ตอนที่ 1
ภายใต้ดินแดนอันมืดมิด ไร้แสงสว่าง ปราศจากสิ่งมีชีวิต มันเงียบเชียบไร้ซึ่งทุกสิ่ง มองผิวเผินแล้ว สถานที่แบบนี้ คงไม่มีอยู่จริง และต่อให้มันมีอยู่จริง ก็คงเป็ดินแดนที่ถูกพระเ้าทอดทิ้งอย่างแน่นอน
ทุกสิ่งทุกอย่างก็คงจะเป็แบบนี้ต่อไปเรื่อย ๆ กระทั่ง แสงสีทองเล็ก ๆ สองดวงได้ปรากฏออกมาในระนาบเดียวกัน พวกมันตวัดซ้าย ขวา ไปมา ก่อนจะหายไปแล้วโผล่ขึ้นมาใหม่อีกครั้ง
“มัน.. ที่ไหนกันล่ะเนี่ย?”
เป็ครั้งแรกที่ดินแดนแห่งนี้ ปรากฏสิ่งมหัศจรรย์อย่างแสง และ เสียง แน่นอนว่า ทั้งหมดเกิดขึ้นมาจาก เ้าของดวงตาสีทอง ที่ในบางครั้ง จะกระพริบตา ทำให้ดวงตาสีทองถูกปิดลงเป็ครั้งคราว
เขาผู้นี้คือ เ้าของ แสงสีทองที่ว่า แถมยังเป็เ้าของเสียง เสียงแรกในดินแดนนี้ อีกต่างหาก
แกร๊ก ๆ
เสียงเหล็กบางอย่างกระทบกัน เกิดขึ้นหลายครั้ง ก่อนจะเงียบลง พร้อมกับสายตาสีทองจ้องมองไปยังบางสิ่ง ที่กำลังผูกมัดตัวเองอย่างแ่า
“โซ่ ?”
ผมพูดด้วยความมึนงงเล็กน้อย ดูเหมือนว่า หลังจากผมถูกต่อยเป็ครั้งสุดท้าย ภาพมันก็ราวกับถูกตัดตอนไปเองซะดื้อ ๆ ...คิดแล้วมันก็ขนลุก จริง ๆ พระเ้าที่เหมือนจะประสาทเสีย กับ อะไรสักอย่าง ดันลงไม้ลงมือกับผมซะได้
เอ... หรือว่าผมไปทำอะไรสักอย่างให้เ้าตัว โกรธกันหว่า จำไม่เห็นได้เลยแหะ อีกอย่างผมคงไม่ปล่อยให้ตัวเองเสียมารยาท กับ พระเ้าหรอก ล่ะมั้ง
แต่เหมือนจะรู้สึกว่า พระเ้าเคยพูดว่าผม เป็สิ่งมีชีวิต ผู้เชื่องช้าอีกต่างหาก ..ชิ!!
“ช่างเถอะ.. แล้วข้าจะทำยังไงดีกับเ้านี่ดีล่ะ”
ผมพูดกับตัวเอง พลางมองสำรวจอย่าง ยากลำบากกับร่างกายตัวเอง ที่ถูกตรึงเข้ากับอะไรบางอย่าง โดยมีโซ่สีแดงมากมาย พันรัดตัวเองอย่างแ่า ั้แ่เท้าจรดลำคอ มีเพียงใบหน้าเท่านั้นที่ไม่ได้โดนอะไร
ปรืด ..ปรืด
ไม่ว่าจะพยายามสักแค่ไหน ดิ้นรนมากเท่าไหร่ เ้าโซ่สีแดงฉานที่รัดพันร่างกายตัวเองอยู่นั้น ก็ไม่มีวี่แวว จะคลายออก หรือ ขยับเขยื้อน แถม ยังรัดแน่นปานจะกลืนกิน แน่นอนว่า พอรู้สึกได้ถึงแรงรัดที่มัน แรงขึ้นเรื่อย ๆ ผมก็ไม่ได้พยายาม ขัดขืนต่อ
อีกอย่างตอนนี้เอง ก็รู้สึกเหมือนกับว่าตัวเอง ใช้แรงกายอย่างมหาศาลไปอีกต่างหาก มันทำให้ ร่างกายผม รู้สึก อ่อนล้ามาก ๆ เลย
.
.
ผ่านไปเท่าไหร่ไม่รู้ ที่ได้แต่มอง มอง และ มองไปยังความมืดรอบตัว ก็ไม่รู้หรอก ว่าที่นี่ที่ไหน แต่นอกจากระยะ สามเมตร รอบแล้ว ทุกอย่างมันก็มืดไปหมด ...รู้สึก ถึงความสิ้นหวังเลยแหะ
.
.
“หนึ่งล้านหนึ่ง”
“หนึ่งล้านสอง”
“หนึ่งล้านสาม”
ผมนับเลขไปเรื่อย ๆ พลางบรรเทาความเบื่อ โดยไม่รู้เลยว่า ต่อจากนี้ผมจะนับเรื่อย ๆ จนเลิกไปในที่สุด จากจำนวนที่มันมากมายเกินไป
.
.
วันและเวลา ล่วงเลยไป ไม่สิ ั้แ่ครั้งแรกที่ผมลืมตาตื่นขึ้นมา ในที่แห่งนี้ ผมก็ไม่คำนึงถึง วันและเวลา ที่ว่าเลยแม้แต่นิดเดียว ไม่รู้ทำไม ั้แ่ นับเลขไปเรื่อย ๆ จิตใจ ของผมมันก็ดูจะล่องลอย ไม่อยู่กับเนื้อกับตัวอีกต่อไป... กระทั่ง...
“ข้าชักจะทนไม่ไหวแล้วนะ!!!”
เหมือนกับเป็การจุดชนวนความรู้สึกนึกคิดของตัวเอง อีกครั้ง เสียงะโของผมก็ดังขึ้น ด้วยความโกรธ
เปรี๊ยะ!! เปรี๊ยะ!!
