“คุณชายอี้ มีธุระอะไรกับแขกของตระกูลถังรึเปล่า?”
ก่อนที่ไป่ฟานเซียนจะลงมือถังซื่อหยวนที่รีบตามเข้ามาทันเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดก้าวเข้ามาขวางพวกเขาไว้สายตาของชายวัยกลางคนจ้องไปยังอี้ฟานอย่างเ็า
“อ้าวนึกว่าใครคุณลุงถังนี่เอง ไม่เจอกันนานนะครับ”
อี้ฟานพลันถอนสายตาจากไป่ฟานเซียนแล้วทักทายถังซื่อหยวนด้วยรอยยิ้ม
“นานทีเดียวพ่อเธอสบายดีไหมล่ะ?” ถังซื่อหยวนเอ่ยถามถึงพ่อของอี้ฟานทำให้ชายหนุ่มหรี่ลงมาอย่างเห็นได้ชัด
“สบายดีทีเดียวครับขอบคุณที่เป็ห่วง”
บรรยากาศห้องพลันกดดันขึ้นอย่างกะทันหันสายตาทั้งสองฝ่ายจับจ้องกันและกันอย่างไม่ลดละแม้แต่คนที่ไม่รู้จักทั้งสองฝ่ายมาก่อนก็ยังเข้าใจดีว่าทั้งสองคนนี้ไม่ถูกกันแน่นอน!
แน่นอนล่ะถึงจะไม่ได้แสดงออกมากันอย่างโจ่งแจ้งแต่ตระกูลถังและตระกูลอี้ก็มีการฟาดฟันกันอย่างลับๆมาโดยตลอดแม้ต่อหน้าจะดูมีความสัมพันธ์กันดี แต่ลับหลังต่างถือมีดรอซ้ำยามที่อีกฝ่ายพลาดอยู่
“อย่างที่บอกนั่นแหละคุณผู้หญิงคนนั้นเป็แขกของตระกูลถัง ช่วยหลีกทางให้เธอหน่อยได้ไหม?”
ถังซื่อหยวนย้ำคำเดิมเหล่าผู้ฝึกตนที่เป็คนของเมือง C ซึ่งมาพร้อมกับอี้ฟานต่างรู้สึกลังเลถึงพวกเขาจะอยู่คนละเมืองแต่อิทธิพลตระกูลถังในเมืองนี้ก็ไม่อาจจะล่วงเกินได้
“...คุณชายอี้?”
หนึ่งในนั้นหันมาถามอี้ฟานเพื่อขอความเห็นแค่อี้ฟานพยักหน้าคำเดียวพวกเขาก็จะถอยทันที
ฝั่งหนึ่งคือตระกูลถังที่มีอิทธิพลในเมืองA แห่งนี้
อีกฝั่งคือคุณชายอี้จากตระกูลอี้ที่เมืองบ้านเกิดของพวกเขา
ไม่ว่าจะทำให้ฝ่ายใดขัดใจก็ไม่เป็ผลดีกับผู้ฝึกตนตัวเล็กๆอย่างพวกเขาทั้งนั้น
อี้ฟานจ้องมองถังซื่อหยวนอย่างไม่พอใจความหยิ่งทระนงในตัวทำให้เขาไม่อยากจะยอมรับเท่าไรนัก
“ก็แค่ผู้หญิงคนเดียวเห็นแก่ความสัมพันธ์ ลุงถังจะยกให้ผมไม่ได้เชียวเหรอ?”
