“พรุ่งนี้ก็ต้องไปเรียนแล้วใช่มั้ยพี่ซัน” ไนซ์เอ่ยถามขณะที่กำลังช่วยกันเก็บจานและเช็ดโต๊ะ
เมื่อเวลาผ่านไปหลายวันจนเป็หลายสัปดาห์ที่ตามหาตัวซันไม่เจอ วัยรุ่นกลุ่มนั้นจึงล้มเลิกความอาฆาต ไม่กลับมาก่อกวนที่ร้านเถ้าแก่เมธอีกนั่นคือสิ่งที่เถ้าแก่เล่าให้เขาฟังตอนโทรมาตามให้กลับไปทำงานเร็วกว่าที่คิดไว้แต่ความจริงอีกด้านที่น้องไนซ์แอบกระซิบให้ซันฟังคือ.....
ในคืนหนึ่งที่ฝนกำลังตกลงมาผลัดเปลี่ยนฤดูกาลอย่างหนักแก๊งวัยห้าวได้บุกเข้ามาป่วนที่ร้านโดยใช้การหาตัวซันมาเป็ข้ออ้างเถ้าแก่พยายามห้ามปรามด้วยความใจเย็นอย่างเช่นทุกที แต่คราวนี้ต่างออกไปเพราะ พี่สินที่ออกมาทำหน้าที่แทนซันเริ่มทนไม่ไหว การปะทะคารมด้วยถ้อยคำรุนแรงจึงเกิดขึ้นและมันยิ่งรุนแรงขึ้นไปอีกเมื่อหัวโจกในกลุ่มได้กระทำสิ่งที่ทำให้ฟางเส้นสุดท้ายของเขาขาดสะบั้นมันผลักอกและเงื้อวงแขนกว้างหวังซัดเข้าที่หน้าพี่สิน แต่แล้ว.....พริบตาจากนั้นวัยรุ่นทั้งห้าก็ได้ลงไปนอนโอดโอยบนพื้น ไม่มีกระทั่งเรี่ยวแรงจะพยุงตัวเองให้หนีออกจากร้าน
ชายผิวเข้มร่างสันทัดแต่ยังมีความบึกบึนหลงเหลืออยู่ให้เห็นลากร่างของผู้บุกรุกออกมากองไว้ข้างนอกก่อนจะกลับเข้ามานั่งทิ้งตัวบนเก้าอี้พลาสติกพิงหลังกับผนังร้านมัดกล้ามแขนยังเกร็งค้าง เส้นเืกระตุกแรงหลังจากได้ปล่อยพลัง
ถึงสิ่งที่น้องไนซ์เล่าจะดูไม่ต่างจากหนังแอ๊กชั่นแต่เธอยืนยันว่าทั้งหมดเป็เื่จริง และที่พี่สินสามารถสู้กับวัยรุ่นตั้งห้าคนด้วยตัวคนเดียวได้ก็เพราะ.....แกเคยเป็นักมวยเก่า
ไม่ใช่ทุกคนที่จะรู้เื่นี้ และใช่แม้แต่ซันเองก็เพิ่งรู้เหมือนกัน ไม่งั้นคงไม่ต้องหยุดงานหนีพวกมันตั้งหลายวันหรอก
“ใช่พี่เปิดเรียนพรุ่งนี้แล้ว....แล้วไนซ์ล่ะ ขึ้นม.5แล้วเป็ไงบ้าง” ซันถามกลับลูกสาวเ้าของร้านบ้าง
“โอ๊ย...หนูเปิดเรียนไปสองอาทิตย์แล้ว” เด็กสาวเขี่ยเศษอาหารให้ลงไปรวมในถ้วยเดียวกัน
“นี่ก็เพิ่งปั่นการบ้านเสร็จเมื่อเช้าเองให้ทำอะไรเยอะแยะนักก็ไม่รู้...ไอ้การบ้านเนี่ย” เธอระบายความเบื่อหน่ายต่อภาระจากโรงเรียน
คืนวันอาทิตย์ก่อนวันเปิดเรียนลูกค้าก็ยังเยอะเหมือนเคยหลายๆโต๊ะมากันเป็ครอบครัวทั้งสั่งกินในร้านและสั่งเป็กับข้าวกลับไปอุ่นกินที่บ้านสิ่งหนึ่งที่ซันคิดว่าร้านเฮียเมธขายดีคงเป็เพราะความอร่อยของอาหารคงที่ จะผัดต้ม หรือยำกี่เมนู อาจมีน้องไนซ์หรือลูกน้องคนอื่นมาช่วยทำบ้าง แต่ขั้นตอนปรุงรสเถ้าแก่จะเป็คนทำเองทั้งหมด
พนักงานในร้านเริ่มทยอยลาเถ้าแก่และน้องไนซ์เมื่อจัดการเก็บทุกอย่างเรียบร้อยซันหิ้วถุงขยะออกไปทิ้งหลังร้านก่อนหันมาเจอพี่สินที่กำลังถือถุงเศษขยะตรงอ่างล้างจานมาทิ้งเหมือนกัน
