ตอนที่ 4: รอยตำหนิในบัญชีไร้ที่ติ
ภายในห้องรับแขกส่วนตัวด้านในของท่านปู่ บรรยากาศเงียบสงบและแตกต่างจากศาลาบรรพชนโดยสิ้นเชิง ไร้ซึ่งกลิ่นควันธูปกำยานอันอบอวลหรือป้ายรายนามบรรพบุรุษ มีเพียงโต๊ะไม้มะเกลือขัดมันตัวยาว เก้าอี้พนักพิงสี่ตัว และแสงแดดยามสายที่สาดส่องลอดผ่านกรอบหน้าต่างกระดาษสาเข้ามาทาบทับลงบนพื้นไม้ขัดเงาจนเกิดเป็ลวดลายตารางแสงเงางดงาม
ซูเทียนินั่งสงบนิ่งอยู่ที่หัวโต๊ะ สองมือเหี่ยวย่นลูบไล้สมุดบัญชีปกหนังเล่มหนาที่วางอยู่เบื้องหน้าอย่างเชื่องช้า สายตาฝ้าฟางทว่าเฉียบคมราวพญาอินทรีเหลือบมองไปยังซูฮั่นเจี้ยนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม ซึ่งในยามนี้สีหน้าของอาสายสองดูสงบนิ่งเกินกว่าปกติ ราวกับเตรียมการและฝึกฝนรอยยิ้มรวมถึงท่าทีมาเป็อย่างดีล่วงหน้า
นี่คือรายงานบัญชีรายรับรายจ่ายของคลังสินค้าฝั่งตะวันออก ตามที่ท่านปู่มีบัญชาให้ข้าตรวจสอบ ซูฮั่นเจี้ยนเอ่ยขึ้นพร้อมกับดันสมุดบัญชีเล่มหนาเข้าไปตรงกลางโต๊ะ ข้าได้ทำการตรวจสอบรายละเอียดทุกบรรทัดอย่างถี่ถ้วนรอบคอบแล้ว ยอดเงินที่ขาดหายและดูผิดปกตินั้น แท้จริงแล้วเกิดจากราคาผ้าไหมดิบในตลาดต่างแดนที่พุ่งสูงขึ้นอย่างก้าวะโใน่ฤดูฝนที่ผ่านมา ประกอบกับค่าขนส่งที่ปรับตัวสูงขึ้นตามสภาพอากาศ มิได้มีความผิดปกติทุจริตใดๆ แอบแฝงทั้งสิ้น
ซูเทียนิเปิดหน้ากระดาษสมุดออกทีละแผ่น สายตาไล่กวาดมองตัวเลขรายรับรายจ่ายอย่างเชื่องช้า ก่อนจะปรายตามองมาที่กู้หนานโจวผู้เป็หลานเขยซึ่งนั่งเคียงข้างซูชิงเหอ
เ้าเคยเอ่ยทักท้วงเื่ความผิดปกติของคลังสินค้านี้ไว้ที่ศาลาบรรพชน ท่านปู่เอ่ยขึ้นพลางใช้ปลายนิ้วผลักสมุดบัญชีเล่มนั้นเลื่อนไปทางกู้หนานโจวเบาๆ เช่นนั้นเ้าลองตรวจดูให้ละเอียดอีกคราสิว่ามีสิ่งใดน่ากังขาหรือไม่
ซูฮั่นเจี้ยนขมวดคิ้วมุ่นเข้าหากันชั่วพรีบตาด้วยความไม่พอใจ ก่อนจะรีบปั้นสีหน้ายิ้มแย้มกลบเกลื่อน ท่านปู่ เื่ตัวเลขในบัญชีการค้าเป็เื่ละเอียดอ่อนและซับซ้อนยิ่งนัก เกรงว่าคุณชายกู้ซึ่งไม่เคยแตะต้องงานค้าขายอาจจะไม่ถนัดและดูไม่ออกหดอกขอรับ
ไม่เป็ไรหรอก ข้าแค่อยากให้ลองดูเพื่อความสบายใจของทุกฝ่ายเท่านั้น ซูเทียนิเอ่ยตัดบท
กู้หนานโจวรับสมุดบัญชีเล่มนั้นมาถือไว้ด้วยท่าทีสุภาพสำรวม เขาพลิกหน้ากระดาษอ่านอย่างไม่รีบร้อน สายตาคมกริบกวาดไล่ตามแถวตัวเลขและหมวดหมู่รายจ่ายแถวแล้วแถวเล่าอย่างพินิจพิเคราะห์
