ตอนที่14 หนาวเหน็บ
อาซีจำที่แห่งนี้ได้และรู้ว่าจะมาที่นี่ได้อย่างไร แต่ก็ยังคงมีความรู้สึกว่าแปลกใหม่อย่างยิ่งยวด
เป็ครั้งแรกที่นางได้ััการอยู่อาศัยใช้ชีวิตอยู่ในถ้ำอย่างเต็มรูปแบบ
ด้านล่างภายในถ้ำยังมีโพรงถ้ำเล็กๆอยู่อีกหลายโพรง ใช้เป็ที่เก็บอาหารและฟืน และยังมีอีกโพรงหนึ่งใช้สำหรับเป็ห้องน้ำ
สิ่งที่น่าเสียดายเพียงอย่างเดียวก็คือไม่สามารถอาบน้ำในนี้ได้
อาซีได้กลิ่นอากาศสดชื่นอยู่เล็กน้อยูเาลูกนี้มีรอยแตก ทำให้อากาศสามารถไหลเข้ามาได้
พวกเขาตั้งกระโจมถัดจากครอบครัวของอาซานหลังจากนั้นก็จัดเก็บข้าวของเข้าที่ วันนี้เริ่มกินข้าวหม้อใหญ่แล้ว จึงไม่ต้องย่างเนื้อ
อากาศหนาวเย็นขึ้นทุกวี่วันทั้งยังมีลมหนาวอันเยือกเย็นพัดโชยเข้ามาในถ้ำ อาซีใช้หนังสัตว์ห่อตัวเองเอาไว้แน่นไม่กล้าแม้แต่จะขยับเขยื้อน เธอคิดถึงผ้านวมอย่างยิ่ง และคะนึงหาเครื่องทำความร้อนเหลือเกิน
ในที่สุดอาซีก็รู้แล้วว่าทำไมคนของเผ่าเสือถึงได้ไม่ถูกพิษของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์รมจนเสียชีวิตที่แท้เป็เพราะว่าลมหนาวสามารถพัดเข้ามาถึงในนี้ได้
เพื่อประหยัดเชื้อฟืนหากไม่ถึงที่สุดจริงๆก็จะไม่ก่อไฟ คนในชนเผ่าคุ้นชินกับหน้าหิมะเช่นนี้แล้ว พวกเขารู้ว่าจะใช้ชีวิตผ่านหน้าหนาวไปได้อย่างไร
โดยส่วนใหญ่ก็จะนอนพูดคุยกันอยู่ใต้หนังสัตว์หรือไม่ทำเื่ที่คนรักกันเขาทำกัน
ส่วนเพศเมียก็จะโอบอุ้มทารกน้อยเอาไว้ในอ้อมอกเพื่อให้ความอบอุ่นอย่างแรกก็เพื่อปกป้องทารกน้อย อย่างที่สองก็เพื่อให้รักษาความอบอุ่นของตัวเอง
บัดนี้เหล่าคนที่ไปเฝ้าปากถ้ำได้กลับมาแล้วอาไน่ถอดหนังสัตว์ที่มีเกล็ดหิมะติดมาด้วยออก แล้วไปผิงไฟก่อนถึงค่อยไปกอดอาซีเอาไว้
ใช้ความร้อนของตัวเองให้ความอบอุ่นกับอาซี
อาซีที่สั่นงั่กๆทนรอไม่ไหวแล้วจึงเข้าไปอยู่ในอ้อมกอดของอาไน่ ซบอยู่บนร่างกายไม่ไหวติงราวกับทารกน้อยกินนม
‘เ้ากลัวหนาวมาตลอดทำไมจุดพลังของสัญลักษณ์เผ่าแล้วยังกลัวหนาวอีก’ อาไน่คิดไม่ตก
ก่อนหน้านี้เขาชอบหน้าหิมะอย่างมากเพียงแค่ถึงหน้าหิมะอาซีก็จะไม่ออกไปวุ่นวาย
กระนั้นตอนนี้อาซีกลับมาเป็ปกติแล้วแต่ยังคงกลัวหนาวขนาดนี้ เขาก็ชักจะไม่ชอบหน้าหิมะเสียแล้ว
