เช้ามืดวันถัดมา โจวชิงหลาน ตื่นมาก่อนตอนตี4 แต่หลี่ชิงเหมย กับหลี่หลิงยังคงนอนหลับคุดคู้อยู่ในผ้าห่ม โจวชิงหลานอยากให้ลูกๆนอนหลับอีกซักหน่อย จึงลงมือก่อไฟทำอาหารก่อนคนเดียว
วันนี้ชิงเหมยบอกว่าจะให้ทำตุ๋นเนื้อหมู กับผัดผักอีกสองอย่าง โจวชิงหลานเริ่มที่ทำบักกุดเต๋ก่อน (หมูตุ๋นสมุนไพร) แล้วจานผัดวันนี้คือ มะเขือเทศผัดไข่ กับ หมูทอดราดซอสเปรี้ยวหวาน
หลี่ชิงเหมย กับหลี่หลิง กว่าจะตื่นมาโจวชิงเหมยก็ทำอาหารเกือบจะเสร็จแล้ว
"แม่เหนื่อยมั้ย ทำไมไม่ปลุกพวกหนูล่ะคะ" หลี่หลิงผู้พูดน้อย เอ่ยถามด้วยความเป็ห่วง
"ไม่เหนื่อยหรอกจ้ะ อีกแปปจะเสร็จแล้ว เหลือก็แค่หุงข้าวอย่างเดียว" โจวชิงหลานจัดการทำอาหารทั้งหมดด้วยตัวคนเดียวเลยในวันนี้ หลี่ชิงเหมยที่ตื่นมาทีหลังพลันละอายใจที่เป็คนคิดแผนทำมาหากินแท้ๆ แต่กลับตื่นสายซะงั้น
"ไม่เป็ไร งั้นฉันก็จะทำหน้าที่ขายให้หมดเลยละกัน" ชิงเหมยคิดในใจ
หุงข้าวเสร็จเรียบร้อย สามแม่ลูกก็ตั้งวงกันกินข้าวเช้ากันก่อน และก็ไม่ผิดหวัง โจวชิงหลานทำอาหารได้อร่อยมากจริงๆ
"แม่ นี่มันอร่อยมากเลยนะคะ อร่อยทุกอย่างเลย"ชิงเหมยที่รู้อยู่แล้วว่าโจวชิงหลานทำอาหารอร่อย แต่ไม่คิดว่าจะอร่อยขนาดนี้ เป็เพราะตอนอยู่บ้านหลี่ โจวชิงหลานถึงจะมีฝีมือแค่ใหน แต่ในเมื่อไม่มีเนื้อ ไม่มีเครื่องปรุง ใหนเลยจะทำออกมาได้อร่อยขนาดนี้
เหตุผลเพราะบ้านหลี่เวลาแบ่งวัตถุดิบให้บ้านสาม มีแต่ผักป่า ข้าวหรือก็น้อยนิดจนนำมาหุงแทบไม่ได้ จำเป็ต้องต้มเป็โจ้ก เครื่องปรุงที่มีแต่เกลือให้เล็กน้อย ไม่ต้องพูดถึงน้ำมันเลย บ้านสามแทบไม่มีโอกาสได้ใช้
ทั้งหมดกินข้าวเช้าเสร็จตะวันก็ขึ้นแล้ว ตอนนี้เป็เวลา6 โมงเช้า ได้เวลาที่จะออกไปหาเงินแล้ว~
สามคนแม่ลูกเข็นรถเข็นออกมาจากห้องเช่า ผ่านกำแพงโรงงานอุตสาหกรรมที่อาสามทำงานอยู่ มุ่งหน้าไปที่ประตูใหญ่ของโรงงาน ที่มีต้นไม้ใหญ่อยู่ติดกันสองต้น
พอถึงที่หมาย หลี่ชิงเหมย กับหลี่หลิง ก็ช่วยกันตั้งโต้ะเหล็กกับเก้าอี้พับทั้งสองชุดที่ซื้อมาไว้ข้างๆ โจวชิงหลานเอาอาหารทั้งหมดมาตั้งไว้บนรถเข็นให้เห็นชัดๆ เปิดฝาหม้อหมูตุ๋นสมุนไพร กับ ถาดที่ใส่มะเขือเทศผัดไข่ และ หมูทอดราดซอสเปรี้ยวหวาน ข้าวสวยร้อนๆวางไว้ข้างๆ
พอตั้งร้านเสร็จแล้ว หลี่ชิงเหมยที่สวมิญญานักขายก็ะโเสียงดัง
"ข้าวราดจ้าๆๆ วันนี้มีหมูตุ๋นสมุนไพร 15เฟิน หมูทอดราดซอสเปรี้ยวหวาน 15เฟิน มะเขือเทศผัดไข่ 10เฟินจ้า ทานอร่อย ทานสะดวกจ้าา ทางนี้เลยจ้าาาาาา"
เสียงที่ดังลั่นจนคนที่เดินผ่านไปมาต่างต้องหันมามอง มีคนสองสามคนเดินมาดู
"รับรองว่าอร่อยค่ะ ทั้งอร่อยทั้งสะดวกเลยค่ะ" หลี่ชิงเหมยที่สวมิญญาของนักขายแล้ว ไม่ต้องกังวลเลยว่าจะขายไม่ได้
............ไม่นานนักก็มีคนมาสั่งสามคน
