"ค่อยๆ กินก็ได้หนูน้อย" ฉินเทียนพูดด้วยน้ำเสียงเอ็นดูและเมตตายิ่ง พลางเอามือคอยๆ ลูบหัวของเด็กหญิงตัวน้อยพร้อมปัดเศษไม้แห้งและหญ้าคาที่ติดตามร่างกายอันมอมแมมของเด็กหญิงตัวน้อย พร้อมมองดูนางกินข้าวเปล่า์ด้วยความเอ็นดูยิ่ง
"ท่านปู่ข้าวของท่านปู่อร่อยจังเลยเ้าค่ะ ตัวเหม็นไม่ค่อยกินข้าวสวยที่อร่อยแบบนี้มาก่อนเลย" เด็กหญิงพูดพร้อมกับกินข้าวเปล่า์ในมือของฉินเทียนไปด้วย
หากแต่เมื่อฉินเทียนได้ยินคำเรียกตัวเองของนาง มันก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย เหตุใดบิดามารดาของนางจึงตั้งชื่อลูกเช่นนี้ ถึงแม้นี่จะเป็ชื่อเล่นแต่ก็สมควรรึ หากแต่แม้ฉินเทียนจะมีความแปลกใจ แต่ตัวมันก็มิได้คิดสอบถามถึงที่มาที่ไปของชื่อนี้ หากแต่มันเลือกจะเปิดใช้เนตรมองอดีตแทน
[เนตรมองอดีต 1 ดาว ถูกเปิดใช้งาน]
ไม่ช้าฉินเทียนก็ท่องไปราวกับอยู่ในโลกแห่งความฝัน นิเป็ครั้งที่สองที่ฉินเทียนเปิดใช้เนตรมองอดีต ในครั้งนี้ฉินเทียนพบว่ามันแปลกๆ อยู่บ้าง มันไม่ได้ท่องไปในเื่ราวที่ดูจะเป็ของเด็กน้อย หากแต่ฉินเทียนกับเห็นจิ้งจอกมากมาย เต็มไปทั่วผืนป่า ตัวแล้วตัวเล่า ตัวมันฉินเทียนไม่เข้าใจสิ่งนี้แม้แต่น้อยว่าคืออะไร หากแต่ภาพนี้ก็อยู่เพียงครู่เดียว
จากนั้นภาพกับตัดมาที่เพิงพักอาศัยที่แลดูจะถูกทำอย่างลวกๆ ด้วยเศษไม้และใบไม้ ณ ที่ตรงนั้นมีเด็กหญิงตัวน้อยอาศัยอยู่ นางอยู่กับพี่ชายร่างอวบอ้วน สภาพของพี่ชายของนางก็แลดูจะไม่ได้ดีกว่านางเลยแม้แต่น้อยเสื้อผ้าเก่าคล้ำ หน้าตาและผิวพรรณก็แลดูสกปรกมิต่างจากขอทานเช่นกัน หากแต่ตัวพี่ชายของนางนั้นกลับแลดูอวบอ้วนจนมิคล้ายว่าจะเป็ผู้อดๆ อยากๆ
"ตัวเหม็นพี่ได้เอาข้าวจากพี่ใหญ่หลงมาให้เ้าด้วย เ้ารีบกินสิ" พี่ชายอัปลักษณ์อวบอ้วนพูดพลางยิ้มให้นางพร้อมเชื้อเชิญให้นางกิน ส่วนตัวมันก็เอาแต่มองดูน้องสาวของมันกินอาหาร
ฉินเทียนมองดูกองอาหารที่ผู้เป็พี่ชายเอามาให้น้องสาวกิน สิ่งที่มันเห็นนั้นจะให้พูดอย่างไรดี มันราวกับมิใช่อาหารที่มอบให้ด้วยความเต็มใจ หากแต่มันเป็เศษของเหลืออาหารทิ้งอย่างแท้จริง มีเศษกระดูก เศษเนื้อ เศษผักที่ไม่น่ารับประทานเต็มไปหมด นอกจากนั้นบางส่วนยังส่งกลิ่นเหม็นอีกด้วย สิ่งเหล่านี้คล้ายๆ จะถูกเก็บทิ้งไว้นานไม่น้อย
