แจ้งผู้อ่านทุกท่านนะคะ ก่อนอื่นต้องขอบคุณที่ติดตามผลงานมาเรื่อยๆและซื้อเหรียญเพื่อจะอ่านนิยายของไรท์ ดังนั้นไรท์จะเปิดให้อ่านฟรีไปเรื่อยๆจนถึงบทที่มี Nc จะให้อ่านฟรีได้1วัน จากนั้นจะติดเหรียญทันที เพราะกันเยาวชนที่ไม่ถึงอายุ18ค่ะ(อาจจะช่วยได้น้อยแต่อยากป้องกันบ้างน่ะค่ะ) หลังจากนั้นจะให้อ่านฟรีไปเรื่อยๆจนจบ ถ้าผู้อ่านเข้ามาติดตามตอนอัพเดทก็จะได้อ่านฟรีค่ะ หลังจากจบเื่1วันไรท์จะติดเหรียญทันทีเช่นกันค่ะ แจ้งไว้สำหรับผู้ที่ติดตามอ่าน BYM มา ณ ที่นี้ ขอบคุณค่ะ
第4集
หลิงไท่วางจอกชาลง สองมือไพล่หลังเดินออกไปชมท้องถนนด้านล่างที่คราคร่ำผู้คนด้วยสายตาครุ่นคิด เด็กคนนั้นที่เขาช่วยเหลือขึ้นจากน้ำ เขาเองรู้สึกคุ้นเคยอย่างประหลาด ตอนนั้นเขามิได้คิดมากถึงขั้นไตร่ตรองเพราะรู้ดีว่า ตนเองมิได้รู้จักมักคุ้นผู้ใดบนโลกมนุษย์ ที่เขามา ณ ที่แห่งนี้คือการนัดพบปะกับคนผู้หนึ่ง คนผู้นั้นนับว่าซุกซ่อนตัวจากโลกเทพโลกเซียนมาเนิ่นนานนับหมื่นนับแสนปี แต่เพราะจดหมายที่ส่งมาถึงมือเขา โดยให้จางหย่งเป็ผู้ส่งมอบนั่นต่างหากน่าสนใจยิ่งนัก เขาหยิบจดหมายที่อยู่ในแขนเสื้อปีกกว้างออกมาอ่านซ้ำอีกรอบ
'จ้าวผู้ครองภพ เนื้อหาใจความยากนักจะเอ่ยถึง ข้าผู้ผ่านกลาเวลามานับแสนกว่าปี บัดนี้มีคำทำนายที่ต้องบอกกล่าวถึงท่าน เกรงว่าสถานที่ไม่ว่าจะเป็์ชั้นเก้า หรือเขตเซียนก็มิอาจจะได้ยินคำทำนายล่วงหน้านี้ ดังนั้นขอท่านจงมาพบข้ายังดินแดนที่ล้วนมีแต่คาวโลกีย์ เพื่่อหลีกเลี่ยงการรั่วไหล เซียนซิ่ว' นี่ต่างหากที่เขาวิตกกังวล เหตุใดเซียนผู้เฒ่าถึงปิดเป็ความลับนัก เพียงไม่นานกลิ่นอายเซียนก็ปรากฏขึ้นด้านหลัง
"คารวะเ้าภพ"หลิงไท่หันหลังกลับมายังต้นเสียงช้าๆ
"ท่านาุโเซียน"หลิงไท่งอแขนด้านหน้าลงระหว่างเอว ค้อมหัวลงเล้กน้อย เฒ่าเซียนที่หนวดขาวจรดพื้นถือไม้เท้าขนาดใหญ่ยาวเลยความสูงของตนเอง ใบหน้าสดใสแววตาเจนโลกแย้มยิ้มก้มหัวลงเช่นกัน
"เชิญท่านนั่งก่อน"หลิงไท่โบกมือช้าๆก็มีป้านชาร้อนกรุ่นวางอยู่ กลิ่นชาชั้นดีของ์ชั้นเก้าลอยโชยมาสูดดมให้ชื่นใจ
