ตอนที่ 2 เกิดใหม่หลังความตาย (2)
ชิงอวี้เอ่ยปลอบอย่างอ่อนโยน “บ่าวได้ยินมาว่าฝันร้ายจะกลายเป็ดี ยิ่งฝันไม่เป็มงคล พอตื่นขึ้นมาชีวิตจริงจะมีแต่สิ่งดีๆ นะเ้าคะ”
กู้อวิ๋นหวงมองหน้าตาสดใสมีชีวิตชีวาของชิงอวี้ในกระจกทองแดง จิกเล็บลงกลางฝ่ามือ “เ้าพูดถูก”
นางกลับมามีชีวิตใหม่ เดิมทีก็ฝืนลิขิตฟ้า เื่ราวทุกอย่างย่อมต่างไปจากอดีต
“คุณหนู นายท่านกับฮูหยินกลับมาแล้วเ้าค่ะ” สาวใช้ผู้ทำหน้าที่เฝ้าประตูเข้ามาในลานเรือน แล้วรายงานไปทางห้องด้วยความเคารพนอบน้อม
“ทราบแล้ว” ชิงอวี้ส่งเสียงไปทางด้านนอกพร้อมม้วนผมให้กู้อวิ๋นหวงที่ทำค้างอยู่ครึ่งหนึ่งเป็มวยหลวมๆ ประดับดอกไม้มุกอัญมณีทับทิมกลางมวยผม ปักปิ่นระย้ารูปแบบเดียวกันด้านข้าง ก่อนหันกายไปเลือกชุดกระโปรงผ้าดิ้นสีแดงยาวในตู้เสื้อผ้ามาเปลี่ยนให้นาง
จากนั้นหยิบแป้งชาดจะเติมโฉมให้นางอีกเล็กน้อย ทว่ากู้อวิ๋นหวงกลับลุกขึ้นห้ามไว้ “เช่นนี้แหละ ไปกันเถอะ”
เรือนเสียงหนิงอยู่บริเวณเรือนส่วนหน้า ใช้สำหรับรับรองแขกภายนอก ระยะทางจากเรือนชิงจื่อของนางไปถึงเรือนเสียงหนิงใช้เวลาเดินประมาณหนึ่งถ้วยชา[1] เวลาหนึ่งถ้วยชานี้ สายตาของกู้อวิ๋นหวงมองดูดอกไม้ใบหญ้าตลอดสองข้างทางเรื่อยไปจนถึงอาคารเรือนระเบียงใกล้ไกลอย่างละเอียดรอบหนึ่ง
มารดาของนางกำเนิดจากตระกูลหนิงแห่งเจียงหนาน เป็ก่วงหยางจวิ้นจู่ที่ฮ่องเต้พระราชทานแต่งตั้งด้วยพระองค์เอง ตระกูลหนิงเป็ตระกูลบัณฑิตสอนหนังสือ ลูกศิษย์ลูกหากว้างขวางทั่วต้าเยี่ยน หลังนางเกิด ท่านพ่ออ้างเื่ตระกูลหนิงสืบทอดวิชาความรู้เก่าแก่ ชี้แนะสั่งสอนนางได้มากกว่าจึงส่งนางไปอยู่เจียงหนาน ครั้นพอไปก็ไปถึงสิบสี่ปีครึ่ง นับเวลาดู ชาติที่แล้วนางก็อยู่ในจวนอัครเสนาบดีแห่งนี้เพียงสองปี ถ้านับตามเวลาตอนนี้ นางก็เพิ่งกลับจวนมาได้แค่ครึ่งปี
แม้มาอยู่แค่ครึ่งปี แต่เพียงนางทำผิดพลาดนิดเดียวก็จะถูกท่านพ่อตำหนิ ถูกท่านย่าทำโทษทันที ไม่มีเกียรติอย่างที่บุตรสาวสายตรงควรมีแม้แต่น้อย แต่ก่อนนางไม่เข้าใจว่าเพราะเหตุใด เวลานี้มาคิดดูแล้ว นั่นเป็เพราะนางมันโง่เอง
“คุณหนู ถึงเรือนเสียงหนิงแล้วเ้าค่ะ” ชิงอวี้เอ่ยเตือนเสียงเบาเมื่อเดินมาถึงหน้าประตูของเรือนเสียงหนิง