หากแต่ตัวเหม็นเมื่อเห็นเช่นนั้น นางกลับมิได้มีทีท่ารังเกียจ หากแต่นางกลับรีบหยิบมากินอย่างเอร็ดอร่อย ส่วนพี่ชายร่างอวบอ้วนของนางนั้น มองดูนางกินไปก็กลืนน้ำลายไป มันดูไม่เหมือนว่าพี่ชายของนางนั้นกลั่นแกล้งเอาของไม่ดีมาให้นางกินแม้แต่น้อย
ฉินเทียนมองสตรีตัวน้อยและพี่ชายของนางด้วยสายตาทอดอาลัย สงสารเ้าตัวน้อยและพี่ชายยิ่งนัก
"อร่อยมากเลยเ้าค่ะท่านพี่" ตัวเหม็นพูดพลางยิ้มให้เห็นฟันหลอของนาง ไม่ช้านางก็ยื่นข้าวในชามที่เหลืออีกครึ่งให้พี่ชาย "ท่านพี่เ้าคะตัวเหม็นอิ่มแล้ว"
หากแต่พี่ชายผู้อวบอ้วนแม้มันจะกลืนน้ำลายและแลดูอยากกินนักหากแต่ กับรีบบ่ายเบี่ยงพร้อมทำมือปฏิเสธ "ตัวเหม็น อ้วนสกปรกพี่ชายของเ้ากินมาเยอะกับพี่ใหญ่หลง อ้วนสกปรกพี่ชายคนนี้ไม่จำเป็ต้องกินมันหลอก ตัวเหม็นเ้ากินเยอะๆ เถอะ กินเยอะๆ จะได้ตัวใหญ่และแข็งแรงแบบอ้วนสกปรกพี่ชายผู้นี้ไง" พี่ชายตัวอ้วนพูดด้วยใบหน้าแย้มยิ้ม มันรู้ว่าอาหารมีน้อย หากมันกินด้วยน้องสาวตัวน้อยของมันย่อมกินไม่อิ่มแน่ๆ
หากแต่ถึงแม้จะเป็เช่นนั้น
"ท่านพี่เ้าค่ะ ตัวเหม็นอิ่มแล้วจริงๆ เ้าค่ะ" นางพูดพร้อมวางชามข้าวกระเบื้องที่แตกหักลงก่อนจะส่งยิ้มให้พี่ชายของนาง
พี่ชายตัวอ้วนเห็นเช่นนั้นก็มองที่ใบหน้าน้องสาวสลับชามข้าว ฉินเทียนเห็นภาพเช่นนี้ก็รู้ได้ว่าพี่ชายของนางนั้นอยากกินข้าวในชามนี้เหลือเกิน มันแลดูมิใช่การเสแสร้งแน่ๆ ภาพเหล่านี้ทำให้ฉินเทียนได้รับรู้ว่าสองพี่น้องนี้รักใคร่กันแค่ไหน แม้ทั้งสองจะเยาว์วัยกันเหลือเกิน
ไม่ช้าพี่ชายตัวอ้วนของนางก็หยิบชามข้าวขึ้นมากิน มันใช้มือหยิบสามคำข้าวก็หมดชาม มันกินอาหารขยะในชามข้าวราวกับว่านี่เป็อาหารพระราชทานแสนเลิศรสโอชายิ่งนัก
ไม่ช้าภาพก็ตัดสลับไปมา หากแต่ทุกครั้งทุกเื่ราวก็มีเพียงเด็กหญิงตัวน้อยและพี่ชาย
หากจะมีคนอื่นอยู่ในห้วงอดีตของเด็กหญิงตัวน้อย ก็มีแต่เด็กบ้านร้านตลาดกลั่นแกล้งนางบ้าง ผู้ใหญ่ชาวบ้านรังเกียจนางและพี่บ้าง ส่วนชื่อตัวเหม็นนั้นมีที่มาที่ไปอย่างไรนั้นก็เรียบง่าย พี่ชายของนางนั้นบอกว่าเก็บนางมาได้ ตัวมันก็มิใช่คนฉลาดมีชีวิตที่ดีอะไร ตอนแรกก็เรียกนางแค่น้องสาว หากแต่เห็นว่าไม่ดี เพราะนางไม่มีชื่อ จึงไปหาคนที่มันไว้ใจตั้งชื่อให้น้องสาวของตัวมัน ชื่อตัวเหม็นก็มาจากชายคนนั้นตั้งให้ หรือก็คือพี่ใหญ่หลงนั่นเองที่เป็ผู้ตั้งชื่อให้ตัวมันและน้องสาว
