ฉันตัดสินใจหันหลังให้กับบ้านหลังนี้ ไม่รู้ว่าจะแคร์ไปทำไม เขาไม่อยากจะรู้จักเรา แล้วมีหรอที่เราจะต้องง้อ ฉันถอนหายใจก่อนจะเดินจากที่นั่นมาไกลแสนไกลและดูเหมือนจะเริ่มเข้าใกล้ตัวเมืองมากขึ้น เพราะการค้าขายเริ่มมีให้เห็นมาก ไม่ว่าจะเป็ร้านค้าหรือคนหาบเร่ แต่ในขณะเดียวกันกลับมีคนควบม้าวิ่งผ่านหน้าฉันมาอย่างไม่ใยดี ทำให้ดินคลุ้งกระจาย ณ ตอนนั้น แล้วตามมาด้วยเสียงเท้าของม้าที่เสียดสีกับดิน ลากเป็ระยะยาว เหมือนกับว่าเขาจะหยุดอยู่ที่ตรงหน้าของฉัน
''นี่มันลูกสาวตระกูลอี้นี่นา นางคณิกาดาวเด่นของหอนางโลมซื่อเหยียน'' เมื่อม้าหยุดได้ไม่นาน ก็ส่งเสียงเหมือนจะหาเื่เธอซะแล้ว สิ่งที่เขาพูดมาเมื่อกี๊มันก็ทำให้ตนนึกได้พอดี ตอนนี้ไม่มีที่ไป หากจะไปอยู่กับแม่เล้าก็คงดี แต่มันคงไม่ไหวสำหรับเธอ ชีวิตในโลกจริงกับในนี้ก็ปวดหัวไม่แพ้กันหลังจากศึกษาคร่าว ๆ ดู ไม่สู้ตามหาเส้นทางใหม่ไม่ดีกว่าหรอ
แต่สิ่งที่มันน่าอายสุด ๆ สำหรับเธอคือ คนที่นี่ต่างรู้ว่าเธอขายบริการ เพราะั้แ่ที่ผู้ชายคนนี้เอ่ยนามของตนมา คนมากหน้าหลายตาที่เดินผ่านก็หยุดแล้วจ้องมองกันทั้งนั้น
''นี่ไง นังตัวดี มาให้เจอตัวแล้วสักที'' จู่ ๆ เสียงแหลมปริศนาก็ดังขึ้นก่อนที่เ้าตัวจะพุ่งเข้ามาตบใบหน้าที่สวยงามของฟางหยาง
"นี่มันอะไรกัน" สิ่งที่ตนไม่คาดคิดว่าจะเกิดขึ้นก็เกิดเสียได้ นางมองไปพลาง ๆ อย่างไม่ได้สติ ก่อนจะหันไปเจอกับกระจกที่วางขายอยู่ด้านข้าง เผยให้เห็นตนที่กำลังใช้มือซ้ายกุมที่แก้มแสดงออกถึงความเ็ป แต่ทว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดในตอนนั้นคือใบหน้าของเธอ ฟางหยางฉุกคิดขึ้นมาได้ในตอนนั้น ปกติตามหนังหรือละคร คนส่วนมากจะเกิดใหม่ในอีกหน้า แต่หน้าเดิมขอตนกลับยังอยู่และยังคงสร้างาแในใจให้ตนอีก มันเหมือนตอกย้ำเธอั้แ่อยู่บนโลกแล้ว เธอนึกคิดไปแค่เสี้ยววิ ทว่าในครานั้นหญิงสาวก็ถูกกระชากใบหน้าไปอีกทางด้วยแรงของผู้หญิงปริศนาอีกคน
"แหม ฉันล่ะอยากจะตบให้สาสมมานานละ หน้าตาก็ดีแต่ทำตัวไร้ค่า ทำให้สามีภรรยาเขาแตกแยกกัน ต่ำ" น้ำเสียงที่บ่งบอกได้ถึงความโกรธและหมั่นไส้ ไม่รู้ว่าหากเอาคำพูดมาแปลงเป็การตบ เธอคงโดนน้ำมือเขาไปก่อนแล้วสักสิบครั้ง จากที่ฟังที่อีกฝ่ายพูดมา มันก็พอให้คำตอบฟางหยางได้พอสมควรว่าทำไมเธอถึงโดนแบบนี้
"หึ นางก็เป็แค่นางโลม ลีลาท่าทางน่าจะเด็ด บวกกับหน้าตาดี เลยทำให้สามีพวกเ้าชอบกันแหละมั้ง" ชายหนุ่มที่นั่งบนหลังม้าหัวเราะคิกคักอย่างสนุกสนาน
"ข้าลีลาเด็ดกว่านางจะตาย"
"โกหก ไม่งั้นสามีเ้าก็คงไม่ไปหอนางโลมทุกวันหรอกจริงไหม"
"นี่เ้าจะเอายังไง หรือจะให้ข้าตบเ้าแทนนังนี่ล่ะหวังซาน" เธอทำมือง้างใส่ชายหนุ่มพร้อมสีหน้าบึ้งตึงยากจะหยุดโกรธ ด้วยความที่ตนรู้จักกันอยู่แล้ว ไม่แปลกที่จะพูดว่าหรือดูถูกกันตามอย่างที่เคยเป็
เมื่อเห็นว่าเขาไม่โต้ตอบไรกลับมาเลย มีหรอที่ฟางหยางจะยืนดั้นด้นอยู่ตรงนั้นให้ถูกประนาม เธอตัดสินใจวิ่งก้มหน้าหนีออกมาอย่างรวดเร็ว ก่อนที่ผู้หญิงสองคนเมื่อกี๊จะะโบอกชาวบ้านในแถบ
"สาว ๆ น้อยใหญ่ในเมือง ฟังข้า! นางผู้หญิงคนนั้นคืออี้ฟางหยาง คนที่สวามีพวกเ้าหลงจนหัวปักหัวปัมยังไงล่ะ ใครมีผักมีเศษอะไรก็โยนใส่นางที!! คนแบบนี้ไม่ควรมีที่ยืน เป็ถึงคุณหนูใหญ่ตระกูลอี้ กลับต่ำทรามได้ขนาดนี้" ไม่สิ้นเสียงก็ยังมีะโตามหลังมา ทำให้เธอเป็จุดสนใจของใครต่อใครไม่น้อย ก่อนที่จะถูกหญิงสาวหมู่มากกรูเข้ามาโยนสิ่งของใส่
"โอ๊ย พอได้แล้ว" เธอะโหยุดพวกเขาด้วยเสียงหวาน แต่มันกลับไม่ได้ผล และมีมาเรื่อย ๆ ก่อนที่ตนจะรับมือกับมันไม่ไหว