ตอนที่1 ฉันชื่อหลินเจียฉี
ณ ท่าเทียบเรือแห่งหนึ่ง
ท่ามกลางผู้คนขวักไขว่ ร่างเล็กผอมบอบบางของหญิงสาวในชุดกี่เพ้าดัดแปลงร่วมสมัยคล้ายชุดเดรสสมัยนี้สีฟ้าอ่อนปลิว
ไสวตามแรงลม ผมสีดำรวบมัดยาวกลางหลัง ดวงหน้าเล็กซีดเซียว ดวงตาสวยฉ่ำน้ำแดงช้ำ สองมือเรียวเล็กบอบบางจับผ้าคลุมไหล่ไว้แน่น ข้างกายมีกระเป๋าเดินทางใบไม่เล็กไม่ใหญ่วางข้างตัว
"หลินเจียฉี" ยืนโดดเดี่ยวเดียวดายท่ามกลางผู้คน ภาพลักษณ์นี้ ยิ่งทำให้เธอดูบอบบางพร้อมจะแตกหักแล้วปลิวไปตามแรงลมได้ตลอดเวลา เธอยืนนิ่งคิดถึงสาเหตุที่ทำให้เธอต้องมายืน ณ ที่เทียบเรือโดยสารแห่งนี้ ที่ผู้คนขวักไขว่วุ่นวาย มีเพียงเธอที่ดูสงบนิ่งมองดูแล้วช่างแตกต่างจากบุคคลโดยรอบโดยสิ้นเชิง
เธอเกิดมาในครอบครัวชนบททำอาชีพเกษตรกรเหมือนคนส่วนใหญ่ชีวิตทั้งแต่เด็กไม่เคยรู้จักคำว่าสุขสบาย การอาศัยอยู่ในครอบครัวใหญ่ที่เลือกที่รักมักที่ชังของคนที่เป็หัวหน้าครอบครัวปู่และย่า และเธอกับมารดาก็ไม่ได้จัดอยู่ในกลุ่มที่รักของทั้งสองท่าน ส่วนบิดายึดถือความกตัญญูเป็ใหญ่ส่วนความลำบากของลูกเมียเป็รอง ทุกอย่างล้วนแล้วแต่ต้องอดทนและทนอด
เธอและแม่ต้องทำงานบ้านทุกอย่างแทนทุกคนในครอบครัวใหญ่นี้ ลูกหลานทุกคนล้วนแต่ได้เรียนจนถึงมัธยมขึ้นไป ยกเว้นตัวเธอเรียนจบแค่ประถม ซึ่งย่าอ้างว่าโง่งมหัวไม่ดี แหงล่ะเธอช่วยแม่ทำงานั้แ่เด็ก พออายุ5ขวบก็เริ่มช่วยแม่ทำงานทุกอย่างแล้วจนแทบไม่มีเวลาพัก จะเอาเวลาที่ไหนไปอ่านหนังสือหรือท่องจำ ไปเรียนพร้อมจะหลับตลอดเวลาเสียงที่หล่าซือสั่งสอนไม่เคยเข้าหู
แต่สิ่งที่ผ่านหูมากที่สุดกลับเป็เสียงด่าทอคำหยาบคายของคนเป็ย่าที่ขยันสบถคำด่าั้แ่เช้ายังค่ำ ตื่นแต่เช้ามืดช่วยแม่ทำงานบ้าน ก่อนไปโรงเรียน กลับมาก็ต้องรีบมาช่วยแม่กว่าจะได้นอนก็ดึกดื่น กินไม่เคยอิ่มนอนไม่เคยพอ จะให้เรียนเก่งได้ยังไง เธอจึงมีรูปร่างผอมบางตัวเล็กแกร็นโชคดีที่หน้าตาถือว่ายังมีความงดงามอยู่บ้าง แต่ผิวภายนอกกลับหยาบกร้านดำคล้ำกว่าผู้หญิงทุกคนในครอบครัวยกเว้นก็แต่ ซ่งเจียซิน แม่ของเธอที่ผิวดำคล้ำใบหน้าซูบตอบร่างกายเริ่มเหมือนโครงกระดูกเดินได้เข้าไปทุกที เพราะเธอมักจะแบ่งบันอาหารส่วนของเธอไว้ให้ลูกสาวเวลากลับมาจากโรงเรียนเสมอๆ
