คำเตือน:เนื้อหาบางส่วนมีฉากใช้ความรุนแรง การฆ่า ทรมาน กักขัง เื
โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน
ผ่านไปหลายวันแล้วสำหรับอาการาเ็ของผม อาการตอนนี้เรียกได้ว่าเกือบหายดีไม่มีอะไรน่าเป็ห่วง หลายวันก่อนพอซางเย่รู้ว่าอวีเฟิงาเ็ก็เอ็ดตะโรใส่หยางจินไปชุดใหญ่ และยิ่งโมโหหนักกว่าเดิมเมื่อรู้ว่าหยางจินเป็คนทำ
แต่ทุกอย่างก็จบลงด้วยดี? เมื่อ…
ย้อนบทสนทนาเล็กน้อย..
'ศิษย์น้องหยางจินเหตุใดศิษย์น้องอวีเฟิงจึงได้าเ็เช่นนี้ แถมยังาเ็ด้วยฝีมือของเ้าด้วย เ้าจะอธิบายว่าอย่างไรหากไม่มีคำตอบที่ดีอย่าได้คิดว่าเื่นี้จะจบลงโดยง่าย'
'....'หยางจิน
อวีเฟิง 'ช่างมันเถิด ข้าาเ็เพียงเล็กน้อยเท่านั้น อีกอย่างเื่มันเกิดขึ้นเพราะข้า'
'เล็กน้อยได้อย่างไรเ้าาเ็ถึงเพียงนี้ ศิษย์พี่เป็ห่วงเ้านัก'
'ศิษย์พี่ซางเย่ท่านคิดว่าข้าเป็ใครกัน ข้าาเ็เพียงเท่านี้ท่านจำเป็ต้องกังวลหรือ'
'เข้าใจแล้วเช่นนั้นศิษย์พี่จะดูแลเ้าจนกว่าจะหายดีเอง'ซางเย่เปลี่ยนอารมณ์ได้ไวมาก ราวกับคนที่โมโหจนแทบจะพังสำนักไม่ใช่ตนเอง
'มะ ไม่..'
'เอาล่ะคนป่วยจำเป็ต้องพักผ่อนให้มาก พี่จะไปทำของบำรุงมาให้เ้ารอก่อนนะเฟิงเออร์ ส่วนศิษย์น้องหยางจิน จงกลับไปเขียนรายงานเื่ภารกิจครั้งนี้โดยละเอียดเสีย'น้ำเสียงที่ใช้พูดกับอวีเฟิงช่างแตกต่างกับหยางจินนัก
'...'
เื่มันก็ประมาณนี้ละนะ ซางเย่ไม่คิดจะฟังเหตุผลไม่คิดจะให้โต้แย้ง เขาทำราวกับว่าอวีเฟิงสำคัญกว่าอะไรทั้งหมด ก็อย่างที่บอกไปั้แ่ต้น ว่านิยายเื่นี้เน้นแฟนเซอร์วิส ไม่เน้นกลบหลุม ไม่เน้นความสมเหตุสมผล แค่ฟินก็พอจบนะ…
แต่พอได้เข้ามาอยู่ในนิยายที่ตัวเองเขียนจริงๆ ก็แทบอยากจะร้องไห้สักวันละสามรอบ ไม่ว่าจะเดินไปทางไหนก็มีแต่หลุมดำรอให้กลบ ความไร้เหตุผลต่างๆ นานา นี่มันอะไร ไอ้'ผมแค่อยากอ่านนิยาย'คนนี้แทบจะบ้า
พอคิดเยอะแล้วก็เหนื่อยพอเหนื่อยแล้วก็ง่วง เอาเป็ว่าราตรีสวัสดิ์ครับ…
..ท่ามกลางความมืดมิดที่มีเพียงแสงไฟริบหรี่ ภายในถ้ำขนาดใหญ่ซึ่งมีวงอาคมสกัดกั้นการเข้าออกอย่างหนาแน่น รอบกายมีศพเด็กชายหญิงมากมายนอนเกลื่อนกลาดอยู่ภายในถ้ำ ร่างเล็กๆ ของเด็กชายคนหนึ่งอาบย้อมไปด้วยเืสีแดงฉานมือเล็กๆ คู่นั้นถือมีดสั้นคู่หนึ่งไล่ฆ่าสังหารเด็กคนอื่นด้วยสีหน้าเรียบเฉยราวกับไร้ความรู้สึก