ทั่วทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงัน มีเพียงเสียงกระดาษพลิกดังแ่เบาคล้ายเสียงใบไม้แห้งลู่ลม
ยอดค่าขนส่งสินค้าใน่ฤดูฝนที่ระบุว่าปรับเพิ่มขึ้น กู้หนานโจวเอ่ยทำลายความเงียบขึ้นในที่สุด พร้อมกับใช้นิ้วเรียวยาวแตะลงบนแถวตัวเลขแถวหนึ่ง ปรับเพิ่มขึ้นในอัตราตัวเลขที่เท่ากันทุกๆ เดือนพอดิบพอดี ทั้งที่ในความเป็จริงแล้วราคาน้ำมันตะเกียง ค่าเช่าโกดัง และค่าจ้างแรงงานคนแบกหามในตลาดค้าขายย่อมต้องมีความผันผวนขึ้นลงตามสภาพอากาศและกลไกตลาดในแต่ละสัปดาห์ ไม่มีทางที่จะราบเรียบเสมอกันทุกเดือนเช่นนี้ไปได้หรอกขอรับ
สีหน้าของซูฮั่นเจี้ยนเผือดสีลงวูบหนึ่งอย่างเห็นได้ชัด ก่อนจะรีบปรับเสียงให้เป็ปกติแล้วเอ่ยแก้ตัว นั่นเป็เพราะข้าได้ทำสัญญาว่าจ้างค่าขนส่งแบบเหมาจ่ายรายเดือนไว้ล่วงหน้ากับผู้รับเหมาเ้าประจำ ตัวเลขจึงออกมาสม่ำเสมอราบเรียบเช่นนั้นอย่างไรเล่า
คำอธิบายนี้ก็นับว่าฟังขึ้นและมีเหตุผล กู้หนานโจวพยักหน้ารับเบาๆ โดยไม่ติดใจเอาความต่อ วางสมุดบัญชีลงบนโต๊ะตามเดิมด้วยกิริยาสุภาพเรียบร้อย ข้าเพียงแค่สังเกตเห็นตัวเลขที่ดูแปลกตาไปเล็กน้อย จึงเรียนถามเพื่อคลายความสงสัยเท่านั้น หากอาสายสองมีคำอธิบายที่ชัดเจน ก็ย่อมไม่มีสิ่งใดต้องกังวลใจอีก
ซูเทียนิหรี่ั์ตาทอดมองทั้งสองคน สองมือเหี่ยวย่นลูบเคราสีขาวโพลนช้าๆ โดยไม่เอ่ยวาจาใดๆ ออกมาอีกเนิ่นนาน ก่อนที่ท่านจะเอื้อมมือไปปิดปกสมุดบัญชีเล่มนั้นลงด้วยตนเอง
สมุดบัญชีเล่มนี้ ข้าจะขอเก็บรวบรวมไว้เพื่อตรวจสอบพิจารณาด้วยตนเองอีกสักระยะ ท่านประมุขเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ไร้ซึ่งอารมณ์ความรู้สึกใดให้จับสังเกตได้ อาสายสองไม่ต้องกังวลใจไป นี่เป็เพียงธรรมเนียมปฏิบัติของประมุขตระกูลที่ต้องตรวจทานบัญชีของทุกสายด้วยตนเองเป็ครั้งคราวอยู่แล้ว
แม้คำพูดนั้นจะฟังดูเรียบง่ายธรรมดา ทว่าซูฮั่นเจี้ยนกลับต้องรีบโค้งกายคำนับด้วยท่าทีเกร็งขืนผิดปกติยิ่งกว่าเดิม ก่อนจะขอตัวลาออกจากห้องไปอย่างรวดเร็วกว่าวิสัยปกติ
เมื่อภายในห้องรับแขกเหลือเพียงคนทั้งสาม ซูเทียนิจึงหันมาจ้องมองกู้หนานโจวด้วยแววตาล้ำลึก เ้ามองเห็นสิ่งใดที่ลึกซึ้งยิ่งกว่าตัวเลขที่เอ่ยออกมาเมื่อครู่ใช่หรือไม่
ท่านปู่ช่างสังเกตและสายตารวดเร็วยิ่งนัก กู้หนานโจวยิ้มรับบางๆ