"ชาดี ชาดี"เฒ่าเซียนเดินช้าๆไปนั่งลง หลิงไท่จึงนั่งตาม
"ท่านยังคงสง่างามมิเปลี่ยนแปลงั้แ่เล้กจนบัดนี้"เฒ่าเซียนเอ่ยชม
"ท่านกล่าวชมเกินไปแล้ว"หลิงไท่รินน้ำชาส่งให้ช้าๆ
"เอาล่ะข้าจะไม่อ้อมค้อม มีอยู่สองประโยคให้เ้าภพได้จดจำเอาไว้ 'ยามขุนเขาเลื่อนลั่นมารร้ายปรากฏ ผู้ปลดเปลื้องความหายนะจักต้องเป็ผู้ลงมือ' เม่าเซียนเอ่ยเชื่องช้า จิบชาด้วยสายตาเลื่อนลอย
"ท่านหมายความว่าเช่นไร"หลิงไท่นั้นเป็ผู้มีไหวพริบดียิ่ง เฉลียวฉลาดและเ้าเล่ห์ในตัวเอง สิ่งใดที่ปรารถนามิเคยปล่อยให้หลุดมือ เนื้อแท้เขาเป็คนเหี้ยมโหด แต่ปิดบังตัวตนแท้จริงด้วยความสุภาพอ่อนโยน เขาถือกำเนิดมาจากดวงจิตของเทพแห่งา กระหายเืเป็ที่ยิ่ง มิว่าาน้อยใหญ่มิเคยได้รับคำว่าพ่ายแพ้ หากแต่ภายใต้หน้ากากที่เขาใส่ทุกครั้งยามออกศึก ทำให้มิมีผู้ใดพบเห็นใบหน้าที่แท้จริงเลยสักครั้ง มีเพียงคนสนิทซ้ายขวาเท่านั้นที่รู้ความเป็ไป
"อ่า..คำทำนายนี้ข้าเองก็มิอาจหยั่งรู้ได้ว่าหมายถึงสิ่งใด เพียงแต่ปรมาจาร์ยของข้าได้สืบต่อกันมานับแสนปี หากถามว่าเหตุใดท่านถึงเป็ผู้ได้รับคำทำนาย เป็เพราะในนี้ได้บ่งเอาไว้ว่า ผู้เป็เ้าแห่งสามภพและ..ผู้มีดวงจิตของเทพแห่งาเท่านั้น จะต้องเป็ผู้ได้รู้เห็นในคำทำนายนี้ บัดนี้ข้าได้ส่งต่อคำเหล่านี้ให้ท่านได้รับรู้แล้ว ก็ถึงเวลาที่ดวงจิตของเฒ่าเซียนผู้นี้ต้องแตกดับแล้ว"เม่าเซียนเมื่อเอ่ยถึงคำทำนายเนื้อกายก็เริ่มจางลงไปเรื่อยๆ มันผู้ใดกล่าวกันว่าเทพเซียนมิแตกดับ หากถึงเวลาพวกเขาย่อมสลายไปได้เช่นกัน
"ข้าขอลาก่อน"หลิงไท่เองก็รู้ดีเกี่ยวกับเื่นี้จึงได้แต่ยืนขึ้นประสานมือเข้าหากันค้อมกายลงช้าๆจนร่างนั้นหายไปถึงได้เงยหน้าขึ้น
"หมายถึงสิ่งใดกันแน่ ในหอตำรามิมีมารร้ายตนใดที่กล้าแกร่งจะก่อกำเนิด เหตุใดข้าถึงได้เป็ผู้ถูกรับเลือก เพราะเหตุใดกัน"หลิงไท่เอ่ยปากถามตัวเองเบาๆ กลุ่มควันที่ปรากฏด้านหลังทำให้หลิงไท่หันกลับไปมอง
"ได้เื่หรือไม่"
"พะย่ะค่ะ"จางหย่งประสานมือ