ผิดกับพี่สาว"หลินซูหรง"ที่เป็ลูกสาวลุงใหญ่ อายุมากกว่าเธอ3ปีรายนั้นผิวขาวใสผุดผาดหน้าตาสะสวยดูอ่อนหวาน พูดจาไพเราะเสนาะหู แถมยังเรียนเก่งจนต่อมาสามารถสอบเข้ามหาลัยในปักกิ่งได้อีก สร้างความภาคภูมิใจให้กับคนในตระกูลนี้อย่างยิ่ง เธอกับพี่สาวคนนี้มีใบหน้าคล้ายกันเกือบ7ส่วน แต่รูปร่างนั้นแตกต่างกันอย่างมาก พี่สาวมีรูปร่างอวบอิ่มสมส่วน มีนิสัยช่างเจรจาเป็คนร่าเริงอ่อนหวานเข้ากับคนได้ง่าย เธอนั้นเป็ที่รักของคนทั้งบ้านไม่เว้นแม้แต่พ่อของเธอเอง ซึ่งรักและเอ็นดูพี่สาวคนนี้มากกว่าลูกสาวของตัวเองซะอีก
เธอรู้สึกว่าตลอดมาตัวเธอไม่เคยพบกับความสุขจริงๆ เลยไม่ว่าจะเป็ทางใจและทางกาย พ่อไม่สนใจแม่ก็อ่อนแอจนปล่อยให้ตัวเองและลูกสาวโดนรังแก ชีวิตตอนนั้นได้แต่ยืนก้มหน้ามองพื้นเช่นเดียวกับมารดา ไม่กล้าขัดใจคนอื่น
จนได้กระทั่งมาเจอกับเขา รักครั้งแรกและรักเดียวของเธอ "หานเทียนเสียง"การที่ได้แต่งให้เขาเป็สิ่งที่ไม่มีใครคาดคิดได้รวมถึงตัวเธอเองด้วย สามีคนนี้ของเธอแสงสว่างที่ทอประกายสวยงามเข้ามาในชีวิตที่มืดมนของเธอ ถึงเขาจะเ็าเคร่งขรึมไปบ้างแต่ก็ไม่เคยให้เธอพบกับความลำบากอีกเลยเมื่อมาอยู่ภายใต้ปีกของเขา ลำบากกายอ่ะนะ นั่นคือสิ่งที่เธอคิดมาตลอดเกี่ยวกับเขาจนโดนความจริงตอกหน้าเข้าใส่ในภายหลัง
"หึหึเธออดหัวเราะให้กับความไร้เดียงสาของตัวเองไม่ได้"
ใช่เขาไม่เคยให้เธอลำบากกายมาตลอด5ปีที่แต่งงานกัน นับครั้งได้ที่เขาและเธอได้อุ่นเตียงกันเพราะเขานั้นงานยุ่งมากจนในที่สุดเขาก็ประสบผลสำเร็จ ขึ้นแท่นเป็นักธุรกิจหนุ่มรุ่นใหม่ไฟแรงในวัย30ปี ความสำเร็จที่พามาพร้อมกับคราบน้ำตาของเธอและลูกน้อยในท้องที่ยังไม่มีโอกาสได้บอกกับเขา สามีคนดีที่เป็แสงสว่างเพียงหนึ่งเดียวในใจเธอ กลับพาความมืดมนมาสู่เธออย่างช้าๆ ด้วยการนำผู้หญิงที่เธอคิดว่าคงจะหลุดพ้นจากวงจรของเธอและครอบครัวแล้ว หวนกลับเข้ามาในชีวิตเธออย่างคาดไม่ถึง
สามีที่แสนดีพาพี่สาวแสนสวยพร้อมลูกติดของเธอก้าวเข้ามาอยู่ร่วมบ้านเดียวกัน ด้วยข้ออ้างว่าเธอนั้นน่าสงสารเป็หญิงหม้ายไม่มีที่ไป อีกอย่างเพื่อสะดวกต่อการทำงานของเขาและเธอ เพราะเขาได้ให้เธอมาทำงานเป็ผู้ช่วยเลขาของเขา