ฉินเทียนท่องในห้วงอดีตของตัวเหม็นเด็กหญิงตัวน้อยอยู่ครู่ใหญ่ หากแต่เวลาในโลกแห่งความเป็จริงไม่ขยับแม้แต่น้อย มันจึงเอามือลูบหัวสตรีตัวน้อยด้วยความรักและเอ็นดูมากกว่าเดิม พร้อมพูดกล่าวคำซ้ำๆ อยู่หลายประโยคโดยไม่มีความรังเกียจในเด็กหญิงสตรีตัวน้อยเลยแม้แต่น้อย "เด็กดี เด็กดี"
ตัวเหม็นได้ยินดีชายชราเรียกนางว่าเด็กดี เด็กดี นางก็คล้ายจะดีใจมีความสุขนัก มือของชายชราที่ััหัวของนางนั้นอบอุ่นอย่างประหลาดยิ่งสำหรับนาง นางมีความสุขเหลือเกิน นางกินข้าวเปล่า์ไปเพียงครึ่งกำมือ ส่วนอีกครึ่งนางถือเอาไว้พร้อมกับยิ้มให้ฉินเทียนในร่างชายชรา "ท่านปู่เ้าค่ะ ตัวเหม็นเก็บข้าวที่เหลือนี่ไปให้พี่ชายได้ไหมเ้าค่ะ"
ฉินเทียนได้ยินเช่นนี้ก็เอามือลูปเคราของมันและหัวเราะเสียงเบาๆ อยู่ครู่หนึ่ง พร้อมด่าว่าฟ้าดินในใจ 'ไยเด็กน้อยแสนดีแบบนี้ถึงต้องมาอยู่ในสภาพแบบนี้ เห่อ ฟ้าดินนะฟ้าดิน ์ไยท่านจึงช่างกลั่นแกล้งผู้คนนัก' หากแต่ฉินเทียนก็หาได้พูดกล่าวสิ่งนี้ออกไปไม่ "เด็กดีตัวน้อยเ้าจงกินข้าวนั้นให้หมดไปเสียเถอะ แล้วท่านปู่ผู้นี้จะมอบข้าวอีกหนึ่งกำมือให้พี่ชายเ้ากินด้วยดีไหม และหาเ้าและพี่ยังกินไม่อิ่มก็บอกท่านปู่ผู้นี้ได้ ท่านปู่ผู้นี้จะมอบข้าวแสนอร่อยเช่นนี้ให้เ้าอีก"
"จริงหรือเ้าคะ" ตัวเหม็นพูดพร้อมั์ตาสว่างจ้าเป็ประกายพร้อมจ้องมองข้าวสวยที่แสนอร่อยในมือนาง นางกลืนน้ำลายอึกใหญ่ ในชีวิตนี้ของนาง ตัวนางไม่เคยกินข้าวรสหอมหวานอร่อยเช่นนี้มาก่อนเลย และเพราะแบบนั้น นางจึงอยากเก็บข้าวครึ่งหนึ่งนี้ให้พี่ชายของนางได้กินด้วย
หากแต่เมื่อนางเห็นว่าชายชราตรงหน้านางสัญญาว่าจะมอบข้าวอีกหนึ่งกำมือเท่าๆ กับที่นางกินให้กับพี่ชายของนาง ตัวเหม็นนางก็รู้สึกดีใจเหลือเกิน พร้อมพูดไปกินไปในทันที นางแทบจะสำลักข้าวเปล่า์อยู่แล้ว "งำงำ ขอบคุณเ้าค่ะท่านปู่ งำงำ งำงำ"
ใบหน้าตัวเหม็นแม้ไม่สวยไม่งาม หากแต่นางช่างเด็กหญิงตัวน้อยที่จิตใจดีงามเหลือเกิน ฉินเทียนทอดสายตามองนางอย่างพึงพอใจ ตัวมันต้องยอมรับ มันรู้สึกเอ็นดูสตรีตัวน้อยรูปไม่งามนางนี้นัก