ตัวผมที่บ้าคลั่ง ก็พยายามขยับตัวอย่างเต็มที่ โดยไม่สนใจไอเ้าโซ่บ้านี่ ที่จ้องรัดทุกครั้งที่ผมขัดขืนการจับกุมของมัน
“อึก!!”
ตัวของผมกระตุก และ ครางเบา ๆ ออกมาด้วยความเ็ป แต่ยิ่งผมเจ็บผมมากเท่าไหร่ ความบ้าคลั่งกับการดิ้นรนในครั้งนี้ ก็ยิ่งเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
ถึงกระดูกจะแตกหัก อวัยวะทุกอย่างพังทลาย ผมก็ไม่สนใจ พอ ๆ กับโซ่บ้านี่ ที่ก็ไม่สนใจในตัวของผมเช่นกัน
แน่นอนว่า มีหลายครั้ง ที่ผมเองก็คิดว่า ตายไปแล้ว แต่จนถึง ณ ตอนนี้ ก็ไม่ได้เป็อย่างที่คิดไว้ ...โดยเฉพาะ เืที่ไหลออกมาเปรอะเปื้อน เ้าโซ่บัดซบ นี่จนมันแดงยิ่งกว่าเดิม
...ร่างกายของผม คงจะฟื้นฟู ตัวเองได้ ไม่งั้นผมผมจะขยับตัวได้อย่างไร ถ้ากระดูกของผมถูกรัดจนแตกละเอียด
ฮะฮะ.. จริง ๆ มันก็คงละเอียด นั่นแหละ แต่เพียงแปปเดียวก็กลับมาเป็เหมือนเดิม
จนบัดเดี๋ยวนี้ สิ่งเดียวที่เหลือไว้ จริง ๆ ก็คงจะเป็ความเ็ป จากกระดูก และ อวัยวะ ที่ยังคงอยู่ แม้ร่างกายจะฟื้นฟู ไปแล้วก็ตามที
“ฮ่า ๆ ๆ ๆ”
ความบ้าคลั่งพร้อมเสียงหัวเราะ ของตัวเอง มันก็มากขึ้นเรื่อย ๆ ๆ ๆ
พรึด!!
“ฮ่า ฮ่ ...อ่ะ”
เสียงหัวเราะสุดบ้าคลั่งของผมจบลง พร้อมกับโซ่สีแดงที่คลายตัวออก ณ ตอนนั้นผมรู้สึกเบิกบานใจ มากถึงมากที่สุด
แต่...
ปึก!!
ใบหน้าของผม เริ่มััได้ถึงแรงลม เพียงแค่ ลมที่ว่าไม่ได้เกิดเองตามธรรมชาติ แต่เกิดจากการตกจากที่ สูง!!!
ตุบ!!!
ร่างกายหล่นกระแทกเข้ากับพื้นหินสีเทาด้านล่าง อย่างรุนแรง จนมีกระดูกแทงโผล่ทะลุเนื้อ ออกมาจำนวนหนึ่ง ซึ่งก่อนที่มันจะได้รับการฟื้นฟู ดูเหมือนจะมีบางสิ่งตกลงมาพร้อมกับผมในเวลาไล่เลี่ยกัน ซึ่งมันก็คือ....
“ไอโซ่บ้า เอ้ย!!!”
สิ้นเสียง... ก็สิ้นใจ
มันทั้งหนักและยาว แถมยังหล่นลงมาจากที่สอง แน่นอนว่า มันจะต้องหล่นมาทับผมอย่างแน่นอน ..อ่า ด้วยความสูง ขนาดนี้... อย่างน้อย หน้าอก ก็แค่ยุบลงไปล่ะมั้ง ?
ปุ๊ก!!
ในที่สุด มันก็ตกลงมากระแทกกับผมจนได้... เพียงแต่ ั้แ่ลำตัวลงไป กลับไม่ได้รับาเ็จากเ้าโซ่ที่ตกลงมาใส่บนร่างของผมเลย
อ้อ ...แล้วเสียงที่ดังขึ้น ก็ไม่ได้ตกลงบนพื้นหินหรอกนะ....
นี่จึงเป็ครั้งแรกที่ได้รู้เลยว่า บริเวณส่วนหัวของผมสามารถฟื้นฟูตัวเองได้
.
.
.
อืม~ เท่ากับว่า ตอนนี้ ผมเป็ะรึเปล่านะ? ช่างมันเถอะ.. ยังไงก็แล้วแต่ตอนนี้ผมก็กลับมาขยับตัวได้ตาม้าแล้วล่ะนะ
“อ่า~ รู้สึกดีจริง ๆ”
ภายหลังที่ส่วนของศีรษะได้ฟื้นฟูเรียบร้อยแล้ว ผมก็กางแขนยืดเส้นยืดสายอย่างสบายอารมณ์ ซึ่งระหว่างทำแบบนั้นมันทำให้ผมสังเกตเห็นว่า เ้าโซ่สีแดงที่ผมไม่ได้ใส่ใจ ก็ได้แบ่งตัวเองมาเป็สี่เส้น พันแขนพันขา ไปหมดแถมยังไม่ยอมหลุดออกอีกต่างหาก
สภาพของตัวเองในตอนนี้ มันคล้ายกับ นักโทษอันตราย ผู้ถูกลามโซ่แขนขาไม่มีผิด ขาดเพียงแต่ ลูกตุ้มที่มีน้ำหนักคอยถ่วงแข้งถ่วงขาล่ะนะ ฮ่า ๆ~
ตู้ม!!!
ไม่ทันขาดคำ น้ำหนักของโซ่บ้านี้ ก็หนักขึ้นมาอย่างกะทันหัน จึงช่วยไม่ได้เลย ที่ตอนนี้ผมต้องคุกเข่าลงไปบนพื้นอย่างช่วยไม่ได้
“เฮ้อ..”