อี้ฟานยังคงไม่ยอมแพ้เขายังเต็มไปด้วยความดื้อดึงเขากล่าวอ้างความสัมพันธ์ระหว่างตระกูลขึ้นมาขู่ถังซื่อหยวน และคาดหวังให้ถังซื่อหยวนยอมถอยสักก้าวแทน
เพราะความสัมพันธ์เบื้องหน้าของทั้งสองตระกูลก็ยังไม่ไปถึงขั้นแตกหักหากถังซื่อหยวนยังคงดื้อดึงก็อาจจะกลายเป็ตัวจุดชนวนาขึ้นมาได้
แต่ตรงกันข้ามถังซื่อหยวนไม่มีความลังเลเลยแม้แต่น้อย เขากล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งว่า
“ถ้าเธอพูดแบบนั้นงั้นเธอก็ยกคุณผู้หญิงคนนั้นให้ฉันได้สิ?” ถังซื่อหยวนย้อนไปด้วยคำพูดเดียวกัน
คำตอบของเขาทำให้อี้ฟานกัดฟันกรอดเขาไม่คิดว่าถังซื่อหยวนจะไม่มีแม้แต่ความกังวลในน้ำเสียงเช่นนี้
“อย่ามาเสียใจทีหลังแล้วกัน...ลุงถัง”
อี้ฟานสะบัดมือเป็เชิงให้พรรคพวกถอยออกมาแล้วออกจากประตูโรงแรมไปโดยมีเหลียงจงอี้เดินตามไปติดๆ ก่อนจะละสายตาทุกคนล้วนเห็นว่าอี้ฟานหันมามองถังซื่อหยวนด้วยสายตาอาฆาตครั้งหนึ่ง
“จะไม่เป็ไรใช่ไหมครับนายท่าน”
อาเทียนถามถังซื่อหยวนด้วยความกังวล
แต่ชายวัยกลางคนกลับโบกมือเบาๆให้ลูกน้องคนสนิทสบายใจได้แล้วเดินเข้าไปหาไป่ฟานเซียนที่มองเหตุการณ์ทั้งหมดอยู่อย่างสงบ
ไม่มีใครรู้เลยว่าเกือบจะเกิดเื่ใหญ่ขึ้นแล้ว
แม้ว่าไป่ฟานเซียนจะค่อนข้างเป็คนใจกว้างแต่ถ้าอีกฝ่ายมาล้ำเส้นนางก็พร้อมที่จะจัดการปัญหานั้นทิ้งไปเสียั้แ่ต้น
หากถังซื่อหยวนปรากฏตัวช้ากว่านี้ไม่กี่วินาทีเหล่าผู้ฝึกตนที่รวมอี้ฟานและเหลียงจงอี้เข้าไปด้วยได้ชะตาขาดกลายเป็ศพโดยไม่รู้สาเหตุกันหมดแน่นอน
แล้วไม่ต้องกลัวว่าจะมีคนมาจัดการเพราะทุกอย่างที่คนรอบตัวเห็นคงจะเป็แค่ไป่ฟานเซียนยืนอยู่นิ่งๆแล้วคนพวกนั้นล้มลงไปเองแน่ๆ
หรือต่อให้มีคนมาเอาเื่จริงๆคิดหรือว่าหญิงสาวจะยอมให้ใครมาเอาเปรียบง่ายๆ?
ไม่มีทาง!
“คุณผู้หญิงเป็อะไรไหม?”
ถังซื่อหยวนถามด้วยความเป็ห่วงแน่นอนว่าเขาก้มลงไปสำรวจเด็กน้อยฮุ่ยเอ๋อที่อยู่ข้างๆด้วยเช่นกันเขาเกือบลืมไปแล้วว่าทำไมตนเองถึงรีบวิ่งตามไป่ฟานเซียนมา
และเมื่อนึกขึ้นได้เขาก็สะดุ้งเล็กๆและหัวเราะแห้งๆ
ใช่แล้วถ้าผู้หญิงคนนี้มีความแข็งแกร่งระดับที่ตนคิดจริงๆ ต่อให้จะมีอี้ฟานนั่นสักสิบคนก็ไม่คณามือเธอหรอก!
“คุณผู้หญิงผมได้ยินจากอาหม่าแล้ว เอาเป็ว่าคืนนี้ให้ผมได้ดูแลที่พักให้เองดีไหม?”
“หนูก็ด้วยลุงเองก็มีลูกสาวอายุพอๆกับหนูอยู่คนหนึ่ง แต่เธอร่างกายไม่ค่อยจะแข็งแรงนัก”
นอกจากไป่ฟานเซียนแล้วถังซื่อหยวนยังเอ่ยชวนฮุ่ยเอ๋อด้วยตัวเอง เขาค่อนข้างห่วงใยเด็กคนนี้
แปลกๆส่วนหนึ่งคงเพราะตัวเองมีลูกสาวอายุพอๆกันอีกส่วนก็เพราะรู้สึกผิดกับอุบัติเหตุก่อนหน้า
ถึงจะไม่าเ็ก็เถอะแต่กับเด็กตัวแค่นี้ย่อมต้องมีความหลังฝังใจไม่น้อย
ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกผิดเขาลูบหัวฮุ่ยเอ๋อที่มีสายตางุนงงเบาๆ
เขาไม่รู้ตัวเลยว่าเพราะปราณบริสุทธ์ของไป่ฟานเซียนที่ส่งเข้าไปในร่างกายฮุ่ยเอ๋อั้แ่ตอนที่เกิดอุบัติเหตุทำให้เด็กน้อยไม่หลงเหลือาแใดๆในจิตใจอีกต่อไปแล้ว
“...เอาแบบนั้นก็ได้”
ไป่ฟานเซียนที่ครุ่นคิดอยู่กลับตอบรับคำเชิญอย่างน่าเหลือเชื่อทำเอาถังซื่อหยวนเบิกตาโต
“ดีเลย ดีเลย! งั้นก็ไปกันเถอะครับ รถของผมจอดอยู่หน้าโรงแรมนี่เอง”
ถังซื่อหยวนถึงกับเป็ฝ่ายเชิญทั้งยังผายมืออย่างสุภาพภาพที่เห็นนี้ทำให้คนที่รู้ถึงตัวตนของถังซื่อหยวนงุนงงเป็ไก่ตาแตก
คนอย่างประธานถังถึงกับมาเชิญด้วยตัวเองแบนี้ผู้หญิงคนนี้เป็ใครกัน?
