หลังได้ฟังที่หนิงฮวาพูดกับพ่อบ้าน ฉินลู่หลินก็หันไปลอบมองหน้าลูกสาวของตนอย่างตื่นตระหนก เพราะของบางอย่างที่เคยเป็ของเจียวเหม่ย ถูกเธอแอบเอาไปเก็บไว้เองไม่ให้ใครรู้
เนื่องจากหนิงฮวามัวแต่โศกเศร้าเสียใจเื่มารดา จึงไม่ได้สนใจเครื่องประดับหรือของมีค่าที่เคยอยู่ในห้องแต่งตัวของเจียวเหม่ย เพราะเธอคิดว่าพ่อคงเก็บของพวกนั้นไว้ให้เธออยู่แล้ว
แต่ความจริงคือเขาแค่ขนย้ายเสื้อผ้าและของใช้เจียวเหม่ยออกไป ส่วนเครื่องประดับต่าง ๆ ที่อยู่ในนั้นก็ยังเอาไว้ที่เดิม เผื่อตอนที่รับฉินลู่หลินเข้ามาแล้วเอาไว้ให้เธอใส่ตอนออกงานกับเขา
หนิงฮวาเดินขึ้นไปบนห้องทำงานของแม่เธอ แล้วเปิดตู้เซฟที่แม่เธอใช้เก็บของทันที ดีที่แม่ของเธอเปลี่ยนรหัสผ่านและแจ้งทนายไว้ในวันที่ทนายมาทำพินัยใหม่ให้กับเธอ ไม่เช่นนั้นคงถูกเฉิงเจี๋ยเปิดค้นดูไปแล้วแน่ ๆ
ในตู้เซฟมีเอกสารโฉนดที่ดินในชื่อของแม่เธออยู่หลายสิบใบ และเอกสารใบเสร็จและใบประกันของมีค่าต่าง ๆ ในชื่อของเจียวเหม่ย รวมทั้งเครื่องเพชรมูลค่ากว่าสิบล้านอยู่สามสี่ชุดที่เจียวเหม่ยเก็บไว้ในนี้
หนิงฮวายื่นใบเสร็จ ใบประกันของสินค้าที่มีมูลค่าสูงต่าง ๆ พร้อมกับเครื่องเพชรให้ทนายตรวจสอบ รวมทั้งสั่งให้พ่อบ้านส่งคนไปหาเครื่องเพชร เครื่องประดับ ชิ้นที่เหลือมาให้ครบอีกด้วย
ฉินลู่หลินหน้าซีดเผือด เมื่อรู้ว่านังลูกเลี้ยงบ้านี่ คิดจะเอาของทุกอย่างที่เจียวเหม่ยทิ้งไว้ไป
‘ของพวกนั้นมันเป็ของเธอแล้ว เธอคือแม่ใหม่ของมัน ทำไมมันยังมายุ่งกับของพวกนี้อีก นังเด็กเวรนี่ทำไมไม่ตาย ๆ ไปซะ ฟื้นขึ้นมาสร้างความหายนะให้เธอทำไมกัน’ ฉินลู่หลินคิดอย่างเห็นแก่ตัว เธอกำมือแน่นเพื่อระงับอารมณ์ริษยาและมองหนิงฮวาอย่างเคียดแค้น
‘เธอเป็เมียเก็บเฉิงเจี๋ยอยู่เงียบ ๆ มาตั้งนาน ทำไมนังเจียวเหม่ยถึงได้เชิดหน้าชูคอมีพร้อมทุกอย่างมากกว่าเธอ ทั้งที่เธอก็เป็เมียเฉิงเจี๋ยเหมือนกัน พอมันตายแล้ว เธอก็ควรได้ของทุกอย่างที่เป็ของเจียวเหม่ยสิ นังเด็กเวรนี่มันจะมาเอาไปได้ยังไง’
หลังจากหนิงฮวาแบ่งคนไปหาของทั้งหมดของแม่เธอเรียบร้อยแล้วเธอก็กลับออกมาจากห้องทำงานของแม่ เพื่อไปเอาของที่ห้องตัวเอง
