เมื่อฉีหงซิงเสร็จงาน ก็เป็เวลาเกือบบ่ายสองแล้ว เขารีบเดินกลับบ้านอย่างรวดเร็ว
ระหว่างเดินกลับบ้าน จู่ๆ ก็มีคนเรียกเขา เมื่อหันไปมองเขาก็เห็น 'เหอผิงผิง' ลูกสาวของหัวหน้าหมู่บ้าน รีบวิ่งมาหาเขา "พี่หงซิง ฉันขอยืมจักรยานไปในเมืองได้ไหมคะ?"
ฉีหงซิงพยักหน้าทันที มันไม่ใช่เื่ใหญ่อะไร วันนี้เขาไม่ได้จะออกไปไหน และผิงผิงก็เป็ผู้หญิงที่เขารู้จักมาั้แ่เด็กๆ
“ตามผมกลับมาเอาจักรยานที่บ้านเถอะ” เขากวักมือเรียกเธอและเดินนำไป
"ขอบคุณค่ะ พี่หงซิง" เหอผิงผิงตอบด้วยน้ำเสียงที่อ่อนหวาน
พวกเขาเดินคู่กันไป และพูดคุยกันเกี่ยวกับเื่ในหมู่บ้าน เขาไม่ได้กลับมาบ่อยนัก จึงฟังมันอย่างเพลิดเพลิน
เมื่อเย่ชิงหรั่นตื่นจากการงีบหลับ เธอรอฉีหงซิงอยู่นาน จนรอไม่ไหว จึงนึ่งซาลาเปากินไปก่อน และย้ายหนังสือออกมาอ่านหน้าบ้าน
เธอได้ยินเสียงเปิดประตู จึงเงยหน้าขึ้นมา เห็นฉีหงซิงเดินเข้าประตู มาพร้อมกับผู้หญิงคนหนึ่ง
เธออายุประมาณ 17 18 ปี มีใบหน้ากลมเล็กน้อย ผิวขาวเหลือง ดวงตาเล็กๆ ของเธอยิ้มเหมือนพระจันทร์เสี้ยว
"อุ๊ย"
จู่ๆ ผู้หญิงคนนั้นก็สะดุดและกำลังจะล้มลง แต่เธอเห็นฉีหงซิงรีบเข้าไปจับแขนของเธอไว้อย่างรวดเร็ว
“ขอบคุณนะคะ พี่หงซิง เท้าของฉันเจ็บมาก” เธอพูดและพิงตัวไปหาฉีหงซิง
เย่ชิงหรั่นรีบลุกขึ้นและเดินออกไป "เกิดอะไรขึ้น นี่ใคร?"
ฉีหงซิงก็รู้สึกอึดอัดเล็กน้อยเช่นกัน เขาเห็นผิงผิงกำลังจะล้ม จึงรีบยื่นมือไปช่วย แต่ผิงผิงกอดแขนของเขาไว้จนแน่นต่อหน้าภรรยาของเขา "นี่คือผิงผิง เธอจะมายืมจักรยานน่ะ"
เย่ชิงหรั่นเลิกคิ้ว "แบบนี้คงขี่จักรยานไม่ได้แล้วสิคะ แค่ยืนเฉยๆ ยังยืนไม่ได้ อืม ทำไมไม่ให้ฉันช่วยล่ะ"
เธอเข้าไปช่วยประคองเหอผิงผิง และผลักฉีหงซิงออกไป
เธอโอบแขนของเหอผิงผิง แล้วแอบบีบต้นแขนของเธออย่างแรง
เฮอะ! ใครใช้ให้คุณกล้ามายั่วยวนผู้ชายของฉันถึงบ้าน
"โอ๊ย"
เหอผิงผิงโอดครวญออกมาด้วยความเ็ป จริงๆ แล้วเท้าของเธอไม่เจ็บเลย แต่นังบ้านี่! กล้าหยิกแขนเธอจริงๆ
เธอกำลังจะอ้าปากฟ้องพี่หงซิง แต่เย่ชิงหรั่นพูดแทรกขึ้นมา "คงจะเจ็บเท้ามากสินะ ทำไมฉันไม่พาคุณไปหาหมอล่ะ? ขี่จักรยานไม่นานก็ถึง"
เหอผิงผิงจะกล้าไปหาหมอได้อย่างไร? ถ้าไปแล้ว หมอบอกว่าเธอไม่ได้เป็อะไร พี่หงซิงก็รู้ว่าเธอโกหกน่ะสิ!