ทว่าในตาคู่สวยกลับกำลังร่ำไห้ น้ำใสๆ ร่วงหล่นลงมาจากดวงตาคู่สวยอย่างไม่ขาดสาย แม้ในถ้ำนี้จะมืดอยู่มากแต่อวีเฟิงกลับรับรู้ทุกอย่างได้ชัดเจน ราวกับว่าตนคือเด็กคนนั้น
ในห้วงฝันนี้ช่างน่าหวาดหวั่นนัก เด็กชายหญิงอายุราว 6-10ปี กำลังต่อสู้กันเพื่อแย่งชิงน้ำและอาหารรวมถึงอาวุธต่างๆ ของเด็กคนอื่นๆ ศพมากมายเกลื่อนกลาดนับร้อยกำลังส่งกลิ่นเหม็นเน่าในอากาศอับชื้นภายในถ้ำมืดสลัว
ท่ามกลางซากศพมากมายเหลือเพียงเด็กชายคนหนึ่งเท่านั้นที่ยังคงยืนอยู่ได้ ในมือถือมีดสั้นสภาพยับเยิน เขาเดินไปหยิบน้ำและอาหารข้างๆ ศพเด็กที่นอนอยู่ไม่ไกลมากแล้วเดินไปนั่งบนก้อนหินขนาดไม่ใหญ่มาก ก่อนเช็ดคราบน้ำตา ปรับสีหน้าของตนเองให้ดูเป็ปกติที่สุด แล้วดื่มกินอาหารที่แย่งชิงมาได้ด้วยสีหน้าเรียบเฉยราวกับไม่เคยเกิดเื่อะไรขึ้น
เหตุการณ์เหล่านี้คืออะไร..ทำไมถึงได้รู้สึกบีบคั้นหัวใจจนเหมือนจะหายใจไม่ออกแบบนี้ น่าแปลกใจจริงๆ ทั้งๆ ที่ไม่น่าจะเคยพบเห็นสถานที่แบบนี้มาก่อน แต่กลับคุ้นเคยกับสถานที่แบบนี้ กับเหตุการณ์แบบนี้ ราวกับว่ามันเป็ส่วนหนึ่งในการดำเนินชีวิตจนแทบจะกลายเป็ชีวิตประจำวัน
ไม่มั้ง คงไม่ใช่หรอก..ว่าแต่ทำไมหลางผิงเย่ถึงมาอยู่ที่นี่ได้ล่ะ
'ระบบนายอยู่ไหมช่วยอธิบายสถานการณ์ตรงหน้าให้ฟังที'
[ระบบพร้อมให้บริการคุณตลอด 24 ชั่วโมง]
[คุณได้เข้าสู่event กลบหลุมอดีตวัยเด็กของอวีเฟิง]
'เดี๋ยวสิ! นี่มันฮาร์ดคอร์เกินไปแล้ว ฉันจำได้ว่าฉันเขียนวัยเด็กของอวีเฟิงเป็เด็กกำพร้าที่ต้องดิ้นรนเอาชีวิตรอดแค่นั้นไม่ใช่เหรอ'
[แล้วมันต่างจากสิ่งที่คุณเขียนตรงไหนครับ อวีเฟิงก็กำลังดิ้นรนเอาชีวิตรอดอย่างที่คุณเขียนนี่]
'.....'
มันเป็การดิ้นรนเอาชีวิตรอดที่มีความหมายต่างกันสุดขั้วจริงๆ จากแิที่ว่าเป็แค่เด็กธรรมดาต่อสู้เอาชีวิตรอดในตรอกแคบๆ กลับโดนภาพตรงหน้ากระแทกใส่จนแทบลืมหายใจ แบบนี้ก็ได้ด้วยเหรอระบบ ช่วยอย่าเพิ่มอะไรตามใจชอบจะได้ไหม
"คารวะท่านอาจารย์ ว่าแต่ที่นี่คือที่ไหนหรือขอรับ"ผิงเย่ถาม
ผมควรจะตอบว่ายังไงดีเนี่ย..
