ผิงหลางใช้ชีวิตอยู่ในวังด้วยความอึดอัดมากนางจะต้องคอยติดตามฝ่าาอย่างใกล้ชิด และนางก็รับรู้ได้ว่าฝ่าานั้นทรงพยายามหาโอกาสลวนลามนางแต่เพราะผิงหลางมีวรยุทธ์จึงสามารถหลบหรือหลีกเลี่ยงได้ทุกครั้งจนกระทั่งฝ่าาทรงหมดความอดทน
“เราจะแต่งตั้งให้เ้าเป็สนมของเราผิงหลาง” ฝ่าาตรัส
ผิงหลางรีบคุกเข่าขอร้อง “ทรงพิจารณาใหม่เถิดเพคะหม่อมฉันยินดีที่จะเป็องครักษ์คอยอารักขาพระองค์ แต่หม่อมฉันไม่อาจเป็พระสนมได้แม้ตาย หม่อมฉันก็ไม่ยินยอมเพคะ”
“หากเราปะาครอบครัวเ้าล่ะ”ฝ่าาทรงเอาครอบครัวผิงหลางมาขู่
“พระองค์ทรงปะาผู้คนโดยไม่มีความผิดไม่ได้นะเพคะ”ผิงหลางเตือน
“ก็เ้าขัดคำสั่งเรา” ฝ่าาตรัส
“หม่อมฉันเชื่อว่าครอบครัวของหม่อมฉันยอมตายพร้อมหม่อมฉันเพคะ” ผิงหลางกลั้นใจพูดเพราะรู้ว่าฝ่าาทรงแค่ขู่
“เราน่ารังเกียจมากขนาดนั้นเลยงั้นหรือ”ฝ่าาทรงสงสัย
“หม่อมฉันมีคนรักอยู่แล้วเพคะ”ผิงหลางรีบกล่าวอ้าง
“มันเป็ใครองค์ชายหกอย่างนั้นหรือ แต่องค์ชายหกท่องเที่ยวหาแต่ความสำราญไปวันๆ นะ” ฝ่าาตรัส
“ไม่ใช่เขาเพคะ” ผิงหลางรีบปฏิเสธ
“หรือว่าจะเป็ซูเยี่ยน” ฝ่าาทรงสงสัย
“ทรงอย่าคาดเดาเลยเพคะพระองค์ทรงเดาไม่ถูกหรอกเพคะ และหม่อมฉันก็ไม่อาจทูลพระองค์ได้” ผิงหลางไม่กล้าแอบอ้างใคร เลยทำเพียงแค่อุปโลกน์ผู้ชายทิพย์ขึ้นมา
“สักวัน เ้าจะเต็มใจเป็คนของเราคอยดู” ฝ่าาตรัส
“ฮองเฮา เสด็จ” กงกงรายงาน
“เ้าออกไปก่อน” ฝ่าาตรัสกับผิงหลาง
“เพคะ” ผิงหลางจึงเดินไปรวมตัวกับองค์รักษ์นายอื่นข้างนอกสักพักนางก็มองเห็นกงกงกำลังเดินนำทางเพื่อพาเด็กผู้หญิงวัยประมาณ 12 ขวบจำนวนนับสิบคนเข้าเฝ้าฝ่าา พวกนางเดินเรียงกันเป็แถวและกำลังเดินเข้าไปในตำหนักของพระองค์
“เด็กพวกนั้นเข้าเฝ้าฝ่าาทำไมน่ะ”ผิงหลางสงสัย
“จะมีอะไรล่ะนอกจากให้ฝ่าาทรงดูตัวไงล่ะ” ทหารองครักษ์นายหนึ่งกล่าว
“ดูตัวทำไมอย่างนั้นหรือ”ผิงหลางงงเพราะคิดว่าพวกนางยังเด็กเกินไป
“ทำเป็ใสซื่อไปได้ พวกนางก็ต้องเตรียมถวายตัวเป็พระสนมน่ะสิ”ทหารองครักษ์อีกคนกล่าว
“แต่พวกนางยังเด็กเกินไปนะ”ผิงหลางใ
“ไม่ว่าวัยไหนหากฝ่าาทรงถูกพระทัยผู้ใด ผู้หญิงคนนั้นก็ต้องกลายเป็พระสนมอยู่ดี” ทหารองครักษ์คนที่สามกล่าว