กองคบไฟภายในถ้ำถูกจุดขึ้นมาแล้วคบไฟที่เผาไหม้ลุกโชนสะท้อนถ้ำฉาบย้อมให้กลายเป็สีเหลือง
คนที่เอนนอนอยู่บนพื้นก็เริ่มลุกขึ้นนั่งล้อมรอบกองไฟ
“วันนี้หยากับลี่จะผูกสัมพันธ์กันเป็คู่ผัวเมียฉะนั้นหยาก็เลยจะเลี้ยงทุกคนมื้อหนึ่ง” อาไน่กล่าว
อาซีมัวแต่จดจ่ออยู่กับการต่อสู้กับความเย็นเยียบตลอดเวลาจึงไม่ได้ใส่ใจว่าอาไน่พูดอะไร
อาหารที่หยาเก็บตุนเอาไว้เองมีอยู่ไม่น้อยนำออกมาทีละกองๆ ให้คนในเผ่าได้เอ่ยปากชม
อาซีได้ยินเสียงคนเฮลั่นจึงชะโงกหน้าออกไปดู สั่นเทิ้มอยู่ครู่หนึ่งแล้วก็เอนตัวลงกลับไปนอนหมอบต่อ
“หยาเป็นักรบของเผ่าแถมยังมีพ่อ แม่ แล้วก็อาย่าไปช่วยเขาอีกแรง ก็เลยสามารถนำอาหารออกมาได้มากมายเพียงนี้เ้าไม่ต้องอิจฉาหรอก” อาไน่เอ่ย
“ไม่ได้อิจฉาเสียหน่อย”อาซีกัดฟันพูด
อาซานเดินมานั่งลงข้างอาไน่“อาซีเ้าน่าจะไปถามหมอผีดู เ้าปลุกพลังของสัญลักษณ์เผ่าขึ้นมาแล้ว ไม่ควรกลัวหนาว”
อาซีนั้นกลัวหนาวพอลมหนาวพัดเข้ามาตัวเธอก็จะสั่นเทิ้ม
อาไน่กล่าว “ซานเ้าช่วยข้าเชิญหมอผีมาสักหน่อย”
“ได้”
หมอผีมาแล้วเอ่ยว่า“ข้ามัวแต่วุ่นอยู่กับเพศเมียที่มีลูกน้อยพวกนั้น กลับลืมเ้าไปเสียได้” “อาไน่ เ้าปล่อยอาซีออกมา”
พอไม่มีความอบอุ่นของอาไน่แล้วอาซีก็ยิ่งสั่นเทิ้มหนักกว่าเดิมสั่นสะท้านจนทำให้อาไน่ปวดใจ
หมอผีมองอยู่ที่อาซีดวงตาค่อยๆ เสียการรวมศูนย์ไปอย่างแช่มช้า ราวกับมองทะลุผ่านอาซีแล้วเห็นสิ่งอื่นบางอย่าง
สัญลักษณ์เผ่าบนร่างกายของหมอผีลอยออกมาสะท้อนสัญลักษณ์เผ่ารูปสัตว์อันน่าเกรงขามและยิ่งใหญ่ฉายออกมาบนผนังถ้ำ แม้แต่คนที่กำลังวุ่นอยู่กับอาหารยังมองมาทางนี้
“ลวดลายสัญลักษณ์เผ่าของหมอผีนี่มีใครเกิดเื่อะไรขึ้นอย่างนั้นหรือ”
“ทางทิศนั้นเป็พวกช่างหินอาไน่เองก็อยู่ทางนั้น พวกเขาได้รับาเ็หรือเปล่า”
“อาจจะเป็อาซีทุกๆ ปีอาซีจะกลัวหนาว อาซีอาจจะเริ่มตัวร้อนแล้ว”
คนยุคดึกดำบรรพ์ไม่รู้ว่าโรคภัยไข้เจ็บคืออะไรแต่พวกเขารู้ว่าอาการตัวร้อนนั้นเป็ภัย พวกเขาเข้าใจว่าอาการตัวร้อนทำให้คนตายได้
‘ฮึ่ม’
บนผนังถ้ำมีลวดลายสัญลักษณ์เผ่าอันที่สองปรากฏขึ้นมีลักษณะเหมือนกับของทุกคน แต่ทุกคนมองแค่แวบเดียวก็ดูออกแล้วว่านี่เป็ลวดลายสัญลักษณ์เผ่าของอาซี
เทียบกับสัญลักษณ์เผ่าของหมอผีแล้วสัญลักษณ์เผ่าของอาซีไม่ได้น่าเกรงขามมากเท่าใด ทว่าสามารถเคลื่อนไหวได้ และมีชีวิตชีวาราวเป็ของจริง