[ที่นี่คือห้วงอดีตของอวีเฟิงหนึ่งในวิชาของมารฝัน]
เดี๋ยว!! มารฝันอะไรมาจากไหนฉันจำได้ว่าไม่เคยเขียนไม่สิไม่เคยคิดที่จะเขียนเกี่ยวกับมารฝันในนิยายของฉันแม้แต่นิดเดียว แล้วมันมาได้ยังไง!!
[เพื่อความสมเหตุสมผลของเนื้อเื่ และเพื่อให้ง่ายต่อการกลบหลุมอีกมากมายในอนาคต มารฝันจึงจำเป็ต่อการดำเนินเื่เป็อย่างมาก ระบบจึงเห็นสมควรที่จะใส่ตัวละครมารฝันลงในเนื้อเื่หลักด้วย]
ให้ตายเถอะ ช่วยอย่าเพิ่มอะไรตามใจชอบจะได้ไหม
"ที่นี่คือเขตอาคมของมารฝันเ้าจงระวังตัวให้ดี"
"ขอรับ"
ว่าแต่ทำไมผิงเย่ถึงมาอยู่ที่นี่ได้ล่ะ
[เพราะมารฝันเพิ่งตื่นจากการหลับใหลอันยาวนานจึงเผลอใช้พลังมากเกินไป เลยทำให้หลางผิงเย่ติดร่างแหมาด้วย]
ตอนนี้ผมและผิงเย่ทำได้เพียงยืนมองเหตุการณ์ต่างๆ เท่านั้นตราบใดที่มารฝันยังไม่ปรากฏตัวออกมา ต่อให้เป็เซียนสี่วิถีอย่างอวีเฟิงก็ยังทำได้แค่รอ
ในระหว่างที่รอผมก็โดนความรู้สึกมากมายเข้าถาโถมอย่างไม่หยุดหย่อน ทั้งความหวาดกลัว ความเ็ป เศร้าโศก และโกรธแค้น ผมทำได้แค่มองเหตุการณ์ต่างๆ ไหลผ่านไปอย่างช้าๆ
..กลุ่มชายฉกรรจ์ห้าคนเดินผ่านเขตอาคมเข้ามาหาเด็กชายพลางมองไปรอบๆ ถ้ำ "เ้าผ่านแล้ว เก่งไม่เบานี่ไปกันเถอะ นายท่านเรียกแก"
เด็กชายแสยะยิ้มแล้วเดินตามชายฉกรรจ์ไปอย่างว่าง่าย จนกระทั่งเดินมาถึงตำหนักที่รวบรวมยอดฝีมือจากทั่วทุกสารทิศรวมไปถึงนักฆ่าภายใต้ชื่อที่คนทั่วไปทราบกันดี นั่นคือ'ตำหนักอสูรครวญ'
เมื่อเดินต่อไปสักพักจึงได้พบเห็น'นายท่าน'ที่นั่งอยู่บนโต๊ะตัวใหญ่ภายในห้องกว้างขวาง
เขามองเด็กชายตัวน้อยแล้วแสยะยิ้มออกมาก่อนพูด "เ้าเก่งไม่เบานี่เด็กน้อย เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการฝึกในสถานที่ต่อไปล่ะ"
เด็กชายแสยะยิ้มพร้อมกับชักมีดสั้นสภาพยับเยินออกมาถือพร้อมกับเอ่ยขึ้น "ข้าพร้อมตั้งนานแล้ว และข้าคิดว่าที่นี่คือสถานที่ฝึกต่อไป ส่วนเ้าจะมาเป็คู่ซ้อมให้ข้าใช่หรือไม่"
"น่าสนุกดีนี่ ถ้าเ้าเอาชนะลูกน้องของข้าได้จะยอมเล่นด้วยก็ได้เ้าเด็กอวดดี"ชายหนุ่มพูดขึ้นด้วยท่าทีมั่นใจ เพราะอย่างไรเสียคนตรงหน้าก็เป็เพียงเด็กแปดขวบถึงจะเก่งกล้าสักแค่ไหนก็ไม่มีวันเอาชนะลูกน้องของเขาได้ทั้งหมดอยู่แล้ว และถ้ายิ่งจะเอาชนะเขานั้นก็ยิ่งไม่มีวัน..
