หลังจากผ่านาแย่งปลาหมึกของสองพี่น้องแล้ว เสี่ยวหลินก็ได้มานั่งบนรถเข็นคันเดิมอีกครั้ง โดยวันนี้มีเสื่อปูให้นั่งเพิ่มความสบายอีกด้วย วันนี้นอกจากจะไปซื้อข้าวสารแล้วท่านพ่อยังเอาเห็ดหลินจือดอกเล็กที่สุดสองดอกใส่ย่ามเพื่อเอาไปขายด้วย หากมันราคาสูงจริงการเอาไปขายแต่น้อยจึงจะปลอดภัยกว่า
เทียนเฉินแวะเรียกหลิวห้าวที่หน้าบ้านหลังเล็ก เพราะเป็ทางผ่านที่จะเข้าเมือง หลิวห้าวเปิดประตูออกมาพร้อมกับมีย่ามสะพายไว้ด้วยเช่นกัน เขาเอ่ยลาท่านย่าของตนเล็กน้อยก่อนจะเดินมาสมทบกับครอบครัวถัง
"เสี่ยวหลินก็ไปด้วยหรือ" เขาเอ่ยทักเมื่อเห็นเด็กหญิงตัวน้อยนั่งอยู่บนรถเข็น
"เ้าค่ะท่านอาห้าว" นางส่งยิ้มให้เขาจนตาหยี
ทักทายกันพอหอมปากหอมคอทั้งสี่คนจึงออกเดินทางเข้าเมืองเจียงหนาน ซึ่งเป็หัวเมืองใหญ่ทางตะวันออก มีพื้นที่ติดทะเลอีกทั้งยังเป็เมืองท่าเรือที่ทำการค้ากับชาวโพ้นทะเลและอีกหลายแคว้น
หมู่บ้านเซินหลินของนางอยู่ห่างจากตัวเมืองเจียงหนานเพียงแค่ห้าลี้เท่านั้น เดินเท้าอย่างไม่เร่งรีบก็ใช้เวลาไปเพียงแค่ครึ่งชั่วยาม แต่หากเร่งรีบหน่อยก็อาจจะใช้เวลาแค่สองหรือสามเค่อ
เสี่ยวหลินมองประตูเมืองที่ทำจากหินและมีขนาดใหญ่อย่างตื่นตา พอผ่านประตูเมืองมาก็มีผู้คนเดินกันขวักไขว่ การแต่งตัวที่หลากหลาย มีทั้งคนหัวดำ หัวน้ำตาล และหัวทอง การค้าของที่นี่คงจะรุ่งเรืองไม่น้อยเลย เสียดายที่นางไม่ใช่คนหัวดีและหัวสร้างสรรค์อะไร ไม่อย่างนั้นนางคงคิดสร้างกิจการให้ใหญ่โตไปแล้ว
นางมองข้างทางอย่างสนใจ ร้านรวงที่หลากหลายดูเหมือนจะมีคนเข้าไปจับจ่ายซื้อของอยู่ตลอด ทั้งร้านผ้า ร้านอาหาร โรงเตี้ยม ยังมีร้านขายเมล็ดผัก ขายอาหารแห้ง ร้านขนม และร้านอื่นๆ อีกมากที่นางจำได้ไม่หมด
รถเข็นคันเล็กมาจอดอยู่ที่ร้านขายยาขนาดกลาง บิดาอุ้มนางเข้าเอวแล้วพาเดินเข้าไปด้านในโดยมีท่านอาห้าวตามมาด้วย ส่วนท่านอาหนุ่มน้อยนั้นขอเฝ้ารถเข็นอยู่ด้านนอก
"เชิญๆ วันนี้พวกเ้ามาซื้ออะไรหรือบอกข้าได้เลย" ชายชราท่าทางใจดีเอ่ยทักทายทันทีที่พวกเขาเดินเข้ามาในร้าน