ถอนหายใจออกมาอย่างช่วยไม่ได้ กลายเป็ว่า ก็กลับมาเป็อีหรอบเดิม จนได้ เพียงแต่ตอนนี้ เ้าโซ่ทั้งสี่เส้นนี่ ก็ไม่ได้พยายามรัดผมเวลา ขยับเขยื้อนแล้วล่ะ
อืม.. อาจจะใช้เวลาสักหน่อย เพียงแค่ผมชินกับน้ำหนักเมื่อไหร่ ผมก็คงจะลุกขึ้นเดินได้อย่างปกติเสียที ดีกว่าใช้เวลาไปแล้วไม่ได้อะไรกลับมาหรอกนะ เหมือนเมื่อตอนที่ผมคิดว่า ผมจะหลุดออกมาจากโซ่ที่พัน เมื่อครั้งแรกได้ หรือ เมื่อถึงเวลา... อันสมควร
เวลา...อันสมควร อย่างงั้นเหรอ
“ข้าไม่เห็นััรู้หรือรู้สึกได้สักอย่าง นอกจากความมืดรอบตัว ..ข้า”
ภายนอกระยะ สามเมตร รอบตัวผมมันมืดไปหมด ไม่รู้แม้แต่นิดว่า ภายในความมืดนั้น มีอะไรอยู่บ้าง สิ่งมีชีวิต? สิ่งก่อนสร้าง? หรือ มันว่างเปล่ากันนะ
ไม่สิ... อย่างน้อย จากพื้นหินแข็ง ๆ ที่เราคุกเข่าอยู่นี่ ถึงจะหนึ่งในความเป็ไปได้ เราอาจจะถูกขังภายในถ้ำก็ได้ อือ~ น่าจะถ้ำล่ะ น่าจะนะ
“อือ ๆ แต่ว่าร่างกายของข้านี่สุดยอดจริง ๆ เลยนะ”
ผมกล่าวชมเชยตัวเองอย่างน่าไม่อาย มันก็ช่วยไม่ได้หรอกนะที่ยกย่องร่างกายของตัวเอง เพราะมันแหกกฎของสิ่งมีชีวิตทั่วไป ไกลโข เลยล่ะ... ก่อนจะคิดได้ว่าควร ใช้เวลาที่ว่างอยู่ตอนนี้ สำรวจตัวเองอีกครั้งมันทำให้ รู้เลยว่า ตอนนี้ ผมสวมใส่ผ้าคลุมสีเทาแบบคลุมทั้งตัว โดยมีโซ่สีแดงรัดพันแขนขาอย่าง ระเกะระกะ แต่อย่างน้อยก็ยังมีเครื่องสวมใส่ไม่โล่งโจ้ง ล่ะ~
น่ารำคาญจัง~
เพียงแค่เ้าโซ่พวกนี้ไม่รัดผมจนกระดูกแตกอีก ผมก็เลยเลิกที่จะไม่ใส่ใจลงไปในความรำคาญครั้งนี้
อย่างว่าแค่ยกแขนขา ยังลำบากเลย และผมก็สนใจที่จะขยับตัวให้ได้ก่อน อีกด้วย
กาลเวลาผ่านไป~
“ฮึบ!! ตึก ตึก”
ในที่สุดผมก็สามารถลุกขึ้น ก่อนจะขยับขาเดินไปข้างหน้าอย่างช้า ๆ เท้าเปล่าของผมค่อย ๆ เหยียบย้ำลงไปยังพื้นหินอย่างช้า
ทุกครั้งที่เท้าข้างใดัักับพื้น มันจะสร้างเสียงที่ดัง และ รอบปริแตกบาง ๆ เสมอ ..อ่า~ ถึงตอนนี้จะเริ่มปรับตัวกับน้ำหนักของโซ่บ้านี่ ได้แล้วบ้าง แต่มันก็ยังหนักมากอยู่ดี ...อีกอย่างถึงจะทนกับน้ำหนักขนาดนี้ไหว ผมก็ไม่เห็นรู้สึกได้ถึงกล้ามแขน กล้ามขาได้เลยแหะ
พั่บ ๆ
ผมส่ายหัวให้กับความคิดไร้สาระของตัวเอง ก่อนที่จะตั้งใจเดินไปข้างหน้าอย่างไร้จุดหมาย ตามเดิม... ใช่ตามความตั้งใจ ในครั้งแรกที่ได้ตกลงมา จนโดนโซ่กระแทกเบ้าหน้านั่นแหละ
“อ่า ทำไมอยู่ดี ๆ ถึงมีทางแยกกันนะ”
ผมพูดพึมพำ ก่อนจะมองไปข้างหน้า มองไปยังเส้นทางที่ถูกแบ่งออกเป็สอง โดยกำแพงหิน ซ้าย และ ขวา
...อืม ซ้ายล่ะกัน คิดได้แบบนั้น จึงก้าวเท้าตบเข้าไปยังทางเข้าด้านซ้ายทันที ซึ่งเพียงแค่ย่างเท้าเข้าไป แท่งหนามที่ทำจากหินก็พุ่งขึ้นมาจากพื้นดิน แทงเข้าใส่ร่างของผมแทบจะทันที
ฉึก! ฉึก! ฉึก!
“....เจ็บ”
เสียงเล็กดังขึ้นผ่านออกมาจากลำคอ ก่อนจะสบถคำด่าในใจมากมาย
....ก็ว่ามันแปลก ๆ แปลกยังไงเหรอ ก็ในทีแรก ที่จะตัดสินใจเลือกทางนี้ ผมมองเห็นละอองแสงสีฟ้าประหลาด คลุ้งไปทั่วทางนี้ จึงเลือกทางนี้แทน เพราะ มันน่าสนใจ... เพราะ คิดได้ว่ามันน่าสนใจนั่นแหละ จึงโดนเข้าให้!!!
เมื่อได้รับบทเรียนเล็ก ๆ น้อยในครั้งนี้ ผมก็พาร่างที่โดนแทงอยู่ ออกในทันที ก่อนที่จะปลีกตัวเอง ไปยังทางเข้าด้านขวา ที่ไม่มีแสงสีฟ้า แทน
เมื่อเดินเข้าไปเรื่อย ๆ ทางแยกทันก็เยอะขึ้น อืม.. ละอองแสงสีฟ้าก็มากตามเช่นเดียวกัน
ผมเองเมื่อมองไปยังเส้นทางมากมายเหล่านี้ ก็เลือกเส้นทางที่ถูกได้อย่างไม่ยาก ..ก็ทางไหนที่ถูกต้องทางนั้น ต้องไม่มีละอองสีฟ้า บัดซบ นั่น เหอะ!!