ไม่ช้ามันก็นึกขึ้นได้ว่า นางและพี่ชายนั้นเป็ผู้อาภัพมิได้มีคนเลี้ยงดู หามันรับเลี้ยงทั้งสองก็คงไม่เหลือบ่ากว่าแรงมันนัก และสตรีตัวน้อยนางนี้ก็อาจจะมอบแต้มบุญให้มันจำนวนไม่น้อย ถือได้ว่าเป็การสร้างผู้ศรัทธาไปในตัว หากแต่ในระหว่างที่มันกำลังคิดเื่เหล่านี้อยู่อยู่นั้น เสียงของระบบที่ดังคล้ายๆ เสียงเด็กเล็กก็ดังขึ้น [ระบบศิษย์ศาลเทพ์ถูกเปิดใช้งานแล้ว เนื่องด้วยระดับฝีมือของเ้าของศาลเทพ์นั้นยังกากเกินไปโควต้าศิษย์ของศาลเทพ์เฟสหนึ่งจึงจำกัดเพียง 2 คน]
ฉินเทียนหางตาขยับกระตุกเบาๆ สองสามครั้ง มันถูกศาลเทพ์ดูิ่ หากว่าฝีมือของมันกากเกินไป หากแต่ตัวมันก็เถียงไม่ออกจริงๆ หากให้มันเทียบกับตัวตนที่มันรู้จักและรับรู้ตอนนี้ ตัวมันก็นับว่ากระจอกงอกง่อยกากเกินแกงเหลือเกินจริงๆ นั่นแหละ ฉินเทียนจึงมิได้พยายามสนใจมันนัก มันจึงจ้องมองไปที่หน้าจอระบบของศาลเทพ์แทน
----------
ระบบศิษย์ศาลเทพ์ v.1.0
จำนวนศิษย์แห่งศาลเทพ์ (0 เต็ม 2)
รายชื่อศิษย์แห่งศาลเทพ์
[สิทธิประโยชน์ของระบบศิษย์ศาลเทพ์] [สั่งซื้อสิ่งของเพื่อลูกศิษย์ศาลเทพ์ของท่าน]
----------
ฉินเทียนเมื่อมันเห็นหน้าจอระบบเป็เช่นนี้ มันก็แลดูแปลกใจอยู่ไม่น้อย ไอ้ระบบศิษย์ศาลเทพ์มันมีการอัปเวอร์ชันได้ด้วยรึ และดูวิธีมันเขียนเข้า มันมีการทับศัพท์ภาษาในโลกมิติเก่าของฉินเทียนด้วย ตัวมันมิคิดเลยว่าลูกเล่นของศาลเทพ์นั้นจะมีเยอะแยะถึงเพียงนี้
และด้วยความใคร่รู้ฉินเทียนไม่รอช้ากดปุ่ม [สิทธิประโยชน์ของระบบศิษย์ศาลเทพ์] ทันที และเป็อีกครั้งที่ฉินเทียนพบว่ามันมีเนื้อหาใจความมากมายเหลือเกิน ฉินเทียนเริ่มรู้สึกตาลาย มันทำใจค่อยๆ อ่านอย่างรวดเร็ว โชคดีที่ระบบศาลเทพ์นั้นสามารถหยุดเวลาในโลกแห่งความเป็จริงได้ตอนที่ระบบทำงาน มิเช่นนั้นฉินเทียนคงไม่กล้านั่งอ่าน ณ ตอนนี้เกรงว่าสตรีตัวน้อยวัยเยาว์จะหาว่ามันเป็ชายชราบ้าหรือเสียสติเอา
หลังจากนั่งอ่านอยู่นาน ฉินเทียนก็พอสรุปได้คร่าวๆ ดังนี้
หนึ่ง ระบบศิษย์ศาลเทพ์นั้นทำให้ตัวมันฉินเทียนสามารถใช้แต้มบุญซื้อเคล็ดวิชาให้ศิษย์ของมันในราคาปกติ จากเดิมในราคาสิบเท่า นอกจากนั้นยาบำรุงต่างๆ หรือของวิเศษต่างๆ ในศาลเทพ์ก็สามารถซื้อให้ศิษย์ของตัวเองได้