"คารวะเถ้าแก่ขอรับ ข้ากับน้องชายมีสมุนไพรบางอย่างมาให้ท่านดูขอรับ ว่าพอจะขายได้หรือไม่" เทียนหรงโค้งตัวทักทายเพราะสองมืออุ้มบุตรสาวอยู่ ชายชรามองเด็กหญิงหน้าตาน่ารักด้วยรอยยิ้มเอ็นดู
"อย่างนั้นก็เข้าไปดูกันด้านในเถิด จะได้พูดคุยกัน อาฉวนเอ้ย! ออกมาเฝ้าร้านให้บิดาสักครู่เถิด" ชายชราะโเรียกบุตรชายที่กำลังชั่งตวงสมุนไพรอยู่ด้านใน
"ขอรับท่านพ่อ มีอะไรหรือขอรับ" ชายวัยกลางคนเดินออกมาจากด้านในแล้วเอ่ยถามชายชรา
"มาเฝ้าร้านให้หน่อย บิดาจะตรวจดูสมุนไพรที่พ่อหนุ่มสองคนนี้นำมาขาย"
"ได้ขอรับ" เขาเดินเข้าไปแทนที่บิดาซึ่งอยู่ด้านในตรงส่วนคิดเงิน
"มาทางนี้เถิดพ่อหนุ่ม เดี๋ยวข้าจะดูให้"
"ขอรับ"
เทียนหรงกับหลิวห้าวเดินตามชายชราเข้าไปด้านใน เขาผายมือเพื่อเชิญทั้งสองคนนั่งไม่ลืมรินชาให้ ทั้งสองรับชามาดื่มตามมารยาทก่อนจะนั่งตัวตรง เสี่ยวหลินหันหน้ามองไปมาอย่างสนใจ บ้านเรือนของโบราณช่างสวยงามเสียจริง สักวันนางจะต้องมีบ้านสวยๆ แบบนี้บ้าง
"มองอะไรหรือแม่หนูน้อย อยากได้ขนมหรือไม่ เดี๋ยวปู่ไปหยิบให้" หงซวนเอ่ยถามเด็กหญิงตัวน้อยที่นั่งยุกยิก
"ร้านท่านปู่สวยมากเลยเ้าค่ะ เสี่ยวหลินเลยมองเพลินไปหน่อยเพราะว่าไม่เคยเห็นเ้าค่ะ" จบคำชายชราก็หัวเราะอย่างชอบใจ
"อย่างนั้นหรือ เ้าลุกไปเดินดูก็ได้นะ ปู่อนุญาต"
"เอ่อ ไม่รบกวนดีกว่าขอรับเถ้าแก่" เทียนหรงกล่าวขึ้นมาอย่างเกรงใจ
"ไม่เป็ไร เพียงให้นางเดินเล่นอยู่ในห้องเท่านั้น ห้องนี้ไม่ได้มีของมีค่าอะไรที่พอจะแตกหักเสียหายหรอก" ชายชราโบกมือไปมาอย่างไม่ถือสา
"ขอบคุณเ้าค่ะท่านปู่" เสี่ยวหลินขยับลงจากเก้าอี้แล้วโค้งตัวขอบคุณแต่โค้งมากไม่ได้เพราะติดพุง เสร็จแล้วนางก็เกินสำรวจไปรอบๆ ห้อง
"เอาล่ะ ว่าแต่พวกเ้ามีอะไรมาให้ข้าดูหรือ" ชายชราเอ่ยขึ้นมา เทียนหรงหยิบห่อผ้าออกมาจากย่ามแล้ววางลงบนโต๊ะ เขาแกะผ้าออกเผยให้เห็นเห็ดหลินจือดอกใหญ่กว่าฝ่ามือบุรุษถึงสองดอก
"นี่! นี่มันเห็ดหลินจือแดง!"
