“เอ๋!!!...” เสียงตกใจก็ดังขึ้นเบาๆเมื่อร่างของผู้อาวุโสของเผ่าฟ้าคำรามก็หายไปจากตรงหน้า ชั่วพริบตาก็ปรากฏอยู่ที่ปากถ้ำอู๋เหลียงพ่อของอู๋ต้าที่ยังไม่ได้ไปไหน เห็นผู้อาวุโสปรากฏตัว จึงเดินเข้ามาสอบถามถึงเหตุการณ์ข้างใน“ผู้อาวุโส ด้านในเป็นอย่างไรบ้าง?” อู๋เหลียงพูดพลางกุมมือคำนับ“เจ้าไม่ต้องเป็นห่วง ข้าแค่ไปส่งเด็กๆ เมื่อเสร็จภารกิจจึงถูกท่านเทพส่งตัวออกมา ซึ่งภายในเจ็ดวันนี้ นักรบฝึกหัดทุกคนจะปลอดภัย เรารอดูกันเถอะว่าใครจะได้รับมรดกจากท่านเทพบ้าง” ผู้อาวุโสพูดพร้อมมองไปที่ถ้ำ ขณะที่ผู้อาวุโสของเผ่าพูดจบ ก็มีแสงสว่างวาบ!! ปรากฏขึ้นที่ด้านหน้าทั้งผู้อาวุโสของเผ่าและอู๋เหลียงแสดงสีหน้าตกใจทันที เมื่อปรากฏร่างหนึ่งลอยออกมาพร้อมอาวุธเมื่อร่างนั้นลอยออกมา ก็มองหน้าทั้งสองอย่างประหลาดใจ
“เอ๋!!....อ้าว!! ท่านพ่อและผู้อาวุโส ทำไมท่านถึงมาอยู่ในนี้ได้ล่ะ ท่านเทพให้ร่วมได้แค่นักรบฝึกหัดไม่ใช่หรือ?” อู๋ต้าทำสีหน้างุนงง หันมองทิวทัศน์รอบตัว พลางรู้สึกผิดปกติ เมื่อหันกลับมาก็พบใบหน้าของอู๋เหลียงแดงกล่ำด้วยความโมโห“ไอ้เจ้าเด็กบ้า!!! เจ้าไปทำอะไรมา ทำไมถึงได้ออกมาเร็วขนาดนี้ ” อู๋เหลียงยื่นมือคว้าที่ใบหูของอู๋ต้า พร้อมบิดข้อมือทันที“โอ้ยๆ!! ท่านพ่อ ข้ายังไม่ได้ทำอะไรเลยจริงๆ แค่เห็นผู้อาวุโสจู่ๆก็หายไป ข้าก็แค่ตกใจจนอุทานก็แค่นั้น...เอ๊ะ!! หรือว่า.....?” สิ้นประโยคอู๋ต้าที่ร้องเสียงดัง ก็ทำหน้าตกใจ“หรือว่าอะไร!! ...พูดออกมาเร็ว” อู๋เหลียงบิดมือแรงขึ้น“โอ๊ยๆ!! ท่านพ่อ..ข้าพูดแล้ว ท่านเทพไม่ให้ส่งเสียงอะไรออกมา แต่ท่านเทพก็ไม่น่าใจร้ายขนาดนั้นนะ...ข้าไม่ได้คุยอะไรเลย แค่อุทานเบาๆเท่านั้นเอง โอ๊ยๆ....” อู๋ต้าพูดสลับกับร้องโอดครวญ“ฮึ่มมม!!..ไอ้ลูกไม่รักดี ทำร่ำลาอย่างดี ข้านึกว่าจะอยู่ได้สักสองสามวันแล้วค่อยออก ถ้าแค่นั้นข้าก็ยังสามารถเอาไปคุยอวดกับคนอื่นได้ แต่นี่มันอะไรกัน...แค่เข้าไปยังไม่ถึงหนึ่งก้านธูป เจ้าก็ออกมาแล้ว...ข้าจะเอาหน้าไปไว้ไหน?”“ ไปๆ !!..กลับบ้าน ข้าจะให้เจ้าอดข้าวสักสามวัน ดูสิจะได้เรื่องขึ้นมาบ้างไหม!!!” อู๋เหลียงบิดมือแรงขึ้นพลางลากอู๋ต้าที่ร้องโอดครวญตลอดทางเดินกลับบ้าน ผู้อาวุโสของเผ่ายิ้มน้อยๆ พลางมองสองพ่อลูกอย่างอ่อนใจ แล้วก็หันมองไปทางถ้ำพร้อมรำพันเบาๆ“ไม่รู้ว่าเผ่าฟ้าคำรามจะเกิดเหตุอันใดในอนาคต ข้าหวังว่าคงจะมีใครสักคน ได้มรดกวรยุทธ์กลับมาเพื่อสืบทอดต่อในเผ่าเรา” ขณะนี้บรรยากาศภายในลานพิธี ถ้ำเทพสถิต