สอง ผู้ศรัทธาของลูกศิษย์ยังเท่ากับเป็ผู้ศรัทธาของตัวมัน นอกจากนั้นแต้มบุญที่ได้จากผู้ศรัทธาของศิษย์จำนวน 20% จะกลายเป็แต้มบุญของมัน ส่วนอีก 80% ที่เหลือจะกลายเป็แต้มบุญที่ใช้เพื่อผู้อื่นไป ซึ่งไอ้แต้มบุญเพื่อใช้เพื่อผู้อื่นนี้ก็เป็ไปตามชื่อของมัน ฉินเทียนไม่สามารถใช้แต้มบุญนี้เพื่อตัวเองได้ อย่างเช่นหามัน้ากินข้าวเปล่า์ หากมันใช้แต้มบุญเพื่อผู้อื่นซื้อมา ข้าวเปล่า์นี้มันมิสามารถกินได้เด็ดขาดจำเป็ต้องมอบให้ผู้อื่นเท่านั้น
สาม ระบบศิษย์ศาลเทพ์นั้นมีอยู่หลายระดับ หากแต่การจะอัปเกรดขึ้นอยู่กับจำนวนผู้ศรัทธาของตัวมันฉินเทียน ยิ่งมีผู้ศรัทธามากระบบศิษย์ศาลเทพ์ก็จะยิ่งถูกอัปเกรดมากยิ่งขึ้น ส่วนการอัปเกรดนี้มีประโยชน์อย่างไร ฉินเทียนอ่านข้อมูลคร่าวๆ ก็ได้ใจความว่า ยิ่งอัปเกรดระบบมากเท่าไร มันก็ยิ่งมีเครื่องมือในการช่วยเหลือลูกศิษย์ในการฝึกฝนมากขึ้นเท่านั้น นอกจากเครื่องมือในการฝึกฝนแล้ว เครื่องมือในการช่วยเหลือลูกศิษย์ในรูปแบบต่างๆ ก็มีอีกมาก เช่นระบบแจ้งเตือนอันตรายของลูกศิษย์ หากลูกศิษย์เกิดตกระกำลำบากระบบก็จะร้องแจ้งเตือน มีระบบวาปไปหาลูกศิษย์ด้วย หากแต่ในตอนนี้ฉินเทียนไม่สามารถทำได้ เพราะจำนวนผู้ศรัทธาของตัวมันน้อยจนเกินไป ระบบศิษย์ศาลเทพ์จึงยังไม่เปิดใช้งานในส่วนเหล่านี้
สี่ สามารถตั้งสำนักฝึกฝนศิษย์ศาลเทพ์ได้ แน่นอนตอนนี้ตัวมันไม่สามารถทำได้
ห้า สามารถพาเหล่าลูกศิษย์เดินทางไปศาลเทพ์กับมันได้ผ่านสิบย่างก้าวตั้งจิต
หก สามารถซื้อคัมภีร์และเคล็ดวิชาจากศาลเทพ์และถ่ายทอดให้พวกเขาผ่านการตระหนักรู้ ซึ่งวิธีนี้จะทำให้เหล่าศิษย์เข้าถึงแก่นแท้ของวิชาได้อย่างรวดเร็วและลึกล้ำ หากแต่มันก็ยังสู้ฉินเทียนมิได้ที่มิต้องฝึกฝนใดๆ แค่กดซื้อก็สำเร็จวิชาโดยสมบูรณ์ทันที หากแต่เหล่าศิษย์นั้นต่างออกไป พวกเข้าได้รับเพียงการตระหนักรู้หรือการรู้แจ้งในวิชา หากแต่การฝึกฝนให้ชำนาญนั้นคือเื่ของตัวพวกเขา
เจ็ด เหล่าลูกศิษย์ศาลเทพ์ของฉินเทียนนั้นมิอาจจะใช้แต้มบุญเพิ่มระดับการฝึกฝนได้ พวกมันต้องมุ่งมั่นและฝึกฝนตนเองราวคนปกติ หากแต่ฉินเทียนสามารถใช้แต้มบุญซื้อขอบำรุงและช่วยเหลือบางอย่างได้ โดยของเ่าั้จากที่ฉินเทียนตรวจสอบดู พวกมันล้วนเป็ของวิเศษหายาก นอกจากนั้นยังมีตัวช่วยศิษย์ศาลเทพ์อื่นๆ อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็ยารักษาโรคและอาการาเ็ อาวุธสุดแกร่ง เสื้อผ้า นอกจากนั้นยังมีสถานฝึกฝนบำเพ็ญอีก