แต่ทุกอย่างกับผิดพลาดเมื่อนักฆ่าและยอดฝีมือจากตำหนักอสูรครวญคนแล้วคนเล่าร่วงหล่นลงไปนอนกองกับพื้นราวกับใบไม้ร่วง ด้วยฝีมือของเด็กแปดขวบเพียงหนึ่งคน...
เด็กแปดขวบที่ว่ากำลังทำลายทุกอย่างที่ขวางหน้าด้วยกำลังและความสามารถของตนเอง
‘วิชาคว้านหัวใจถวายอสูร’ เป็วิชาที่เด็กชายคิดขึ้นและฝึกจนชำนาญจากการต่อสู้ในถ้ำ พื้นฐานวิชาก็ไม่มีอะไรมากแค่ล้วงเข้าไปในอกข้างซ้ายแล้วควักเอาหัวใจออกมาอย่างรวดเร็ว ทำให้หัวใจที่ควักออกมายังเต้นอย่างสม่ำเสมอในมือ
"ข้าพึ่งคิดวิชานี้ได้ไม่นานเลยยังไม่ชำนาญเท่าไหร่ ทำให้เวลาควักมีเืซึมออกมานิดหน่อย ต้องฝึกให้มากกว่านี้"เด็กชายพูดขึ้นพร้อมกับบีบหัวใจที่อยู่ในมือ เมื่อหัวใจถูกทำลายผู้เป็เ้าของก็ตายในทันที
"กะ แกมันไอ้เด็กปีศาจ"ผู้ที่ (เคย) เป็นายท่านที่เหลือรอดอยู่เพียงคนเดียวในที่แห่งนี้พูดขึ้นด้วยความหวาดกลัว
"แกต่างหากที่เป็ปีศาจ ถ้าหากแกไม่ลากข้าไปไว้ในถ้ำพวกนั้นเป็ปีๆ วันนี้แกก็อาจมีชีวิตรอดปลอดภัยดีก็ได้"
"ยะ อย่าเข้ามานะ..ไม่นะ!!!! "
"หึๆๆ กลัวเป็ด้วยหรือ ไม่ต้องกลัวข้าพึ่งคิดค้นวิชาใหม่ได้เมื่อครู่ ไม่ถึงตายหรอกรับรอง เพราะว่าความตายมันง่ายเกินไปสำหรับแก…"
"มะ ไม่นะ ได้โปรด…"
"หึ วิชาฝ่ามือขยี้เซียน"เป็วิชาที่ใช้ทำลายรากปราณทั้งหมด รวมไปถึงแก่นิญญาด้วย
"อ้ากกก"
"อย่าพึ่งรีบตายซะล่ะข้ายังอยากลองใช้วิชาถลกหนังอีกนะ"เป็วิชาที่ใช้พลังปราณเปลี่ยนเป็ใบมีดบางเฉียบกรีดแล่ิัทั้งร่าง แล้วใช้มือกระชากิัออกจากเนื้อ โดยที่ไม่ทำให้เหยื่อตาย
ลองคิดสภาพดูนะ คนที่มีแต่เนื้อปนเืทั่วทั้งร่างไม่มีิั กำลังดิ้นทุรนทุรายอยู่กับพื้น และเริ่มหายใจรวยรินลงทุกขณะ แต่ก็ยังโดนมีดสั้นสภาพพังๆ ไล่กรีดตัดกล้ามเนื้อ เพื่อให้เปล่งเสียงร้องออกมา…
เหตุการณ์นี้มันทำให้ผมหวนนึกถึงอดีตที่ผ่านมา อดีตของวัตถุดิบในการทดลองs0027 มันช่างคล้ายคลึงกับภาพเหตุการณ์ตอนนี้จริงๆ ..ทั้งๆ ที่คิดว่าจะสามารถลืมมันไปจนหมดได้แล้วแท้ๆ แต่สุดท้ายแล้วผมก็ยังจำได้ทุกอย่าง ทุกๆ รายละเอียดเหมือนกับว่ามันเพิ่งเกิดขึ้นมาเมื่อวานนี้เอง...เกลียดนักความรู้สึกแบบนี้น่ะ..