นังตัวแสบ! ฝากไว้ก่อนเถอะ พี่หงซิงต้องเป็ของเธอ
เหอผิงผิงแสร้งทำเป็อ่อนแอ แล้วพูดเบาๆ "มันไม่เจ็บมากค่ะ ผิงผิงจะกลับบ้านก่อน ไว้วันหลังผิงผิงจะกลับมายืมอีกรอบนะคะ พี่หงซิง" เธอมองตาฉีหงซิงอย่างอ่อนหวาน และแสร้งเป็เดินกะเผลกออกไปช้าๆ
ฉีหงซิงเห็นเธอเดินลำบาก เขาก็อยากจะขี่จักรยานไปส่งเธอที่บ้าน แต่หันไปเห็นสายตาพิฆาตของภรรยา เขาก็ไม่กล้าพูดอะไรเพื่อหยุดเธอ
เย่ชิงหรั่นเดินหาฉีหงซิงและยื่นมือไปบิดเนื้อที่เอวของเขาอย่างหมั่นไส้ “คุณอยากไปส่งเธอไหม? ไปสิ! แล้วคืนนี้ก็นอนอยู่หน้าบ้านนั่นแหละ” เย่ชิงหรั่นพูดจบ ก็รีบเดินเข้าบ้านและปิดประตูอย่างแรง
ปัง
ฉีหงซิงลูบบริเวณที่โดนหยิกเบาๆ และรีบเดินตามไป
ใครจะสำคัญเท่าภรรยาของเขา?
เย่ชิงหรั่นไม่ได้โกรธจริงๆ เธอแค่รำคาญ ผู้หญิงคนนี้กล้ามาท้าทายเธอถึงบ้าน คิดว่าเธอเป็แมวป่วยจริงๆ เหรอ?
ฉีหงซิงเข้ามาในบ้าน และเห็นภรรยาของเขานั่งเงียบๆ อยู่บนเก้าอี้ เขารีบเดินเข้าไปลูบผมเธอเบาๆ “อย่าโกรธเลยนะ เธอเป็ลูกสาวของหัวหน้าหมู่บ้าน ผมต้องให้หน้าเธอบ้าง ถ้าเธอล้มลงเืออกในบ้านของเรา แล้วไปฟ้องพ่อของเธอ และหัวหน้าหมู่บ้านแอบกลั่นแกล้งคุณตอนผมไม่อยู่ล่ะ?”
เย่ชิงหรั่นได้ยินแบบนี้ก็สบายใจขึ้นมาก เธอไม่ได้โกรธเขาแต่แรก “เอาล่ะ คุณมีเหตุผลมากมาย แต่อย่าพาผู้หญิงมาที่บ้านอีกนะ ฉันไม่ชอบ”
“ตกลงๆ ไม่มีครั้งหน้าแน่นอน”
เย่ชิงหรั่นลุกขึ้นไปอุ่นซาลาเปา เขาทานอาหารเช้าไปนานมากแล้ว คงจะหิวมาก “บ่ายนี้ มีซาลาเปาไส้หมู ฉันจะไปอุ่นให้คุณ”
ฉีหงซิงยิ้มทันที เขารู้ว่าเธอไม่โกรธเขาแล้ว
“หงซิงๆ ลูกสะใภ้ๆ”
ขณะที่ฉีหงซิงกำลังกินซาลาเปา และเย่ชิงหรั่นนั่งอ่านหนังสือ พวกเขาก็ได้ยินเสียงแม่เรียกเสียงดังอยู่หน้าประตู
“ฉันจะไป” เย่ชิงหรั่นพูด และรีบวิ่งออกไปหาแม่สามี
“แม่”
“เกิดอะไรขึ้นคะ เข้ามาก่อนค่ะ”
หวังกุ้ยหัวส่ายหัว และจับแขนเย่ชิงหรั่นเข้ามาให้ใกล้เธอมากขึ้น และกระซิบ “แม่เห็นผิงผิงเดินออกมาจากบ้าน เธอมาทำอะไรที่นี่? ระวังนะลูก ผู้หญิงคนนี้ชอบหงซิง แต่แม่ไม่ชอบเธอ” หวังกุ้ยหัวปิดปากของเธอ และหัวเราะ
ลูกสาวของหัวหน้าหมู่บ้านคืออะไร? มันเก่งเท่าลูกสะใภ้ในเมืองได้ไหม? ลูกชายของเธอคู่ควรกับผู้หญิงที่ดีที่สุด