"เผ่าวิหคมีเด็กหนุ่มสองคนนั้นจริงๆพะย่ะค่ะ ผู้ที่ยังเด็กมีนามว่าอี๋ซู และเพื่อนเขาปาไช่ เป็ที่น่าเวทนายิ่งนักอี๋ซูผู้นี้ถูกกลั่นแกล้งจากมารดาเลี้ยงจนหาอยู่สุขไม่ เขากำลังถูกสั่งให้ไปจับหงส์ไฟจึงต้องหนีออกมาพะย่ะค่ะ"
"หือ?หงส์ไฟเชียวรึ เด็กนั่นยังแปลงร่างเป็นกผู้พิทักษ์ของตนเองยังมิได้ สรรหาอะไรจะไปจับหงส์ไฟรนหาที่ตายชัดๆ"หลิงไท่เอ่ยเสียงเรียบ
"เพราะรู้แน่ว่าถึงตายนางจึงได้ออกคำสั่งเช่นนี้"
"อืม แล้วเ้ารู้รึไม่เห็นใดเขาจึงมีกลิ่นอายของวิหค์"
"กระหม่อมให้คนแอบสอบถามกับนางก้นครัวที่เป็ผู้ดูแลเด็กน้อย ได้ความว่าอี๋ซูผู้นี้เก็บได้จากปากทางเข้าหมู่บ้านปักษาพะย่ะค่ะ"
"เป็ไปไม่ได้"หลิงไท่เดินกลับไปมาระหว่างที่ฟังรายงาน
"เช่นนั้นพะย่ะค่ะ สองคนปาไช่และนางก้นครัวเกรงว่าเด็กอี๋ซูจะได้รับอันตรายจึงรีบให้นำไข่ไปวางไว้ที่เดิม หากแต่มิทันการเด็กผู้นั้นยังตั้งชื่อวิหคไฟด้วยว่าเลี่ยงเฟิ่ง พะย่ะค่ะ"
"อืม..เอาล่ะข้าจะอัญเชิญวิหคไฟมา พวกเรากลับตำหนักกันเถอะ"หลิงไท่พอได้รับรายงานก็กลับขึ้นยัง์ชั้นเก้า ซึ่งเป็ที่พำนักของเหล่าเทพเซียน์และชนชั้นปกครอง
"แล้วกิจของฝ่าา"จางหย่งลังเล
"เรียบร้อยแล้ว"จางหย่งค้อมกายลงทั้งคู่โบกมือทีเดียวร่างก็หายไปรวดเร็ว บนที่พำนักล้วนงดงามหอมกรุ่น ตำหนักขนาดใหญ่ทอดยาวอยู่สุดตาสีทองปนขาวอร่ามตายิ่งนัก เหล่าบรรดาเทพเซียนชายหญิงแต่งกายงดงามยิ้มแย้มร่าเริง หลิงไท่โบกครั้งหนึ่งชุดที่สวมใส่กลับกลายเป็ชุดสีดำสลับเงินลวดลายงดงาม เส้นผมที่เคยเกล้าขมวดไว้เสียบด้วยปินหยกสีดำ ที่มีเพียงแค่สรวง์เท่านั้นถูกปลดลงจนเห็นเส้นผมยาวสยายสีดำเป็แพรไหม หน้าผากมีรัดเกล้าสีทองคาดเอาไว้มองเห็นเพียงใจกลางรัดเกล้าเท่านั้นที่เปล่งประกาย จางหย่งเองก็เช่นกัน ชุดที่สวมใส่กลับกลายเป็เกราะสีดำสอดเส้นเงิน ดาบอาญาห้อยเอาไว้ข้างเอว ยามร่างทั้งคู่ปรากฏขึ้นกลับมีชายผู้หนึ่งแต่งกายด้วยสีดำปนสีเงิน ราวบัญฑิตผู้คร่ำเคร่งวิชายืนรอรับอยู่ตรงหน้า
"ฝ่าา"
"จางหยู"หลิงไท่เอ่ยนาม