ผิงหลางส่ายหน้าอย่างเอือมระอา นางคิดในใจว่า “เหตุใดฝ่าาถึงทรงเอาแต่เสพสุขสำราญแบบนี้ทรงรักใครจริงบ้าง”
และผลสุดท้ายฝ่าาก็ทรงถูกพระทัยเด็กวัยใสทุกคน
******************************
ตกกลางคืน ผิงหลางและทหารองครักษ์คนอื่นๆต้องคอยอารักขาฝ่าาอยู่ด้านนอก เพราะคืนนี้ ผู้หญิงคนใหม่จะถวายตัว
ผิงหลางมองเห็นกงกงกำลังแบกผู้หญิงที่ถูกม้วนด้วยผ้าห่มเดินเข้าไปในห้องบรรทมของฝ่าา
“ปล่อยข้าไปเถิดถือว่าข้าขอร้องล่ะ ข้าอายุแค่ 12 ปีเองนะ” เด็กวัยใสร้องไห้และพยายามขอร้องดีๆ
ผิงหลางกำลังจะเข้าไปช่วยแต่ถูกเพื่อนทหารองครักษ์ขวางเอาไว้
“อยากตายหรืออย่างไรผิงหลาง”ทหารองครักษ์นายหนึ่งกล่าว
“แต่เด็กผู้หญิงคนนั้นไม่เต็มใจนะ”ผิงหลางแย้ง
“เดี๋ยวนางก็เต็มใจเองนั่นแหละ เ้าอยู่เฉยๆดีกว่า หากเข้าไปยุ่ง มีหวังเ้าและครอบครัวต้องโทษปะาเป็แน่” ทหารองครักษ์อีกคนเตือน
“ปล่อยหม่อมฉันไปเถิดเพคะหม่อมฉันขอร้อง นึกว่าสงสารหม่อมฉันเถิด” เด็กสาวที่ถูกแกะผ้าห่มออกแล้วนางอยู่ในสภาพเปลือยกายและพยายามคุกเข่าขอร้องชายสูงศักดิ์
“เราจะมอบความสุขให้เ้าเองอย่ากลัวไปเลยนะสาวน้อย” ฝ่าาทรงพยายามปลอบและทรงประคองเด็กน้อยให้ไปนอนบนพระแท่นบรรทมดีๆ
ทันใดนั้นฝ่าาก็ทรงคร่อมตัวเด็กสาว ทำให้นางใสุดขีดและพยายามดิ้นรนขัดขืนสุดฤทธิ์
ผิงหลางอยากจะเข้าไปช่วยเด็กน้อยที่ตอนนี้กำลังร้องขอความช่วยเหลืออย่างน่าสงสารและสุดท้ายเสียงที่ขัดขืนสุดชีวิตก็สงบลง
ผิงหลางน้ำตาไหลและรู้สึกผิดที่ตนช่วยอะไรไม่ได้เลยนางรู้ดีว่าตอนนี้เด็กคนนั้นได้ตกเป็ของฝ่าาไปแล้ว
******************************
คืนวันถัดมา
“พวกเราไปกินเหล้ากันเถอะ”ทหารองครักษ์นายหนึ่งชวน
“พวกเราไม่ต้องคอยคุ้มกันฝ่าางั้นหรือ”ผิงหลางแปลกใจ
“วันนี้พระองค์ทรงงานทั้งคืนคงไม่มีใครถวายตัวหรอก และพระองค์ก็ทรงอนุญาตให้พวกเราพักวันนึงด้วย” ทหารองครักษ์อีกคนกล่าวอ้าง
“ก็ได้” ผิงหลางตอบรับคำชวนคือยอมไปดื่มเหล้ากับพวกเขา
ผิงหลางรู้สึกแปลกๆ เหมือนมีอะไรไม่ชอบมาพากลเพราะจากคืนที่ผ่านมา นางไม่เคยเห็นฝ่าาทรงตรากตรำทำงานตอนกลางคืนเลยสักวัน
“อ่ะ นี่คือจอกเหล้าของเ้า”เพื่อนทหารองครักษ์ยื่นจอกเหล้าให้ผิงหลาง