แต่เมื่อกำลังจะเปิดประตูก็มีเสียงหนิงอ้ายตะคอกขึ้นมา
“พี่สาวจะทำอะไร!!! ห้องนี้ฉันย้ายเข้ามาอยู่แล้วนะคะ พอดีฉันสุขภาพไม่ค่อยดี เลยย้ายมาห้องที่มันสะดวกสบายกว่าห้องเดิมในตอนที่พี่เข้าโรงพยาบาลอยู่ ถ้าพี่อยากได้ของที่เคยอยู่ในห้องของพี่ ฉันให้คนเก็บไปไว้ที่ห้องรับแขกเล็กด้านล่างแล้วค่ะ”หนิงอ้ายพูดเสียงดังอย่างไม่เกรงใจใคร
เธอย้ายของของเธอเข้ามาหมดแล้ว ของตกแต่งห้องนี้เป็ของที่เจียวเหม่ยตั้งใจซื้อมาตกแต่งให้ลูกสาวของตน ดังนั้นยังมีของหลาย ๆ ชิ้นที่หนิงอ้ายยังเก็บไว้ใช้อยู่ เธอกลัวว่าถ้าหนิงฮวาเปิดไปเจอจะจำได้แล้วเอาคืนไปหมด แค่ชุดแจกัน ชุดน้ำชาในห้องนั้น ก็ราคาหลายล้านแล้วถึงเธอจะอยากได้แต่เฉิงเจี๋ยไม่มีทางซื้อให้เธอใหม่แน่ เธอจึงขโมยของหนิงฮวามาเป็ของตัวเอง
“พ่อบ้าน เอากุญแจมาเปิดประตู” หนิงฮวาเอ่ยสั่งเสียงเย็น เธอไม่สนใจในคำพูดของหนิงอ้ายที่ยืนขวางประตูอยู่แม้แต่น้อย
“สักครู่ครับคุณหนู” พ่อบ้านลู่รับคำสั่งก่อนจะเดินไปหยิบกุญแจ
พ่อบ้านลู่เป็คนที่เจียวเหม่ยช่วยเหลือเมื่อตอนที่พ่อแม่ของเขาไม่สบาย เธอจ่ายค่ารักษาให้จนพวกท่านหายดี พ่อบ้านลู่จึงเคารพเจียวเหม่ยและหนิงฮวาอยู่มาก
เมื่อพ่อบ้านลู่ไขประตูให้แล้ว หนิงฮวาก็เดินเข้ามาในห้องที่เคยเป็ของตัวเอง ห้องที่เธออยู่มาั้แ่เด็ก ห้องที่เคยใช้นอนคุยกันกับคุณแม่ ห้องที่คุณแม่ตกแต่งให้ด้วยความรัก
แต่ตอนนี้ถูกเปลี่ยนผ้าปูเตียง ผ้าม่านและสีของห้องจนแทบไม่เหลือเค้าเดิม กลิ่นอายที่เคยอบอุ่นหายไปหมดแล้วหนิงฮวากำมือแน่น
‘ความรู้สึกที่ตกค้าง ช่างยากจะกำจัดยิ่งนัก’ หญิงสาวคิดเมื่อความเคียดแค้นในตัวสองแม่ลูกผุดขึ้นมาในจิตใจ
“พี่สาวจะมาบุกรุกห้องฉันแบบนี้ไม่ได้นะคะ ถ้าพ่อรู้ต้องโมโหแน่” หนิงอ้ายร้อนรน เมื่อเห็นหนิงฮวาเดินเข้ามาในห้อง เธอรีบยกบิดามาข่มขู่และเดินไปยืนกางแขนขวางทางหนิงฮวาไว้
หนิงฮวามองไปรอบ ๆ เดินไปยังชุดน้ำชาและของตกแต่งอื่น ๆ ที่แม่ของเธอเคยซื้อให้เธอ แต่ตอนนี้กลับถูกคนอื่นเอามาใช้ตามใจชอบ
“เธอใช้ของพวกนี้? ”หนิงฮวาหันไปมองน้องสาวต่างแม่อย่างเ็า
