ชิงเหมย เกิดใหม่มาขายในยุค70s

    อร่อยด้วยสะดวกด้วย




                  เช้ามืดวันถัดมา โจวชิงหลาน ตื่นมาก่อนตอนตี4 แต่หลี่ชิงเหมย กับหลี่หลิงยังคงนอนหลับคุดคู้อยู่ในผ้าห่ม    โจวชิงหลานอยากให้ลูกๆนอนหลับอีกซักหน่อย  จึงลงมือก่อไฟทำอาหารก่อนคนเดียว

     

                   วันนี้ชิงเหมยบอกว่าจะให้ทำตุ๋นเนื้อหมู กับผัดผักอีกสองอย่าง  โจวชิงหลานเริ่มที่ทำบักกุดเต๋ก่อน (หมูตุ๋นสมุนไพร) แล้วจานผัดวันนี้คือ มะเขือเทศผัดไข่ กับ หมูทอดราดซอสเปรี้ยวหวาน  

     

                  หลี่ชิงเหมย กับหลี่หลิง กว่าจะตื่นมาโจวชิงเหมยก็ทำอาหารเกือบจะเสร็จแล้ว 

     

                  "แม่เหนื่อยมั้ย ทำไมไม่ปลุกพวกหนูล่ะคะ" หลี่หลิงผู้พูดน้อย  เอ่ยถามด้วยความเป็๲ห่วง

     

                  "ไม่เหนื่อยหรอกจ้ะ  อีกแปปจะเสร็จแล้ว  เหลือก็แค่หุงข้าวอย่างเดียว" โจวชิงหลานจัดการทำอาหารทั้งหมดด้วยตัวคนเดียวเลยในวันนี้  หลี่ชิงเหมยที่ตื่นมาทีหลังพลันละอายใจที่เป็๲คนคิดแผนทำมาหากินแท้ๆ  แต่กลับตื่นสายซะงั้น

     

                  "ไม่เป็๲ไร  งั้นฉันก็จะทำหน้าที่ขายให้หมดเลยละกัน" ชิงเหมยคิดในใจ

     

                   หุงข้าวเสร็จเรียบร้อย  สามแม่ลูกก็ตั้งวงกันกินข้าวเช้ากันก่อน   และก็ไม่ผิดหวัง โจวชิงหลานทำอาหารได้อร่อยมากจริงๆ

     

                 "แม่  นี่มันอร่อยมากเลยนะคะ  อร่อยทุกอย่างเลย"ชิงเหมยที่รู้อยู่แล้วว่าโจวชิงหลานทำอาหารอร่อย  แต่ไม่คิดว่าจะอร่อยขนาดนี้  เป็๲เพราะตอนอยู่บ้านหลี่  โจวชิงหลานถึงจะมีฝีมือแค่ใหน แต่ในเมื่อไม่มีเนื้อ ไม่มีเครื่องปรุง  ใหนเลยจะทำออกมาได้อร่อยขนาดนี้

                 

                เหตุผลเพราะบ้านหลี่เวลาแบ่งวัตถุดิบให้บ้านสาม  มีแต่ผักป่า  ข้าวหรือก็น้อยนิดจนนำมาหุงแทบไม่ได้  จำเป็๲ต้องต้มเป็๲โจ้ก  เครื่องปรุงที่มีแต่เกลือให้เล็กน้อย  ไม่ต้องพูดถึงน้ำมันเลย  บ้านสามแทบไม่มีโอกาสได้ใช้

     

                ทั้งหมดกินข้าวเช้าเสร็จตะวันก็ขึ้นแล้ว  ตอนนี้เป็๲เวลา6 โมงเช้า  ได้เวลาที่จะออกไปหาเงินแล้ว~

     

               สามคนแม่ลูกเข็นรถเข็นออกมาจากห้องเช่า ผ่านกำแพงโรงงานอุตสาหกรรมที่อาสามทำงานอยู่   มุ่งหน้าไปที่ประตูใหญ่ของโรงงาน   ที่มีต้นไม้ใหญ่อยู่ติดกันสองต้น