น่าแปลกเลขาคนปัจจุบันของเขาที่ทำงานกับเขามานานนม กลับไม่เห็นพาเข้ามาหาที่บ้านเลยสักครั้ง ทั้งที่ทำงานประสานงานกับเขาแทบจะตลอดเวลา นี่แค่ผู้ช่วยเลขากลับพามาเลี้ยงดูที่บ้าน โดยอ้างเื่ความสะดวกในการทำงาน แถมยังให้สิทธิหล่อนประหนึ่งเ้าของบ้าน บางครั้งก็ใช้ให้เธอทำโน่นนี่ให้ราวกับคนใช้ส่วนตัว ด้วยเสียงและรอยยิ้มอันอ่อนหวาน สามีผู้แสนดีของเธอก็ไม่เอ่ยขัดอะไรเลย พอเธอปฏิเสธเ้าตัวก็น้อยอกน้อยใจน้ำตาไหลพรากๆเหมือนโดนเธอรังแก จนเธอกับสามีต้องทะเลาะมีปากเสียงกันบ่อยครั้ง
จบลงด้วยเธอนอนร้องไห้คนเดียวส่วนสามีคนดีหนีไปนอนอีกห้อง เช้ามาคนทั้งคู่ก็ควงคู่กันไปทำงาน กลับมาด้วยกันอีกทีจนมืดค่ำพร้อมกับดินเนอร์กันสองคนจากข้างนอกมาแล้ว จนอาหารที่เธอได้เตรียมไว้ให้ต้องเป็หมัน ไม่ซินะมันไม่ได้เป็หมันเพราะมีเธอที่หิ้วท้องรอกินพร้อมเขาจนสุดท้ายก็ต้องกินมันคนเดียวด้วยใจขมฝาด
การที่เธอทานอาหารมื้อค่ำ คนเดียวั้แ่พี่สาวก้าวเข้ามาบ้านหลังนี้ทุกวันนั้นเป็เื่ปกติไปเสียแล้วเป็อย่างนี้จนวันแล้ววันเล่า จนเธอนึกว่าสามีเธอกับพี่สาวเป็สามีภรรยากัน ส่วนเธอนั้นเป็แม่บ้านส่วนตัวของพวกเขาทั้งสองคน ที่ไม่จำเป็ต้องมีความเกรงใจใดๆ ต่อกัน อ่อมีอีกหน้าที่หนึ่งคือเป็สุนัขเฝ้าบ้านให้เขาอีกตำแหน่งหนึ่ง เพราะเขามักจะไม่ชอบที่จะให้เธอนั้นออกไปข้างนอกบ้านเท่าไหร่ อายละมั้งที่มีภรรยาเชยๆ
เช้าวันหนึ่งขณะที่เธอตื่นขึ้นมาด้วยความพะอืดพะอม ไม่สบายตัวและวิงเวียนศีรษะ ่นี้เธอมักจะอ่อนเพลียและมักจะง่วงนอนบ่อยฯ ไม่มีความอยากอาหาร กินอะไรก็อ้วกออกมาจนหมด วันนี้เลยตัดสินใจนั่งรถไปหาหมอคนเดียวที่โรงพยาบาล จวบจนเข้าตรวจหมอจึงได้บอกข่าวดีในรอบปีกับเธอว่า เธอตอนนี้กำลังตั้งครรภ์ได้สามเดือนแล้วและอาจจะเป็เด็กฝาแฝดจึงให้เธอดูแลตัวเองดีๆหมั่นมาหาหมออย่างสม่ำเสมอเพราะการตั้งตั้งครรภ์แฝดนั้นค่อนข้างเสี่ยงมากกว่าตั้งครรภ์ธรรมดามาก
ในตอนนั้นเธอรู้สึกดีใจมากเหมือนท้องฟ้าที่มืดมนจู่ๆ ก็สว่างสดใสขึ้นมาทันตา ลูกที่เธอรอคอยมาถึง5ปีแถมยังมาทีเดียวถึง2คน จะไม่ให้ดีใจได้อย่างไร ก่อนหน้านี้เธอเคยมาให้หมอตรวจหลายครั้งกับเขาแล้วว่าทำไมเขาและเธอถึงไม่สามารถมีลูกกันสักที หมอบอกว่าเป็เพราะตัวเธอสุขภาพไม่แข็งแรง เพราะเคยขาดสารอาหารและทำงานหนักอีกทั้งเคยโดนความเย็นมากเกินไปจน ทำให้ร่างกายเธอมีธาตุเย็นในตัวมากเกินไป จนอาจจะทำให้ไม่มีบุตรสืบสกุลได้