ผิงหลางรับมานางสูดกลิ่นเหล้าก็รู้ว่าในเหล้านี้ต้องผสมยาสลบด้วยเป็แน่เนื่องจากตอนที่นางเคยเป็องครักษ์ขององค์ชายหกพระองค์ทรงเคยสอนนางฝึกดมยาที่แฝงในอาหารมาก่อน
ดังนั้นในระหว่างที่ผิงหลางดื่มเหล้านางก็แอบถ่มทิ้ง บ้างก็แอบสับเปลี่ยนจอกเหล้ากับทหารองครักษ์คนอื่นๆจนทำให้เพื่อนองครักษ์สองคนถึงกับฟุบไปกับโต๊ะ
ส่วนที่เหลืออีกคนก็เกาหัวด้วยความสงสัยและพูดทั้งๆ ที่เมาว่า “ทะ ทำ ไมเ้าคอแข็งจังเลยผิงหลาง”
“ข้าเริ่มมึนๆ หัวแล้วขอไปนอนในห้องพักดีกว่า” ผิงหลางแกล้งเดินโซเซเหมือนคนเมาแล้วเดินเข้าไปในห้อง พอละสายตาผู้คน นางก็รีบปิดประตู แล้วนำหมอนมาวางแทนตัวเองจากนั้นก็ใช้ผ้าห่มคลุมหมอนไว้ เพื่อทำให้เหมือนว่ามีคนกำลังนอนคลุมโปงอยู่ส่วนตัวนางก็รีบแอบหลบอยู่หลังฉาก
ผ่านไปไม่นานฝ่าาก็เสด็จมาที่ห้องพักของนางจริงๆ
ผิงหลางนึกในใจว่า “นึกแล้วเชียวนี่คือแผนการของฝ่าาจริงๆ ”
“เราสั่งให้พวกเ้ามอมเหล้าและวางยาในเหล้าให้นางดื่มและเหตุใดพวกเ้าถึงเมามายไม่ได้สติเช่นนี้” ฝ่าาทรงบ่นทหารองครักษ์ทั้งสามที่กำลังฟุบหลับไม่ได้สติบนโต๊ะทานสุรา
“กระหม่อมปลุกพวกเขาไม่ตื่นเลยพะย่ะค่ะ”กงกงรายงาน
“ไม่เป็ไร เ้าออกไปก่อนคืนนี้องค์รักษ์สาวสวยผู้หยิ่งทระนงจะต้องมาสยบให้เราในคืนนี้” ฝ่าาตรัสถึงผิงหลาง
“กระหม่อมทูลลาพะย่ะค่ะ” กงกงยอมออกไปแต่โดยดี
ฝ่าาเสด็จไปที่เตียงของหญิงสาวและทรงประทับนั่งบนเตียง จากนั้นก็ตรัสว่า “ในบรรดาหญิงงามทั้งหมดไม่มีใครสู้เ้าได้เลยสักคน ถึงว่าท่านอ๋องแห่งแคว้นหลีถึงทรงถูกพระทัยในตัวเ้ามากแต่เหตุไฉนพระองค์ถึงทรงไม่เลือกเ้ากันนะ แต่ก็ช่างเถอะเ้าอาจเป็คู่แท้ของเราก็เป็ได้ หากคืนนี้เราติดใจเ้าเราขอรับรองว่าเราจะแต่งตั้งให้เ้าเป็พระสนมเอก ดีมั้ย”
ฝ่าาทรงกำลังค่อยๆ จับผ้าห่มและกำลังจะเปิดผ้าห่มออกแต่ทว่า
“ฮองเฮา เสด็จ” กงกงรายงาน
ฝ่าาทรงเจ็บพระทัยที่มีคนมาขัดจังหวะทรงบ่นว่า “บ้าจริง กำลังเข้าด้ายเข้าเข็มแท้ๆ ”
“ฝ่าาเพคะคืนนี้เป็คืนพระจันทร์เต็มดวง ทรงลืมไปแล้วงั้นหรือเพคะ” ฮองเฮาตรัส
“เต็มดวง แล้วยังไง” ฝ่าาตรัสห้วนๆ เพราะทรงกริ้ว
“พระองค์ทรงจะต้องไปอาบแสงจันทร์ในคืนนี้และต่อไปทรงจะต้องถือศีลและงดร่วมรักกับผู้หญิงเป็เวลา 7 วันนะเพคะ”ฮองเฮาตรัส