ทั้งถังซื่อหยวนยังทำท่าดีใจขนาดนั้นสถานะของเธอแท้จริงแล้วมาจากไหนกันแน่
พวกเขาล้วนแอบจำใบหน้าของไป่ฟานเซียนเอาไว้เงียบๆโดยเฉพาะเหล่าพนักงานโรงแรมที่รู้สึกเสียดายอย่างยิ่งที่ไม่ได้บริการเธอในวันนี้
“นั่นมันนางฟ้าที่ถนนคนเดินไม่ใช่เหรอ?”
พนักงานชายที่แอบมองอยู่หันมาถามเพื่อนร่วมงานพลางหยิบเอาโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเลื่อนหารูปที่เขาเคยแชร์เอาไว้มาให้ดู
“นี่ไงใช่จริงๆด้วย!”
เขาส่งรูปให้เพื่อนดูอย่างตื่นเต้นไป่ฟานเซียนในรูปมีรอยยิ้มงดงามประดับที่ข้างปากทำให้เสน่ห์ของเธอะเิออกมาจนคนที่ได้ดูใจเต้นไม่เป็ส่ำ
ทั้งยอดแชร์ยังคงพุ่งทะยานจนเกือบจะไปแตะหนึ่งแสนอยู่รอมร่อ
“สวยจริงๆ! ว่าแต่เธอเป็คุณหนูตระกูลไหนเหรอ?”
“ไม่รู้หรอกไม่เคยเห็นเธอมาก่อน เธออาจจะมาจากต่างเมืองก็ได้นะ ่นี้ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นมีคนจากต่างเมืองมารวมตัวกันเยอะแปลกๆ”
เหล่าพนักงานต่างแลกเปลี่ยนความเห็นกันจนผู้จัดการเดินมาเห็นจึงสามารถแยกย้ายกันไปทำงานได้
ทางฝั่งไป่ฟานเซียนนั้นกำลังรู้สึกสนใจในพาหนะที่เรียกว่ารถยนต์นี้เป็อย่างยิ่งเพราะเป็ระดับถังซื่อหยวน ทำให้รถคันนี้ไม่มีทางเป็รถธรรมดามันมีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกเพียบพร้อมั้แ่ตู้เย็นและจอภาพนอกจากนี้มันยังกว้างขวางเพราะบริเวณที่นั่งโดยสารมันเป็โซฟาแบบหันหน้าเข้ามาชนกันทำให้ที่ด้านหนึ่งคือถังซื่อหยวนและบอดี้การ์ดอย่างอาหม่าอยู่ข้างๆ
ส่วนอีกด้านคือไป่ฟานเซียนที่นั่งด้วยท่าทีสงบแตกต่างจากเด็กน้อยอย่างฮุ่ยเอ๋อที่หลังจากััความนุ่มสบายของเบาะแล้วเธอก็มองทุกอย่างในรถไปทั่วด้วยความสนใจ
เรียกว่าครั้งแรกของเด็กน้อยที่เคยเห็นรถที่มันหรูหราขนาดนี้
แต่ท่าทางของฮุ่ยเอ๋อกลับทำให้ถังซื่อหยวนหัวเราะอย่างเอ็นดูเขาเอื้อมมือไปหยิบน้ำผลไม้ในตู้เย็นมาส่งให้ฮุ่ยเอ๋อด้วยตัวเอง
ฮุ่ยเอ๋อหันไปมองนายหญิงอย่างขอความเห็นเมื่อเห็นไป่ฟานเซียนพยักหน้ารับเบาๆเธอก็ยิ้มกว้างอย่างดีใจก่อนจะรับมายังกล่าวขอบคุณได้อย่างน่ารักจนถังซื่อหยวนและอาหม่ายังแอบอมยิ้ม
ถ้าคุณหนูร่างกายแข็งแรงและร่าเริงเช่นนี้ได้ก็คงดี
เขาคิดในใจเงียบๆ
“คุณผู้หญิง ผมขอแนะนำตัวอีกครั้งrผมชื่อถังซื่อหยวนไม่ทราบว่าผมจะเรียกคุณผู้หญิงว่าอะไรดี?” ถังซื่อหยวนถามไป่ฟานเซียนอย่างสุภาพ
“ไป่ฟานเซียน”เธอตอบไปเรียบๆ ไม่มีท่าทียินดียินร้ายใดๆในน้ำเสียง
“ยินดีที่ได้รู้จักครับคุณไป่”ถังซื่อหยวนยิ้ม เขาไม่ลืมที่จะหันไปถามฮุ่ยเอ๋อที่นั่งข้างๆด้วย
“แล้วหนูชื่ออะไรเหรอ?”