ตอนนั้นเธอร้องไห้เสียใจไปหลายวันเขาก็ปลอบโยนเธอไม่ให้คิดมากในเื่นี้ ถ้าไม่มีลูกเองได้จริงๆ ก็หาเด็กมาเลี้ยงเอา และตอนนี้เขาก็ได้ทำตามที่พูดแล้วด้วยการเอาลูกของพี่สาวเธอเข้ามาเลี้ยงดู ดูแลทั้งลูกทั้งแม่อย่างดีเชียวแหละ ตอนนี้เขาและเธอกำลังจะมีลูกของตัวเองกันแล้ว
ด้วยความดีใจเธอจึงคิดจะรีบร้อนที่จะไปบอกข่าวดีกับเขาที่บริษัทโดยไม่ได้บอกล่วงหน้าใดๆ ปกติแล้วเธอไม่ค่อยเข้ามาที่บริษัทเขาเท่าไหร่มีบ้างที่มากับเขา
และบางครั้งที่เขาลืมเอกสารนั่นคือก่อนหน้าที่พี่สาวเธอจะเข้ามาอยู่ด้วย เมื่อไปถึงหน้าห้องเขากลับไม่มีเลขานั่งอยู่ประจำที่อย่างเคยและก็ไม่เห็นพี่สาวเธอด้วย เธอแอบดีใจที่ไม่เจอพี่สาวเพราะเธออยากจะบอกข่าวดีนี้กับเขาแค่คนเดียว เธอคิดว่าเขาก็คงจะดีใจไม่ต่างจากเธอ และด้วยความรีบร้อนเพราะไม่อยากให้พี่สาวมาเห็นเธอซะก่อน เธอเลยรีบเปิดประตูเข้าไปโดยที่ไม่เคาะบอกคนในห้องก่อนล่วงหน้าตามมารยาท
"ปัง!คุณคะ"
เมื่อเปิดประตูเข้าไป สิ่งที่เห็นตรงหน้าทำให้เธอแทบกลืนคำพูดลงคอ กับเห็นภาพที่เห็นตรงหน้า พี่สาวคนสวยที่เธอดีใจที่ไม่เจอหน้าห้องนั้น กลับมาอยู่ในห้องนี้ในอ้อมกอดของสามีเธอ ทั้งสองคนกำลังกอดจูบกันอย่างดูดดื่มในห้องทำงานของเขานั่นเอง
ใจแตกสลายเป็เสี่ยงๆ เป็ยังไงตอนนี้เธอรับรู้ได้เป็อย่างดี สามีที่เธอรักกับพี่สาวคนสวยที่กดข่มเธอมาตลอดชีวิตกับสามีสุดที่รักกลับมาเป็ชู้กัน
เธอยืนมองภาพนั้นด้วยใจและตัวอันสั่นเทา ความปวดร้าวบริเวณหน้าอกตีรวน มันเจ็บจนทำให้เธอถึงกับทรุดลงกับพื้น มือเท้าเธอรู้สึกอ่อนแรง เธอได้แต่คิดว่าทำไม ไม่ใช่ว่าที่ผ่านมาเธอจะไม่เคยระแวง เธอรู้จักนิสัยของพี่สาวคนนี้ดี แต่เธอจะป้องกันได้ยังไงในเมื่อสามีเธอเป็คนพาปัญหานี้เข้ามาในครอบครัวของเธอเอง เธอได้แต่แอบหลอกตัวเองว่าสามีเธอคงรักเธอมากพอเหมือนกับที่เธอนั้นที่รักเขามาก
สุดท้ายสิ่งที่คิดมันก็เกิดขึ้นจริงๆ เขาอาจจะไม่ได้รักเธอมากพอ หรืออาจจะไม่เคยรักเลยก็ได้เลยก็ได้ ที่ยอมแต่งกันอาจเพราะเธอที่มีใบหน้าคล้ายกับพี่สาวของเธอ พวกเขารู้จักสนิทสนมกันมาั้แ่สมัยเรียนมหาลัยแล้ว พอคิดว่าเธออาจจะเป็แค่ตัวแทนของพี่สาวที่เขาจำใจเอามาแทนที่ ใจเธอก็ยิ่งเจ็บมันเจ็บจนทำให้เธอเริ่มอึดอัดหายใจไม่ออก นั่นซินะมีความเป็ไปได้สูงทีเดียว เป็เธอที่โง่งม
