หัวหน้าคนงานคนเก่าของเราซึ่งแม่เป็ผู้ฝึกไว้นั้น ได้ลาออกจากเราไปตั้งปีกว่าแล้วแม้ว่าเราจะไม่อยากให้เขาลาออก แต่พ่อเห็นว่าเขาก็แก่เกินกว่าที่จะทำงานอย่างมีประสิทธิภาพให้เราได้ ดังนั้นจึงต้องยอมตกลงและหลังจากที่เขาลาออกไปแล้ว พ่อก็ได้จ้างคนใหม่เข้ามาอีกสองคน แต่ปรากฏว่าคนหนึ่งดื่มเหล้าเมาทั้งวัน และอีกคนหนึ่งก็เรียกร้องจากพ่อมากเกินไปดังนั้นเราก็จำเป็ที่จะต้องเลิกจ้างเขาอีก
และเมื่อมิสเตอร์ดูนน์ผู้นี้เข้ามาเขาก็รับผิดชอบภาระหน้าที่งานในไร่ทั้งหมดไปทำซึ่งทำให้งานส่วนตัวของพ่อเบาลงไปมากเขาจะรบกวนพ่อเฉพาะเวลาที่ต้องเซ็นชื่อในเอกสารต่างๆจะถูกจัดวางไว้ในแฟ้มอย่างประณีตเขาจะยื่นแฟ้มเอกสารนั้นให้พ่อและถอยกลับไปยืนรออยู่เงียบๆ พ่อก็จะเพียงแต่ชำเลืองมองเอกสารพวกนั้นอย่างไว้วางใจและเซ็นอย่างเต็มอกเต็มใจ แรกๆ มิสเตอร์ดูนน์ก็พยายามที่จะอธิบายถึงเื่ต่างๆที่นำมาให้เซ็นอยู่เหมือนกัน แต่พ่อปฏิเสธว่า ไม่ต้อง ดังนั้นครั้งหลังๆเขาจึงไม่อธิบายอีกต่อไป
ทำไมฉันไม่ชอบ ไซมอน ดูนน์ ฉันก็บอกไม่ถูกอาจจะเป็เพราะรูปร่างหน้าตาของเขาก็ได้ เขาเป็คนร่างสูง หัวลีบ ผมสีตกจางและเขามักจะชอบแอบมองฉัน แทนที่จะมองอย่างตรงๆ เหมือนคนอื่นๆดังนั้นฉันจึงรู้สึกสนใจ ในปฏิกิริยาที่น๊อบมีต่อคนคนนี้มาก
“แล้วยังไง?” พ่อถามต่อ
“ก็...ผมไม่ชอบหน้ามันน่ะสิครับ”
“เออ...น๊อบ...แกไม่ชอบคนคนนี้เพราะว่าเขาไม่หล่ออย่างนั้นหรือ?” พ่อกระเซ้า
“เปล่าเลยครับ” น๊อบปฏิเสธเสียงแข็ง
“เอ้า...ถ้าอย่างนั้นก็พูดออกมาตรงๆ สิว่ามันเื่อะไรกัน คงไม่ใช่เื่ความสามารถของเขาดอกนะเพราะเห็นว่าเขาเป็คนงานได้ดีมากคนหนึ่ง”
“เื่ที่ผมไม่ชอบเขาก็ไม่เกี่ยวกับเื่ความสามารถของเขาด้วยครับ”
“ก็พูดออกมาเสียทีสิว่ามันเื่อะไรกัน?”
น๊อบชำเลืองดูฉันแวบหนึ่ง
“ผมไปรู้มาว่า เขาไปยุ่งๆอยู่กับพวกลูกสาวคนงานและดูเหมือนกำลังจะมีปัญหาครับเพราะไม่ได้ยุ่งอยู่กับคนเดียว แต่ทั่วไปหมด”
“อย่างนั้นหรือ?” พ่อมีสีหน้าตรึกตรอง “แต่ว่าฉันยังไม่รับเื่ร้องเรียนนี้นะมีรายละเอียดบ้างไหมล่ะ ฉันจะได้สอบสวนให้”
“ยังไม่มีดอกครับมันเป็เื่ที่เขาพูดกันปากต่อปาก แต่ข่าวก็กระจายไปทั่ว”
พ่อมองดูหน้าเพื่อนเก่าของท่านอย่างประหลาดใจ
“ฉันแทบจะไม่เชื่อเลยนะ น๊อบ...ว่าคนอย่างแกก็รับฟังเื่ซุบซิบนินทาอย่างนี้กับเขาด้วยถ้าจะพูดกันจริงๆ นะ ฉันก็ยังไม่อยากจะเชื่อเื่ที่เกิดขึ้นนี้ดอกเพราะว่าก่อนหน้าที่เขาจะมาอยู่กับเรา มิสเตอร์ดูนน์คนนี้เขาเคยทำงานอยู่กับเฟลิซิตี้ มาร์สตัน และมิสซิสมาร์สตันเป็คนส่งเขามาทำงานกับเราเอง”
น๊อบยิ่งมีสีหน้าเคร่งขรึมหนักกว่าเก่า
“นายครับเมื่อตอนที่ผมเป็ทหารอยู่ในกองร้อยที่อินเดียตอนนั้นก่อนหน้าที่นายจะไปเป็ผู้บังคับบัญชาของผม ผมก็มีทหารอยู่คนหนึ่งหน้าตาอย่างไซมอน ดูนน์ นี่แหละครับ ผมมารู้ทีหลังว่ามันเป็คนปลิ้นปล้อนตลบตะแลงฉ้อโกงอย่างชั่วช้าที่สุดแล้วก็นำเื่ยุ่งยากมาให้เราอย่างมากมายด้วยนะครับ”
พ่อหัวเราะออกมาอีก
“นี่แกคิดว่ามิสเตอร์ดูนน์เขามาฉ้อโกงฉันอย่างนั้นหรือเขาจะทำอะไร จะพับที่ดินใส่กระเป๋าแล้วหนีไปหรืออย่างไร?”
