ตอนที่ 23
ข้าพบกับความสูญเสียอีกครั้ง นี่มันแย่ชะมัด
ข้ารู้สึกว่าตัวเองค่อยๆถลำลึกเข้าสู่เส้นทางของการเป็ภัยพิบัติ
หลักจากที่เรายึดราชบัลลังก์จากาาได้สำเร็จ ฟาเอลก็ได้ตรึงพระาาเอาไว้เป็ตัวประกันอยู่หน้าบัลลังก์โดยการมัดกับเขาไว้บนไม้กางเขนที่สร้างขึ้นมาจากเวทมนตร์ จากนั้นฟาเอลก็คืนร่างกลับไปเป็แมวขนฟูอีกครั้ง มันบอกให้ข้าไปนั่งพักบนบัลลังก์ แต่ข้ารู้ว่าเราไม่ได้อยู่ในสถานการณ์ที่จะพักผ่อน ทหารอีกทั้งกองทัพกำลังจะบุกเข้ามาและฆ่าพวกเรา
“เราจะทำยังไงกันต่อดี” ข้าเอ่ยถามฟาเอลเสียงสั่น เ้าแมวนั่นมองหน้าข้า
“ฟังนะฟีเชียร์” มันพูดด้วยน้ำเสียงที่ดูจริงจังจนข้ากลัว “ไม่ว่าพวกเราจะทำอะไรต่อจากนี้ สุดท้ายแล้วมันจะทำเพื่อทำให้อาณาจักรแห่งนี้กลับไปสู่ทางที่มันควรจะเป็”
“ทางที่มันควรจะเป็ แล้วสิ่งนั้นมันคืออะไรกัน ไม่สิ อะไรมันจะเกิดขึ้นต่อจากนี้กันแน่!” ข้าถามสวนกลับไป แต่ฟาเอลไม่ตอบ ร่างของมันเรืองแสงก่อนจะคืนร่างกลับไปเป็อาเธอร์ แมวส้มจอมี้เีตามเดิม แล้วข้าก็พลาดที่จะได้ถามทุกๆอย่างที่ข้าสงสัยจากฟาเอลอีกครั้ง
“เ้านี่มักพาตัวเองมาอยู่ท่ามกลางเื่น่ารำคาญตอลดเลยนะเหมียว” อาเธอร์พูดถึงข้านิดหน่อยก่อนที่มันจะทิ้งตัวเหยียดยาว
“ก็เพราะพวกเ้านั่นแหละทำให้ข้าต้องมาเจอเื่อะไรแบบนี้” ข้าโวยวายกลับไป “แล้วหลังจากนี้พวกเ้ากำลังจะทำอะไรกันแน่ ช่วยบอกข้าทีเถอะได้โปรด”
อาเธอร์เปิดตาข้างนึงขึ้นมามองข้า มันถอนหายใจก่อนจะตอบคำถามในที่สุด “ลูซิสกับเอเธนเห็นตรงกันว่าจะทำากับพวกมนุษย์ ส่วนฟาเอลทำแตกต่างนิดหน่อยตรงที่ว่าเขาจะดึงเอาชนชั้นล่างมาเป็เสียงสนับสนุนให้เ้า แต่สุดท้ายก็จะมีคนตายอยู่ดี”
“อะไรกัน” ข้าช็อก “ไหนฟาเอลบอกว่าจะไม่ฆ่าใครไง”
“แผนของเ้าฟาเอลก็ไม่ได้มีตรงไหนที่บอกว่าจะฆ่าคนนะเหมียว” อาเธอร์กล่าวสวนด้วยเสียงเนือยๆ
“แต่สุดท้ายก็จะมีคนตายอยู่ดีไม่ใช่เหรอ” ข้าย้อน ตัวสั่นไปด้วยความกลัว
“แต่เ้าก็คงขัดขวางเ้าพวกนั้นเหมือนที่ขัดขวางข้าจากการนอนกลางวันไม่ได้หรอกนะเหมียว” อาเธอร์เอ่ย “ถ้าเป็เื่อะไรพวกนี้ ข้าน่ะเป็เด็กดีที่สุดในกลุ่มแล้วนะ”
“พอจะมีวิธีหยุดพวกนั้นไหม” ข้าถามพลางเสนอต่อไปว่า “ไม่ต้องยึดครองอาณาจักรนี้แล้วก็ได้ แค่ใช้พลังของพวกเ้าไปช่วยท่านแม่กับอีเรเมีย แล้วเราก็จะหลบหนีออกไปจากอาณาจักรแห่งนี้ ไปใช้ชีวิตอยู่นอกเขตกำแพง จากนั้น…” ข้าพบว่าตัวเองเพิ่งจะพูดเื่ที่แทบเป็ไปไม่ได้ออกมาจนต้องชะงักไป อาเธอร์เหล่ตามองข้า
“เ้าไม่มีทางเลือกั้แ่แรกอยู่” อาเธอร์กล่าวจี้ใจดำข้า “ยอมรับซะเถอะ หากไม่ฆ่าก็จะต้องถูกฆ่า เ้าอยู่ในโลกที่ห่วยๆทำนองนี้แหละนะเหมียว”
บึ้ม!