“พิธีอะไรกัน ทำไมยุ่งยากแบบนี้”ฝ่าาทรงบ่น
“พิธีนี้เป็พิธีเสริมดวงชะตาที่จะทำให้พระองค์ทรงครองราชย์ยั่งยืนนานเพคะ”ฮองเฮาตรัสอ้าง
“แต่ว่า….” ฝ่าาทรงลังเลเพราะเสียดายผิงหลาง
“หม่อมฉันรู้ว่าพระองค์ทรงถูกพระทัยในตัวผิงหลางมากแต่ทรงเลือกเอานะเพคะระหว่างเพื่อเป็ใหญ่ยั่งยาวนานหรือเพื่อสาวงามเพียงแค่คนเดียว” ฮองเฮาตรัส
“ก็ได้! เราจะรีบกลับตำหนักไปเตรียมตัวอาบแสงจันทร์เดี๋ยวนี้ขอบใจมากที่มาเตือน” ฝ่าาทรงยอมตัดใจจากสาวงาม
“เพคะ” ฮองเฮาทรงแอบยิ้มมุมพระโอษฐ์
ฝ่าาเสด็จกลับตำหนักด้วยอารมณ์กริ้วแต่เพื่อรักษาอำนาจทรงยินยอมสละสาวงามไปเข้าร่วมพิธีอาบแสงจันทร์และถือศีลงดอบายมุขเป็เวลา 7 วัน
ผิงหลางถึงกับโล่งอกที่ฝ่าาทรงยังไม่ทราบว่าบนเตียงคือหมอนไม่ใช่ตัวนาง
“ดีที่ทรงขัดขวางทันนะพะย่ะค่ะ”กงกงฟูต้ากล่าว
“ผิงหลางมีดวงที่จะได้เป็ฮองเฮาที่ฝ่าารักมากที่สุดเราไม่ขัดขวางไม่ได้เด็ดขาด” ฮองเฮาทรงกลัวว่าผิงหลางจะมาแทนที่พระองค์
“แล้วต่อไปทรงจะทำยังไงพะย่ะค่ะ”กงกงฟูต้าสงสัย
“เราจะย้ายนางไปเป็องครักษ์ของสนมที่ถูกลืมที่อยู่หลังวังฝ่าาทรงจะได้ทอดพระเนตรไม่เห็นนางอีก” ฮองเฮาตรัส
“เหตุใดถึงไม่ฆ่านางเลยล่ะพะย่ะค่ะ”
“นางเป็คนดวงดีนางมักแคล้วคลาดจากภัยอันตรายทั้งปวง ไม่เชื่อเ้าก็ลองฆ่านางดูสิเ้าทำไม่ได้หรอก” ฮองเฮาทรงท้า
“กระหม่อมไม่เชื่อพะย่ะค่ะกระหม่อมจะพิสูจน์ให้ดู” กงกงฟูต้าชักมีดสั้นออกมาเตรียมจะแทงผิงหลางที่นอนบนเตียง แต่ทว่าสักพักก็มีกงกงข้างกายฝ่าารีบทูลรายงาน
“ฝ่าาทรงประทับอยู่ที่อุทยานแล้วพะย่ะค่ะ”กงกงข้างกายฝ่าารายงาน
กงกงฟูต้ารีบเก็บมีดทันที
“เห็นมั้ยล่ะกงกง” ฮองเฮาตรัสกับกงกงฟูต้า
“ทรงรีบเสด็จที่อุทยานเถิดพะย่ะค่ะเดี๋ยวฝ่าาทรงจะกริ้วหากปะรำพิธียังไม่พร้อมนะพะย่ะค่ะ” กงกงข้างกายฝ่าาเตือน
“งั้นรีบไปกันเถอะ” ฮองเฮารีบเสด็จไปที่อุทยานทันที
หลังฮองเฮาเสด็จออกไปจากห้องพักของผิงหลางผิงหลางก็รีบหาชุดดำมาสวม และพึมพำว่า “งั้นดีล่ะ! ในเมื่อยังไม่มีใครจับได้ว่าข้าแกล้งเมาสลบข้าก็ถือโอกาสปล้นคุกเพื่อช่วยเด็กผู้หญิงวัย 12 ขวบที่เหลือก็แล้วกัน”
ผิงหลางในชุดดำก็รีบบุกรุกเข้าไปในคุกหลวงและเป่าลูกดอกอาบยาสลบใส่ผู้คุมพอพวกเขาพากันหลับใหลไม่ได้สติ นางก็รีบคว้ากุญแจเพื่อไปเปิดประตูให้เด็กสาว