เมื่อฉินเทียนเห็นดังนี้จึงรู้สึกถึงความน่าสนใจของระบบศิษย์ศาลเทพ์ไม่น้อย ในไม่ช้ามันก็กดปิดหน้าจอระบบศิษย์ศาลเทพ์
ก่อนที่เวลาโดยรอบมันจะกลับมาเดินเป็ปกติอีกครั้ง ตัวเหม็นสตรีวัยเยาว์ตัวน้อยผู้มีร่างกายและใบหน้ามอมแมมยังกินข้าวเปล่า์ยังไม่เสร็จเลย ฉินเทียนนั่งมองดูนางกินด้วยความสบายใจ พร้อมเริ่มคิดวิธีรับสตรีวัยเยาว์ตัวน้อยตรงหน้ามาเลี้ยงดูเป็ศิษย์ของตัวมัน
ฉินเทียนคิดในใจ 'วันนี้ข้าจะเล่นใหญ่แบบไหนดีนะ' ในหัวมันมีพล็อตเื่ราวเทพเซียนมากมายเกิดขึ้น ตอนนี้มันอุปโลกน์ตัวตนอย่างย่ำฟ้าขึ้นมาแล้ว ฉินเทียนคิดว่ามันควรสานต่อความยิ่งใหญ่ของนามนี้ต่อไปดีหรือไม่ และจะสร้างเื่ราวเช่นไรดี สิ่งสำคัญคือต้องแเีมิให้ถูกผู้ใดจับผิด นอกจากนั้นยังต้องสร้างความประทับใจและศรัทธาต่อตัวเหม็นสตรีตัวน้อยที่มีจิตใจงดงามตรงหน้ามัน
ฉินเทียนลูบหนวดเคลาของมันพลางคิดไป ไม่ช้าเสียงเจื้อยแจ้วน่าฟังของตัวเหม็นก็ร้องดัง นางสอบถามฉินเทียนด้วยความใคร่รู้ นางมิเคยเจอใครใจดีกับนางเช่นนี้มานานเหลือเกิน
"ท่านปู่เ้าค่ะ ตัวเหม็นอยากทราบว่าท่านปู่เป็ใครหรือเ้าค่ะ ตัวเหม็นอยู่หมู่บ้านทางน้ำใสมิเคยเห็นท่านปู่มาก่อนเลยเ้าค่ะ"
โห่ๆๆๆ ฉินเทียนหัวเราะเบาๆ หลายครั้ง ราวกับว่าคำถามของสตรีตัวน้อยเหมือนคำบอกสัญญาณสั่งเริ่มถ่ายทำละครของตัวมัน ฉินเทียนแย้มยิ้มทำทีท่าราวกับว่าตัวเองนั้นสูงส่ง ไม่ช้ามันก็ยืน ทำทีท่าเหม่อมองท้องฟ้า เอามือไพล่หลัง ก่อนจะเหลียวมองตัวเหม็นสตรีตัวน้อย
พร้อมเอามือข้างหนึ่งชี้ขึ้นสู่ท้องฟ้า "เด็กดี เ้าเห็นท้องฟ้านภากว้างใหญ่ และเห็นดารามากมายบนนั้นหรือไม่"
ตัวเหม็นเอียงคอครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้าเบาๆ "เห็นเ้าค่ะท่านปู่"
ฉินเทียนจึงพยักหน้ารับเบาๆ พร้อมกับพูดกล่าวสิ่งที่คล้ายจะเข้าใจและไม่น่าจะเข้าใจได้ในเวลาเดียวกัน ราวกับเป็ปริศนาธรรมอะไรสักอย่างซึ่งแท้จริงตัวฉินเทียนมันจะเข้าใจหรือไม่แม้แต่ผู้เขียนก็ยังไม่รู้ไปกับมัน "ฟ้าดินก็คือปู่ จักรวาลใต้หล้านี้ก็คือปู่ ปู่นั้นอยู่เหนือฟ้าดิน อยู่เหนือใต้หล้าทั้งมวล คนทั้งหลายหรือแม้แต่ทวยเทพไท้ต่างเรียกปู่ผู้นี้ว่า..."