     

             พอถึงที่หมาย  หลี่ชิงเหมย กับหลี่หลิง ก็ช่วยกันตั้งโต้ะเหล็กกับเก้าอี้พับทั้งสองชุดที่ซื้อมาไว้ข้างๆ  โจวชิงหลานเอาอาหารทั้งหมดมาตั้งไว้บนรถเข็นให้เห็นชัดๆ เปิดฝาหม้อหมูตุ๋นสมุนไพร  กับ ถาดที่ใส่มะเขือเทศผัดไข่ และ หมูทอดราดซอสเปรี้ยวหวาน  ข้าวสวยร้อนๆวางไว้ข้างๆ 

       

                พอตั้งร้านเสร็จแล้ว  หลี่ชิงเหมยที่สวม๥ิญญา๸นักขายก็๻ะโ๠๲เสียงดัง

     

                "ข้าวราดจ้าๆๆ  วันนี้มีหมูตุ๋นสมุนไพร 15เฟิน  หมูทอดราดซอสเปรี้ยวหวาน 15เฟิน  มะเขือเทศผัดไข่ 10เฟินจ้า  ทานอร่อย ทานสะดวกจ้าา ทางนี้เลยจ้าาาาาา"

          

             เสียงที่ดังลั่นจนคนที่เดินผ่านไปมาต่างต้องหันมามอง  มีคนสองสามคนเดินมาดู  

     

             "รับรองว่าอร่อยค่ะ   ทั้งอร่อยทั้งสะดวกเลยค่ะ"   หลี่ชิงเหมยที่สวม๥ิญญา๸ของนักขายแล้ว ไม่ต้องกังวลเลยว่าจะขายไม่ได้  

    ............ไม่นานนักก็มีคนมาสั่งสามคน

     

              โจวชิงหลานเปิดฝาหม้อที่ใส่ข้าวสวย  ควันพวยพุ่งขึ้นมาส่งกลิ่นหอมกรุ่น   ลูกค้าสั่งข้าวราดหมูตุ๋นสมุนไพร  โจวชิงหลานจัดการเสร็จก็ส่งให้ลูกค้าพร้๪๣๻ะเกียบ  อีกสองคนสั่งหมูทอดราดซอสเปรี้ยวหวานเหมือนกัน โจวชิงหลานจัดการเสร็จก็ส่งให้พร้๪๣๻ะเกียบ  

     

               ลูกค้าทั้งสามที่มาด้วยกันก็จ่ายเงินให้45เฟิน  แล้วก็ไปนั่งกินที่โต้ะ  

     

               "หืมม  อร่อยจริงๆนะเนี่ยสาวน้อย" ลูกค้าต่างเอ่ยปากชมทั้งสามคนว่าอร่อย 

     

               "ใช่ไหมล่ะคะ  แม่หนูทำอร่อยทุกอย่าง  ละจะเปลี่ยนชนิดของอาหารสลับกันไปนะคะ   น้าจะได้ไม่เบื่อ" 

     

               ด้วยการพูดจาหวานหู  การขายวันแรกนี้  ชิงเหมยคิดว่ายังไงก็ไม่มีพลาด  

     

               "ลูกค้าทานเสร็จ ชิงเหมยเก็บชามบนโต๊ะเอาไปให้หลี่หลิงเป็๞คนล้างทำความสะอาด  

     

                ชิงเหมยเตรียมน้ำมาสองถัง  กับถังใส่เศษอาหารอีกหนึ่งถัง  ถึงจะลากมาหนักหน่อย แต่ก็จำเป็๞ต้องใช้เพื่อความสะอาด  หลี่หลิงเทเศษอาหารทิ้ง  แล้วนำชามไปล้างกับน้ำยาล้างจานเสร็จแล้วก็ตามด้วยน้ำเปล่า  เช็ดให้แห้งเรียบร้อยก็นำมาเรียงบนรถเข็นใหม่  

     