ชายชราเบิกตากว้างอย่างใ เห็ดหลินจือแดงเป็ของหายากซึ่งไม่ค่อยมีใครรู้จักมากนัก นอกเสียจากผู้ที่ได้ร่ำเรียนในสำนักศึกษา และกลุ่มคนชั้นสูง เขาเองในอดีตเคยเป็หมอจึงรู้จักสมุนไพรหลายชนิดแต่ก็ไม่เคยเจอเห็ดหลินจือแดงดอกใหญ่ขนาดนี้มาก่อน
"ขอรับ พอจะขายได้หรือไม่"
"เ้าพูดอันใดออกมากัน นี่มันยิ่งกว่าขายได้เสียอีก เ้ามีแค่สองดอกหรือ" ชายชราขยับนั่งตัวตรงทันที
"น้องชายของข้ามีขอรับ" เทียนหรงหันไปหาหลิวห้าว เด็กหนุ่มหยิบห่อผ้าออกมากางเช่นกัน เขาเอามาขายเพียงแค่ดอกเดียวก่อนเพื่อดูราคา
"โอ้ ดีๆ เดี๋ยวข้าเรียกบุตรชายมาดูก่อนนะ" ชายชรารีบร้อนออกไปตามบุตรชายที่อยู่ด้านนอก เพราะบุตรของเขาเคยเข้าไปเป็หมอฝึกหัดในรั้ววัง เขาน่าจะประเมิณราคาได้ดีกว่าบิดาที่เป็เพียงแค่หมอชาวบ้าน
"ไหนขอรับ ข้าขอตรวจดูหน่อย" หงฉวนรีบร้อนเดินเข้ามา เขานั่งลงแทนที่บิดาแล้วหยิบเห็ดหลินจือขึ้นมาดู
"ไม่ผิดแน่ นี่คือเห็ดหลินจือแดงจริงๆ ขอรับท่านพ่อ ในวังเคยรับซื้อจากต่างแคว้นถึงชั่งละหนึ่งร้อยตำลึงทองเลยนะขอรับ"
"หนึ่งร้อยตำลึงทอง!!" เทียนหรงกับหลิวห้าวะโออกมาอย่างใจนแม้แต่เสี่ยวหลินที่กำลังยืนดูแจกันใบสวยอยู่ถึงกับสะดุ้งจนตัวโยน
"ใช่แล้ว แต่นั่นมันก็ั้แ่สมัยที่ข้าเป็หมอฝึกหัดนะ ผ่านมาเกือบยี่สิบปีคงจะราคาสูงกว่าเดิมมากแล้ว หากข้าจะรับซื้อที่ชั่งละร้อยห้าสิบตำลึงทอง พวกเ้าจะขายหรือไม่" หงฉวนเอ่ยถามบุรุษหนุ่มทั้งสองแต่เพราะพวกเขาอึ้งค้างไปั้แ่หนึ่งร้อยตำลึงทองแล้วเขาจึงไม่ได้คำตอบ
เสี่ยวหลินวิ่งมาสะกิดบิดาที่นั่งอ้าปากค้างจนกลัวว่าแมลงวันจะบินเข้าไปวางไข่
"ท่านพ่อๆ ท่านลุงถามเ้าค่ะ" หงฉวนก้มมองเด็กหญิงตัวน้อยที่ยืนสะกิดบิดา แต่พอไม่เห็นเขาขยับตัวจึงเริ่มเขย่าแขน
"ข..ขอรับ ข้าขายขอรับ" เทียนหรงพยักหน้ารับ แต่ดูเหมือนสติจะยังกลับมาไม่เต็มที่นัก
"อย่างนั้นเดี๋ยวข้าไปหยิบเครื่องชั่งมาที่นี่ พวกท่านจะได้ดูด้วย" สองหนุ่มพยักหน้ารับ เทียนหรงให้หลิวห้าวช่วยดู จะได้มั่นใจว่าจะไม่ถูกโกง เพราะนี่เป็ครั้งแรกที่พวกเขานำของมีราคาสูงมาขาย