ข้าควบคุมดูแลกิจการค้าของตระกูลมาเนิ่นนานเสียยิ่งกว่าบุตรชายข้าล้มป่วยเสียอีก ซูเทียนิเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่นทรงพลัง ตัวเลขที่ถูกปั้นแต่งจนราบเรียบไร้รอยต่อจนเกินไป ย่อมไม่ใช่ความราบเรียบที่แท้จริงของโลกธุรกิจ หากแต่เป็ร่องรอยของการปกปิดอำพรางความผิดปกติ ข้าเองก็ตระหนักในเื่นี้ดีแม้ว่าเ้าจะยังไม่ทันเอ่ยปากทักท้วง เพียงแต่ในยามนั้นข้ายังขาดหลักฐานชิ้นสำคัญที่จะใช้มัดตัวพวกเขาตรงๆ เท่านั้นเอง
เช่นนั้นเหตุใดท่านปู่จึงยังทรงนิ่งเฉยและไม่ลงมือจัดการขั้นเด็ดขาดเล่า ซูชิงเหออดไม่ได้ที่จะเอ่ยถามขึ้นด้วยความร้อนใจ
เพราะการเปิดฉากจับผิดสายเืเดียวกันต่อหน้าผู้คนมากมายโดยไม่มีหลักฐานแ่ามัดตัว รังแต่จะทำให้ความขัดแย้งในตระกูลปะทุรุนแรงและแตกแยกเร็วขึ้นโดยใช่เหตุ ซูเทียนิถอนหายใจยาวเฮือกใหญ่ ริ้วรอยเหี่ยวย่นบนใบหน้าลึกโหลลงอย่างเห็นได้ชัดภายใต้แสงแดดยามสาย ตัวข้าเองก็ชราภาพมากแล้ว หลานรัก เ้าก็เห็นอยู่ตำตาว่าข้าไม่มีเรี่ยวแรงพอจะแบกรับศึกภายในพร้อมกับประคับประคองกิจการทั้งหมดได้อีกยาวนานนัก อีกไม่นานวันข้างหน้า ภาระอันหนักอึ้งเหล่านี้ทั้งหมดก็จะต้องตกเป็ของเ้า
ท่านประมุขหันสายตามาทางกู้หนานโจวอีกครั้ง ส่วนตัวเ้า... แม้จนบัดนี้ข้าก็ยังไม่อาจล่วงรู้ได้แน่ชัดว่าแท้จริงแล้วเ้าเป็ใครมาจากไหน ทว่าสิ่งที่เ้าแสดงออกให้เห็นติดต่อกันถึงสองครั้งสองหนในยามคับขันนี้ ทำให้ข้ามั่นใจแล้วว่า หลานสาวของข้ามิได้เลือกคู่ครองผิดคนจริงๆ
กู้หนานโจวโค้งศีรษะคำนับแสดงความเคารพอย่างน้อมถ่อมตน ไม่ได้เอ่ยปากรับคำสัญญาเกินตัวใดๆ ทว่าั์ตาคู่คมกลับสบประสานกับดวงตาของประมุขเฒ่าอย่างมั่นคงและจริงใจ
ยามบ่ายของวันเดียวกันนั้นเอง ซูชิงเหอได้ชักชวนกู้หนานโจวให้ออกเดินทางไปยังย่านตลาดการค้าใหญ่ใจกลางเมืองหลวง เพื่อจัดหาซื้อสมุนไพรหายากชุดใหม่สำหรับต้มบำรุงอาการป่วยของท่านพ่อ ซึ่งหมอประจำตระกูลเพิ่งจัดส่งข่าวมาแจ้งว่าตัวยาบำรุงปอดขนานเดิมได้หมดลงจากคลังสำรองั้แ่สัปดาห์ก่อนแล้ว
บรรยากาศในย่านตลาดยามบ่ายเนืองแน่นไปด้วยผู้คน พ่อค้าแม่ขายต่างส่งเสียงร้องะโเสนอขายสินค้ากันอย่างเซ็งแซ่ กลิ่นเครื่องเทศนานาชนิดลอยคละคลุ้งปะปนไปกับกลิ่นสมุนไพรแห้งและควันไฟจากการปรุงอาหารของร้านรวงริมทาง ทั้งสองเดินเคียงคู่กันผ่านแผงขายผ้าไหมแพรพรรณสีสันสดใส และแผงเครื่องประดับเงินวาววับ จนกระทั่งมาหยุดอยู่หน้า ‘ร้านขายยาคุณธรรม’ ร้านขายยาโบราณเก่าแก่ที่ตั้งหลบมุมอยู่ลึกเข้าไปในตรอกอันเงียบสงบ