หลังจากที่ร่างของผู้อาวุโสและอู๋ต้าหายไปแล้ว บนรูปปั้นของเทพเผ่าฟ้าคำราม ก็ปรากฏแสงสีขาวที่สามเหลี่ยมด้านหน้า ที่มองดูคล้ายแผ่นศิลาเรียบๆแผ่นหนึ่งแสงนั้นค่อยๆ สลายไป แล้วปรากฏรูปควันสีขาวกลุ่มหนึ่งขึ้น ที่ด้านหน้าของสามเหลี่ยมสีดำทั่วทั้งลานพิธีไม่มีเสียงใดๆ หลุดออกมา นักรบฝึกหัดทุกคนต่างเฝ้ารอดูว่าจะมีอะไรปรากฏขึ้น จากรูปควันก้อนนี้หนึ่งชั่วยาม....ผ่านไปสองชั่วยาม....สามชั่วยาม............จนกระทั่งผ่านไปครึ่งวันก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง จนหลายคนเริ่มมองหน้ากัน แล้วทำหน้าสงสัยว่าควรจะทำอย่างไรต่อในขณะที่ไม่รู้จะทำอย่างไร ก็เริ่มมีนักรบฝึกหัดหลายคน ทยอยเดินออกมาที่หน้าแท่นบูชา เพื่อมองรูปควันกลุ่มนี้ใกล้ๆ แต่ไม่ว่าจะมองอย่างไร ก็ไม่เห็นมีอะไรเปลี่ยนแปลงมีหลายคนที่อยู่ใกล้รูปปั้น ลองยื่นมือไปสัมผัสรูปควันบนหินสีดำเพื่อไขปริศนา ผลก็คือร่างถูกเคลื่อนย้าย หายไปจากลานพิธีทันทีตอนนี้ในกลุ่มนักรบฝึกหัด ได้เริ่มกระจายออกไปทั่วลานพิธี บ้างก็เริ่มลุกขึ้นสำรวจแท่นบูชา บ้างก็สำรวจเสาสองต้นที่มีเปลวไฟอยู่ด้านบนมีไม่น้อยที่คิดว่าน่าจะมีกลไกอยู่ตรงไหนสักแห่ง และตัดสินใจใช้นิ้วกดหรือหมุนจุดที่คิดว่าเป็นกลไก ผลก็คือร่างถูกเคลื่อนย้ายเช่นเดียวกันเวลาผ่านไปจนถึงช่วงเย็น ตอนนี้เหลือนักรบฝึกหัดอยู่แค่ 30 คน ตอนนี้ทุกคนเริ่มสับสนมากขึ้น ว่าการสืบทอดมรดกวรยุทธ์นี้ต้องทำอย่างไร? ไม่มีการชี้แนะ ไม่มีตำรา ไม่มีการสอน เหมือนกับที่ลานพิธีแห่งนี้เต็มไปด้วยปริศนา จวบจนพลบค่ำ เมื่อความมืดเข้ามาเยือน แสงสว่างจากคบเพลิงของเสาสองต้น ก็ให้ความสว่างที่มากพอจะเห็นไปทั่วทั้งลานพิธีนักรบฝึกหัดฝึกหัดหลายคนเริ่มนำเสบียงออกมากิน แล้วรีบหาหนทางแก้ปริศนา บางคนเริ่มจัดแจงที่นอนแล้วพักผ่อน และหลายคนยังเดินสำรวจรอบๆลานพิธี เพื่อหาหนทางต่อไปมู่ปิง นั่งทำสมาธิที่บริเวณด้านหน้า พยายามคิดว่าความลับแห่งการถ่ายทอดมรดกนี้อยู่ที่ไหน พลางแอบเหลือบมองไปที่คนอื่นๆหวังอู่ พยายามคิดหนทางใหม่ๆที่ยังไม่เคยมีใครใช้ เพราะคิดว่าวิธีที่ทุกคนลองน่าจะยังไม่ถูกต้องส่วนเจิ้นเทียนนั่งทำสมาธิเงียบๆ พร้อมมองไปทางรูปภาพควันสีขาวบนรูปปั้นเทพเพื่อหาวิธีแก้ปริศนา
ขณะนี้เวลาก็ล่วงเลยมาจนเที่ยงคืน พระจันท์เต็มดวงส่องแสงกลมเหลืองนวลและในตอนนี้....ก็มีนักรบฝึกหัดคนหนึ่งได้เดินมาที่แท่นบูชา และเริ่มทดลองแก้ปริศนาด้วยวิธี ที่ไม่มีใครคาดถึง......................................................