ทางเข้าถูกะเิในชั่วพริบตาที่ข้ากำลังเหม่ออยู่ แรงสั่นะเืทำให้ข้าล้มและกรี๊ดลั่น ข้าได้ยินเสียงฝีเท้าจำนวนมากกรูกันเข้ามาในห้อง าาสะดุ้งตื่นและเริ่มกรีดร้องโหยหวนขอร้องให้ช่วย ข้ารีบดันตัวลุกขึ้น ท่ามกลางหมอกควันจากการะเิ ข้าเห็นเ้าชายอีโรอัสและท่านเนียเรสพร้อมกับกองอัศวินจำนวนมากมายที่ตั้งแนวเตรียมจะบุกเข้ามาชิงตัวพระาา ข้าใจหล่นวูบ ไม่น่าเชื่อว่าวันนี้ข้าจะต้องมายืนอยู่ฝั่งตรงข้ามท่านเนียเรส หญิงสาวผู้ซึ่งครั้งนึงเคยช่วยชีวิตข้าเอาไว้
“หยุดได้แล้วฟีเชียร์ ที่เ้าทำมันมากเกินไปแล้วนะ” ท่านเนียเรสเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเ็ป นั่นทำให้ข้ารู้สึกผิด แต่ข้ามาไกลเกินจะย้อนกลับแล้ว ข้าวิ่งไปหยิบดาบที่กระเด็นมาถึงเท้าขึ้นจ่อไปที่คอของท่านาา ข้าไม่รู้ด้วยซ้ำว่าข้ากำลังทำอะไรอยู่ แต่ข้าจำเป็จะต้องทำเพื่อเอาชีวิตรอด
“ถอยออกไปซะ!” ทั้งๆที่ตัวสั่น แต่ข้าก็เลือกจะะโออกไปอย่างก้าวร้าว เ้าชายอีโรอัสมองข้าด้วยแววตาเ็า เขายกมือส่งสัญญาณอะไรบางอย่าง แล้วร่างของคนสองคนก็ถูกแบกออกมาอยู่ตรงหน้าข้า ทันทีที่ข้าเห็นข้าก็ถึงกับทรุดเข่าอ่อน
เพราะนั่นคือท่านแม่กับน้องสาวของข้าในชุดนักโทษที่ถูกมัดตรวนเอาไว้ อีเรเมียอยู่ในสภาวะหวาดกลัวสุดขีดจนตัวเกร็งเพราะถูกรายล้อมไปด้วยพวกผู้ชาย ข้าสงสารน้องสาวของข้าและอยากจะพานางออกมาจากจุดนั้นให้เร็วที่สุด
“ปล่อยน้องสาวของข้านะ!” ข้ากรีดร้องบอกพวกเขา “ไม่งั้นข้าจะข้าเขาซะ” ข้ากรีดดาบไปบนคอของาา ชายคนนั้นร้องลั่น เืสดๆของราชวงศ์ไหลริน หัวใจของข้าเต้นระรัว ความเครียดถึงขีดสุดจนข้าไม่อยากจะสนอะไรทั้งนั้นแล้ว
“หยุดเดี๋ยวนี้นะฟีเชียร์!” ท่านเนียเรสสั่ง
“ไม่! ปล่อยพวกเขาซะ!” ข้าไม่คิดว่าตัวเองจะกล้าตะคอกท่านเนียเรสกลับไป
เ้าชายอีโรอัสหรี่ตาลง เขาเรียกดาบสีขาวออกมาจากเวทมนตร์อักขระตรงแขน และแทงมันเข้าใส่หน้าอกของท่านแม่ต่อหน้าต่อตาข้า ทุกอย่างเกิดขึ้นในเสี้ยววินาที ข้ารู้สึกว่าในหัวมันขาวโพลน เกิดเสียงวิ๊งๆที่ใบหู แขนขาของข้าอ่อนแรง ความช็อกทำให้ข้าไม่รับรู้อะไรอีกแล้วบนโลกใบนี้ ข้าทำดาบหลุดมือ เ้าชายใช้จังหวะนั้นขว้างดาบเข้าใส่ข้า ข้าไม่ได้รับรู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองกำลังจะถูกรุกฆาต
แม้แต่ในตอนที่ลูซิสคืนร่างกับมนุษย์แล้วพุ่งเข้าเตะดาบนั่นจนปลิวกระเด็นข้าก็ไม่ได้รู้สึกตัว ความช็อกทำให้โลกทั้งใบหมุนไปหมด ข้าหน้ามืดวูบๆ สมองค่อยๆกลับมาประมวณข้อมูลที่เกิดขึ้น ภาพที่ท่านแม่ซึ่งเป็ผู้ป่วยติดเตียงหลั่งไหลกลับมาจนถึงตอนที่นางถูกแทงเข้าที่หน้าอก
ข้าเงยหน้าขึ้น และพบร่างของท่านแม่ที่ท่วมไปด้วยเื อีเรเมียกรีดร้องดังมากกว่าครั้งไหนๆ ความเสียใจกับความโกรธแค้นแบกพยุงเอาความบ้าคลั่งในจิตใจของข้าให้พุ่งถึงขีดสุด มันฆ่าแม่ของข้า มันจะต้องตาย!