นายแพทย์เหอ ชายชราผู้ทำหน้าที่เป็หมอประจำตระกูลซูมาเนิ่นนานกว่าสามสิบปี เงยหน้าขึ้นจากสมุดบันทึกสมุนไพรเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้า ใบหน้าเหี่ยวย่นแย้มยิ้มต้อนรับด้วยความอบอุ่นทันที
โอ้ คุณหนูใหญ่ ถึงกับลงทุนเดินทางมาด้วยตนเองเลยหรือ ห่อยาสมุนไพรชุดที่สั่งไว้ ข้าเพิ่งจะจัดเตรียมเสร็จเรียบร้อยเมื่อ่สายนี้เอง นายแพทย์เหอเอ่ยพลางลุกขึ้นไปหยิบห่อกระดาษห่อใหญ่ออกมาจากชั้นวางไม้สนด้านหลัง ว่าแต่... อาการป่วยของท่านพ่อในวันนี้เป็เช่นไรบ้าง เืลมยังติดขัดหรือมีอาการไอเรื้อรังอยู่หรือไม่
อาการโดยรวมยังทรงตัว ท่านพ่อยอมทานอาหารได้มากขึ้น แต่วันใดอากาศเปลี่ยนก็ยังมีอาการไออยู่บ้างเ้าค่ะ ซูชิงเหอตอบด้วยน้ำเสียงเจือความห่วงใย
โรคระบบทางเดินหายใจเช่นนี้ ย่อมต้องอาศัยการรักษาด้วยความอดทนประคับประคองเป็สำคัญ สำหรับยาชุดบำรุงปอดชุดนี้ ข้าได้เพิ่มส่วนผสมของรากโสมป่าอายุสิบปีเต็มลงไปอีกหนึ่งส่วน เพื่อช่วยให้ลมหายใจของท่านประมุขราบรื่นและมีกำลังวังชามากขึ้น นายแพทย์เหอวางห่อยายาลงบนเคาน์เตอร์ไม้ขัดมัน ก่อนจะเหลือบสายตาพินิจพิเคราะห์กู้หนานโจวที่ยืนสงบอยู่เคียงข้างด้วยความสนใจระคนใคร่รู้ และบุรุษผู้นี้คงจะเป็คุณชายกู้ ผู้ที่ผู้คนทั่วทั้งเมืองหลวงกำลังกล่าวขานถึงสินะ
ท่านหมอเองก็เคยได้ยินเื่ราวของข้าด้วยหรือ กู้หนานโจวยิ้มรับบางๆ อย่างเป็กันเอง
เื่ราวทำนองนี้ในเมืองหลวง ย่อมแพร่สะพัดรวดเร็วยิ่งกว่าฤทธิ์ของยาพิษเสียอีก นายแพทย์เหอหัวเราะร่วนในลำคอ ก่อนจะหรี่เสียงลงเล็กน้อยเพื่อความระมัดระวัง ทว่าข้าเป็แพทย์ ย่อมเชื่อถือในสิ่งที่ััได้จากสายตามากกว่าคำนินทาของผู้คน ชีพจรของท่านหญิงที่ข้าเคยตรวจมาตลอดหลายปี ใน่นี้กลับแลดูราบเรียบ มั่นคง และไร้ซึ่งความกังวลใจทับถมเช่นกาลก่อน ผู้ใดที่เข้ามาดูแลเคียงข้างกายในระยะนี้ ย่อมสมควรได้รับความคารวะจากข้าด้วยเช่นกัน
ซูชิงเหอใบหน้าขาวเนียนแดงก่ำขึ้นมาวูบหนึ่งด้วยความกระดากอาย รีบเอ่ยตัดบทเพื่อเปลี่ยนเื่ ท่านหมอ... ห่อยาสมุนไพรบำรุงชุดนี้ จะเพียงพอใช้สำหรับตลอดเดือนนี้หรือไม่เ้าค่ะ
เพียงพอกล่าวได้ว่าพอเพียงแน่นอน แต่ทว่า... นายแพทย์เหอพลันมีสีหน้าเคร่งเครียดขึ้นมาเล็กน้อย รากโสมป่าอายุสิบปีที่ข้าใช้เป็ส่วนผสมหลักนี้ ในระยะหลังเริ่มหาซื้อได้ยากยิ่งขึ้นทุกที พ่อค้าคนกลางที่รับหน้าที่จัดส่งวัตถุดิบมาให้ข้าแจ้งว่า เส้นทางการค้าและกองคาราวานขนส่งสินค้าจากแดนเหนือเริ่มประสบปัญหาถูกกลุ่มโจรดักปล้นชิงกลางทางอยู่บ่อยครั้ง ส่งผลให้ราคาสมุนไพรพุ่งสูงขึ้นเกือบเท่าตัวในไตรมาสนี้ หากสถานการณ์ยังคงเป็เช่นนี้ต่อไป เกรงว่าในเดือนหน้าข้าคงจำเป็ต้องปรับราคายาขึ้นตามต้นทุนที่แท้จริง