ไม่อย่างงั้นเขาคงไม่พาพี่สาวกับลูกติดเข้ามาอาศัยภายในบ้านเลี้ยงดูปูเสื่ออย่างดีหรอก กระทั่งยอมให้กดข่มคนที่เป็ภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายได้อย่างแเี ทั้งที่เหตุผลข้ออ้างที่พาเ้าหล่อนเข้ามานั้นช่างบางเบาสิ้นคิดสิ้นดี แต่เธอก็ต้องแกล้งยอมปิดตาข้างเดียว ทนสะกดจิตตัวเองตามเหตุผลกลวงๆ ที่เขาบอก
น้ำตาไหลมากมายพร้อมใจกันไหลทะลักออกมาเหมือนเขื่อนแตก มันนองเต็มใบหน้าเล็กๆ จนเธอแทบจะมองไม่เห็นชู้รักทั้งสองคน เธอไม่สามารถพูดอะไรออกไปได้แม้แต่คำเดียว ร่างกายและใจเธอตอนนี้มันสั่นเทาไปหมด จากหางตาเธอเห็นคนทั้งสองรีบผละออกจากกันเมื่อเธอบังเอิญเข้ามาเห็นฉากพิศวาสของพวกเขาเข้า
"ฉีเอ๋อร์"
เสียงอุทานด้วยความใของสามีเธอดังขึ้น ตอนนั้นเองที่หน้าประตูที่เธอไม่ได้ปิด ดูเหมือนจะมีพยานรู้เห็นเพิ่มขึ้นคือเลขาของเขากับคนกลุ่มหนึ่ง พร้อมทั้งพนักงานบริษัทอีกจำนวนหนึ่งที่อยู่ข้างหลัง เธอไม่รู้ว่าพวกเขาจะเห็นแบบที่เธอเห็นหรือไม่ หรือมาเห็นตอนที่เธอนั้นทรุดลงที่พื้น วินาทีนั้นในสมองเธอมีแสงวาบผ่าน เธอไม่เคยคิดที่จะทำร้ายใครแต่ตอนนี้เธอกำลังคิดที่จะทำมัน พี่สาวเธอชอบการแสแสร้งร้องไห้ ทำให้ตัวเองดูน่าสงสารใช่ไหม ดี!ฉันจะทำมันให้พี่สาวแสนดีดู กล้าทรยศความรักของเธอเหรอได้!สามีสุดที่รักรอรับผลกรรมอันหอมหวานของการแอบมีชู้ได้เลย
"ฮืออออๆๆ ทำไมคุณกับพี่สาวถึงได้กล้าทำแบบนี้คะ?คุณพาเธอเข้ามาเลี้ยงดูในบ้านอย่างพร้อมกับลูกของเธอ เป็ฉันที่หลอกตัวเองว่าเป็ฉันที่คิดมากเกินไป คุณเป็สามีฉันส่วนเธอก็เป็พี่สาวที่น่าสงสารโดนสามีทิ้งคงไม่มีทางทรยศหักหลังฉันแน่นอน แต่ภาพที่คุณและพี่สาวกอดจูบกันภายในห้องทำงาน ทำให้ฉันรู้ว่าฉันคิดผิด!คุณสองคนคงแอบเป็ชู้กันมานานแล้วใช่ไหมคะ คุณถึงได้กล้าพาเธอและลูกเข้ามาอยู่ร่วมบ้านกับฉันที่เป็ภรรยาสินะฮืออออออออๆๆ"