กู้อวิ๋นหวงหยุดเท้า เก็บอารมณ์ทั้งหมดไว้ ก่อนจะก้าวเท้าเข้าเรือนเสียงหนิง เดินเข้าไปในห้องโถงของเรือน เจียงเย่ว์เหยากับเฉินซื่อมารดาของนางคุกเข่าอยู่กลางห้องโถง ดูท่าทางระแวดระวังเหมือนอย่างชาติก่อน สายตาของกู้อวิ๋นหวงกวาดผ่านร่างของสองแม่ลูก ไปหยุดอยู่ที่ร่างของหนิงหว่านโหรวบนเก้าอี้ประธาน หัวใจเ็ป ร้องเรียก “ท่านแม่” เสียงสะอื้น
“หวงเอ๋อร์ เ้ามาได้อย่างไร มานี่เร็ว มาข้างแม่” หนิงหว่านโหรวแย้มยิ้มอ่อนโยน กวักมือเรียก กู้อวิ๋นหวงรีบสาวเท้าเดินไปนั่งข้างนาง แล้วกอดแขนของนางไว้ น้ำตาร่วงแหมะลงมาอย่างควบคุมไม่ได้ หนิงหว่านโหรวหยิบผ้าเช็ดหน้าซับน้ำตาให้นางอย่างปวดใจ “เ้าเด็กคนนี้ ร่างกายไม่แข็งแรงก็อย่าเที่ยววิ่งเล่นไปทั่วสิ แล้วนี่ฝันร้ายอีกแล้วหรือ”
ครั้นได้ยินถ้อยคำอบอุ่นอ่อนโยนอันคุ้นเคย กู้อวิ๋นหวงก็ยิ่งร้องไห้หนักกว่าเก่า หนิงหว่านโหรวต้องปลอบต่ออีกพักใหญ่กว่านางจะหยุดร้องได้ กู้อวิ๋นหวงเช็ดน้ำตา หันมองคู่แม่ลูกเจียงเย่ว์เหยาอย่างเก้อเขิน “ท่านแม่ พวกนางเป็ใครกันเ้าคะ”
“พวกนางเป็คนที่ท่านพ่อของเ้าช่วยชีวิตมาจากมือพวกโจรระหว่างทางกลับจวนน่ะ” หนิงหว่านโหรวพูดอธิบาย
“เดือนก่อนลูกซื้อกระต่ายาเ็ตัวหนึ่งกลับมา ท่านย่ากับท่านพ่ออบรมลูกเสียยกใหญ่ ซ้ำยังทำกระต่ายตัวนั้นตกลงมาตายอีก เหตุใดท่านพ่อช่วยคนได้ แต่ลูกทำไม่ได้ล่ะเ้าคะ” กู้อวิ๋นหวงถามด้วยความสงสัย
“ที่เ้าช่วยมาใช่คนหรือ” กู้เจิ่นเอ็ดถามด้วยใบหน้าเคร่งขรึม
กู้อวิ๋นหวงเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเงยหน้าขึ้น “จริงอยู่ที่ลูกช่วยไว้ไม่ใช่คน แต่หลายวันก่อน ลูกแค่เล่นสนุกกับสาวใช้ในเรือนไม่กี่คน ท่านพ่อก็ตำหนิว่าลูกไม่เคารพรักษาเกียรติของตน ทำโทษให้ลูกคุกเข่าในหอบรรพชนสามวัน แถมยังขายสาวใช้เ่าั้ออกไปทั้งหมด ท่านพ่อก็รู้ สาวใช้เ่าั้หลังถูกขายออกไปแล้วจะมีจุดจบเช่นไร”
“บังอาจ!” กู้เจิ่นตบโต๊ะน้ำชาอย่างแรง มองหนิงหว่านโหรวด้วยใบหน้ามีโทสะ “เ้าดูสิ เ้าดูลูกสาวตัวดีที่เ้าสั่งสอนมา! ร่ำเรียนอะไรไม่เป็สักอย่าง รู้จักแต่จะพูดเถียงเป็อย่างเดียว!”
กู้อวิ๋นหวงกำมือแน่น ในน้ำเสียงเจือเจตนาถากถาง “ท่านพ่อลืมไปแล้วหรือเ้าคะ ลูกเพิ่งเกิดได้ไม่ทันสามเดือนก็ถูกท่านพ่อส่งไปอยู่เจียงหนานแล้ว”
“ใครก็ได้ จับลูกทรพีผู้นี้ไปขังที่หอบรรพชนให้ข้าที...”
เชิงอรรถ
^ เวลาหนึ่งถ้วยชา ประมาณ 10-15 นาที