เย่ชิงหรั่นเห็นแม่สามีเป็แบบนี้ก็หัวเราะ “แม่อย่าห่วงเลย ฉันจัดการได้ เธออยากจะมายืมจักรยาน แต่สะดุดล้มกอดหงซิงซะก่อน”
หวังกุ้ยหัวก็เป็ผู้หญิงเช่นกัน เธอรู้ทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมสาวน้อยถึงไร้ยางอายจัง? เธอยื่นตะกร้าในมือให้เย่ชิงหรั่น “อืม มันดีที่ลูกมีวิธีจัดการกับเธอ แม่เอาผักที่เก็บจากหน้าบ้านมาให้ เอาเก็บไว้กินนะ”
เย่ชิงหรั่นเอื้อมมือไปหยิบ “ขอบคุณนะแม่ วันนี้ฉันทำซาลาเปา ฉันจะเข้าไปหยิบให้”
เธอพูดจบก็หันหลังวิ่งเข้าบ้านไป โดยไม่รอให้แม่สามีปฏิเสธ
หวังกุ้ยหัวยิ้มอย่างปลื้มใจ ลูกสะใภ้ของเธอกตัญญูจริงๆ
เย่ชิงหรั่นเอาผักออกจากตะกร้า และหยิบซาลาเปาใส่เข้าไปแทน แล้วรีบเอาไปให้แม่สามีที่รออยู่
“แม่ เอาไปกินกับพ่อและหลานๆ นะคะ”
หวังกุ้ยหัวใ และปฏิเสธ “ทำไมมันเยอะขนาดนี้ เก็บไว้กินอีกเถอะลูก หงซิงกินเก่งมาก”
เย่ชิงหรั่นไม่ได้เอากลับมา และเกลี้ยกล่อมแม่สามี “แม่ เอาไปกินเถอะ ฉันทำเยอะมาก หมูนี่ซื้อมาหลายวันแล้ว ถ้ากินไม่หมดอีกมันจะเสีย”
เมื่อได้ยินว่ามันจะเสียถ้ากินไม่หมด หวังกุ้ยหัวก็ไม่ได้ปฏิเสธอีก พยักหน้าและเดินจากไป
เมื่อเย่ชิงหรั่นกลับมานั่งอ่านหนังสือที่เดิม ฉีหงซิงก็หันไปมองเธออย่างสงสัย “แม่มาถามเื่อะไร”
เย่ชิงหรั่นหัวเราะ “แม่กังวลว่าฉันจะเสียคุณให้กับผิงผิงน่ะสิ”
ฉีหงซิงรีบพูดทันที “ไร้สาระอะไรอย่างงี้! ผมไม่ชอบเธอเลย”
เย่ชิงหรั่นยักไหล่และไม่พูดอะไร แล้วอ่านหนังสือต่อไปอย่างเพลิดเพลิน
ฉีหงซิงเดินเข้าไปนั่งเก้าอี้ใกล้ๆ เธอ และเคาะหนังสือของเธอเบาๆ แต่ก็ไม่มีปฏิกิริยาจากเธอ
เขาทนความเงียบของเธอไม่ไหวแล้ว จึงลุกขึ้นยืน อุ้มเธอขึ้นมาและเดินไปที่ห้องนอน
“อุ๊ย อย่ายุ่งนะ มันร้อนมาก” เย่ชิงหรั่นพยายามต่อต้านเขา แต่สู้แรงผู้ชายคนนี้ไม่ได้
“มันร้อนใช่ไหม? ถ้าอย่างนั้น ผมจะช่วยคุณถอดเสื้อผ้าออกให้หมด”
เมื่อได้ยินแบบนี้เย่ชิงหรั่นก็รู้ทันทีว่าเขากำลังจะทำอะไร ตอนนี้เพิ่งสี่โมงเย็น เขาจะทำเื่แบบนี้กลางวันแสกๆ ได้อย่างไร?
“หยุดนะ”
“ปล่อยฉัน”
หลังจากนั้นไม่นาน ฉีหงซิงก็พิสูจน์ว่า บางอย่าง ไม่ต้องรอเฉพาะตอนกลางคืน