ผมเดินเลี่ยงไปเลี่ยงมา อย่างไม่รีบนอน ก็นะ จากอะไรหลาย ๆ อย่าง ที่ผ่านมา รีบมากเกินไปผมเองที่จะซวย ดังนั้น การเฉื่อยชาน่าจะดีกว่า ...นี่แหละ ประโยชน์ที่พระเ้าไม่เข้าใจ อืม..เราเคยเถียงเื่นี้ กับ พระเ้ารึเปล่าหว่า... มันนานจนเริ่มลืม ๆ ไปแล้วน่ะ
“อ่า... ข้าเดินมาผิดเหรอ ทำไมมันถึงตัน ได้ล่ะเนี่ย”
ผมมองไปยังเส้นทางตรงหน้าที่ไม่มีทางเดินไปต่อ ...อืม ที่เดินมาก่อนหน้านี้ เรา...เรา มาผิดทางเหรอเนี้ย?
ร่องรอยของการขมวดคิ้วปรากฏขึ้นบนใบหน้า ก่อนที่คลายลงพลางเดินเข้าไปสำรวจกำแพงหินตรงหน้า
แตะ ๆ
“ก็ไม่เห็นมีทางเข้าลับอย่างว่าเล...~~~”
ก่อนจะได้เปล่งเสียงออกมาจนจบ เ้าตัวก็โดนดูดเข้าไปในกำแพงทันที
.
.
วูบ!!!
รอยแยกมิติ ได้ปรากฏขึ้นในถ้ำขนาดั์แห่งหนึ่ง มันขนาดราว ๆ กับ สาม สนามฟุตบอล และมีเพดาน สูงจากพื้นถึง หนึ่งร้อยเมตร ซึ่งเต็มไปด้วยหินย้อยจำนวนมาก และยังสวยงามอีกด้วย
ลมจำนวนหนึ่งได้พัดกระจายไปทั่วถ้ำที่ไร้ทางออกนี้ โดยลมนั้นออกมาจากรอยแยก ดังกล่าว ...เพราะใน ถ้ำแห่งนี้ มันไม่มีที่ที่ลมจะเข้าได้ และ ยังไม่มีทางออกอีกด้วย
ปูด!!
ร่าง ๆ หนึ่งทีมีสีเทาได้หลุดออกรอยแยกมิติ พร้อมกับเสียงที่ราวกับลมตด ไม่นานหลังจากร่างนั้นได้ัักับตัวถ้ำ รอยแยกที่ทำเสียงตด ก็อันตรธานหายไปทันที
โดยร่างดังกล่าวมองไปรอบ ๆ อย่างมึนงง ก่อนจะสังเกตได้ว่า ตัวเองสามารถมองรอบตัว ๆ ได้อย่างชัดเจน ไม่มีความมืดมาบดบัง วิสัยทัศน์ ของตนอีกต่อไป
“โอ้... น่าสนใจแหะ”
ผมมองไปรอบ ๆ ด้วยความสงสัยมากมาย จนไปสะดุด กับ แท่นหินที่มีสมุดบางอย่างวางอยู่ ตรงใจกลาง ของเสาหินทั้งสี่ ที่ตั้งอยู่รอบ ๆ แท่นหิน
นั่นคงเป็ใจกลาง ที่นี่รึเปล่านะ?
ผมคิดพลางเดินสำรวจรอบ ๆ ก่อน ที่จะไปดูสมุดเล่มนั้น....ไม่นาน ก็ได้ผลลัพธ์ว่า นี่มันเป็ถ้ำขนาดใหญ่ ที่ไม่มีทางออก หรือ ทางเข้า ไม่มีสิ่งอื่นใด นอกจาก หิน และ หิน
โอ้ พอพูดถึงเื่ที่มีหิน มันไม่มีน้ำ หรือ แม้แต่ของที่รับประทานได้ ...สำคัญกว่านั้น ที่ผ่านมาเราก็ไม่ได้หิว หรือ กระหายน้ำเลยนี่นา
พอรู้ถึงความมหัศจรรย์ของร่างกายตัวเองอีกครั้ง ก็อดไม่ได้ที่จะชื่นชมมัน อีกรอบ
“ยังเหลือ สมุดเล่มนั้นสินะที่ข้ายังไม่ได้ไปดู”
กล่าวจบก็เดินไปยังที่ตั้งของสมุดเล่มนั้น แทบจะทันที ด้วยความเร็ว ...ใช่แล้ว ที่ผ่านมาหลังจากอยู่ในไอสิ่ง ที่เหมือนเขาวงกตมานมนาน ร่างกายก็ชินกับน้ำหนัดมหาศาลของเข้าโซ่บ้า สักที
เหลือบ!
ผมระวังตัวเล็กน้อย พลางสังเกตบริเวณแท่นหิน โดยรอบอย่างขะมักเขม้น ...ซึ่งเป็ความขี้ระแวงอย่างหนึ่ง
เมื่อมองจนแน่ใจแล้ว ก็เดินตรงเข้าไปหยิบหนังสือ อย่างช้า ๆ ด้วยความกลัวว่า จะมีอะไรเกิดขึ้นอีกรึเปล่า
กระทั่งเดินเข้าไปติดชิดกับแท่นหินก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ..เอามือไปแทนหินเองก็ไม่เกิดอะไร
“เฮ้อ~”
ผมเปล่งเสียงเบาออกมา ก่อนจะถอนหายใจด้วยความโล่งใจ ก่อนจะตัดสินใจยื่นมือเข้าไปหยิบหนังสือที่วางอยู่
ซู่!!!
เพียงแค่ ปลายนิ้วได้ัั กับ หนังสือ ก็เกิดเสียงบางอย่างขึ้นทันที
ทุกสิ่งโดยรอบยังคงเงียบสงบ ไม่มีแม้แต่ กับดัก ที่ได้กังวลในครั้งแรก ...หินย้อย บนหัวเองก็ไม่ได้มีมีท่าว่าจะตกลงมาจากบนเพดาน แต่อย่างใด.. มันก็ดูเรียบร้อยดี ถ้าไม่ติดตรงที่ตอนนี้..