คำบอกเล่าของนายแพทย์เหอทำให้กู้หนานโจวต้องหรี่ั์ตาลงอย่างใช้ความคิด ข้อมูลเกี่ยวกับเส้นทางขนส่งสินค้าจากแดนเหนือที่ถูกปล้นสะดม และราคาสินค้าสมุนไพรที่พุ่งสูงขึ้นทั่วทั้งตลาด เมื่อนำมาปะติดปะต่อเข้ากับปริศนาบัญชีคลังสินค้าทางตะวันออกของตระกูลซูที่ขาดทุนติดต่อกันนานนับเดือน ย่อมไม่ใช่เื่บังเอิญที่เกิดขึ้นโดยไร้ที่มาที่ไปอย่างแน่นอน
ขอบพระคุณท่านหมอมากที่กรุณาแจ้งข่าวคราวนี้ให้พวกเราได้ล่วงรู้ ซูชิงเหอยื่นมือไปรับห่อยาสมุนไพรมาถือไว้ หากถึงเวลาที่ราคาปรับสูงขึ้นจริง ข้าจะให้คนนำเงินส่วนต่างมามอบให้ท่านตามสมควร ไม่ต้องกังวลเื่ค่าใช้จ่าย
คุณหนูใหญ่มีจิตใจงดงามและเมตตาเช่นนี้เสมอมา ไม่เคยถือสาเื่ต้นทุนการรักษาชีวิตผู้คนเลย นายแพทย์เหอโค้งคำนับส่งยิ้มด้วยความซาบซึ้ง ก่อนจะโบกมือลาเมื่อทั้งคู่เดินออกจากร้าน
เมื่อก้าวพ้นประตูร้านยาสู่ถนนสายหลัก กู้หนานโจวยังคงจมอยู่กับความคิดวิเคราะห์เื่ราวที่เพิ่งได้รับฟังมา
เส้นทางการค้าจากแดนเหนือประสบปัญหาถูกปล้นสะดมกลางทาง... เขารำพึงกับตนเองด้วยน้ำเสียงแ่เบา ท่านหญิงคิดว่าเป็ความบังเอิญอย่างนั้นหรือ ที่คลังสินค้าทางตะวันออกของตระกูลเราก็มาประสบภาวะขาดทุนอย่างหนักหน่วงใน่เวลาไล่เลี่ยกันพอดีเช่นนี้
ซูชิงเหอหยุดฝีเท้าลง หันมามองหน้าเขาด้วยแววตาตื่นตะลึงราวกับเพิ่งตระหนักถึงความเชื่อมโยงอันน่าสะพรึงกลัว ท่านกำลังจะสื่อว่า...
ข้ายังไม่ได้ด่วนสรุปสิ่งใดทั้งสิ้น กู้หนานโจวยิ้มบางๆ อย่างเยือกเย็น มันเป็เพียงเศษเสี้ยวข้อมูลชิ้นเล็กๆ ที่เราควรเก็บรวบรวมไว้ประติดประต่อภาพใหญ่ให้ชัดเจนเสียก่อน ยังเร็วเกินไปที่จะด่วนตัดสินใจ
ทว่าในขณะนั้นเอง ระหว่างที่ทั้งคู่กำลังก้าวเดินต่อ ชายร่างท้วมใหญ่สวมชุดผ้าเนื้อหยาบสกปรกผู้หนึ่งก็พุ่งพรวดเข้ามาขวางทางเดินไว้ ใบหน้าอัปลักษณ์เต็มไปด้วยรอยแผลเป็จากการผ่านการทะเลาะวิวาทมาอย่างโชกโชน
เฮ้ย! นั่นมันไอ้กู้หนานโจวตัวแสบไม่ใช่หรือวะ ลูกหนี้การพนันตัวดี! ชายร่างท้วมแผדเสียงะโลั่นจนผู้คนที่เดินขวักไขว่บนท้องถนนพากันหันมามองเป็ตาเดียว หนี้สินการพนันในบ่อนสามสิบตำลึงของแกเมื่อไหร่จะยอมเอามาใช้คืนฮะ! ตอนนี้เกาะชายผ้าภรรยาแต่งเข้าตระกูลคหบดีร่ำรวยแล้ว อย่าคิดว่าจะชักดาบหนีหนี้ได้ รีบเอาเงินสดมาจ่ายคืนข้าเดี๋ยวนี้เลยนะ!