"ของท่านสองดอกมีน้ำหนัก 1 ชั่ง กับ 2 เหลี่ยง ส่วนของน้องชายท่านนี้ 6 เหลี่ยง"
สองหนุ่มพยักหน้ารับแล้วนั่งรอรับเงิน พวกเขานั่งขาอ่อนมือสั่นเพราะไม่เคยจับเงินมากมายขนาดนี้มาก่อน อย่าว่าแต่เงินตำลึงทองเลย แค่เหรียญเงินสี่ห้าเหรียญก็ยังไม่เคยจับด้วยซ้ำ
เทียนหรงได้รับเงินมามากถึง180ตำลึงทอง ส่วนหลิวห้าวได้มา90ตำลึงทอง เทียนหรงกอดย่ามที่ใส่เงินไว้จนถึงขนาดลืมอุ้มบุตรสาว แต่เสี่ยวหลินก็ไม่ได้เรียกเขา นางรับขนมห่อใหญ่มาจากท่านปู่หงแล้วเดินตามออกไปด้านนอกร้าน
"พี่ใหญ่ท่านลืมหลานของข้าได้อย่างไร! หากนางถูกจับไปขายข้าจะตีท่าน!" เทียนเฉินเอ่ยกับพี่ชายเสียงดัง ดีที่เขาเห็นร่างเล็กๆ ของนางหอบถุงกระดาษห่อใหญ่มาด้วยจึงรีบไปอุ้มนางมาวางบนรถเข็น
"พ่อขอโทษนะเสี่ยวหลิน" เทียนหรงเดินมานั่งคุยกับบุตรสาว เสี่ยวหลินหัวเราะคิกคัก
"ไม่เป็ไรเ้าค่ะท่านพ่อ แต่อย่าลืมไปหาซื้อข้าวสารกับเครื่องเทศและเครื่องปรุงให้ท่านแม่นะเ้าคะ"
"ได้สิลูก อย่างนั้นก็ไปกันเถอะ" เทียนหรงใช้มือขวาเข็นรถส่วนมือซ้ายกอดย่ามไว้แน่น เงินมากมายขนาดนี้หากหายไปเขาคงต้องร้องไห้จนตายแน่นอน
"พี่ห้าว ไปได้แล้วท่านเป็อะไรไปเนี่ย" เทียนเฉินสะกิดหนุ่มรุ่นพี่ที่ยืนเหม่อจนลืมเดินตามสองพ่อลูกไป พอถูกสะกิดเขาจึงได้สติ
"โทษทีอาเฉิน อย่างนั้นก็ไปกันเถอะ" เด็กหนุ่มรีบเดินออกไปปล่อยให้เทียนเฉินเกาหัวอย่างงุนงง เพราะพี่ชายยังไม่ได้บอกยอดเงินที่ขายเห็ดหลินจือได้ เขาจึงไม่ได้มีท่าทีใและเหม่อลอยเหมือนกับสองหนุ่ม
บิดาพานางมาแวะที่ร้านขายข้าวสาร ซึ่งขายพวกเครื่องเทศและเครื่องปรุงรสด้วย นางไม่ได้ตามเข้าไปเพราะกลัวว่าจะเกะกะ จึงแบ่งขนมกินกับเทียนเฉินอยู่ด้านนอกแทน
"อร่อยมากเลยเสี่ยวหลิน เ้าของร้านขายยาให้มาหรือ" เทียนเฉินกินขนมอบอย่างเอร็ดอร่อย เพราะั้แ่เกิดมาเขายังไม่เคยกินขนมราคาแพงเช่นนี้มาก่อน อย่างมากก็ได้กินน้ำตาลปั้นกับถังหูลู่หนึ่งไม้เท่านั้น