ตัวผมได้คุกเข่าลงตรงหน้าหน้าแท่นหิน อย่างทุกข์ทรมาน มือของผมทั้งสองได้กุมไปที่ใบหน้าด้วยความเ็ป ไม่สิ... ดวงตาต่างหาก
“อึก..อึก อ้า!!”
เสียงความเ็ปที่ครั้งแรกถูกปล่อยออกมาจากลำคอด้วยความแ่เบา ค่อย ๆ ดังขึ้น... ดึงขึ้นเรื่อย ๆ เสียงความเ็ปนั้น ยิ่งฟังก็ยิ่งหวยหวนเข้าไปเรื่อย ๆ
“อะ อะ อ้ากกกก!!!!”
มันปวด... ปวดจนถึงขีดสุด คล้ายกับ อาการของไมเกรน ไม่สิ มันมากกว่าหลายพันหลายหมื่นเท่า
“น..นี่ คือ”
ภายใต้ความเ็ปอันน่าสังเวท ภาพบางอย่างก็ได้ไหลเข้ามาในหัว หลังจากภาพนั้นหายไป ภาพต่อไปก็ไหลเข้ามาต่อทันที แทบจะไร้จุดสิ้นสุด เกิดเป็วงเวียน ของความทรมาน อันไร้จุดจบ
...บางครั้ง ก็เป็ภาพของชายหนุ่มที่ได้เดินทางออกตามความฝัน หรือ หญิงสาวที่ได้เดินทางออกตามหางความรัก มันมากมายราวกับดอกเห็ด ซึ่ง ภาพเหล่านี้ก็ไม่ได้สวยงามเสมอไป ..ภายใต้ของสิ่งสวยงาม ความต่ำตมก็ปรากฎอยู่ร่ำไป
การหักหลัง? ผู้พ่ายแพ้ จวบจนไปถึง ความทรมานของหญิงสาวผู้ไร้ทางเลือก อันมีจุดจบสุดท้ายภายในตรอก ที่เป็แหล่งมั่วสุมทางเพศ ...ั้แ่เกิดจนตาย หญิงสาวคนนี้ก็ไร้ซึ่งเกียรติยศที่เธอสมควรจะได้รับ
พลัดกันหมุนเวียนแสดงภาพเหล่านี้ ในหัวของผมไปเรื่อย ๆ ยิ่งผ่านไปเท่าไหร่ อาการของผมก็ยิ่งแย่กว่าเดิม
ผมพยายามลืมตามองไปยัง มือทั้งสองข้างของตัวเอง พร้อมกับเสียงข่มความเ็ป ที่พยายามไม่ให้มันลอดอกมาจากไรฟันแม้แต่เสี้ยว
ขณะนั้น ภาพต่าง ๆ ก็ยังคงไหลเข้ามา และ ความเ็ปก็ยังคงถาโถมเข้ามาอยู่เรื่อยไป~
“อ่า~”
เสียงที่ควรดูเหมือนจะสบายใจ กลับแฝงไปด้วยความบ้าคลั่ง มือทั้งสองข้างของตัวเองค่อย ๆ ขยับขึ้นมาบนใบหน้าอย่างช้า ๆ ...ก่อนตัดสินใจ ควักออกมา และตวัดมือดึงออกมาด้วยความรุนแรง
มันเจ็บ ๆ แต่ก็ยังดีกว่า รับความทรมานต่อไป....
“ฮ่า ๆ”
เสียงหัวเราะ ของความดีใจได้ถูกสะท้อนไปทั่วทั้งถ้ำ ทำให้เสียงหัวเราะในตอนนี้ก้องไปทั่ว ราวกับว่า ตอนนี้ ผม ได้รับเสียงโห่ร้องด้วยความยินดี มากมาย ใช่...ภาพเ่าั้หายไป ความทรมานจากอาการปวด ก็หายไปเช่นกัน ...เหลือเพียงความเจ็บจากการควักลูกตาเท่านั้น
ก็น่ายินดีอยู่หรอก แต่ช่างน่าอนิจจา เหมือนเ้าตัวจะลืมไปว่า ร่างกายที่น่าชื่นชมของตน มันฟื้นฟูได้อย่างดีเยี่ยมเสียเหลือเกิน
“ไม่..ไม่!!”
คำพูดที่บ่งบอกถึงความใและผิดหวัง ดังขึ้น
คำชื่นชมในร่างกายของตัวเองก่อนหน้าทั้งหมด มลายหายไป เหลือแต่ คำสบถที่เ้าตัวสรรหามาด่า
หลังจากนั้น เขาก็ได้เสียทีว่า ทั้งหมดที่ผ่านมามันไม่ใช่การอวยพร แต่มันเป็ คำสาป!!
เหตุการณ์ในวันที่ได้พูดคุยกับพระเ้าไหลย้อนเข้ามาในหัวอีกครั้ง มันทำให้ตนจำได้อย่างถ่องแท้ และ ไม่มีวันที่หลงลืมอีกต่อไป
แน่นอน สิ่งที่จำได้แม่นที่สุด คือ รอยยิ้มแสยะของพระเ้า
ความบรรลัย ที่รู้สึกได้ตอนนั้น ไม่ได้เป็สิ่งที่คิดขึ้นเอง ...นี่มันของจริง!!
หลังจากคิดได้เช่นนั้นโซ่สองในสี่ ที่พันแขนทั้งสองของผม ก็รัดแน่นก็ตรึงมือทั้งสองข้างไม่ให้ได้ััได้ถึงใบหน้าได้อีก
“.....”