บรรดาผู้คนที่เดินผ่านไปมาเริ่มส่งเสียงซุบซิบนินทา ซูชิงเหอสีหน้าถอดสีลงทันทีด้วยความอับอายและกังวลใจ เกรงว่าอดีตอันด่างพร้อยของสามีจะถูกหยิบยกมาประจานกลางตลาดให้เสื่อมเสียชื่อเสียงอีกครั้ง
ทว่ากู้หนานโจวกลับมิได้แสดงอาการตื่นตระหนกหรือหวาดหวั่นแม้แต่น้อย เขาก้าวเท้าย่างสามขุมเข้าไปประชิดชายร่างท้วมผู้นั้นด้วยรอยยิ้มเรียบเฉย หหนี้สินการพนันสามสิบตำลึงที่ท่านกล่าวอ้างถึงนี้ มีหนังสือสัญญาเงินกู้ลงลายมือชื่อเป็หลักฐานอย่างถูกต้องหรือไม่
มี... มีสึกระสับส่ายสิฟะ สัญญาก็เก็บอยู่ที่บ่อนโน่นแหละ! ชายร่างท้วมตะกุกตะกักตอบด้วยความพิรุธ
ในเมื่อมีสัญญาเป็ลายลักษณ์อักษรก็ดีเยี่ยม กู้หนานโจวพยักหน้ารับเบาๆ พรุ่งนี้ยามเที่ยงตรง ให้นำกระดาษสัญญาฉบับจริงนั้นไปยื่นให้ข้าที่หน้าประตูเรือนตระกูลซู ข้าจะชำระคืนให้ครบถ้วนทุกตำลึงพร้อมดอกเบี้ยตามตัวเลขในสัญญาอย่างไม่มีบิดพลิ้ว แต่ทว่า... ทันใดนั้น น้ำเสียงนุ่มนวลก็แปรเปลี่ยนเป็เยือกเย็นเฉียบขาดดุจคมมีดน้ำแข็ง ท่านส่งเสียงะโกล่าวหาว่าข้าเป็ลูกหนี้ขี้โกงกลางตลาดโดยปราศจากการให้เกียรติกัน ทั้งที่ข้ายังไม่เคยเอ่ยปากปฏิเสธการชำระหนี้เลยแม้แต่คำเดียว หากพรุ่งนี้ข้าตรวจสอบแล้วไม่พบสัญญาฉบับจริงดังที่ท่านกล่าวอ้าง ตัวท่านเองนั่นแหละที่จะต้องเป็ฝ่ายเดินทางไปอธิบายต่อหน้าทางการเอง ว่าเหตุใดจึงจงใจกล่าวหาใส่ร้ายป้ายสีผู้อื่นด้วยความเท็จกลางที่สาธารณะเช่นนี้!
คำพูดข่มขู่ที่เปี่ยมด้วยเหตุผลและอำนาจกดดันนั้น ทำให้ชายร่างท้วมชะงักงันไปทันที สีหน้าที่เคยฮึกเหิมมั่นใจแปรเปลี่ยนเป็ซีดเผือดและหวาดหวั่นอย่างเห็นได้ชัด—เพราะในความเป็จริงแล้ว สัญญาเงินกู้ที่ว่านั้นอาจไม่มีอยู่จริง หรืออาจเป็เพียงตัวเลขปลอมแปลงที่ถูกกุขึ้นมาเพื่อรีดไถเท่านั้น
ข้า... ข้าจะลองกลับไปค้นหาดูให้แน่ชัดเสียก่อนก็แล้วกัน ชายร่างท้วมพึมพำเสียงสั่น ก่อนจะรีบหมุนตัวสาวเท้าเดินแทรกหายเข้าไปในฝูงชนอย่างรวดเร็วราวกับหนีตาย
ซูชิงเหอมองตามแผ่นหลังของชายคนนั้นไปด้วยความทึ่งแกมแปลกใจ ท่านไม่รู้สึกหวาดกลัวเลยหรือว่าหากเขาถือสัญญาที่เป็หนี้จริงๆ กลับมาทวงพรุ่งนี้ท่านจะทำอย่างไร
หากเป็หนี้ที่ถูกต้องตามกฎหมาย ข้าก็ย่อมต้องรับผิดชอบชดใช้คืนตามกติกา หนี้สินอันใดที่เกิดขึ้นจริงย่อมต้องชดใช้ ไม่มีเหตุผลอันใดที่ต้องหลบหนี กู้หนานโจวเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบขณะก้าวเดินต่อไป ทว่าท่านหญิงไม่ทันสังเกตเห็นหรือว่า เขาจงใจหลบเลี่ยงไม่ยอมตอบคำถามเื่มารยาทและการให้เกียรติที่ข้าทวงถามเลยแม้แต่ครึ่งคำ คนที่ถือครองหลักฐานสัญญาที่ถูกต้องตามกฎหมายด้วยความบริสุทธิ์ใจ ย่อมไม่มีวันหวาดกลัวต่อการทวงถามเื่ความยุติธรรม มีแต่พวกที่ถือความเท็จไว้ในมือเท่านั้นที่ต้องรีบวิ่งหนีเอาตัวรอด