“น้องไนซ์เล่าให้ผมฟังแล้วนะพี่ขอบคุณพี่มากๆนะครับ”ซันยกมือไหว้ขอบคุณแต่รุ่นพี่ส่ายมือกลับ
“ไม่ต้องขอบคุณพี่หรอกซันพี่ก็ไม่ได้กะจะช่วยอะไรเราหรอก แต่วันนั้นพี่มันสติหลุดเอง เลยลืมตัวไปหน่อย” พี่สินกล่าวตอบด้วยสำเนียงแปร่งๆตามประสาคนเมืองช้าง
ทั้งสองส่งยิ้มให้กันถึงจะบอกว่าเป็ความไม่ตั้งใจของพี่สินแต่สิ่งที่เขาทำก็ช่วยให้ซันได้กลับมาทำงานที่ร้านได้อย่างสบายใจอีกครั้ง
แซ่ก แซ่ก
เสียงรองเท้าลากกับพื้นดังเข้ามาใกล้ประตูหลังร้านและใบหน้าของเด็กสาวก็โผล่ออกมาจากช่องประตู
“อยู่นี่จริงๆด้วยพี่ซัน...มีคนมาหาแน่ะ” น้องไนซ์เดินกลับเข้าร้านทันทีที่พูดจบปล่อยให้ซันกับพี่สินสบตากันด้วยความสงสัยในผู้มาเยือน
ชายร่างสูงในชุดเสื้อโปโลคอปกสีดำกับกางเกงยีนส์สีซีดยืนคุยกับเถ้าแก่อยู่หน้าร้าน แค่เสี้ยวนาทีที่เห็นความจำของซันก็กลับมางานที่เขาได้รับจากผู้กองให้ช่วยทำ เขาลืมตอบกลับไปซะสนิทเลย
แบร์หันมาเห็นซันยืนเก้ๆกังๆอยู่พอดี “อ้าวซัน มาพอดีเลย”
“ผู้กอง ผมขอโทษครับผมลืมโทรกลับผู้กองไปเลย” เขาไหว้ขอโทษคงเพราะหลายวันที่ผ่านมาเขามัวแต่คิดเื่แก๊งวัยรุ่นกับเื่ค่าใช้จ่ายถึงได้ลืมเื่ของผู้กอง
แต่ผู้กองไม่ได้ถือสาอะไรเพราะ่ที่ผ่านมาตัวเขาเองก็มีงานล้นมือจนไม่ว่างมาคุยกับซันเื่นี้เหมือนกัน
“เอ้อ...เมื่อกี๊พี่คุยกับเฮียเมธเฮียแกเล่าให้ฟังว่าเราโดนคนตามก่อกวนหรอ ที่ไปช่วยคนวันนั้นน่ะ” แบร์เปิดบทสนทนาขณะรถกำลังออกตัว
“ใช่ครับ แต่ตอนนี้ไม่มีอะไรแล้วล่ะครับ” ซันไม่กล้าบอกไปว่าได้พี่สินช่วยกำราบไอ้พวกนั้นไปหมดแล้ว
“ที่จริงบอกพี่ก็ได้นะถ้าเกิดเจอแบบนี้อีก” ผู้กองพูดก่อนกดสัญญาณไฟเลี้ยวเปลี่ยนไปเลนซ้าย
สองคนกลับมาพูดคุยถึงของที่แบร์ตามหาซึ่งซันยืนยันว่าเขาหาทุกซอกทุกมุมแล้วแต่ก็ไม่มีวี่แววถึงวัตถุหรือของใช้ที่ผู้อาศัยคนก่อนจะหลงลืมไว้ได้เลยนั่นจึงเข้าทางในแผนการของแบร์
“ถ้างั้น...พี่ขอลองเข้าไปหาเองได้มั้ย”
คำถามของเขาทำให้เด็กหนุ่มลังเลไม่น้อยเพราะดูจากครั้งล่าสุดที่เจอกัน พี่ต้นดูไม่ค่อยอยากต้อนรับผู้กองสักเท่าไหร่ส่วนผู้กองก็ดูเหมือนไม่ชอบอะไรบางอย่างในตัวพี่ต้นหากทั้งคู่ไม่ลงรอยกันแบบนี้แล้วซันยังพาผู้กองเข้าไปหอพัก เขาเกรงที่จะเกิดการผิดใจกับเ้าของหอทีหลัง
“น่า...พี่ไม่ทำของเสียหายหรอก เราก็อยู่เฝ้าตอนพี่หาของด้วยสิ”
ซันคิดอะไรในใจสักพัก “แต่พรุ่งนี้ผมต้องไปเรียนแล้วตอนเย็นก็ไปทำงานที่ร้านอีก คงอยู่เฝ้าไม่ได้”
เมื่อข้อจำกัดของซันคือสิ่งนี้แบร์จึงงัดข้อต่อรองพิเศษออกมา