ไร้คำพูดใด ๆ ที่จะเอ่ยออกมา ...แน่นอนว่า ความทรมานก็เริ่มต้นต่อ ทันทีที่ ดวงตาของผมฟื้นฟูกลับมาเช่นเดิม ซึ่งลูกตาก่อนหน้าที่ถูกควักออก ก็ค่อย ๆ สูญสลากลายเป็ฝุ่น หายไป
ไม่นาน ภาพเหตุการณ์ต่าง ๆ ของทุกสิ่งทุกอย่าง ก็บังเกิดไหลเข้ามาในหัวของผมอีกครา... ตัวของผม โงนเงนไปมา ภายใต้การจับขึงของโซ่
...การยอมแพ้ ของผมได้เกิดขึ้นภายในใจ มันทำให้ผมเลือกที่จะดูภาพเ่าั้ พร้อมกับอาการปวดที่ค่อย ๆ เริ่มก่อตัวขึ้น
...อ่า หนุ่มสาว พวกนี้เหมือนกำลังประลองดาบกันอยู่ ก่อนที่ภาพจะตัดไป เป็ภาพของัสีดำขนาดใหญ่ที่กำลังบินผ่านเมือง เมืองหนึ่ง แรงลมจากการบินของมัน สร้างคลื่นลมมหาศาลเกิดเป็พายุขนาดใหญ่ที่กวาดผ่านเมืองนั้น จนสร้างความเสียหาย ...ว้าว น่าทึ่งจริง ๆ
ผมเองก็พยายามจ้องภาพพวกนี้ จนบาง่เหมือนภาพพวกนี้มันจะหยุดไปสักพัก ก่อนที่มันจะไหลต่อ แถมยังเร็วกว่าเดิมอีกต่างหาก
“อึก!!”
ความเร็วที่เพิ่มอย่างกะทันหัน ทำให้ความเ็ปเพิ่มขึ้นมาอย่างรวดเร็ว
ถึงแบบนั้น ตัวเองก็เลือกที่จะเก็บอาการ ก่อนจะสนใจเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เมื่อสักครู่ ...ความพยายามแบบครู่ได้ถูกทำหลายครั้ง มันทำให้ผม รู้ได้ว่า ภาพเหล่านี้ ก็เหมือนกับวิดีโอ ที่ทำให้ ไปเร็วขึ้น หรือ ช้าลง แม้กระทั่งหยุด แต่สิ่งเหล่านี้ก็ไม่ได้ทำโดยง่าย
ผมพยายามหลายครั้งแล้ว จนหลอดเืในสมองแทบจะแตกออก มันก็ทำได้แค่แบบ งู ๆปลา ๆ ไม่อาจทำได้ดั่งใจนึก
ผลลัพธ์ที่ออกมาจึงบอกได้ว่า ตอนนี้เราเองไม่สามารถทำได้อย่างสมบูรณ์ ...ได้บ้าง ไม่ได้บ้าง แต่!! เื่นี้เป็เพียงเื่ของเวลาเท่านั้น เมื่อถึงตอนนั้น ผมจะทำให้ภาพ เหล่านี้หยุดลง และมันก็จะไม่สามารถสร้างความทุกข์ทรมานเหล่านี้ให้ผมได้อีกต่อไป
คิดได้แบบนั้น ใบหน้าของตัวเองก็ประดับไปด้วยรอยยิ้มบาง ดวงตาเองก็ประกายแสงแห่งความมุ่งมั่นขึ้นทันที
“สิ่งที่เ้าคิดมันก็ถูก อดีตเทวดาของข้า เพียงแต่ การหยุดนั้นไม่สามารถเป็ไปได้หรอก ต่อให้เ้าพยายามขนาดไหนก็ตาม”
!!!!
ด้วยความใ มันทำให้ผมจากที่เกร็ง ๆ อยู่ หลุดออกทันที ทำให้ภาพที่ไหลเข้ามา ล้นทะลักเข้ามาในหัวของตัวเองอย่างรวดเร็ว มันเหมือนสึนามิ ที่สะสมความรุนแรง ก่อนจะซัดเข้ามาอย่างรวดเร็ว และ รุนแรง
บ้าเอ้ย!!!
ก่อนจะส่งเสียงทัก ทำไมถึงไม่หัดเคาะ ประตูก่อนกัน!! นี่มันไร้มารยาทสิ้นดี ...ถึงแม้มันจะไม่มีประตูก็เถอะ... แต่ว่า!! อย่างน้อยก็ส่งสัญญานณมาก่อนไม่ได้รึไง!!!!!!
“ลองนึกถึงวิธีการควบคุมพลังเวทย์สิ”
เสียงของพระเ้าดังขึ้น ถึงจะมองไม่เห็นตัว แต่ก็ดังราวกับถูกพูดกรอกหู
“ค.ค ควบคุม..”
เสียงพูดที่ ติด ๆ ขัด ๆ ดังขึ้น จากลำคอที่แทบจะมีแต่เสียงของความเ็ป
เอ่อ... แล้วไอการควบคุมที่ว่านั่น มันทำยังไงกันล่ะ ฮะ!!
เงียบเชียบ~
ไม่มีมีแต่เสียงตอบกลับ เป็ที่แน่ชัดแล้วว่า พระเ้า ที่สามารถอ่านใจได้ไม่สนใจที่จะตอบคำถามของผม ดีไม่ดี ตอนนี้คงเลิกสนใจผมแล้วไป หาอะไรอย่างอื่นทำแน่ ๆ!!
...อย่างน้อย คำใบ้ก็มาแล้ว เหลือเพียงหาวิธีเท่านั้น ...อืม จริงสิ!
ผมที่นึกอะไรบางอย่างก็พยายามที่จะจดจ่อกับภาพเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่ไหลเข้ามา ...ผมพยายามจ้องมอง มองหา ไอสิ่งที่เรียกว่า การคงบคุมพลังเวทย์นั่น!!
จนเวลาผ่านไป
.
.
“เมื่อไหร่ ข้าจะได้ วิธีการควบคุมพลังเวทย์เสียที บ้าจริง!! ข้าเบื่อที่จะดูเ้านี้ ปล่อยพลังอัดกันไปมาแล้วนะ!!!!!”