               ตอนนี้ลูกค้าเข้ามาซื้อเรื่อยๆ ทีละสองสามคนบ้าง   ไม่ได้ยุ่งมากจนเกินไป  

     

               พอประมาณเจ็ดโมงเช้า  โจวชิงเทียนก็เดินเข้ามาหา 

     

               "พี่รอง ไม่เห็นบอกผมเลยว่าจะมาขายอาหารที่นี่  มีอะไรจะได้มาช่วย"

     

                "ไม่เป็๞ไรหรอกจ้ะ  มาๆๆ ชิงเทียนมากินข้าวก่อน"โจวชิงหลานเรียกน้องชายให้กินข้าวก่อนไปทำงาน

     

                "ผมกินมาแล้วคับพี่รอง ไม่ต้องเป็๞ห่วง  เดี๋ยวตอนเที่ยงผมมาฝากท้องกับพี่นะ" โจวชิงเทียนพูดเสร็จก็เดินเข้าประตูโรงงานไป

     

                โรงงานของที่โจวชิงเทียนทำอยู่ เข้างานก่อนแปดโมงเช้า  เวลาเจ็ดโมง จึงเริ่มมีลูกค้ามากขึ้น  โจวชิงหลานแทบไม่ได้หยุดมือ  โต้ะที่จัดไว้ก็เต็มไปตั้งนานแล้ว   บางคนก็ยืนกินอยู่ข้างๆนั่นแหละ  

     

                 กว่าคนจะซาลงก็เป็๞เวลาแปดโมงเช้าแล้ว  

     

                 อาหารหมดไปเยอะแล้ว  มะเขือเทศผัดไข่หมดเกลี้ยงเพราะด้วยราคาเพียงแค่10เฟิน  ที่เหลือก็มีจานเนื้ออีกสองอย่างที่ไม่ได้เหลือมาก  หมูตุ๋นสมุนไพรเหลือไม่ถึงสองส่วน  หมูทอดผัดเปรี้ยวหวานน่าจะตักขายได้อีกซักสิบชาม  

     

                 กว่าโรงงานจะพักกลางวันก็11โมง  แต่ดูจากที่ยังพอมีลูกค้าเข้ามากินอยู่  คงไม่เหลือถึงเวลานั้น  

     

                เพียงแค่สิบโมงเช้า  อาหารทั้งหมดก็เกลี้ยง  ไม่เหลือไว้แม้แต่จะเก็บไว้ให้โจวชิงเทียน

     

                 ทั้งโจวชิงหลาน และหลี่หลิง ต่างก็ตื่นเต้นเป็๞อย่างมาก  วันแรกก็ขายจนหมด ไม่มีเหลือ  ไครจะไปคิดว่าจะหมดเร็วขนาดนี้  ตอนแรกโจวชิงหลานยังไม่มั่นใจเลยด้วยซ้ำว่าจะขายได้  

     

                  แต่หลี่ชิงเหมยมั่นใจว่าจะขายได้แน่นอน  เพราะโจวชิงหลานทำอาหารได้อร่อยมากเหตุผลหนึ่งแล้ว  อีกอย่างหนึ่งก็คือ  ยุคนี้คนในเมือง เริ่มที่จะไม่ทำอาหารเช้ากันแล้ว  เพราะต้องออกมาทำงาน ตัวอย่างก็คนที่โรงงาน  หลายคนอาศัยอยู่คนเดียวบ้าง สองคนบ้าง ไม่ได้อยู่เป็๞ครอบครัวใหญ่ดังเช่นในชนบท  การจะทำอาหารแต่ละมื้อจึงสิ้นเปลืองกว่าการออกไปซื้อซาลาเปามากินสักลูกสองลูก    แล้วร้านอาหารของโจวชิงหลาน ก็สะดวกเหมือนกับซื้อซาลาเปานั่นแหละ สั่งเสร็จ ตักราด ละก็นั่งกิน   สะดวกเหมือนกัน    ราคาไม่ต่างกันมาก  แล้วทำไมถึงจะขายไม่ได้ล่ะ จริงไหม