตัวลุกขึ้นจากพื้น
ปัดฝุ่นออกจากเสื้อขาด ๆ ด้วยท่าทางเหมือนกำลังปัดความอัปยศออกจากบัลลังก์
“ข้าอยากรู้แล้วสิ”
เขาหันกลับไปมองรูปปั้นของตนเองหน้าสมาคม
รูปปั้นยังยืนสง่างาม
แต่ตัวจริงยืนอยู่ใต้รูปปั้นนั้นด้วยสภาพเหมือนเด็กที่เพิ่งแพ้การต่อสู้กับถนน
โนเอลแสยะยิ้ม
“ใครกัน…”
เสียงของเขาเบาลง โทนเสียงเย็นกว่าลมหนาวในเช้าวันนั้น
“ที่กล้าใช้ชื่อข้า”
เด็กหนุ่มผอมซีดเดินออกจากหน้าสมาคมไปอย่างช้า ๆ
เงาของรูปปั้นทอดยาวอยู่ด้านหลังเขา
ไม่มีใครในลินด์เดลรู้เลยว่า ตำนานตัวจริงเพิ่งถูกโยนออกจากสมาคมของตนเอง
และไม่มีใครรู้เลยว่า…
นับจากวินาทีนั้น
โนเอลไม่ได้กลับมาเพื่อให้โลกรำลึกถึงเขาอีกต่อไป
เขากลับมาเพื่อทวงชื่อของตนคืน
------
ระหว่างที่เขาเดินจากไป กระดาษประกาศแผ่นหนึ่งหลุดจากกำแพง ปลิวมาติดปลายเท้า
บนกระดาษนั้นมีเพียงประโยคเดียวที่ทำให้เขาหยุดเดิน
‘ผู้แอบอ้างนามท่านโนเอล จะถูกลงโทษตามกฎแห่ง์’