“คุณพ่ออนุญาตแล้วค่ะ บอกว่าฉันสามารถใช้ได้” หนิงอ้ายอ้างชื่อเฉิงเจี๋ยอย่างถือดี
“ไม่ว่าใครหน้าไหน ก็ไม่มีสิทธิ์แตะต้องของของฉัน จำเอาไว้” หนิงฮวากล่าวจบก็เดินไปหยิบถ้วยชาที่หนิงอ้ายเอามาใช้อย่างถือวิสาสะไว้ในมือ พร้อมทั้งโยนมันลงพื้นอย่างแรง
จากนั้นเธอก็เดินช้า ๆ ไปหยิบของที่เคยเป็ของเธอทีละชิ้นทีละชิ้น ทั้งของที่เธอเลือกเอง และที่แม่เลือกให้ เธอจับทุกชิ้นโยนลงพื้น โดยใส่พลังปราณลงไปด้วย ในแต่ละครั้งที่เธอโยนของตกกระทบพื้น ของสิ่งนั้นจะแตกละเอียดไม่มีชิ้นดี ไม่ว่าจะใหญ่หรือเล็ก แข็งแรงแค่ไหน เธอก็ทำลายมันเป็เสี่ยง ๆ ได้ในทันที
ทุกคนที่เห็นเหตุการณ์ต่างมีสีหน้าไม่สู้ดี ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้ร่างงามที่ตอนนี้กำลังเดินเรียบเรื่อย หยิบของชิ้นนั้นทีชิ้นนี้ทีแล้วโยนมันเหมือนไม่ออกแรง แต่ของมีค่าเ่าั้กลับแตกเป็เสี่ยงๆ อย่างน่าเหลือเชื่อสักคน
หนิงอ้ายอ้าปากค้าง ไม่คิดว่าหนิงฮวาจะใจกล้าทำลายของราคาแพงเหล่านี้ อย่างมากเธอคิดว่าหนิงฮวาคงด่าทอและแย่งคืน และเพียงแค่เธอบอกพ่อว่าอยากได้ของของหนิงฮวา ยังไงพ่อของเธอก็เอามันมาให้เธอแน่
แต่นี่ . . ทำลายหมด ไม่เหลือไว้สักชิ้น
“พ่อบ้าน นำทางไปยังห้องที่เก็บของของฉันด้วยค่ะ”
ที่หนิงฮวาทำลายของที่อยู่ในห้องหนิงอ้ายหมด เพราะเธอไม่อยากใช้ของที่สองแม่ลูกนั่นเคยแตะต้อง แม้มันจะเป็ของที่แม่เธอเคยซื้อก็เถอะ เพราะเธอยังเหลือของที่เจียวเหม่ยซื้อไว้ให้เธออีกเยอะแยะ
‘ความผูกพันที่เธอมีต่อสองแม่ลูกนั้น มันมากกว่าที่เธอคิดไว้จริง ๆ ’
หลังจากหญิงสาวมาถึงห้องเก็บของ ก็สั่งคนเก็บของของเธอที่ถูกวางกองเป็กล่อง ๆ ไว้อย่างไม่ใส่ใจ จนเสร็จเรียบร้อยแล้วเธอก็เดินกลับมาที่ห้องรับแขก
ขณะที่หนิงฮวากำลังนั่งรอที่โซฟารับแขกพร้อมกับหานเฟิง หัวหน้าทนายและพ่อบ้านลู่ ที่กำลังทยอยตรวจนับเครื่องประดับให้ตรงกับเอกสารอยู่นั้น ก็ได้ยินเสียงเอะอะของฉินลู่หลิน ที่กำลังก่นด่าคนของตระกูลจงที่เธอพามาด้วย
