ตอนที่2 ไนท์
“ที่นี่ห้ามทะเลาะกัน”
เ้าหน้าที่ชายวัยกลางคนรีบกล่าวห้ามทันทีโดนสายตาของเ้าหน้าที่จับจ้อง นักเลงธรรมดาก็ไม่กล้าจะทำอะไรอีก
‘พวก NV น่าสนใจดีนานเท่าไหร่แล้วที่นักเลงกระจอกแบบนี้กล้ามาหาเื่เรา’ กัสไม่ได้โกรธกลับกันเขามองสังเกตรายละเอียดของอีกฝ่ายไว้ในใจ
NV กลุ่มนักเลงท้องถิ่น พวกลูกกระจ๊อกในหมู่กลุ่มแก๊งมีสัญญาลักษณ์รอยสัก NV ที่ตัว กัสเห็นมันที่คอของอีกฝ่าย
พวกนี้ชอบรังแกคนอ่อนแอและกลัวคนแข็งแกร่ง
ถ้าเป็ชาวบ้านทั่วไปอาจจะกลัวแต่กลับกันกัสเป็ทหารที่ผ่านสมรภูมิรบมาแล้วและยังอยู่ในกองทัพดาบเหล็กอีกด้วย
น่าเสียดายที่ตอนนี้สิ่งที่คนนอกมองเห็นคือเขายังเป็แค่เด็กหนุ่มอายุ18 ที่อ่อนต่อโลกคนหนึ่งเท่านั้น
‘ไว้ค่อยมาจัดการเื่ตรงหน้าสำคัญกว่าจี้หินสีดำนั้นอาจจะหายไปตอนฉันย้อนเวลากลับมา’
กัสได้แต่ปล่อยเื่ที่คิดไม่ตกไปก่อนไม่พูดอะไรหันหน้ากลับและเดินไปตามที่เ้าหน้าที่บอก
สายตาที่เฉยชาของกัสเหมือนเป็การท้าทายอย่างมากทำให้นักเลงรู้สึกไม่พอใจอยากจะเข้าไปหาเื่สั่งสอนเด็กหนุ่มที่ขนพึ่งขึ้นตรงหน้า
แต่ว่าสายตาของเ้าหน้าที่ก็ไม่ละไปไหนเลยทำให้นักเลงคนนี้ต้องเก็บความไม่พอใจกลืนมันกลับไปและเข้าแถวรอคิวต่อ
“ชื่อ...” เ้าหน้าที่เริ่มสอบถามข้อมูล
“กัส ไนท์วิลสัน”
“ตระกูลคนงานเหมืองเหรอ”เ้าหน้าที่เงยหน้ามองกัส แต่ไม่ใส่ใจมากนัก
ไนท์เป็คำนำหน้าตระกูลที่มีการมอบให้กับพวกคนงานเหมืองอวกาศในยุคบุกเบิกอวกาศซึ่งมีทั้งเหมืองดวงจันทร์ด้านมืดก่อนจะขยายตัวไปยังเหมืองที่ดาวอังคารและดาวเคราะห์ทรัพยากรอีกหลายแห่ง
งานนี้เสี่ยงชีวิตและลำบากมากจนเหมือนกับนรกบนดินรัฐบาลกลางจึงสร้างแรงจูงใจมอบผลประโยชน์ให้จำนวนมาก
แต่ว่ากันตามจริงแล้วคนที่ไปทำงานเหมืองก็เป็พวกยากจนระดับล่างของประชากรในสังคมเท่านั้น ทำงานสามปีรอดกลับมาได้ ติดนามสกุล ลูกหลานได้เข้าสู่ระบบการศึกษาขั้นพื้นฐานมีสวัสดีการให้ตลอดชีวิต แต่แค่พอประทังชีวิตไปเท่านั้น
นานวันเข้าก็สืบทอดอาชีพนี้ต่อ ๆ กันไปกลายเป็ตระกูล ‘ไนท์’ ที่ยากจน
ไนท์ก็มาจากจุดเริ่มต้นของเหมืองด้านมืดที่ดวงจันทร์นั้นเองราวกับเื่ตลกรัฐบาลกลาง้าให้ทุกคนระรึกถึงจุดเริ่มต้นของการขุดเหมือง
มีน้อยมากที่จะลืมตาอ้าปากได้หลุดพ้นจากอาชีพนี้ และส่วนใหญ่ก็เดินอยู่บนเส้นทางทหารที่ไปทิ้งชีวิตในสมรภูมิรบต่างเผ่าพันธุ์เพื่อแลกกับเศษเงิน
ตายกันอยู่ที่นั่นไม่รู้เท่าไหร่
ไนท์วิลสันก็คือตระกูลนักขุดเหมืองอีกคนที่เข้ามาที่นี่ซึ่งเ้าหน้าที่ก็ไม่ได้รู้สึกว่าพิเศษอะไรมากเพราะวันนี้เจอมาเกือบครึ่งร้อยแล้วมั้ง
เพียงแต่ว่า่ที่ผ่านมาพวกตระกูลนักขุดเหมืองเก่าไม่ค่อยได้กลับออกมาจากหอคอยนักส่วนใหญ่คงโชคร้ายมากกว่าโชคดี
“เข้าหอคอยโลกาวินาศครั้งแรกเหรอ”