"ย่ำฟ้า"
ฉินเทียนมิได้พูดเปล่า มันเร่งเร้าพลังปราณของมันเกินไปสายลมโบกสะบัดเสื้อผ้าของและหนวดเคลาของมันไปมา ใส่เอฟเฟคให้เกิดภาพจำอันตระการตาแก่เด็กหญิงตัวน้อย แม้แต่ที่ที่มันยืน มันก็ยังเลือกยืนบนโขดหิน ที่ทำมุมพอดีกับดวงจันทร์กลมโตที่กำลังส่องสว่างอยู่บนท้องฟ้า ใบไม้ที่ปิดปลิวจากพลังปราณของมันลอยไหวไปมารอบร่างมันอย่างสวยงาม คล้ายๆ เป็ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างเป็ธรรมชาติ มิใช่ตัวมันแสร้งทำ
เมื่อตัวเหม็นเห็นภาพเช่นนี้ของท่านปู่ ในความรู้สึกนางคล้ายกับว่าท่านปู่ผู้นี้ช่างยิ่งใหญ่เหลือเกิน แม้นางจะไม่เข้าใจสักนิดว่าอะไรคือฟ้าดิน อะไรคือจักรวาล เทพไท้แปลว่าอะไรนางยังไม่รู้เลย
ไม่ช้าท่านปู่ผู้มีภาพลักษณ์แลดูสูงส่งก็ทำมือยื่นมาทางนาง มือของท่านปู่คล้ายๆ มีแสงสว่างส่องประกายออกมา และอยู่ดีๆ แสงสว่างเ่าั้ก็รวมตัวกันเป็วัตถุบางอย่าง มันมีลักษณะทรงกลมมีลวดลายหลากสีสัน พร้อมมีไม้เล็กๆ ให้ถือจับสีสันสวยงาม มันน่าจะทำมาจากไม้ที่สีคล้ายทอง ตัวเหม็นเด็กหญิงตัวน้อยมิรู้เลยว่าสิ่งนี้คืออะไร หากแต่นางกลับรู้สึกว่า ตัวนางกำลังถูกสิ่งนี้ล่อลวงอย่างประหลาด คล้ายๆ กับว่ามันมีกลิ่นหอมหวานลอยออกมาจากเ้าสิ่งนี้ด้วย และมันก็ช่างน่ากินซะเหลือเกิน
"เด็กดีปู่มอบสิ่งนี้ให้เ้า"
"ท่านปู่สิ่งนี้คืออะไรหรือเ้าค่ะ" ตัวเหม็นพูดพลางมีั์ตาหวานเยิ้มยามจ้องมองไปที่มัน
ฉินเทียนตอบกลับในทันที "อมยิ้ม์ที่ท่านปู่ผู้นี้เสกขึ้นมาเพื่อเ้า"
.
.
.
หากท่านใดคิดจะหลอกเด็กน้อยสตรีเยาว์วัย ลูกอมหวานขนมขบเคี้ยว หึหึ มีเด็กน้อยคนใดจะต้านทานได้บ้างละ
ฉินเทียนรอบดีใจ อย่างน้อยๆ เหยื่อของมันเริ่มกินเบ็ดแล้ว
ทันทีที่สตรีตัวน้อยนางลิ้มเลียเ้าอมยิ้มลูกกวาดหวานนี้ ฉินเทียนตัวมันก็มั่นใจได้เลยว่า ชีวิตน้อยๆ ของตัวนางจะตกเป็ทาสศรัทธาของตัวมันตลอดชีวิตเป็แน่ อยู่ดีๆ ั์ตาของฉินเทียนก็แลดูคล้ายจิ้งจอกเฒ่าเ้าเล่ห์อยู่ไม่น้อยในครู่หนึ่ง
และแผนการอันร้ายกาจนี้ของมันจะสำเร็จหรือไม่นะ คิกคิกคิก