"เ้าค่ะท่านอา ท่านปู่ให้มาเยอะเลย" นางเองก็เคี้ยวหนมหงุบหงับ ั้แ่เข้ามาอยู่ที่นี่นางยังไม่เคยได้กินขนมเลยสักชิ้น
"ถังหูลู่อร่อยไหมเ้าคะ"
"อร่อยสิ เสี่ยวหลินก็ให้บิดาเ้าซื้อให้สิ พี่ใหญ่ขายเห็ดหลินจือน่าจะได้เงินมามาก"
"อื้อ เสี่ยวหลินจะขอท่านพ่อเ้าค่ะ จะซื้อไปฝากท่านแม่ด้วย ว่าแต่เราแวะซื้อผ้าสวยๆ ไปให้ท่านแม่ตัดชุดใหม่ให้ดีไหมเ้าคะ" นางมองดูชุดของแต่ละคนก็แทบจะขาดกันแล้ว
"ดีเลย ชุดของอาเก่ามากแล้ว กางเกงที่อาตากไว้ที่บ้านมันแทบจะขาดก้นอยู่แล้ว"
"คิกคิก เสี่ยวหลินจะซื้อผ้าไปเยอะๆ เลยเ้าค่ะ!" เทียนเฉินลูบหัวหลานสาวอย่างเอ็นดู
"เด็กดี เสี่ยวหลินของอาเป็เด็กดีที่สุด" นางยิ้มกว้างจนตาหยี เทียนเฉินเห็นอย่างนั้นก็บีบแก้มกลมไปอย่างมันเขี้ยว
"เสี่ยวเฉิน ไปจ้างเกวียนมาหน่อยเถิด เร็วเข้า" เทียนหรงะโมาจากด้านใน
"ขอรับพี่ใหญ่" เทียนเฉินไม่ได้ถามอะไร เขาคิดว่าพี่ใหญ่ขายเห็ดหลินจือได้ราคาดีมากกระมังจึงได้ซื้อข้าวเยอะจนขนกลับเองไม่ไหว
เด็กหนุ่มเข็นรถไปยังบริเวณประตูเมืองซึ่งจะมีเกวียนรับจ้างจอดอยู่หลายคัน เขาว่าจ้างมาหนึ่งคันแล้วให้ไปเก็บค่าจ้างหลังจากทำงานเสร็จเรียบร้อย เป็ท่านลุงผู้หนึ่งที่ตกลงรับการว่าจ้างเพราะคนอื่นเห็นสภาพการแต่งตัวของเขาแล้วก็กลัวว่าจะไม่มีเงินจ่าย
พอมาถึงก็มีลูกจ้างร้านข้าวแบกกระสอบมาส่งให้ถึงหกกระสอบ กระสอบละสองร้อยชั่ง ของครอบครัวถังสี่กระสอบและของครอบครัวหลิวสองกระสอบ ยังมีเครื่องเทศและเครื่องปรุงอีกส่วนหนึ่ง
"เดี๋ยวท่านลุงรอข้าสักหนึ่งเค่อนะขอรับ ข้าขอไปซื้อผ้าร้านตรงข้ามก่อน" เทียนหรงเอ่ยบอกชายวัยกลางคนที่จ้างมา
"ได้สิ ไม่ต้องรีบหรอก ข้ารอได้"
สามบุรุษกับหนึ่งเด็กหญิงจึงเดินเข้าไปในร้านผ้า พวกเขาทำท่าทางเงอะงะเมื่อมีลูกจ้างสาวมาเอ่ยถามเพราะเป็บุรุษจึงเลือกผ้าไม่เป็ ลูกจ้างสาวเห็นอย่างนั้นก็อมยิ้มน้อยๆ
"รับอะไรดีเ้าคะ"