ผมไม่อยากดูต่อแล้ว เอาเป็ว่าขอตัดไปฉากที่มารฝันออกมาเลยได้ไหม ระบบ…
[ยังไม่สามารถทำได้ แต่ระบบสามารถตัดไปฉากสุดท้าย ก่อนที่มารฝันจะปรากฏตัวได้ครับ]
แล้วทำไมไม่บอกั้แ่ทีแรกปล่อยให้ดูเื่พวกนี้ทำไมตั้งนานเนี่ย ถึงผมจะเคยชินอยู่แล้วแต่ก็ไม่ได้ชอบที่จะดูหรอกนะ
[ทุกอย่างย่อมมีเหตุและผลเสมอครับ บางครั้งการบังคับให้ตนเองโต เพื่อมีชีวิตรอดต่อไปก็เป็สิ่งจำเป็สำหรับคนบางคน รวมถึงคุณด้วย]
รู้แล้วน่า...
[และนี่คือภารกิจกลบหลุมหากคุณไม่รับรู้เื่ราวอดีตของอวีเฟิงออริด้วยตัวเองระบบจะถือว่าภารกิจล้มเหลว]
งั้นอย่างน้อยก็ช่วยวาร์ปออกจากเื่นี้ทีเถอะ ผมดูฉากนองเืมามากพอแล้ว และที่สำคัญตอนนี้ก็ยังมีพระเอกอยู่ด้วย ผมว่าเขายังเด็กเกินกว่าที่จะให้มาเห็นอะไรแบบนี้นะ
[เข้าใจแล้วครับ นี่เป็ฉากสุดท้ายของอวีเฟิง (วัยเด็ก) ตอน'ทำลายปราสาทอสูรครวญ']
มีแยกย่อยเป็ตอนด้วยเจริญเถอะ
[คำเตือน:หากคุณยังไม่หยุดแซะ ระบบจะทำการหักแต้มของคุณ]
เออ งั้นจะเริ่มบรรยายต่อทันทีเลยครับ
หลังจากเด็กน้อยทำลายปราสาทและนำของมีค่าทั้งหมดในปราสาทใส่ลงในถุง'ห่อผืนฟ้า'ความหมายก็ตรงตามตัวเลยก็คือถุงที่มีขนาดใหญ่พอที่จะห่อหุ้มท้องฟ้าได้ โดยที่ลักษณะภายนอกก็คล้ายกับถุงหอมธรรมดาๆ เท่านั้น
เมื่อได้ทุกสิ่งที่้าแล้วเด็กน้อยจึงเดินทางไปยังโรงตีเหล็กที่อยู่ไกลออกไปพอสมควร
"ข้า้าให้ท่านตีกระบี่ให้ข้าสักเล่มโดยใช้มีดสั้นคู่นี้หลอมเป็กระบี่"
ช่างตีเหล็กชรามองมีดสั้นสภาพยับเยินเล็กน้อย ก่อนชำเลืองมองเด็กน้อยที่เป็เ้าของมีดสั้นคู่นี้ "หืม มีดสั้นคู่นี้เป็มีดธรรมดา แต่ดูเหมือนวิธีที่เ้าใช้มันจะไม่ธรรมดาเลยนะเ้าหนู.."
"...."