“พี่มาช่วยพวกเราหรือเ้าคะ”เด็กผู้หญิงคนหนึ่งกล่าว
“ต่อไปพวกเ้าจะได้มีโอกาสถวายตัวได้เป็ถึงพระสนมพวกเ้ายินยอมหรือไม่” ผิงหลางถามความสมัครใจของเด็กสาวเสียก่อน
เด็กน้อยพากันส่ายหน้า
เด็กคนหนึ่งกล่าวว่า “พวกข้าอยากพบรักแท้เ้าค่ะขอแค่มีสามีที่รักข้าเพียงคนเดียว ข้าก็ดีใจแล้วเ้าค่ะ”
“ข้าจะพาพวกเ้าหนี” ผิงหลางกล่าว
“จริงๆ หรือเ้าคะ” เด็กคนหนึ่งกล่าวอย่างดีใจ
“รีบตามมาอย่างเงียบๆ เร็วเข้า”ผิงหลางรีบนำทาง
เด็กผู้หญิงวัย 12 ขวบทั้งเก้าคนพากันวิ่งตามผิงหลางแต่ทว่าอยู่ดีๆ ผิงหลางก็หยุดชะงักและกล่าวว่า “แย่แล้ว!ทหารองครักษ์วางเวรยามไว้แ่า ข้างกายข้ามีแต่เด็กๆพวกเราฝ่าวงล้อมไปไม่ได้ซะด้วย จะทำยังไงดี”
“ที่นี่ไม่มีช่องทางลับหรือเ้าคะ”เด็กน้อยกล่าว
“ใช่สิข้ามีกุญแจประตูช่องทางลับของท่านมู่เหรินฟุนี่งั้นพวกเราลองเสี่ยงดวงกันซะตั้งเถิด” ผิงหลางพาหลบหนีทางช่องทางลับใต้ดิน
“รีบไปกันเถอะเ้าค่ะเหมือนทหารรู้ตัวแล้วว่ามีคนปล้นคุก” เด็กอีกคนมองเห็นกองทหารออกตามหาพวกนาง
"พวกเ้ารีบตามข้ามาเร็วเข้า”ผิงหลางรีบนำทาง
เด็กน้อยทั้ง 9 คนต่างไว้ใจยอมติดตามคนชุดดำแปลกหน้าไปที่ช่องทางใต้ดิน พอถึงประตูใหญ่ผิงหลางก็ไขประตูเปิดเข้าไปได้อย่างง่ายดาย
“ข้าจะเป่าชุดไฟและจุดคบเพลิงก่อนนะ”ผิงหลางเห็นช่องทางมันมืดมากนางเหลือบไปเห็นไม้สำหรับจุดคบเพลิงวางอยู่ก็เลยเดินเข้าไปหยิบ
ผิงหลางถือคบเพลิงพาเด็กๆเดินเลาะไปตามทางไปเรื่อยๆ “อ้าว!ถึงทางแยกแล้ว จะไปที่ไหนดี”
“พวกเราจะหลงมั้ยเ้าคะท่านไม่มีแผนที่อย่างนั้นหรือ” เด็กน้อยสงสัย
“ข้าจำเป็ต้องเสี่ยงดวงหากข้าเป็คนโชคดีจริง ข้าต้องพาพวกเ้าออกไปได้แน่” ผิงหลางยอมพึ่งดวง
“มันจะไม่เสี่ยงเกินไปหรือเ้าคะที่พวกเราต้องเดินโดยไร้ซึ่งแผนที่แบบนี้” เด็กน้อยกังวล
“เชื่อใจข้าสักครั้งนะ” ผิงหลางกล่าว
และแล้วผิงหลางก็ใช้สัญชาตญาณพาเด็กๆเดินไปทางซ้ายมือ และนั่นก็ทำให้ผิงหลางได้ไปโผล่ที่วัดร้างแห่งหนึ่ง
“เฮ! พวกเราออกมาจากวังน่ากลัวนั่นได้แล้ว”เด็กน้อยพากันส่งเสียงร้องไชโยดีใจ
“ข้าจะฝากพวกเ้าไว้กับคนไว้ใจได้คนนึงพวกเ้าต้องเชื่อฟังเขานะ” ผิงหลางกล่าวกับเด็กๆ