“ครับ ถ้านายคิดว่าเขาซื่อผมก็ไม่ว่าอะไรดอกครับ เพียงแต่อยากจะให้นายจับตาดูคนคนนี้ไว้ให้ดีก็แล้วกัน”
“เอาละ...ฉันจะลองดู...เอ๊ะ...ดูเหมือนฉันจะได้ยินเสียงรถใช่ไหมนั่นน่ะ?”
เราเดินออกไปที่ประตู และก็พบว่าคุณหมอมอนโรว์กับ พาสเตอร์ ฮอบ์บ กำลังลงจากรถพอดีเราต้อนรับเขาด้วยความยินดีอย่างยิ่ง
“ที่จริงเราก็อยากมาเยี่ยมคุณอยู่เหมือนกันแต่เห็นว่าระยะนี้พี่สาวของคุณกำลังมาเยี่ยม เราก็เลยพักไว้ก่อนแต่พอเมื่อเช้าเห็นรถของเธอวิ่งผ่านคลันนี่ ไชม์สไป ก็เลยรู้ว่ากลับไปแล้วทำไมวันนี้มาอยู่เพียงวันเดียวล่ะครับ?” คุณหมอมอนโรว์ถามอย่างยืดยาว
“ครับ ค้างคืนเดียวเท่านั้น”พ่อตอบ ท่าทางสบายๆ “เขามาตระเตรียมเื่ที่เราจะส่งแมรี่ไปอยู่ลอนดอนหลังฤดูเก็บเกี่ยวนี่”
“โอ้โฮ...โชคดีจัง” พาสเตอร์ ฮอบ์บ ตื่นเต้นขึ้นมาทันที “คุณนายมาร์สตันนี่ใจดีจังนะ...ได้ยินว่ามีบ้านใหญ่โตอยู่ในลอนดอนด้วยนี่คงรวยพิลึกละ”
“ดื่มไวน์กันสักแก้วดีไหม?” พ่อถามเรียบๆ
“วิเศษเลยฮะ” พาสเตอร์ฮอบ์บ ตอบยิ้มกริ่ม “ผมยิ่งคอแห้งๆ อยู่ด้วย”
“เดี๋ยวก่อนก็ได้น่า” คุณหมอมอนโรว์ว่า “วันนี้ตั้งใจจะมาคุยเื่ฝรั่งเศสกันสักหน่อย”
“ครับ ดูๆ สถานการณ์แล้วรู้สึกว่าประเทศนั้น ท่าจะแย่สักหน่อยละตอนนี้”
“นั่นล่ะ...เวลานี้ก็มีแนวโน้มว่าจะต้องยุ่งยากมากขึ้นไมราบูก็ตายแล้ว”
ฉันเองซึ่งกำลังสนใจในประวัติศาสตร์ของฝรั่งเศสอยู่มากอดที่จะระทึกใจไปด้วยไม่ได้
“เขาถูกฆ่าหรือคะ?”
“เขาก็ว่ากันว่าตายด้วยโรคสามัญนั่นล่ะนะ แต่...” ท่าทางของคุณหมอมอนโรว์ต็มไปด้วยความกังวล
“ใช่...แต่...ก็เห็นจะมีแต่มัจจุราชเท่านั้นที่จะรู้ว่าเขาตายเพราะอะไร...” พาสเตอร์ ฮอบ์บ สอดขึ้น
“ก็ไม่รู้ว่า จะบาปไหมนะที่จะพูดว่า ไมราบูน่ะปกป้องคุ้มครองพระราชวงศ์มาตลอด เมื่อขาดเขาเสียคนแล้วต่อไปนี้ก็ไม่รู้แล้วว่า พวกพระราชวงศ์จะเป็อย่างไรกันต่อไป หรือแม้แต่ประเทศฝรั่งเศสเองก็เถอะ”
“นั่นสิ...เขาก็เป็ความหวังเดียวของประเทศฝรั่งเศสเสียด้วย”พ่อพูดอย่างสลดใจ “เวลานี้ได้ยินว่าข่าวกองทัพประชาชนกำลังบีบคั้นพระเ้าหลุยส์กับพระราชินีมากขึ้นหรือ?”