"พะย่ะค่ะ"
"มีเื่ใดเกิดขึ้นหรือไม่"
"มีเพียงเทพจันทรามาขอเข้าเฝ้าพะย่ะค่ะ"
"หืม?"หลิงไท่หันมามองหน้าจางหยูแล้วก็เดินเข้าไปยังตำหนักของตน
"เทพจันทรา มีเื่ใดถึงมาขอพบข้า"หลิงไท่เดินไปนั่งบนตั่งทองยกสูงขึ้นเล็กน้อย เทพจันทราค้อมกายคำนับแล้วรับชาที่จางหยูส่งให้
"มีดวงดาวคู่ปรากฏพะย่ะค่ะ"หลิงไท่เกือบเสียอาการสำลักชาที่ยกขึ้นจิบ
"ท่านว่าอะไร"หลิงไท่เสียงตึง
"ข้าน้อยมารายงานว่า บัดนี้ดาวคู่ของฝ่าาปรากฏขึ้นแล้วพะย่ะค่ะ"
"เหลวไหล"
"ท่านดูเองเถิด"เทพจันทราโบกมือเล็กน้อย ภาพตรงหน้ากลับเป็ท้องฟ้ามืดมิด ดวงดาวประจำกายของเขาเปล่งประกายสว่างสุกใสยิ่งนัก ทุกครั้งดาวดวงนี้มักโดดเด่นอยู่ดวงเดียว มิมีดาวใดมาอยู่ใกล้ ยามนี้กลับมีดวงดาวสีฟ้าขนาดเล็กสดใสสุกสกาวยิ่งนักมาปรากฏอยู่ข้างๆ
"เป็ไปไม่ได้"
"ทุกอย่างอยู่เบื้องหน้าแล้ว ท่านมิอาจขัดมติแห่งืได้พะย่ะค่ะ"
"ตามเทพดารามาหาข้าจางหย่ง"หลิงไท่นั้นมีชายารองถึงสองคนหามีชายาเอกไม่ เขานึกถึงเด็กหนุ่มผู้วิหค์เอาไว้แล้วอยากยกมือกุมหน้าผากตัวเอง นี่มันประจวบเหมาะเกินไปแล้ว ไม่นานร่างเทพเซียนชายหนุ่มผู้หนึ่งก็ปรากฏตัวขึ้น ตามหลังด้วยจางหย่ง
"ฝ่าา"
"เป็เื่จริงหรือไม่"เทพดารานั้นจำเป็ต้องรู้ว่าสิ่งที่เ้าภพถามคือสิ่งใด ทั้งที่เขาเองก็พึ่งมา เขามองไปที่เทพจันทราเพียงครู่แล้วก็ยกนิ้วขึ้นนับตรวจชะตา
"จริงแท้พะย่ะค่ะ บัดนี้เนื้อคู่ของฝ่าาปรากฏขึ้นแล้ว"เทพดาราพยักหน้าน้อยๆ
"เป็ผู้ใด"ครานี้ทั้งเทพจันทราและเทพดาราต่างมองหน้ากัน ทั้งคู่พยายามโบกมือให้รูปร่างหน้าตาของพระชายาเอกปรากฏขึ้นแต่กลับมืดมิดมิเห็นสิ่งใด
"แปลก!!"ทั้งคู่เอ่ยพร้อมกัน
"พวกเรามิอาจทำให้ปรากฏขึ้นได้พะย่ะค่ะ แต่เท่าที่ตรวจนับดวงชะตา คนผู้ฝ่าาเจอแล้ว และดวงชะตาผูกพันกันนับจากที่เจอแล้วพะย่ะค่ะ"หลิงไท่ดวงตาวาววับ
"แก้ไขดวงชะตาได้หรือไม่"หลิงไท่เอ่ยถามหน้าตึงเสียงตึง
"ข้าน้อยไร้ความสามารถ"ทั้งคู่เอ่ยขึ้นได้แต่ประสานมือก้มหน้าลง หลิงไท่ถอนหายใจ