ลูซิสในร่างมนุษย์หัวเราะลั่นออกมา “ไม่รู้ทำไม แต่เหมือนว่าพลังจะเพิ่มขึ้นเลยว่ะ!” เขาเคลื่อนร่างด้วยความเร็วสูงเข้าปะทะกับเ้าชายอีโรอัส
และด้วยความขาดสติ ข้าจึงะโออกไปว่า “ฆ่าพวกมันซะ!!!”
“หยุดนางเอาไว้” ท่านเนียเรสะโสั่งพวกอัศวิน
แล้วจู่ๆร่างของลูซิสก็ะเิพลังสีแดงฉานออกมา มันหัวเราะอย่างชั่วร้าย ร่างกายค่อยๆเปลี่ยนไปกลายเป็อสุรกายขนาดสูงสามเมตร ความเร็วของเขามีเท่าเดิม ที่เพิ่มเติมขึ้นมาคือร่างกายที่แทบทุกส่วนกลายเป็อาวุธ หางอันทรงพลังและกรงเล็บแหลมคมฟาดเข้าใส่กองอัศวินบดขยี้ร่างของคนพวกนั้นจนแหลกเละ เ้าชายพยายามโจมตีด้วยพลังทั้งหมดที่มีแต่ก็ไม่อาจจะทำอันตรายใดๆให้แก่ลูซิสได้ เขาจึงเบนเป้าหมายมาที่ข้าซึ่งเป็ผู้อัญเชิญ
ทว่าในจังหวะที่เขากำลังจะเคลื่อนที่เข้ามาโจมตีข้าเขาก็โดนลูซิสฟาดเข้ากลางหลังจนพุ่งจมลงไปในพื้น “จะไปไหน!” ปีศาจลูซิสคำรามลั่น
ตูม!!!
เ้าชายโดนกระทืบซ้ำจนจมลงไปบนดิน ข้าเห็นภาพร่างของพวกอัศวินกระเด็นกระจุยกระจายไปตามแรงตะปบ เห็นพวกอัศวินวิ่งหนีอย่างสิ้นหวัง ได้ยินเสียงหัวเราะของลูซิสยามเมื่อบดขยี้สัตว์อัญเชิญของท่านเนียเรส และได้เห็นว่าท่านเนียเรสถูกหางนั่นรัดจนแน่นิ่งไป
ซึ่งนั่นเป็ไปตามคำสั่งอันบ้าคลั่งของข้า คำสั่งที่ให้ฆ่าทุกคนให้หมด
แล้วนอกจากข้า อีเรเมีย ท่านาา และลูซิส ห้องโถงแห่งนี้ก็ไร้ซึ่งผู้รอดชีวิต กองซากศพนอนเกลื่อนไปทั่วห้อง กลิ่นเื ความตาย ทุกอย่างผสมปนเปกันจนทำให้ข้าช็อกลืมหายใจอีกครั้ง ความรู้สึกผิดบาป ความเสียใจ ความเศร้า ความโกรธแค้น และความรู้สึกดีที่ได้ล้างแค้น ทุกอย่างผสมปนเปกันอยู่ในอกของข้า แล้วในที่สุดข้าก็เป็บ้า
“ฮ่าๆๆๆๆ” ข้าหัวเราะทั้งน้ำตา ข้ามองไม่เห็นสีหน้าของตัวเอง แต่ก็พอจะเดาได้ว่ามันเหยเกไปด้วยอารมณ์อันหลากหลาย และแล้วสิ่งที่ข้าเคยกังวลก็เกิดขึ้นกับข้า บางทีหัวใจของข้าอาจจะถูกบงการโดยความชั่วร้าย หรือไม่อย่างนั้นก็เป็หัวใจของข้าเองที่ชักนำเหล่าปีศาจเข้ามารายล้อมกาย
ข้าเดินโซเซเข้าไปกอดอีเรเมียที่หวาดกลัวจนตัวสั่น ข้าจะกอดนางเอาไว้ให้แน่นยิ่งกว่าครั้งไหนๆ ยิ่งกว่าตอนที่ท่านแม่เคยกอดพวกเรา หลังจากนี้จะเหลือแค่ข้าแล้วที่คอยดูแลอีเรเมีย ในขณะเดียวกันข้าก็เหลือเพียงอีเรเมียที่เป็ครอบครัว ข้าจะไม่ปล่อยให้ใครทำร้ายครอบครัวที่เหลืออยู่เพียงคนเดียวของข้า ไม่ว่าจะเป็อาณาจักรนี้ หรือแม้แต่โลกใบนี้ก็ตาม
ถ้าในเมื่อตัวข้าในอดีตมันอ่อนแอจนไม่สามารถปกป้องสิ่งสำคัญเอาไว้ได้ ข้าก็จะยอมกลายเป็ปีศาจอันชั่วร้ายที่จะไม่ยอมให้ชะตากรรมใดๆมาพรากสิ่งสำคัญไปได้อีก!
โปรดติดตามตอนต่อไป