“เ้าค่ะ” เด็กๆยอมรับคำแต่โดยดี
ผิงหลางพาพวกเด็กๆ ไปพบท่านหยางสือที่ฐานลับ
******************************
ณ ฐานลับของหยางสือ
“เ้าพาพวกเด็กๆ มาที่นี่ทำไมกัน”หยางสือกล่าวเมื่อเห็นผิงหลางเปิดผ้าคลุมหน้าออก
“เด็กๆ พวกนี้ถูกบังคับให้เป็พระสนมของฝ่าาเ้าค่ะ”ผิงหลางกล่าว
“แต่พวกเขายังเป็แค่เด็กเองนะ”หยางสือไม่อยากจะเชื่อ
“พระองค์ทรงถูกพระทัยทุกคนดังนั้นพวกเขาจะคอยสลับผลัดเปลี่ยนกันปรนนิบัติพระองค์ในแต่ละคืนเ้าค่ะ” ผิงหลางกล่าว
“แล้วจะพาพวกเขาไปอยู่ที่ไหน”หยางสือยังคิดไม่ออก
“อยู่ที่นี่ก่อนก็ได้เ้าค่ะเอาไว้รอให้ท่านหาที่ปลอดภัยให้เด็กไปหลบซ่อนก่อนหากฝ่าาทรงหมดความสนพระทัยในตัวพวกนางแล้ว ค่อยพาเด็กๆ กลับบ้านเกิด” ซูหลินเสนอ
“อย่างนั้นก็ได้รบกวนเ้าดูแลเด็กๆ ด้วยนะฮูหยิน” หยางสือกล่าว
“เ้าค่ะ” ซูหลินพาเด็กๆไปทานอาหารในห้องอาหาร
“ข้าต้องรีบกลับวังแล้วเดี๋ยวมีคนสงสัย” ผิงหลางกลัวว่าเพื่อนทหารองครักษ์จะฟื้นขึ้นมาก่อน
“เ้าพาพวกนางออกจากวังได้อย่างไร”หยางสือสงสัย
“ข้าเจอช่องทางลับที่อยู่ใต้ดินแล้วเ้าค่ะข้าจะแอบไปสำรวจและเขียนแผนที่ให้ เพื่อที่ว่าต่อไปอาจมีประโยชน์ในการกอบกู้บัลลังก์ของพวกท่านต่อไป”ผิงหลางอาสา
“ระวังตัวด้วยยังไงเ้าก็เป็ผู้หญิง” หยางสือเป็ห่วง
“ไม่มีเวลาแล้ว ข้าไปนะเ้าคะ”ผิงหลางใช้ผ้าปิดครึ่งหน้าดังเดิมแล้วรีบหนีกลับเข้าไปในวังเพื่อไม่ให้ใครสงสัย
“ข้าจะไปจัดที่นอนให้พวกเด็กๆนะเ้าคะ” ซูหลินปล่อยให้เด็กๆ ทานอาหารด้วยกันส่วนตัวเองก็ไปจัดที่นอนให้
“ขอบใจมากฮูหยินเ้านอนก่อนได้เลยนะ คืนนี้ข้ามีประชุมลับ” หยางสือลก่าว
“เ้าค่ะ” ซูหลินกล่าวอย่างเข้าใจ
หยางสือรู้สึกดีใจที่เขาได้ภรรยาที่รักและเข้าใจเขามากถึงเพียงนี้ถ้าเป็คนอื่น พวกนางคงหย่ากับเขาไปนานแล้วเพราะเขาไม่ค่อยมีเวลาเอาใจใส่พวกนาง
******************************
ผิงหลางกลับเข้าวังทางช่องทางลับและรีบกลับไปที่ห้องพักของตัวเองนางแกล้งเปลี่ยนชุดองครักษ์เหมือนเดิมและนอนอยู่บนเตียงเพื่อไม่ให้ใครสงสัย
เพื่อนทหารองครักษ์ฟื้นขึ้นมา พวกเขารีบไปดูผลงานแต่ทว่าพอมองเข้าไปก็เห็นผิงหลางนอนหันหลังให้และอยู่เพียงลำพัง