คนอื่นๆ และผู้เฒ่าภายในเผ่าที่มีพลังฝีมือมองแวบเดียวก็ดูออกแล้วว่าสัญลักษณ์เผ่าของอาซีแกร่งกว่าของหมอผีอยู่หลายส่วน
ในดวงตาของพวกเขาเผยความปีติยินดีและเผยความหวังออกมาให้เห็น พวกเขาตัดสินใจแล้วไม่ว่าอย่างไรก็ต้องปกป้องคุ้มครองอาซีไว้ให้ดี
สัญลักษณ์เผ่าบนผนังถ้ำลดลงไปแล้วอาไน่มองดูหมอผีอย่างตึงเครียด พอเห็นว่าั์ตาหมอผีเริ่มขยับแล้ว จึงเอ่ยถามด้วยความระมัดระวัง“เป็อย่างไรบ้าง”
หมอผีระบายยิ้มยื่นนิ้วออกไปแตะๆ ศีรษะของอาซี แล้วพูดอย่างรักใคร่เอ็นดูอย่างยิ่งว่า “นางมีความกล้าน้อยนิด”
อาซีมีพละกำลังอย่างมากเพียงแต่มีความกล้าในบ้างเื่น้อยไปอยู่บ้าง
หมอผีพูดกับอาซีที่กำลังสั่นเทิ้มว่า“อันที่จริงแล้วเ้าไม่ได้หนาว แต่เ้ากลัวหนาว”
หมอผีดึงหนังสัตว์บนร่างของอาซีออกไปทว่าอาซีไม่ยอม พยายามหลบหลีกไปทั่วบริเวณ “หนาว”
หมอผีมีพละกำลังมากจึงไม่ง่ายที่อาซีจะขัดขืนจนดึงหนังสัตว์ที่มีขนของอาซีไปได้หนึ่งชิ้น
อาซีดิ้นพล่านท่ามกลางสายตาที่จดจ้องอยู่ถูกหมอผีดึงหนังสัตว์ออกไปชิ้นแล้วชิ้นเล่า ราวกับลอกกลีบดอกไม้อย่างไรอย่างนั้น
อาซานชื่นชม “จริงๆแล้วเพศเมียของเ้าสวมหนังสัตว์ไว้กี่ชิ้นกันแน่”
“ไม่น้อยเลยจริงๆนางใส่หนังสัตว์ทุกตัวที่สามารถใส่ได้ไว้หมดแล้ว”
พ่อของอาซานเองก็ทอดถอนใจ“สุดยอดจริงๆ”
เมื่อถอดหนังสัตว์ไปได้ห้าชิ้นหมอผีเองก็อดไม่ได้ที่จะทอดถอนใจเช่นกันที่อาซีสวมใส่ได้มากชิ้นขนาดนี้
เนื้อตัวอาซีสั่นระริก“หนาว”
หมอผีกล่าว “จริงๆแล้วเ้าไม่ได้หนาว เพียงแต่สถานที่ที่เ้าไปก่อนหน้านี้มีหน้าหิมะ หิมะหนาๆ ทำให้เ้ารู้ว่าหน้าหิมะนั้นหนาวอย่างมากดังนั้นเ้าในตอนนี้ก็เลยนึกว่าตัวเองรู้สึกหนาว”
จะเป็ไปได้อย่างไรหน้าหนาวในโลกนั้นออกจากบ้านก็มีเสื้อผ้าขนสัตว์ เข้ามาในอาคารก็มีเครื่องทำความร้อนยามนอนหลับก็มีผ้านวม หน้าหนาวไม่หนาวเลยสักนิด
อาซีมองไปทางหมอผีอยากจะถามให้ละเอียดกว่านี้
“เ้านั้นฉลาด ลองคิดดูเอาเองว่าเป็เพราะอะไร”หมอผีพูดพลางผุดลุกขึ้นแล้วเดินออกไป
อาซีซบอยู่ในอ้อมอกของอาไน่สั่นเทิ้มพลางคิดว่าไฉนหมอผีถึงได้พูดเช่นนี้
อาไน่ห่มหนังสัตว์ไว้ที่หลังของนาง“ไม่ต้องรีบร้อน ค่อยๆ คิด”