“งั้นก็ลาหยุดวันนึงสิเฮียเมธให้เท่าไหร่เดี๋ยวพี่บวกเพิ่มให้เท่าตัวเลย ถือว่าเป็ค่าเสียเวลา”
รอยยิ้มกว้างของซันคือคำตอบในข้อตกลงนี้แบร์ชะลอรถจนมันหยุดนิ่งหน้าหอพัก พวกเขานัดเวลาในวันพรุ่งนี้เรียบร้อยก่อนร่ำลา
ในซอยต้นไทรมีบ้านทาวน์เฮ้าส์สองชั้นอยู่หลังหนึ่งที่คนในละแวกนี้รู้กันดีว่าเป็บ้านที่เปิดให้กลุ่มวัยรุ่นที่หันหลังให้กับระบบสังคมทั้งหลายมาอาศัยอยู่เ้าของบ้านตัวจริงคือคุณแม่ที่ซื้อบ้านไว้อยู่กับลูกชายในตอนแรก แต่ต่อมาได้มีแฟนใหม่ของแม่มาร่วมอาศัยด้วย
จากนั้นไม่นานบ้านหลังนี้ก็เหลือเพียงลูกชายเพราะแม่ได้เลือกไปทำงานต่างถิ่นกับแฟนใหม่และส่งเงินให้ลูกใช้หวังเพียงให้ลูกอยู่อย่างสุขสบายแต่นั่นคงทำให้เขาสบายจนเกินไปจึงไม่สนใจในหน้าที่ของตนเอง ไม่เรียน ไม่ทำงานไม่มีสิ่งสนใจจะทำ มีเพียงใช้ชีวิตเที่ยวเล่นไปวันๆจนหลายๆครั้งก็สร้างความรำคาญใจให้ผู้คนแถวนี้
เวลาล่วงเลยมาหลายปีจนตอนนี้อายุเขาเกินวัยไร้เดียงสาแล้วและได้กลายมาเป็หัวหน้าของกลุ่มวัยรุ่นที่มีบ้านอยู่ในย่านใกล้เคียงและมีความสนใจใช้ชีวิตในแบบเดียวกันที่คอยผลัดเปลี่ยนแวะเวียนมาที่บ้านหลังนี้เสมอ
“โอ๊ยยยยย โอ๊ยยยยยย เบาๆสิโว๊ยยยย” เสียงร้องของเอ็มดังสนั่น แม้แต่คนเดินผ่านหน้าบ้านยังได้ยิน
“ยังเจ็บอยู่หรอพี่ผ่านมาหลายวันแล้วนะ” ลูกน้องคนหนึ่งกำลังใช้ก้อนสำลีที่ชโลมยาแดงจนเปียกชุ่มค่อยๆจิ้มไปที่แผลบนใบหน้าของลูกพี่ แต่เหมือนว่าแรงที่ใช้จะมากเกินไปหน่อยคนโดนจึงระบายความเจ็บออกมาปนความหงุดหงิด
ความพ่ายแพ้ในครั้งนี้ถือว่าเป็ความอับอายอย่างมากเพราะนอกจากจะไม่เจอตัวการที่จับลูกน้องส่งตำรวจแล้วยังไม่ทันได้อาละวาดให้หนำใจก็ดันโดนน้าที่ร้านซัดกลับมาเละเทะจะไปโรงพยาบาลก็ไม่กล้าเลยต้องกลับมาทำแผลกันเอง
“เจ็บสิโว๊ย ทำไมไอ้แก่นั่นมันหมัดหนักจังวะ” เขาลูบมือไปมาบนใบหน้า รอยช้ำเริ่มกลายเป็สีม่วงเข้มบางจุดที่แตกเริ่มมีสะเก็ดเืเกาะนูนขึ้นมา “แล้วนี่ไอ้ตั้มมันไปไหนวะ”
ลูกน้องที่เหลือมองหน้ากันหาคำตอบแต่ก็ไม่มีใครรู้
“ไม่เห็นมันเลยพี่ั้แ่คืนนั้นมันก็อยู่แต่บ้านมัน ไม่มาที่นี่อีกเลย”
“พี่จะหามันทำไมอ่ะ”
หัวโจกของกลุ่มเดินไปที่ประตูหน้าบ้านดึงมวนยาสูบออกมาจากซอง พร้อมไฟแช็กคู่กาย
“มีอะไรจะให้มันไปทำนิดหน่อยว่ะ” ควันยาถูกพ่นออกกจากขอบปากสีดำ
เขาหันกลับเข้ามามองลูกน้องที่เหลือในบ้านวัยรุ่นชายที่เพิ่งพ้นจากการใช้คำว่าเด็กชายไม่นานนั่งกันอยู่ 4-5คน บางคนอยู่บนโซฟา บางคนนั่งเอนบนพื้นเขารียกหนึ่งคนจากในนั้นให้ออกมา
“งั้นมึงอ่ะ เดี๋ยวไปรับของให้กูหน่อยนายเพิ่งโทรมาบอกว่าของเข้าแล้ว”