ซูชิงเหอเผลอยิ้มออกมาบางเบาเป็ครั้งแรกนับั้แ่ออกจากเรือน ท่านนี่ช่างมีวิธีพลิกแพลงและรับมือกับปัญหาเฉพาะหน้าได้อย่างแยบยลยิ่งนัก
ในอดีตตัวข้าเคยก่อหนี้สินและความผิดพลาดไว้มากมาย กู้หนานโจวเอ่ยพร้อมรอยยิ้มจางๆ ข้าจึงจำเป็ต้องเรียนรู้ที่จะแยกแยะให้ออกว่า หนี้สินก้อนใดคือความจริงที่ต้องชดใช้ และหนี้ก้อนใดเป็เพียงเล่ห์กลของพวกฉวยโอกาสที่อาศัยชื่อเสียงเก่าๆ ของข้ามาแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบ
ตกเย็นวันนั้น ภายหลังมื้ออาหารค่ำอันเงียบสงบ ซูชิงเหอเดินปลีกตัวออกมาหาผู้เป็สามีที่บริเวณระเบียงกว้างด้านหลังเรือน ซึ่งในยามนี้กู้หนานโจวกำลังนั่งรับลมชมแสงจันทร์เสี้ยวที่เพิ่งทอประกายพ้นยอดไม้ใหญ่
ท่านปู่เริ่มให้ความไว้วางใจในตัวท่านอย่างแท้จริงแล้วสินะ นางเอ่ยทำลายความเงียบขึ้นเบาๆ พลางทรุดกายลงนั่งลงบนเก้าอี้ไม้ตัวเคียงข้าง เว้นระยะห่างพอเหมาะสำหรับคนสองคนที่ความสัมพันธ์ยังคงก้ำกึ่งระหว่างสัญญาลวงกับความจริงใจ
ความไว้วางใจของมนุษย์หาใช่สิ่งที่จะสร้างขึ้นได้ในชั่วข้ามคืน หากแต่ต้องค่อยๆ สะสมทีละน้อยเปรียบเสมือนการขุดบ่อน้ำเพื่อหาตาน้ำใต้ดิน กู้หนานโจวหันมาตอบพลางหยิบกาสูงมารินน้ำชาอุ่นๆ ใส่จอกยื่นส่งให้นาง หากขุดเจาะรวดเร็วเกินไปบ่อน้ำย่อมพังทลายลงมาทับถมตนเอง หากขุดช้าเยิ่นเย้อเกินไปก็ไม่ทันการณ์ ทุกอย่างต้องดำเนินไปในจังหวะที่พอเหมาะพอดี
ซูชิงเหอรับถ้วยชาอุ่นขึ้นมาจิบช้าๆ ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วครู่ ก่อนที่นางจะเอ่ยถ้อยคำในใจออกมาอย่างแ่เบา
นับั้แ่ที่ท่านก้าวเท้าเข้ามาอาศัยร่วมเรือนหลังนี้ เรือนพักของข้าก็เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง... จนกระทั่งตัวข้าเองก็เริ่มรู้สึกว่า สามารถนอนหลับพักผ่อนได้อย่างสนิทใจโดยไม่ต้องหวาดระแวงสิ่งใดอีกต่อไปแล้ว นางเอ่ยพลางเบือนสายตาหลบเลี่ยงเล็กน้อย ราวกับเผลอเปิดเผยความรู้สึกที่แท้จริงออกไปโดยไม่ทันตั้งใจ
นับแต่นี้ต่อไป ท่านหญิงไม่ต้องแบกรับภาระอันหนักอึ้งทั้งหมดไว้บนบ่าเพียงลำพังคนเดียวอีกแล้ว กู้หนานโจวเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มนวลลึกซึ้ง สายตายังคงทอดมองดวงจันทร์เสี้ยวบนท้องฟ้าค่ำคืน อย่างน้อยที่สุด ในยามนี้ก็ยังมีข้าคอยร่วมแบ่งเบาภาระและเผชิญอุปสรรคเคียงข้างกายท่าน ไม่ว่าจะปรากฏกายในฐานะสามีจริงหรือเพียงสามีในนามตามสัญญาจ้างก็ตาม