"ข้าเอาผ้าฝ้ายหยาบสีทึบของบุรุษห้าผืนเ้าค่ะพี่สาว ของสตรีสามผืน และเอาผ้าฝ้ายคุณภาพปานกลางของบุรุษสามผืน ของสตรีสองผืนเ้าค่ะ พี่สาวเลือกสีสวยๆ ให้ด้วยนะเ้าคะ" เสี่ยวหลินเอ่ยสั่งเสียงเจื้อยแจ้ว เพราะถ้าหากรอบุรุษพวกนี้คงจะได้กลับบ้านตอนเย็นเลยกระมัง ลูกจ้างสาวเห็นเด็กหญิงตัวน้อยหน้าตาน่ารักก็ย่อตัวลงเพื่อคุยกับนาง
"ได้จ้ะ ว่าแต่เ้าจะเลือกเองหรือไม่ประเดี๋ยวพี่สาวจะพาไปดู" นางเอ่ยคุยกับเด็กน้อยด้วยรอยยิ้มพร้อมกับยื่นมือไปตรงหน้า เสี่ยวหลินจับหมั่บแล้วพยักหน้าให้
"ไปเ้าค่ะ ขอบคุณพี่สาวคนสวย"
"คิกคิก" สองสาวพากันเดินไปเลือกผ้าปล่อยให้บุรุษซื่อบื้อทั้งสามยืนรออยู่หน้าร้าน
"ท่านอาห้าวจะให้ข้าเลือกให้ด้วยไหมเ้าคะ!" เสี่ยวหลินะโถามออกไปเพราะเมื่อครู่นี้นางลืม
"อ่า รบกวนเ้าด้วยเสี่ยวหลินน้อย"
เสี่ยวหลินพยักหน้าหงึกหงักแล้วหันมาเลือกผ้า นางเลือกผ้าสีน้ำตาลกับสีน้ำเงินเข้มเอาไว้ให้บิดากับท่านอาใส่ทำงาน อย่างละสองผืนน่าจะพอ แล้วเลือกผ้าฝ้ายปานกลางสีเขียวอ่อนกับสีน้ำเงินอีกอย่างละผืน
ส่วนของนางกับมารดานั้นเลือกสีเทากับสีน้ำตาลอ่อน ส่วนผ้าเนื้อปานกลางเลือกสีชมพูกับสีม่วงอ่อน ของท่านอาห้าวนางเลือกสีเทากับฟ้าเข้ม ของท่านยายหลิวเป็สีม่วงกับสีเขียวขี้ม้า
"สี่ผืนนี้เป็ของท่านอารูปงามคนนั้นนะเ้าคะ ส่วนของข้าเป็กองใหญ่กองนี้"
เสี่ยวหลินชี้ไปยังหลิวห้าวที่ยืนอยู่ พี่สาวหันมองบุรุษหน้าตาคมเข้มแล้วเขินอายเล็กน้อย ส่วนหลิวห้าวก็กระแอมแล้วหลบสายตา เสี่ยวหลินหรี่ตามองแล้วหัวเราะในลำคอ
"ผ้าฝ้ายเนื้อหยาบพับละร้อยห้าสิบอีแปะ ส่วนผ้าฝ้ายคุณภาพปานกลางพับละสองร้อยห้าสิบอีแปะ ของเ้ารวมแล้วราคาหนึ่งตำลึงเงินกับเก้าร้อยอีแปะ ส่วนของท่านผู้นั้น.." นางเหลือบมองหลิวห้าวเล็กน่อยแล้วก้มลงคิดเงิน
"แปดร้อยอีแปะเ้าค่ะ"
เสี่ยวหลินเหลือบมองคู่หนุ่มสาวที่ลอบส่งสายตาให้กันแล้วก็ถอนหายใจ ทำไมนางไม่เคยมี่เวลาแบบนี้บ้างนะ เกิดมาจนตายไปแล้วรอบหนึ่งก็เหี่ยวแห้งไม่เคยจะมีคนรักเลยสักครั้ง เฮ้อ
##########################################