สิ้นคำพูดของเธอ มีแสงไฟสว่างวาบเข้ามาในห้อง ทำให้สองชู้รักในห้องตื่นตะลึง ที่แท้เลขาไม่ได้อยู่หน้าห้องคงเป็เพราะอาจจะลงไปพาแขกคนสำคัญขึ้นมา คงมีการนัดเจรจาเซ็นสัญญาโครงการใหญ่ที่สำคัญสักอย่างเลยมีนักข่าวตามมาด้วย เธอเองก็ตกตะลึงไปเช่นกัน เธอแค่อยากประจานชายโฉดหญิงชั่วที่เป็ชู้กันให้เลขากับพนักงานบริษัทของเขาได้รับรู้เท่านั้น ไม่คิดว่าจะกลายเป็เื่ใหญ่เพราะมีนักข่าวเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย แต่เธอกลับไม่ได้เสียใจเลยสักนิดเดียว ดีซะอีกโดยเฉพาะพี่สาวเธอที่ทำตัว เป็นกพิราบรังนกกางเขน [1] จงรับผลกรรมที่ก่อไปซะเถอะ
"หลินเจียฉี นังสารเลวหุบปากของแกไปซะ"
เสียงแหลมหวีดตวาดร้องอย่างลืมตัวของพี่สาวแสนสวยตวาดดังก้องห้องขึ้น พร้อมกับปรี่เข้ามาจะทำร้ายเธออย่างลืมตัว นี่แหละนิสัยดั้งเดิมจริงฯของเธอ
ก่อนที่จะเข้าถึงตัวเธอนั้นกลับมีร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีดำก้าวมาจากด้านหลังประตูเข้ามายืนบังเธอที่ทรุดตัวนั่งกับพื้น ขวางทางพี่สาวที่ง้างมือมาแต่ไกล ส่วนสามีของเธอเขาทำได้แต่ยืนตกตะลึงอยู่กับที่ทำอะไรถูกอยู่ที่เดิม
"ท่านประธานหยาง" เสียงแ่เบาดังจากพี่สาวคนงาม เมื่อกี้เธอลืมตัวจึงสติหลุด ทำให้เผลอแสดงธาตุแท้ออกมา
"หึ หึ วันนี้ได้เปิดหูเปิดตาผมจริงๆ วันนี้คงจะไม่มีการเซ็นร่วมลงทุนอะไรทั้งนั้น ผมใจแคบทำงานกับคนที่คบชู้ไม่ได้จริงๆ ต้องขอโทษด้วยที่ทำให้เสียเวลา แต่ก็ต้องขอบคุณที่พวกคุณต้อนรับผมอบอุ่นขนาดนี้ มีงิ้วสนุกๆ ให้ดูเป็ของแถมนี่มัน เป็อะไรที่ผมคาดไม่ถึงเลยทีเดียว เดิมทีแค่นึก ว่าคุณกับผู้ช่วยเลขาหลินซูหรง เป็คู่รักกัน ไม่คิดว่าจริงๆ แล้วกลับเป็ชู้รักกันไปซะได้ แถมยังควงกันอย่างเปิดเผย ผมนับถือในความใจกล้าหน้าหนาของคุณทั้งสองคนจริงๆ คนหน้าบางอย่างผมคงไม่กล้าร่วมงานกับพวกคุณหรอกครับ วันนี้คงต้องขอตัวลากลับก่อน"
จบคำพูดชายร่างสูงใหญ่ผึ่งผายก็หันหน้ามาย่อเข่าลงตรงหน้าเธอ พร้อมกับยื่นมือมาพยุงเธอลุกขึ้นกล่าวเสียงนุ่มทุ้มต่ำ
"เป็อะไรมากไหมครับ?ลุกไหวไหม ผมช่วย"
หลินเจียฉีที่ยังน้ำตานองหน้า แข้งขาอ่อนแรงจึงไม่ขัดศรัทธาในความมีน้ำใจของผู้ชายตรงหน้า เพราะตอนนี้เธอนั้นหมดเรี่ยวแรงจริงๆ
"ขอบคุณมากค่ะ" เธอกล่าวพร้อมก้มหน้าคำนับเป็การขอบคุณ
"ไปเถอะครับเดี๋ยวผมไปส่งคุณเอง ดูท่าคุณคงจะเดินไปเองไม่ไหวหรอกครับ"