ท่าน... แท้จริงแล้วเป็ผู้ใดกันแน่ กู้หนานโจว นางหันมาจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาของเขาด้วยความรู้สึกโหยหาคำตอบ ไม่ใช่ด้วยความระแวงสงสัยเช่นในคราแรก หากแต่อยากทำความรู้จักตัวตนที่แท้จริงของบุรุษผู้นี้อย่างลึกซึ้ง
กู้หนานโจวนิ่งเงียบงันไปชั่วอึดใจใหญ่ ั์ตาทอดมองไกลออกไปบนผืนฟ้ากว้างไกลเกินกว่าขอบเขตดวงจันทร์ ราวกับกำลังย้อนเวลากลับไปสู่ห้วงมิติอันห่างไกลเกินกว่าจะสรรหาถ้อยคำใดมาอธิบายให้กระจ่างแจ้งได้ทั้งหมด
ตัวข้าเองในชาตินี้ บางคราก็ยังรู้สึกสับสนว่าแท้จริงแล้วตนเองคือใครกันแน่ เขากล่าวตอบด้วยน้ำเสียงแ่เบาราวเสียงกระซิบของสายลม รู้เพียงแค่ว่า... ครั้งหนึ่งในอดีตอันไกลโพ้น ข้าเคยมีชีวิตอยู่บนโลกใบหนึ่งที่ผู้คนยึดถือหลักเหตุผล ปัญญา และความรู้ มากกว่าอำนาจสายเืและบรรดาศักดิ์ แล้วอยู่มาวันหนึ่ง ชะตากรรมก็ดลบันดาลให้ข้าต้องลืมตาตื่นขึ้นมาอยู่ในร่างนี้ ในยุคสมัยนี้ ท่ามกลางกฎเกณฑ์การใช้ชีวิตที่ทั้งคุ้นเคยและแปลกแยกขัดแย้งกันอย่างสิ้นเชิง
ซูชิงเหอนิ่งฟังด้วยความสงบ ไม่ได้เอ่ยปากซักไซ้ไล่เลียงสิ่งใดต่อ ปล่อยให้ความเงียบสงบและกลิ่นอายราตรีทำหน้าที่ของมัน—นางตระหนักดีว่า บางครั้งความไว้วางใจที่แท้จริงมิใช่การเร่งรัดบีบบังคับให้อีกฝ่ายต้องเปิดเผยความลับทุกสิ่งทุกอย่างออกมาจนหมดเปลือกในคราวเดียว
ไม่ว่าในอดีตกาลท่านจะเป็ใคร หรือมาจากดินแดนใดก็ตาม นางเอ่ยสรุปด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนและนุ่มนวลอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนในชีวิต ทว่าในยามนี้ ท่านคือกู้หนานโจว... สามีของซูชิงเหอผู้นี้ ไม่ว่าจะผูกพันกันด้วยสัญญาจ้างลวงตาหรือด้วยสิ่งใดก็ตามที
กู้หนานโจวหันกลับมาสบตากับนาง ประดับด้วยรอยยิ้มจริงใจที่เปี่ยมด้วยความอบอุ่น รอยยิ้มที่แตกต่างจากรอยยิ้มเชิงกลยุทธ์แยบคายที่นางเคยพบเห็นมาตลอดหลายวันที่ผ่านมาโดยสิ้นเชิง
สายลมราตรีพัดโชยกลิ่นหอมหวานของดอกหมื่นลี้จากสวนหย่อมลอยเข้ามาคลอเคลียรอบกาย ขณะที่ดวงจันทร์เสี้ยวบนฟากฟ้าค่อยๆ เคลื่อนคล้อยสูงขึ้นผ่านยอดไม้ใหญ่ ราวกับกาลเวลาก็ปรารถนาจะหยุดนิ่งช้าลงสักนิด เพื่อปล่อยให้ค่ำคืนอันแสนสงบสุขและเปี่ยมด้วยความหมายนี้ ดำเนินอยู่เนิ่นนานยิ่งกว่าที่เคยเป็มา