"เอาเถิดในเมื่อเป็มติ์ก็ยากจะขัด ขอเพียงพวกเ้ารั้งเอาไว้ก่อนได้หรือไม่"หลิงไท่ปรายตามอง ทั้งสองเทพรู้ดีว่าควรทำเช่นไร ดังนั้นเมื่อเ้าภพเอ่ยปากพวกเขาจึงร่ายมนต์อีกครั้ง ดวงดาวสีฟ้าค่อยขยับออกห่างดวงดาวสีทองสุกใสเล็กน้อย เทพดาราเองก็ร่ายมนต์ลงบนฝ่ามือแล้วเป่าลมให้กระจายไปในอากาศ
"อาจจะถ่วงเวลาได้ไม่นานพะย่ะค่ะ เพราะดวงดวงนี้ผูกพันกับชะตาของท่านแล้ว เป็ท่านเองที่นำไปผูกติดเอาไว้"สีหน้าของหลิงไท่เย็นมากขึ้น ราบเรียบมากขึ้น จางหย่งและจางหยูถึงกับก้าวถอยหังหนึ่งก้าว นึกหวาดกลัวแทนผู้ที่ต้องมาผูกชะตาร่วมกับเ้าภพ
"เอาล่ะแค่นี้ก็แค่นี้พวกท่านไปเถอะ ข้าอยากพักผ่อน"หลิงไท่โบกมือ เทพเซียนทั้งสองจึงก้มหัวแล้วจางหายไป
"บังอาจ!!"หลิงไท่พอคนพ้นแล้วก็ตวาดเสียงดัง ใบหน้าถมึงทึงน่ากลัวยิ่งนัก เส้นเืสีแดงปูดโบนขึ้นเต็มหน้าผากและสองขมับ มือหนากำแน่นจนเส้นเืปูดโปน
"ฝ่าา!!"ทั้งคู่จำต้องยับยั้งอารมณืของหลิงไท่ เพราะรู้ดีว่าหากโกรธเกรี้ยวขึ้นมาสิ่งใดก็ล้วนแต่ย่อยยับ สิ่งนี้ถูกปกปิดเป็ความลับแห่ง์มาเนิ่นนานนับแสนปี จะให้ล่วงรู้ถึงผู้อื่นเพียงเพราะดาวคู่ปรากฏก็คงจะมิใช่เื่ถูกควร
"ระงับโทสะด้วยพะย่ะค่ะ"จางหย่งเอ่ยเตือน จางหยูร่ายคาถาโบกมือให้คลุมไปทั่วตำหนัก รู้ดีว่ายากแล้วที่จะระงับได้ สายฟ้าฟาดลงยังที่ประทับเปรี้ยงปร้างมิหยุดหย่อน ทั้งคู่ร่ายมนต์ปกป้องคลุมกายตัวเองเอาไว้รอจนโทสะของเ้าภพหมดสิ้น ใบหน้าที่เต็มไปด้วยเส้นเืค่อยๆกลับสู่สภาพเดิมช้าๆหยาดเหงื่อผุดขึ้นเต็มใบหน้าที่หล่อเหลางดงาม ภาพแห่งเทพาซ้อนทับอยู่ตอนแรกบัดนี้ค่อยจางหายไปเรื่อยๆ
"ลงไปตามหาคนผู้นี้ ตามให้เจอแล้วฆ่าเสีย ตำแหน่งชายาเอกจะต้องไม่มี"หลิงไท่สั่งด้วยน้ำเสียงเหี้ยมโหดยิ่งนัก จางหย่งและจางหยูหันมาสบตากัน เขาสองคนจะฝืนชะตาผูกพันของเ้าภพได้อย่างไร ต่อให้พบเจอก็ฆ่าผู้ที่จะมาเป็คู่ของเ้าภพหาได้ไม่ หากให้ฝ่าฝืนคำสั่งก็เป็ไปไม่ได้เช่นกัน ผู้ที่รับภาระหนักอึ้งบนบ่าหาใช่ใครที่ไหน กลายเป็จางหย่งผู้เป็มือขวาของหลิงไท่เอง