ผมะโขึ้น ด้วยอารมณ์ บวกกับ ความเ็ปที่มากขึ้นเรื่อย ๆ
ทำไม!! ทำไม!! ภาพเหตุการณ์ที่ผมได้ดูมีแต่ การต่อสู้ และการต่อสู้ มันผ่านมาเท่าไร่แล้ว หมื่น ? หรือ แสน ? เหตุการณ์ที่มีเพียงแต่การต่อสู้ ไม่ว่าจะเป็ การร่ายเวทมนตร์ ขนาดใหญ่โดยที่ไม่ได้ร่ายคำเวท, การพูดประโยคร่ายออกมาสั้น ๆ แต่กับ ปล่อยพลังเวทย์ออกมาได้อย่างรุนแรง นี่ยังไม่รวมถึง การตวัดดาบเพียงครั้ง คนกว่าครึ่งพันก็ตายในทันที
ผมดูสิ่งเหล่านี้มากพอ ที่จะเดาการเคลื่อนไหว ต่อไปที่พวกนี้จะทำไปแล้วได้ด้วยซ้ำไป ...เมื่อไหร่ มันจะถึงสิ่งที่ข้าอยากได้ สักที!!
ปึก!!
ความหงุดหงิด ทำให้ขมับของผมปูดไปด้วยเส้นเื!!!
แต่ก่อนที่หาทางระบายสิ่งเหล่านี้ออก ภาพที่้าก็ปรากฏขึ้นมาแทบจะทันที ที่ผมได้พูดจบ
“ในที่สุด ฮ่า ๆ”
เสียงหัวเราะดังขึ้น ก่อนจะเงียบลงอย่างเร็วที่สุด เพราะ ผมพยายามที่สังเกตการณ์ให้ถึงที่สุด
มันเป็ภาพของชายชราที่ดูร่อแร่ พยายามคิดค้นอะไรบางอย่าง ด้านหลังของมันมีแต่หนังสือ และ หนังสือ มากมายเต็มไปหมด!!
ผมมองไปยังชายชราที่พยายาม จดอะไรบางอย่างลงในสมุด ผ่านไป~ แล้วก็ ผ่านไป เวลาค่อยไหล ๆ เช่นเดียวสภาพที่ดู ร่อแร่ ใกล้ตายขึ้นทุกขณะ ของชายชรา ทำให้ผมรู้สึกอดเป็ห่วงไม่ได้ ในใจเองก็ได้แต่คิดว่า ชายชราตรงหน้าเป็คนที่หมกมุ่น กับตำราสุด ๆ
...เล่มแล้ว เล่มเล่า สมุดมากมายซึ่งถูกจดไปด้วยน้ำมือของชายชรา ค่อย ๆ ทับถม จนแทบจะมิดหัวตาแก่คนนี้ ...ผมเองก็ได้แต่จ้องมองความทุ่มเทของเขา
ปึก!
เสียงปากกาในมือของชายชราหยุดลง พร้อมกับรอยยิ้มที่ปรากฏขึ้นบนใบหน้า ซึ่งเป็อะไรที่ดูฝืนสังขาร ของตนเองมาก
สภาพของชายแก่ในตอนนี้ คือ แทบจะพยุงตัวเองให้ลุกจากเก้าอี้ไม่ไหว หัวขาวโพลน เส้นผมก็ยาวจนลากพื้น ิัก็เหี่ยวย่นสุด ๆ ให้ความรู้สึกว่า ถ้าแตะไปแล้วมันจะยุ่ยติดมือขึ้นมา
.
.
การกระทำทั้งหมดที่เกิดขึ้น ผมเองที่ได้มองอยู่ก็ได้รับรู้เสมอมา รวมไปถึงรอยยิ้มนั่นที่ปรากฏบนใบหน้าย่น ๆ ..รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความภาคภูมินั่น...
“สำเร็จ”x2 เสียงแหบของชายชราดังขึ้น พร้อมกับผมที่ได้พูดประโยคเดียวกัน
ชายชราเป็ผู้คิดค้น... ส่วนผมก็คือผู้ที่ได้ดูเขาคิดค้นมาเนิ่นนาน มันส่งผลให้มีความรู้สึกบางอย่าง ที่คล้ายกัน
ปัจจุบัน ใบหน้าของชายชรายังคงเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้มเช่นเดิม เพียงแต่ ทั้งจังหวะการเต้นของหัวใจ ..เสียงเข้าออกของการหายใจ แม้แต่ แววตา กลับเงียบสงบ... ไร้วี่แววของสัญญาณชีวิต
“ข้าไม่รู้ว่าเ้าจะรับรู้หรือไม่ เพียงแต่.... ขอบคุณ”
สิ้นคำพูด ภาพเหตุการณ์ก็ค่อย ๆ เปลี่ยนไปเป็เหตุการณ์อื่น แทน
ผมที่ได้พูดขอบคุณ ชายชรา ก็ไม่ได้สนใจภาพเหตุการณ์ที่เข้ามาใหม่ สนใจเพียงแต่วิธีการควบคุมเวทย์ ที่ชายชราได้คิดค้นขึ้น
เห็นได้ชัดว่า ผมได้เฝ้าดูการค้นคว้าของชายชรามานาน แม้จะเป็ภาษาประหลาด ๆ ที่ดูยึกยือไม่เข้าใจ แต่ผมก็เหมือนจะรับรู้และแปลมาเป็ความเข้าใจ ได้แบบอัตโนมัติ
สิ่งที่ชายชราจด และ ค้นคว้ามาตลอด คือการปรับปรุงสิ่งที่เป็พื้นฐานที่สุดของเวทมนตร์ อย่าง วิธีการควบคุมเวทย์
ทุกสิ่งที่ผมเห็นมาตลอดคือ ทฤษฎีมากมาย ที่ชายชราได้คิดค้น และ ทดลองกับตัวเอง และด้วยผลของการทดลองนี้ มันทำให้ชายชราได้ประสบผลสำเร็จกับสิ่งที่ตนเองได้ค้นคว้า ...เพียงแต่มันแลกมากับ ความตาย ของตัวเอง
ผมไม่ได้สนใจว่า อดีต ของชายชราเป็แบบไหน แต่สิ่งที่เขาค้นคว้ามันทำให้ได้รู้แจ้งว่า การค้นคว้าครั้งนี้ของชายชรา คือ สุดยอดของการควบคุมพลังเวทย์
คนอื่นต่างบอกว่า มันคือ พื้นฐาน กลับกลายมาเป็ บางอย่างที่ยากจะเข้าใจในมุมมองของคนอื่น ๆ โดยฝีมือการค้นคว้า ของชายชรา
หมับ!!