โจวชิงหลานเปิดฝาหม้อที่ใส่ข้าวสวย ควันพวยพุ่งขึ้นมาส่งกลิ่นหอมกรุ่น ลูกค้าสั่งข้าวราดหมูตุ๋นสมุนไพร โจวชิงหลานจัดการเสร็จก็ส่งให้ลูกค้าพร้ะเกียบ อีกสองคนสั่งหมูทอดราดซอสเปรี้ยวหวานเหมือนกัน โจวชิงหลานจัดการเสร็จก็ส่งให้พร้ะเกียบ
ลูกค้าทั้งสามที่มาด้วยกันก็จ่ายเงินให้45เฟิน แล้วก็ไปนั่งกินที่โต้ะ
"หืมม อร่อยจริงๆนะเนี่ยสาวน้อย" ลูกค้าต่างเอ่ยปากชมทั้งสามคนว่าอร่อย
"ใช่ไหมล่ะคะ แม่หนูทำอร่อยทุกอย่าง ละจะเปลี่ยนชนิดของอาหารสลับกันไปนะคะ น้าจะได้ไม่เบื่อ"
ด้วยการพูดจาหวานหู การขายวันแรกนี้ ชิงเหมยคิดว่ายังไงก็ไม่มีพลาด
"ลูกค้าทานเสร็จ ชิงเหมยเก็บชามบนโต๊ะเอาไปให้หลี่หลิงเป็คนล้างทำความสะอาด
ชิงเหมยเตรียมน้ำมาสองถัง กับถังใส่เศษอาหารอีกหนึ่งถัง ถึงจะลากมาหนักหน่อย แต่ก็จำเป็ต้องใช้เพื่อความสะอาด หลี่หลิงเทเศษอาหารทิ้ง แล้วนำชามไปล้างกับน้ำยาล้างจานเสร็จแล้วก็ตามด้วยน้ำเปล่า เช็ดให้แห้งเรียบร้อยก็นำมาเรียงบนรถเข็นใหม่
ตอนนี้ลูกค้าเข้ามาซื้อเรื่อยๆ ทีละสองสามคนบ้าง ไม่ได้ยุ่งมากจนเกินไป
พอประมาณเจ็ดโมงเช้า โจวชิงเทียนก็เดินเข้ามาหา
"พี่รอง ไม่เห็นบอกผมเลยว่าจะมาขายอาหารที่นี่ มีอะไรจะได้มาช่วย"
"ไม่เป็ไรหรอกจ้ะ มาๆๆ ชิงเทียนมากินข้าวก่อน"โจวชิงหลานเรียกน้องชายให้กินข้าวก่อนไปทำงาน
"ผมกินมาแล้วคับพี่รอง ไม่ต้องเป็ห่วง เดี๋ยวตอนเที่ยงผมมาฝากท้องกับพี่นะ" โจวชิงเทียนพูดเสร็จก็เดินเข้าประตูโรงงานไป
โรงงานของที่โจวชิงเทียนทำอยู่ เข้างานก่อนแปดโมงเช้า เวลาเจ็ดโมง จึงเริ่มมีลูกค้ามากขึ้น โจวชิงหลานแทบไม่ได้หยุดมือ โต้ะที่จัดไว้ก็เต็มไปตั้งนานแล้ว บางคนก็ยืนกินอยู่ข้างๆนั่นแหละ
กว่าคนจะซาลงก็เป็เวลาแปดโมงเช้าแล้ว
อาหารหมดไปเยอะแล้ว มะเขือเทศผัดไข่หมดเกลี้ยงเพราะด้วยราคาเพียงแค่10เฟิน ที่เหลือก็มีจานเนื้ออีกสองอย่างที่ไม่ได้เหลือมาก หมูตุ๋นสมุนไพรเหลือไม่ถึงสองส่วน หมูทอดผัดเปรี้ยวหวานน่าจะตักขายได้อีกซักสิบชาม
กว่าโรงงานจะพักกลางวันก็11โมง แต่ดูจากที่ยังพอมีลูกค้าเข้ามากินอยู่ คงไม่เหลือถึงเวลานั้น
เพียงแค่สิบโมงเช้า อาหารทั้งหมดก็เกลี้ยง ไม่เหลือไว้แม้แต่จะเก็บไว้ให้โจวชิงเทียน
ทั้งโจวชิงหลาน และหลี่หลิง ต่างก็ตื่นเต้นเป็อย่างมาก วันแรกก็ขายจนหมด ไม่มีเหลือ ไครจะไปคิดว่าจะหมดเร็วขนาดนี้ ตอนแรกโจวชิงหลานยังไม่มั่นใจเลยด้วยซ้ำว่าจะขายได้
แต่หลี่ชิงเหมยมั่นใจว่าจะขายได้แน่นอน เพราะโจวชิงหลานทำอาหารได้อร่อยมากเหตุผลหนึ่งแล้ว อีกอย่างหนึ่งก็คือ ยุคนี้คนในเมือง เริ่มที่จะไม่ทำอาหารเช้ากันแล้ว เพราะต้องออกมาทำงาน ตัวอย่างก็คนที่โรงงาน หลายคนอาศัยอยู่คนเดียวบ้าง สองคนบ้าง ไม่ได้อยู่เป็ครอบครัวใหญ่ดังเช่นในชนบท การจะทำอาหารแต่ละมื้อจึงสิ้นเปลืองกว่าการออกไปซื้อซาลาเปามากินสักลูกสองลูก แล้วร้านอาหารของโจวชิงหลาน ก็สะดวกเหมือนกับซื้อซาลาเปานั่นแหละ สั่งเสร็จ ตักราด ละก็นั่งกิน สะดวกเหมือนกัน ราคาไม่ต่างกันมาก แล้วทำไมถึงจะขายไม่ได้ล่ะ จริงไหม