“เวลานี้ยังประทับอยู่ที่ตุยเลอรี่ส์ก็เท่ากับเป็นักโทษกลายๆ นั่นแหละ คิดๆดูแล้วก็เศร้าใจที่เวลานี้พระราชินีจะต้องไปประทับอยู่ที่พระราชวังเก่าๆทรุดโทรมอย่างนั้น แทนที่จะได้ประทับอยู่ที่แวร์ซายส์” หมอมอนโรว์ถอนหายใจอย่างเศร้าสลดใจแทนพระราชินีผู้ซึ่งเมื่อแรกเริ่มได้รับการสถาปนาขึ้นเป็พระราชินีแห่งฝรั่งเศสนั้น เป็ที่รักของประชาชนชาวฝรั่งเศสอย่างสุดจิตสุดใจแต่แล้วก็ถึงวาระที่ถูกกล่าวขานพระนามเพียง “ผู้หญิงออสเตรียคนนั้น”และเมื่อมาถึงเวลากลับกลายเป็นักโทษที่ผู้คนจงเกลียดจงชังทั้งแผ่นดิน
แม้แต่พาสเตอร์ ฮอบ์บซึ่งปกติเป็คนสนุกสนานร่าเริง ก็มีสีหน้าสลดลง คุณหมอมอนโรว์พูดเสียงต่ำๆ ว่า
“ผมมักจะอดนึกถึงคำพูดของมิสเตอร์เบิร์ดที่เกี่ยวกับพระนางแมรี่ อังตัวแนต์ ไม่ได้ เขาเคยบอกกับผมว่าพระนางน่ะเหมือนดาวฤกษ์ที่สุกใส รุ่งโรจน์สง่างามเต็มไปด้วยชีวิตจิตใจเสียเหลือเกิน เพราะฉะนั้นผมก็ยังคิดไม่ออกว่าพระองค์จะต้องโชคร้าย ถึงกับถูกกระทำการดูิ่เหยียดหยามในแผ่นดินแห่งเกียรติยศนั้นได้อย่างไร...แต่นั่นแหละนะยุคสมัยแห่งความกล้าหาญรักเกียรติศักดิ์หรือจงรักภักดีต่อเ้าฟ้าเ้าแผ่นดินนั้นหมดไปแล้วเวลานี้มันเป็ยุดของคนโป้ปดมดเท็จ ยุคของการฟื้นฟูบูรณะเศรษฐกิจความรุ่งเรืองของอาณาจักรในยุโรป มันกลายเป็อดีตที่ล่วงเลยไปหมดแล้ว”
ฉันอยากจะประทับใจในความจริงใจที่ปรากฏในน้ำเสียงของคุณหมอมอนโรว์อยู่มากเพราะท่านไม่เคยแสดงความรู้สึกได้มากมาย และพูดอย่างยืดยาวเช่นนี้มาก่อนเลย
“เอาละครับ...ผมว่าตอนนี้ได้ไวน์สักแก้วก็ดีเหมือนกัน...”คุณหมอเปลี่ยนบรรยากาศ หลังจากที่เรานั่งเงียบกันไปเป็ครู่
ฉันกำลังมองดูบุรุษทั้ง 4 ที่นั่งอยู่ตรงหน้า คนหนึ่งเป็หมอบ้านนอก...คนต่อมาเป็นักเทศน์หนุ่มซึ่งมีความบริสุทธิ์และจริงใจ อีกคนหนึ่งคือน๊อบ และคนสุดท้ายคือพ่อ...บุรุษทั้ง 4ที่ได้เดินเข้ามาและนั่งลงในห้องนี้พูดคุยกันในเื่ราวของประเทศฝรั่งเศสอย่างน่าสนใจอย่างยิ่งแต่ไม่มีใครเลยที่จะล่วงรู้ไปว่า...วันหนึ่งฉันจะต้องเข้าไปเกี่ยวข้องกับเื่ราวที่พูดคุยกันในตอนเช้าวันนี้ด้วยและองค์ประกอบที่สำคัญที่ชักพาให้เราต้องเข้าไปใกล้ชิดกับเหตุการณ์นั้นก็คือบุคคลอย่างเช่นหัวหน้าคนงานที่น๊อบไม่ชอบหน้าคุณป้าที่ฉันหวั่นเกรง และรวมทั้งสถานการณ์เลวร้ายที่กำลังเกิดขึ้นในประเทศฝรั่งเศสด้วย
ความคิดคำนึงของฉันบัดนี้นั้นหมกมุ่นอยู่แต่เื่ที่จะต้องจากบ้านไป่ระยะเวลาหนึ่งจากบุคคลอันเป็ที่รักยิ่งและเฉกเช่นเดียวกับพระนางแมรี่ อังตัวแนตต์ บ้านญาติของฉันนั้นถ้าจะเปรียบไปแล้วก็ยิ่งเสียกว่า พระราชวังตุยเลอรี่ส์ ที่พระนางถูกคุมขังไว้เสียอีก