ผมไม่รอคอยเวลาอีกต่อไป ....ตัวเองเริ่มทำตามสิ่งที่ชายชรา ได้สร้างขึ้นมาในทันที
ซึ่ง โซ่ทีมัดทั้งสองข้างเหมือนจะรับรู้สิ่งที่ผมกำลังจะทำ พวกมันเลิกที่จะตรึงผม ปล่อยให้ผมได้ขยับอย่างอิสระ
มือของผมทั้งสองข้างตวัดขึ้นเป็วงกลมก่อนจะมาอยู่บริเวณอกของตัวเอง การกระทำเมื่อสักครู่มันทำให้ผมรู้สึก ได้ถึงพลังเวทย์ของตนเองที่... เอ่อ มีปริมาณ มหาศาล ...ถึงแบบนั้นผมก็ไม่สามารถรับรู้ได้ถึง พลังเวทย์ที่เกิดจากธรรมชาติ เลยแม้แต่น้อย ตามที่การค้นคว้าเล่มหนึ่งของชายชราได้จดเอาไว้
ตอนนี้สิ่งเดียวที่นึกออกได้เลยคือ ที่ ๆ ผมอยู่ในตอนนี้ เป็ดินแดนที่ไร้พลังเวทย์ มันแห้งแล้ง และ ...ถูกปิดตาย
!!ช่างเื่นั้น ผมได้บิดแขนเล็กน้อยทำให้พลังเวทย์บริเวณกลางอกค่อยไหล ไปทั่วทุกส่วนของร่างกาย ๆ ขณะนั้น แม้จะไม่อยากทำ เพราะมันเป็ลางไม่ดี ..เอ่อ ต้องขอชมเลยว่า พลังเวทย์เริ่มต้นของผมมากมายเกินกว่าสิ่งที่เรียกว่าเริ่มต้นไปไกลโข น่าชื่นชม
ตึง! ตึง!
ร่างกายทั่วทุกส่วนของผมส่งเสียงร้องออกมา ราวกับกลองศึก มันดังจนหูผมนั้นอื้อไปหมด สักพักร่างกายของผมก็ะเิออร่า ของเวทมนตร์มาห่อหุ้มตัว มันเป็ประกายสีขาวระยิบระยับ สวยงามแต่ก็ น่าเกรงขาม มันปล่อยออร่า แห่งการทำลาย ออกมาอย่างต่อเนื่อง...
แน่นอนว่า นี่คือ หนึ่งในการค้นคว้าของชายชรา เ้าตัวเรียกว่า รัศมีราชันย์
คุณสมบัติของมัน คือการ ทำลายทุกสิ่งที่เข้ามาในระยะของมัน หรือ ก็คือ ในระยะรอบตัวของผู้ใช้ ไม่ว่าจะเป็ อาวุธ พลังเวทย์ หรือ แม้แต่ พื้นที่ยืนอยู่ ไม่เว้นแม้แต่ อากาศ!!!
ซึ่งมันคือ พลังที่ควบคุมได้ยากที่สุด ถ้าไม่ระวัง จะเป็ตัวของผู้ใช้เองที่ จะตายเพราะ ขาดอากาศหายใจ
แน่นอนว่า มันคือหนึ่งในสิ่งที่ ใครก็ตามที่สามารถสำเร็จ สุดยอดของการควบคุมพลังเวทย์เท่านั้นจึงจะทำได้ เพราะ ถ้าไม่สำเร็จ สุดยอดของการควบคุมพลังเวทย์เสียก่อน ถ้าเกิดไปใช้ขึ้นมา เ้าตัวที่ใช้ก็จะ บึ้ม!!!ทันทีเลยล่ะ
และ นี่ก็เป็หนึ่งในความสามารถอันหลากหลายที่เกิดขึ้น จากผู้สำเร็จ ยังมีความสามารถมากมายที่น่าสนใจยิ่งกว่านี้เยอะ!!!
น่าเสียดาย แม้นหนึ่งในนั้น จะมีหนึ่งในความสามารถที่จะทำให้ชายชราไม่ตาย แต่ก็สายเกินไป เพราะ การทดลองที่สำเร็จ และ ไม่สำเร็จ ที่ผ่านมาทำให้ร่างกาย ย่ำแย่เกินกว่าที่จะมองออกจากภายนอก สภาพด้านในแหลกเหลวไม่มีชิ้นดี ทุกสิ่งที่สำเร็จได้ ล้วนเป็พลังใจล้วน ๆ!!!
.
.
ไม่นานผมก็ยืนขึ้น จากที่คุกเข่ามานานซะจนเปื่อยไปหมด ...ชิ
สักพัก ....รอยยิ้มของผมปรากฏขึ้นบนใบหน้า เมื่อได้นึกชายชรา... เขาเป็เหมือนอาจารย์ของตนเองก็มิปาน
“หึหึ..”
ผมหัวเราะ ขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะเงีบบลง ก่อนจะเอียงคอ แล้วมองไปยังสมุดเล่มเดิมที่ผมได้ััไปในตอนแรก จนทำให้ผมต้องทุกข์ทรมานมานาน...
หันไปจ้องมันสักพัก ก่อนที่จะตัดสินใจ ที่จะไม่สนใจมันอีก แล้วเดินออกไป จากแท่นหิน ณ ตรงนี่ ไปตรงจุดที่มีพื้นที่ว่างพอ ที่จะทบทวน และ ฝึกการใช้พลังเวทย์ รวมไปถึงการควบคุมภาพมากมายที่หลั่งไหลเข้ามา...
ฟู่!!
โดยที่ไม่ได้รับรู้เลยว่า ดวงตาสีทองที่ส่องแสงสว่างไสวทั้งสองข้าง ได้ปรากฏสัญลักษณ์บางอย่าง.. Ω
ตอนที่ 1 กำเนิด Watcher Ω