ทำไมอาซีถึงกลัวหนาวได้
เป็เพราะว่าเธอรู้ว่าในฤดูหนาวจะมีคนหนาวตายเธอกลัวว่าในสถานการณ์ที่ไม่มีเสื้อผ้าขนสัตว์ ไม่มีผ้านวม และไม่มีเครื่องทำความร้อนแล้วตัวเองจะหนาวตาย
เธอขยายความกลัวในก้นบึ้งจิตใจขึ้นเป็สิบเท่าดังนั้นสมองของเธอก็เลยส่งสัญญาณกลัวหนาวกลับออกมา ทำให้แต่ละอวัยวะแสดงความรู้สึกหนาวออกมา
อาซีอยากจะกระจ่างชัดหลักการในนั้นจึงดันอาไน่ออกไป แล้วเอาถูมือกันพลางพูดกับตัวเองว่า “ข้าไม่หนาว ข้าไม่หนาว ข้าไม่หนาว”
คนที่เป็ห่วงก็ไปถามหมอผีเกี่ยวกับสถานการณ์ของอาซีหมอผีหัวเราะพลางพูดกับคนที่อยู่ข้างๆ ว่า “ร่างกายของอาซีนั้นดีเลยทีเดียว เพียงแต่มีความกล้าน้อย”
ได้ฟังหมอผีเล่าออกมาอย่างสบายๆคนอื่นๆ ก็เลยวางใจ
ทุกคนมองดูอาซีที่อยู่ไกลออกไปพูดประโยคหนึ่งว่า‘ข้าไม่หนาว’ ในขณะที่กำลังสั่นระริกแวบหนึ่ง ใบหน้ายิ้มแย้มในใจเองก็ยิ้มแย้มเช่นกัน
หมอผีบอกว่าร่างกายของอาซีนั้นดีเลยทีเดียวเพียงแต่มีความกล้าน้อย
ด้วยการช่วยเหลือจากทุกๆคน งานเลี้ยงแต่งงานของหยากับลี่ก็เตรียมพร้อมแล้ว
อาซีไม่ต้องย่างเนื้อก็เลยขดตัวอยู่ใต้หนังสัตว์ที่คลุมเอาไว้พลางถือถ้วยน้ำแกงเอาไว้ถ้วยหนึ่ง ค่อยๆ ซดดื่มน้ำแกงอึกน้อยๆลงไปให้กระเพาะอุ่น
ขณะอาซีมองดูหยากับลี่ที่กำลังเบิกบานใจอยู่ทางนั้นก็ส่งคำอวยพรของตัวเองไปให้ในใจ แม้แต่การพูดคุยเธอก็ยังไม่กล้าพูด
อาไน่นำเนื้อที่ฉีกเป็ชิ้นๆแล้วใส่ไปในถ้วยของอาซี “เ้าจะไม่กินเนื้อเลยไม่ได้”
เธอกินเนื้อจากมือของอาไน่ลงไปเนื้อเหล่านี้นับว่านุ่มมากเลยทีเดียว แต่ก็ยังคงต้องอ้าปากเคี้ยว
“กินเยอะๆ หน่อย”เพศเมียของเขาทำให้คนเป็กังวลเสียแล้ว
พออาซีได้กินน้ำแกงที่ร้อนจนขึ้นไอถ้วยหนึ่งแล้วก็รู้สึกสบายขึ้นอย่างมาก
“หยากับลี่ผู้สัมพันธ์เป็คู่ผัวเมียไม่สามารถไปเฝ้าปากถ้ำได้ ข้าจำเป็ต้องไปเฝ้าหนหนึ่ง” อาไน่พูดกับอาซี
อาซีขดตัวอยู่ในหนังสัตว์พลางพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือเล็กน้อย“ข้าอยู่ได้”
“พ่ออาซาน ช่วยข้าดูอาซีด้วย”
“ไปเถอะ มีข้าอยู่ตรงนี้”
เขาลูบๆ อาซีที่กำลังสั่นเทิ้ม“ข้าไปแล้วนะ”
“อือ”
**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่https://www.readawrite.com/a/76f07e529f3c1a75eba98cbfe7f71f72