ช่างตีเหล็กชราไม่ได้ใส่ใจเื่ความเป็มาของเด็กน้อย สิ่งที่เขาให้ความสนใจคือมีดสั้นคู่นี้ต่างหาก "..น่าสนุกดีนี่ มันต้องกลายเป็กระบี่ชั้นยอดได้แน่ แต่ว่าตอนนี้ข้ายังไม่มีวัตถุดิบที่ดีพอจะใช้ในการหลอมกระบี่ของเ้า"
"ข้ามิได้้ากระบี่ชั้นยอด ข้าเพียง้ากระบี่สักเล่มเท่านั้น"
"ถึงจะพูดเช่นนั้นก็เถอะ แต่มีดคู่ที่เ้าอยากให้ข้าหลอมจิตอาฆาตมันมีมากเกินไปไม่อาจหลอมด้วยวัตถุดิบธรรมดา และยิ่งไม่สามารถหลอมมันได้ด้วยวิธีธรรมดาเช่นกัน หากเ้าอยากให้ข้าตีดาบด้วยมีดคู่นี้ เ้าย่อมต้องไปหาวัตถุดิบมาเอง"
"...ท่าน้าสิ่งใด"
ช่างตีเหล็กชราแสยะยิ้มเล็กน้อยก็เลยถึงวัตถุดิบแต่ละชนิดที่เขา้า ซึ่งแต่ละอย่างเป็วัตถุดิบชั้นยอดที่คนธรรมดาหรือกระทั่งผู้ฝึกตนทั่วไปไม่สามารถหามาได้ เขาอยากรู้ว่าเด็กคนนี้จะมีความสามารถพอที่จะใช้อาวุธที่เขาดีขึ้นหรือไม่
"ก่อนอื่นเลยต้องเป็แร่เหล็กจากห้วงอเวจีที่ลึกที่สุดในแดนปรภพ"
"..ได้"
"ส่วนน้ำที่ใช้ในขั้นตอนการตีดาบ ต้องมาจากต้นน้ำจากแม่น้ำพิพากษาในแดนเทพ"
"..ได้"
"ส่วนหินลับมีดที่จะใช้ฝนกระบี่ของเ้าจะต้องเป็ผลึกอัคคีหรือก็คือผลึกสะกดพลังของสัตว์อสูรซึ่งน่าจะอยู่ใจกลางของแดนอสูร"
"..ได้"
"ส่วนกั้นดาบและฝักดาบ จะต้องเป็รากของต้นไม้โลก ในมิติมายาดินแดนเชื่อมต่อหกภพภูมิ"
"...ได้"
"...นี่เ้าจะไปหามาจริงๆ นะหรือของพวกนี้ใช่จะหามาได้ง่ายๆ ข้าว่าแค่เ้าเลิกคิดที่จะตีมีดคู่นั้นมันจะไม่ง่ายกว่าหรือ"
"ไม่ล่ะ เดี๋ยวข้าจะกลับมาใหม่พร้อมกับสิ่งที่ท่าน้า.."
ช่างตีเหล็กชรามองตามแผ่นหลังเล็กๆ ที่เดินจากไปด้วยแววตาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความคาดหวัง ก่อนหัวเราะลั่นอย่างนึกชอบใจ
..สามวันต่อมา อวีเฟิงก็กลับมาอีกครั้งพร้อมกับสิ่งที่ช่างตีเหล็ก้าอย่างครบถ้วน
"ไม่คิดว่าเ้าจะเอาพวกมันมาได้จริงๆ ว่าแต่เ้าจะให้ข้าสลักชื่อกระบี่ว่าอย่างไร"
"ร่ำโลหิต (ซุยเฉิง) "
"กระบี่มารสินะ.."
"ผิดแล้ว..กระบี่เซียนต่างหาก"
"กระบี่เซียนที่เต็มไปด้วยไอสังหารหรือ น่าสนุกดีนี่อีกเจ็ดวันมารับกระบี่ของเ้าที่นี่ได้เลย"
"ได้…"
เอ๋! กระบี่เซียนของอวีเฟิงคือกระบี่เกร็ดเหมันต์นี่นา ถ้าเป็แบบนั้นแล้วกระบี่ร่ำโลหิตล่ะตอนนี้อยู่ที่ไหน ว่าแต่นี่มันจะซับซ้อนซ่อนเงื่อนเกินไปแล้วนะ ผมไม่ได้เขียนให้อวีเฟิงมีความลับหรือมีปมเยอะแยะขนาดนี้เลยนี่นา
นิยายของผมมันต้องดำเนินเื่ด้วยความฟินสิ แล้วนี่มันอะไรเอาแต่กลบหลุม แล้วเมื่อไหร่พระเอกถึงจะมีฮาเร็มล่ะเฮ้ยยย..