“นายหญิงเรียกหนูว่าฮุ่ยเอ๋อ...”
เด็กหญิงตอบกลับอย่างน่ารักสายตาของเธอมองไปที่แก้วซึ่งว่างเปล่าเป็ที่เรียบร้อย ถังซื่อหยวนหัวเราะเบาๆอาหม่าก็รีบเติมน้ำผลไม้ให้เธออย่างรู้งาน
“ขอบคุณมากค่ะ”
“ด้วยความยินดีครับ”อาหม่ายิ้มตอบเด็กน้อยที่ขอบคุณตนเองด้วยสายตาเป็ประกาย
“คุณไป่ครับ...ผมมีเื่อยากจะยืนยันสักหน่อย”ถังซื่อหยวนที่เห็นว่าเวลามันผ่านมาสักพักแล้วก็เริ่มเปิดประเด็นด้วยท่าทางจริงจังขึ้นมา
“...?”
ไป่ฟานเซียนพยักหน้าเป็เชิงอนุญาตถังซื่อหยวนมีท่าทีลังเลเล็กน้อยแต่ก็ถามในสิ่งที่ตนสงสัยออกมา
“อุบัติเหตุเมื่อครู่นี้...คุณไป่เป็คนหยุดรถคันนี้ไว้ใช่ไหมครับ?”
คำถามของเขาทำให้ทั้งรถอยู่ในความเงียบอาหม่าและอาเทียนที่เป็คนขับรถอยู่เกิดอาการประหม่าออกมาอย่างเห็นได้ชัด
“...ใช่”
หญิงสาวยอมรับอย่างตรงไปตรงมาสร้างความตื่นตะลึงให้กับถังซื่อหยวนอย่างยิ่ง
“คุณไป่เป็ผู้ฝึกตนใช่ไหมครับ?”
เขาถามต่อ
“ใช่”
“แล้วพลังฝึกตนของคุณไป่อยู่ในระดับที่เหนือกว่าจอมยุทธ์ ใช่ไหมครับ?”
“...ใช่”
คำถามสุดท้ายเมื่อได้รับคำตอบก็ทำให้ถังซื่อหยวนสูดหายใจอย่างหนาวเหน็บผู้ฝึกตนระดับปรมาจารย์ที่อายุเพียง 20 กว่าๆ! เื่นี้มันน่าตกตะลึงแค่ไหนกัน
ควรรู้ว่าผู้ฝึกตนที่ไปถึงระดับปรมาจารย์ได้ในยุคนี้นั้นล้วนมีอายุอานามไม่น้อยทั้งสิ้นอย่างจอมดาบเจิ้งเหรินอี้นั้นก็บรรลุระดับปรมาจารย์ได้ตอนอายุ 60 ปีเข้าไปแล้ว
ส่วนในประวัติศาสตร์ที่เขารู้คนที่บรรลุระดับปรมาจารย์ได้เร็วที่สุดบรรลุได้ตอนอายุ 35 ปีและตอนนี้เขาก็เป็ตำนานในกองทัพคนหนึ่งไปแล้ว
เป็ระดับพลังที่ทั้งประเทศเท่าที่เปิดเผยนั้นมีไม่ถึงสิบคนด้วยซ้ำ!
ซึ่งเขาแน่ใจว่าหญิงสาวคนนี้ไม่ได้เป็หนึ่งในพวกนั้นแน่นอน!
ส่วนทางไป่ฟานเซียนไม่รู้แม้แต่น้อยว่าในหัวของถังซื่อหยวนกำลังคิดอย่างเป็ตุเป็ตะแต่คำถามสุดท้ายของถังซื่อหยวนก็ทำให้เธอหยุดคิดไปครู่หนึ่งจริงๆ
ก่อนหน้านี้เธอเคยไปถึงระดับที่เรียกว่า“ตัวตนกึ่งะ”
ก็คงจะนับว่าเหนือกว่าระดับขั้นจอมยุทธ์ได้อยู่กระมัง?