เขาให้ผู้หญิงที่น่าจะเป็เลขาเขาเข้ามาช่วยพยุงเธอเดินออกจากห้องนั้นมา ตามด้วยเสียงซุบซิบดังขึ้นเบาๆ จากหน้าห้องที่เดินออกมา คนเริ่มมามุงดูเยอะขึ้นกว่าเดิม
ให้หญิงชายชู้จัดการแก้ปัญหาที่ตัวเองก่อไว้ต่อไปเถอะ เธอไม่ได้สงสารพวกเขาเลยแม้แต่น้อยกลับรู้สึกดีซะด้วยซ้ำไปเธอถูกทั้งสองคนทำร้ายมานานพอแล้ว ต่อไปก็รับผลกรรมที่ตัวเองร่วมมือกันทำไว้บ้างเถอะ แลกกับการแอบเป็ชู้ที่อาจทำให้ตื่นเต้นเร้าใจ ต่อไปคงจะได้รับผลกระทบที่เร้าใจทั้งคู่ยิ่งกว่า ที่ยืนบนสังคมคงยากแล้วล่ะ โดนจับได้คาหนังคาเขาพร้อมพยานมากมายที่สำคัญเจอสื่อตีแผ่แบบนั้นแม้แต่พี่สาวจอมเ้าเล่ห์ที่พลิกลิ้นเก่งขนาดนั้นคงเอาตัวเองไม่รอดเป็แน่แท้
"เรือมาแล้วๆๆ"เสียงะโก้อง ทำให้ความคิดพัดลอยไปไกล เหมือนกับตัวเธอที่ตอนนี้พาตัวเองออกมาไกลแล้วหลังจากหย่า หานเทียนเสียง ได้แบ่งทรัพย์สมบัติให้เธอเริ่มต้นชีวิตใหม่เยอะพอสมควร ตอนแรกเขาไม่ยอมหย่าเื่ที่เกิดขึ้นวันนั้นกลายเป็เื่อื้อฉาวประเด็นร้อนแรง นักข่าวขุดคุ้ยความสัมพันธ์ของอดีตสามีกับพี่สาวแสนสวยของเธอว่าทั้งสองคนเคยคบกันมาั้แ่สมัยเรียนมหาลัยแล้ว แต่พี่สาวเธอกลับไปแต่งงานกับเพื่อนสนิทเขาที่มีฐานะดีกว่าตอนนั้น สุดท้ายก็ไปกันไม่รอด
จนหาทางเข้าหาแฟนเก่าที่ปัจจุบันนั้นเป็สามีของน้องสาวที่เป็ญาติกัน และก็ทำได้สำเร็จ นักข่าวได้แฉพี่สาวคนสวยของเธออย่างเละเทะ แต่สุดท้ายแล้วทั้งสองคนเป็ยังไงต่อจากนั้น เธอก็หาได้สนใจ หลังจากทำเื่หย่าเรียบร้อยแล้วเธอก็ออกมาจากบ้านหลังนั้นโดยทันที ร่างเล็กบอบบางก้าวเดินขึ้นเรือตามหลังคนอื่นๆไป
ที่เธอเลือกโดยสารทางเรือเพราะเธอแพ้ท้อง่นี้หนักมาก ได้กลิ่นอะไรแรงๆไม่ได้เลย โดยเฉพาะกลิ่นตัวของคนเ้าตัวเล็กในท้องจะอ่อนไหวเป็พิเศษ ไม่เว้นแม้แต่กลิ่นน้ำหอมของสาวๆ ที่บางคนฉีดอย่างกับทำหกไว้ เธอจึงเลือกโดยสารทางเรือที่ระบายอากาศดีกว่าทางรถไฟมาก
เรือโดยสารลำนี้ถือว่าลำใหญ่พอสมควรมีที่นั่งสะดวกสบาย ลมพัดเย็นสบายทำให้ช่วยขับกลิ่นกายไม่พึงประสงค์ออกไปจนหมด
เรือโดยสารเล่นมาได้วันนี้เป็ที่สามแล้วมีเทียบท่าให้พักตามหัวเมืองใหญ่ต่างๆ เป็ระยะๆ ท่ามกลางอากาศที่เริ่มหนาวเย็นเสียงพูดคุยของผู้โดยสารที่นั่งข้างหลังเธอดังขึ้น
"นี่เธอเห็นศาลเ้าตรงคุ้งน้ำข้างหน้าฝั่งโน้นไหม?"