'ผมแค่อยากอ่านนิยาย'คนนี้เพลีย
………………………………
เนื้อหาที่ไม่ปรากฏในนิยาย
ตัวข้านั้นถูกผู้ที่ได้ชื่อว่า'พ่อแม่'ขายให้กับตำหนักอสูรครวญ ทุกๆ วันคือนรกสำหรับข้า ระยะเวลาสองปีในถ้ำนั้น ข้าไม่เคยได้กินอิ่ม ไม่เคยหลับได้อย่างสนิทใจเลยสักวัน
ทุกๆ คนต้องใช้กำลังแย่งชิงสิ่งที่ตนเอง้า และข้าได้่ชิงเคล็ดวิชาฝึกเดินลมปราณเบื้องต้นจากเด็กคนหนึ่งที่ถูกจับตัวมา รวมทั้งเคล็ดวิชาต่างๆ ที่ข้าแย่งชิงมาจากคนอื่น
ข้าฝึกเดินลมปราณอย่างจริงจังและเรียนรู้การใช้อาวุธต่างๆ จนสุดท้ายข้าสามารถสร้างวิชาของตนเองได้เพียงแค่คิดอยากจะทำ
ไม่ว่าจะด้วยสถานการณ์บีบบังคับทุกลมหายใจเข้าออก หรือความคุ้นชินกับการฆ่าผู้อื่นเพื่อให้ตัวเองมีชีวิตรอด สภาพแวดล้อมที่โหดร้ายบังคับให้ข้าเติบโตและทำตามสัญชาตญาณการเอาชีวิตรอด
ตัวข้านั้นรู้ดีว่าในโลกใบนี้ไม่มีสิ่งใดที่ได้มาโดยที่ไม่ต้องสูญเสียสิ่งใดไป
ทุกๆ สิ่งที่ข้าดิ้นรนเพื่อให้ได้มา ข้าย่อมต้องจ่ายค่าตอบแทนที่เท่าเทียม
ข้าเกลียดโลกใบนี้ เกลียดทุกสิ่งทุกอย่างที่นี่
และสิ่งที่ข้าเกลียดยิ่งกว่าอะไรทั้งหมดก็คือตัวข้าเอง
ข้าจะมีวันที่ได้หลุดพ้นจากขุมนรกนี้หรือไม่
แต่ถ้าหากข้ามีโอกาสสักครั้งข้าก็จะขอเดิมพันด้วยทุกสิ่ง เพื่อทำลายสถานที่ที่แสนโสมมนี้ทิ้งซะ
...ตัวข้าไม่เคยปรารถนาให้ผู้ใดมาลิขิตโชคชะตาให้ ชีวิตนี้ข้าขอเป็ผู้ลิขิตเส้นทางชีวิตด้วยตนเอง
ลิขิตฟ้าไม่อาจฝืนอะไรนั่น แค่ทำลายมันทิ้งเสียก็สิ้นเื่...ตัวข้าคิดเช่นนั้น
รอก่อนเถอะ ตัวข้าจะเหยียบย่ำโลกทั้งใบให้อยู่ใต้ฝ่าเท้า แล้วข้าจะขึ้นเป็ใหญ่เหนือกฎเกณฑ์ใดๆ ทั้งปวงให้จงได้!!
….มิเคยหวั่นฟ้าสูงหากใจหมาย
จะเหยียดกายเหยียบฟ้าท้า์
จะลิขิตวาดชีวิตตามใจตน
โลกโสมมข้าจะย้อมให้เป็สีเดียว..
อวีเฟิง...
ขอบคุณสำหรับการติดตามผลงานของนามิ
รักรีดเดอร์ทุกคนค่ะ
จากใจ
นามิแค่อยากอ่านนิยาย
จุ๊บๆ