“หมายความว่ายังไงฝ่าาทรงไม่ได้มีความสัมพันธ์กับนางอย่างนั้นหรือ” ทหารองครักษ์นายหนึ่งสงสัย
“ทรงเปลี่ยนพระทัยแล้วกระมัง”ทหารองครักษ์อีกคนกล่าว
“ฝ่าาทรงเข้าพิธีอาบแสงจันทร์ในคืนนี้เลยไม่มีเวลาหาความสุขจากนางน่ะสิ” กงกงฟูต้ากล่าว
“ท่านกงกงฟูต้า! ท่านไม่ได้อยู่กับฮองเฮาอย่างนั้นหรือ” ทหารองครักษ์แปลกใจ
“ข้าจะต้องพาผิงหลางไปเข้าเฝ้าฮองเฮาน่ะสิ”กงกงฟู้ต้ากล่าว
“ข้าไม่ใช่คนคออ่อนทำไมวันนี้ข้าถึงเมาง่ายเช่นนี้นะ” ผิงหลางลุกจากเตียงแล้วเดินออกมาจากห้องและแสร้งทำเป็ปวดหัวต่อหน้าทุกคน
“ไปล้างหน้าล้างตาดีๆแล้วรีบตามข้าไปเข้าเฝ้าฮองเฮาเร็วเข้า” กงกงฟูต้าสั่ง
“เ้าค่ะ” ผิงหลางรับคำ
******************************
ณ ตำหนักฮองเฮา
“ถวายบังคมเพคะ” ผิงหลางทำความเคารพ
“เจอกันอีกแล้วนะผิงหลางเ้าต้องอยู่กับองค์ชายหกไม่ใช่หรือ เหตุใดวันนี้ถึงอยู่ในวังซะได้” ฮองเฮาทรงสงสัย
“เอ่อองค์ชายหกทรงเปลี่ยนพระทัยไปรักหญิงอื่นแล้วเพคะ” ผิงหลางแสร้งทำเสียงเศร้าเพราะไม่รู้ว่าจะตอบยังไงดี
"เอาล่ะเราจะย้ายให้เ้าไปประจำอยู่ที่ตำหนักพระสนมเหมยหลิง” ฮองเฮาตรัสสั่ง
“ฝ่าาทรงรับทราบแล้วหรือเพคะ”ผิงหลางกล่าว
“ทำไม! คำสั่งของเราไม่ศักดิ์สิทธิ์งั้นหรือ”ฮองเฮาทรงกริ้ว
“เปล่าเพคะหม่อมฉันจะรีบไปเดี๋ยวนี้เพคะ” ผิงหลางยอมรับคำ
“แล้วอย่ามาเพ่นพ่านที่ตำหนักของฝ่าาอีกล่ะ”ฮองเฮาตรัสสั่ง
“เพคะ” ผิงหลางกล่าว
“เ้ากลับไปเตรียมตัวเถิดเราต้องไปดูพิธีต่อ” ฮองเฮาทรงเป็ห่วงฝ่าาที่ทรงกำลังอาบแสงจันทร์อยู่ที่สวนอุทยาน
“เพคะ” ผิงหลางรีบเดินออกมาจากตำหนักของฮองเฮาและคิดในใจว่า “ขอบพระทัยนะเพคะฮองเฮาหม่อมฉันจะได้ไม่ต้องพบฝ่าาอีก”
******************************
ณ ตำหนักพระสนมเหมยหลิง
ตำหนักนี้ช่างดูเงียบเชียบไร้ซึ่งกงกงและนางกำนัลคอยดูแล ราวกับว่าตำหนักนี้คือตำหนักเย็นอย่างใดอย่างนั้น
ผิงหลางกำลังจะเข้าไปถวายความเคารพพระสนมแต่ทว่านางเข้าไปก็มองเห็นหญิงสาวกำลังผูกผ้าไว้กับขื่อหญิงสาวในชุดขาวกำลังยืนบนเก้าอี้และกำลังใช้ห่วงผ้าคล้องไปที่คอของตัวเองเพื่อเตรียมฆ่าตัวตาย
“หยุดเดี๋ยวนี้นะเพคะทรงจะทำอะไรเพคะ” ผิงหลางใกับภาพที่เห็น
ผิงหลางะโไปจับตัวหญิงสาวและใช้กระบี่ฟันให้ผ้าขาดจากนั้นก็โอบกอดหญิงสาวล้มไปกับพื้นด้วยกันโดยผิงหลางนั้นใช้ตัวเองรองรับแรงกระแทกแทนหญิงสาวคนนั้น