"เอ่อ เห็นๆ ทำไมเหรอ?"
"ก็เคยมีคนเล่าลือกันว่าถ้าคนจมน้ำบริเวณนั้น ก่อนสิ้นใจตายถ้าขออะไรก็ได้จะสมหวัง แต่ต้องตายนะ"
"ไอ้หย๊าาาเธอพูดอะไรของเธอเนี่ย หุบปากไปเลยช่างไม่เป็มงคลซะเลย คนใกล้ตายจะไปมีอารมณ์ขออะไรได้ แถมพรที่ขอจะสำเร็จตอนตายมันจะมีประโยชน์อะไร"
แล้วมันก็เกิดขึ้นจริงๆ ซะด้วยแต่กับเธอนะ เธอถูกคนจะขโมยกระเป๋าเงิน่ที่เธอเดินขึ้นไปรับลม บริเวณที่ลับตาคน ยื้อแย่งกันไปมาจนสุดท้ายเธอโดนเ้าโจรชั่วผลักกกระเด็นตกน้ำตรงบริเวณคุ้งน้ำ่หน้าศาลเ้าพอดี ตรงบริเวณนั้นเป็วังน้ำหมุนวนขนาดใหญ่เธอโดนดูดลงไปใต้ผืนน้ำอันแสนหนาวเหน็บ ก่อนที่ลมหายใจจะขาดห้วงเธอได้นึกถึงคำพูดของสองสาวเข้าพอดี ไหนๆ ก็คงต้องตายแน่ๆ แล้วลองดูก็ไม่เสียหายอะไรอยู่แล้ว
"ข้าหลินเจียฉี ชีวิตในชาตินี้อาภัพนัก ขอให้ชาติหน้าข้าเกิดมาพร้อมมีสมองอันชาญฉลาดเป็คนเข้มแข็งสู้คน มีครอบครัวที่รักและห่วงใยและขอให้ข้าไม่ลืมอดีตชาติในชาตินี้ เพื่อเป็แรงบันดาลใจในชาติหน้าในการดำรงชีวิต สุดท้ายขอให้ข้าได้มีโอกาสกลับมาแก้ไขสิ่งที่ผิดพลาดในชาตินี้ด้วยเถอะเ้าค่ะ!!
"สิ่งที่เ้าขอสัมฤทธิผล!!" เสียงข้างหูดังขึ้น
"ดีใจด้วยเนื่องจากคำขอของเ้าเป็คนที่ 999 เ้าจะได้รับสิ่งที่พิเศษติดตัวไปด้วยขอให้เ้าใช้ชีวิตในชาติหน้าให้ดีๆ เพื่อกลับมาแก้ไขสิ่งต่างๆ ในชาตินี้ ตามที่เ้าได้ขอเอาไว้"
เสียงที่กล่าวได้ยินดังแ่ๆ มาก่อนที่ลมหายใจเฮือกสุดท้ายจะหมดลง เธออดคิดถึงลูกแฝดในท้องทั้งสองคนไม่ได้ที่เธอไม่สามารถที่จะทำให้เขาทั้งคู่ลืมตาขึ้นมาในโลกแห่งนี้ได้
"แม่ขอโทษพวกหนูด้วยนะลูก พวกหนูต้องมาอยู่กับแม่อีกครั้งนะ ครั้งหน้าพวกเราแม่ลูกค่อยเจอกันนะจ๊ะ"
แม่รักลูกนะ
เป็นกพิราบรังนกกางเขน [1]
[1] หมายถึงการแย่งชิงที่อยู่ของคนอื่นมาเป็ของตัวเองในกรณีนี้หมายถึงแย่งชิงสามีด้วยค่ะ