“นั่นมันของฉัน คุณผู้ชายซื้อให้ฉันมาั้แ่ห้าปีที่แล้ว พวกแกจะมาเอาไปแบบนี้ไม่ได้!!!” ฉินลู่หลินตะคอกเสียงดังใส่คนของตระกูลจง
“เครื่องประดับชุดนี้ ในเอกสารเขียนว่าคุณเจียวเหม่ยซื้อไว้ั้แ่ 7 ปีที่แล้วแล้วครับ เอกสารการประกันเครื่องเพชร ภาพและตัวเลขที่อยู่บนตัวเรือนของเครื่องประดับตรงกันทั้งหมด แล้วจะเป็ของคุณไปได้ยังไง” คนตระกูลจงที่อ่านเอกสารตอบเสียงเข้ม คนบ้านนี้หน้าด้านจริง ๆ
ฉินลู่หลินนิ่งอึ้ง ‘นี่เฉิงเจี๋ยแอบขโมยของนังเจียวเหม่ยมาให้เธอเนี่ยนะ แล้วที่เขาบอกว่าตั้งใจสั่งทำให้เธอโดยเฉพาะในวันเกิดของเธอคืออะไร’
หนิงฮวามองเื่ทุกอย่างที่เกิดขึ้น แล้วปรากฏรอยยิ้มเยือกเย็น
‘เฉิงเจี๋ยขโมยของของเจียวเหม่ย เพื่อบำเรอเมียน้อยไปมากเท่าไหร่กันนะ ช่างเป็ชายที่น่ารังเกียจจริง ๆ’
“ของที่มีในเอกสารทั้งหมด ผมตรวจค้นทั้งคฤหาสน์เพื่อรวบรวมให้ได้ครบหมดแล้วครับ เครื่องประดับราคาแพงส่วนใหญ่หาง่าย เพราะคุณฉินเก็บดูแลไว้ให้แทบจะทั้งหมด มีแค่บางส่วนที่อยู่กับคุณหนิงอ้ายครับ รวม ๆ แล้วถือว่าเรียบร้อยแล้วครับคุณหนู” ทนายและหานเฟิงตรวจสอบของทั้งหมดตามบัญชีที่ให้คนรวบรวมมาเรียบร้อยแล้วแจ้งกับร่างบางตรงหน้า
“สั่งคนจัดเรียงขึ้นรถได้เลยค่ะ พวกเครื่องประดับและของตกแต่งบ้านโบราณที่คุณแม่สะสม ช่วยขนย้ายให้ดีนะคะ ราคาของมันชิ้นละหลายสิบล้านเลยค่ะ” เสียงใสเอ่ยพร้อมรอยยิ้ม สายตามองเยาะเย้ยไปยังสองแม่ลูกที่ยืนตัวสั่นอยู่มุมห้องรับแขก
เพราะบอดี้การ์ดในบ้านตระกูลเฉิงตอนนี้มีเพียงสามคนเท่านั้นและเมื่อตอนเธอเข้ามา ก็เพียงแค่บอกว่าจะมาขนของของตัวเอง ใครจะกล้าขวางเธอ ในเมื่อคุณลุงส่งคนมาช่วยเธอขนของเกือบสิบคน
บอดี้การ์ดมองคุณนายเฉิงคนใหม่กับคุณหนูเล็ก ยืนตัวสั่นอยู่มุมห้องก็ไม่ได้คิดจะยื่นมือเข้าไปยุ่ง เพราะกลุ่มของหนิงฮวาไม่ได้ทำร้ายพวกเธอ แม่ลูกสักนิด พวกเขาจะเข้าไปยุ่งให้ตัวเองเดือดร้อนทำไมกัน
‘อัดอั้นไปเถิด เคียดแค้นให้มาก มากจนพวกเ้าอกแตกตายไปเลย ข้าจะคอยสะใจอยู่ข้าง ๆ พวกเ้าเอง หึหึหึ’ ร่างบางมองหน้าสองแม่ลูกแล้วยิ้มเหี้ยม
*ความสามารถของน้องคือทำให้คนอกแตกตายค่ะ อิอิ
(○~○)
#ขอบคุณที่ติดตามนะคะ
ʕ•ᴥ•ʔ