“เ้าเป็ใครกล้าลบหลู่เราแบบนี้ได้ยังไง” หญิงสาวกล่าวโทษ
“ทรงประทานอภัยให้หม่อมฉันด้วยเพคะแต่พระองค์ทรงไม่ควรคิดสั้นเช่นนี้นะเพคะ” ผิงหลางรู้ดีว่าหญิงผู้นี้คือพระสนมเหมยหลิง
“เราเป็สนมที่ถูกลืมไปแล้วเ้าอยู่ที่นี่ไปก็ไม่มีวันก้าวหน้าได้หรอก เ้าไปซะเถอะ” พระสนมเหมยหลิงทรงรีบไล่
“ถึงไม่เป็ที่โปรดปรานของฝ่าาพระองค์ก็ทรงทำอย่างอื่นแก้เบื่อสิเพคะ ไม่เห็นต้องคิดสั้นเลย” ผิงหลางกล่าว
“เ้าไม่มาเป็เราเ้าไม่มีวันรับรู้ความรู้สึกของเราหรอก” พระสนมเหมยหลิงทรงปาดน้ำตา
ผิงหลางพูดพึมพำว่า “เมื่อคืนก็เกือบตกอยู่ในชะตาเดียวกับพระองค์แล้วหากฝ่าาทรงเบื่อเมื่อไหร่ หม่อมฉันก็ต้องกลายเป็สนมที่ถูกลืมเช่นกัน”
“เ้าว่ายังไงนะ” พระสนมเหมยหลิงทรงไม่ได้ยิน
“หม่อมฉันว่าทรงหางานอดิเรกทำดีกว่าเพคะ” ผิงหลางเสนอ
“แล้วทำอะไรล่ะ” พระสนมเหมยหลิงทรงยอมฟัง
“ทรงทำอาหาร หรือไม่ก็เย็บปักถักร้อยไม่งั้นก็ทรงเล่นดนตรี แต่งกาพย์กลอนอะไรอย่างนี้สิเพคะ” ผิงหลางยกตัวอย่าง
“เอ่อ เราเป็ลูกขุนนางเราทำอะไรไม่เป็เลยน่ะสิ” พระสนมเหมยหลิงกล่าว
“ค่อยๆ ลองหัดทำดีมั้ยเพคะคนเราต้องเริ่มจากศูนย์กันอยู่แล้ว” ผิงหลางคิดว่าไม่มีใครเป็มาั้แ่เกิด
“งั้นเริ่มจากเย็บปักถักร้อยก่อนก็ได้”พระสนมเหมยหลิงกล่าว
“งั้นวันพรุ่งนี้หม่อมฉันจะติดต่อคนรู้จักให้มาเป็ครูสอนนะเพคะ”ผิงหลางนึกไปถึงหมอดูเหวยเหนียง
“ดีที่ตำหนักของเรามีแต่เรากับเ้าเท่านั้น”พระสนมเหมยหลิงทรงพักอยู่ในตำหนักนี้แต่เพียงผู้เดียว
“วันนี้ทรงบรรทมให้สบายเถอะนะเพคะทรงดำริซะว่ามีเพื่อนตกชะตากรรมเดียวกับพระองค์อีกตั้งหลายคน” ผิงหลางกล่าว
“นั่นสิ! สนมที่ถูกลืมไม่ได้มีแค่เราคนเดียวเสียหน่อย”พระสนมเหมยหลิงทรงดำริได้
“งั้นหม่อมฉันทูลลานะเพคะ”ผิงหลางอยากให้พระสนมทรงพักผ่อน
“เ้านอนที่นี่นั่นแหละ เราเหงา”พระสนมทรง้าเพื่อน
“ได้สิเพคะ” ผิงหลางกล่าว
พอพระสนมทรงบรรทมหลับอยู่บนพระแท่นบรรทมไปแล้วผิงหลางจึงปูผ้านอนบนพื้นและนอนเฝ้าหญิงสูงศักดิ์ที่ถูกลืม ผิงหลางคิดในใจว่า “ตราบใดที่ฝ่าาทรงไม่ยอมหยุดหาสาวงามคนใหม่คงต้องมีพระสนมที่ถูกลืมอีกเป็จำนวนมากเป็แน่”