“ใช่ครับ” กัสตอบไป ที่จริงเขารู้อยู่แล้วถึงขั้นตอนต่างๆ แต่นั่นไม่ใช่เขาใน่เวลานี้
“เข้าครั้งแรกฟรี ครั้งต่อไปเสีย 10 เหรียญหอคอยรวมทั้งตอนออกด้วย หาจ่ายด้วยตัวเอง” เ้าหน้าที่อธิบายสั้น ๆแต่พอเห็นใบหน้าของเด็กหนุ่มและเห็นแก่ความน่าสงสารของคนในตระกูลนักขุดเหมืองจึงอดที่จะอธิบายเพิ่มไม่ได้
“จำไว้เข้าไปครั้งแรกก็สำรวจพื้นที่รอบ ๆให้ดี หาเครื่องส่งที่ปลอดภัยให้พบ ไม่มีเครื่องส่งก็กลับมาไม่ได้จะใช้ของส่วนกลางก็ได้ถ้าโชคดี แต่ส่วนใหญ่อาจจะหายากหน่อย ถ้าไม่เจอก็ไปหาตามค่ายดูคงได้เรียนในโรงเรียนมาแล้วสินะ นั่นแหละท่องให้ขึ้นใจ แล้วก็อย่าเข้าไปในที่ที่คิดว่าอันตรายและจงระวังไว้สถานที่ที่คิดว่าปลอดภัยมักอันตรายที่สุด โดยเฉพาะมนุษย์ ระวังไว้ให้ดี”เ้าหน้าที่เหลือบมองไปที่นักเลงด้านหลัง
กัสเข้าใจความหมายที่อีกฝ่ายจะสื่ออย่างแจ่มแจ้งโดยเฉพาะประโยคสุดท้าย
“ขอบคุณครับ” กัสกล่าวขอบคุณจากใจจริง
ในอดีตการเข้าไปในหอคอยครั้งแรกก็เกิดขึ้นเหมือนกันแต่ไม่ได้เป็ไปตามนี้มากนัก เ้าหน้าที่อธิบายสั้น ๆ ไม่มีเื่การเตือนใด ๆ
แล้วพอเขาเข้าใจไปก็เกือบจะตายอยู่ด้านใน การตามหาเครื่องส่งที่ใช้กลับมาและเก็บเหรียญหอคอยก็ยุ่งยากแถมสุดท้ายการเข้าไปในหอคอยโลกาวินาศครั้งแรกยังทำเขาาเ็เกือบตาย ที่รอดตายมาได้เพราะโชคช่วยล้วนๆ
แต่ใครจะรับประกันว่าเหตุการณ์แบบเดิมจะปรากฏขึ้นหรือต่อให้ปรากฏขึ้นแต่เขาจะโชคดีรอดตายแบบครั้งก่อนได้หรือไม่
แค่เริ่มทุกอย่างก็เปลี่ยนไปแล้วทั้งการโดนหาเื่โดยนักเลง การแนะนำด้วยคำพูดของเ้าหน้าที่ ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นถึงจะเล็กน้อย แต่กัสรู้ว่านี่ไม่ใช่เื่เล็กน้อย
มีทฤษฎี butterfly effect หรือทฤษฎีผีเสื้อขยับปีกอยู่ เขาเคยได้ยินคำพูดนี้มาก่อนแค่ผีเสื้อขยับปีกก็เปลี่ยนแปลงจักรวาลได้
ไม่ต้องพูดถึงสิ่งที่เกิดขึ้นมันยิ่งกว่าผีเสื้อขยับปีกซะอีก
ตามปกติแล้วเขาจะต้องเดินหน้าต่อไปเรื่อย ๆแต่ตอนที่เขาข้ามเวลามากลับหยุดนิ่งยืนทบทวนความทรงจำอยู่สักพัก
นี่อาจจะกลายเป็จุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลง“โชคดี” ที่เคยทำให้เขารอดตายในชีวิตก่อนก็ได้
‘ไม่ ในชีวิตนี้ฉันจะไม่ฝากชีวิตไว้กับคำว่าโชคอีกแล้ว’
‘ฉันย้อนเวลากลับมามีความได้เปรียบรู้อนาคตที่จะเกิดขึ้นแม้อนาคตจะเปลี่ยนแปลงแต่ก็ใช่ว่ามันจะไม่เกิดขึ้นเลยขอแค่ส่งเข้าหอคอยที่เดิมก็จะได้เปรียบอย่างมาก แต่ถ้าไม่ได้ที่เดิมก็ยังมีประสบการณ์จากอนาคตอยู่สิ่งนี้ต่างหากคือสิ่งที่มีค่าอย่างแท้จริงประสบการณ์การต่อสู้ที่สั่งสมมาสิบปีเต็ม’
แววตาเด็กหนุ่มเต็มไปด้วยความมั่นใจ
กัสตัดสินใจในเมื่อมีโอกาสอีกครั้งต้องเป็คนที่แข็งแกร่งพอจะกำหนดชีวิตของตัวเองได้ไม่ขอก้มหัวให้ใครหรือเป็เครื่องมือ เป็หมากในเกมของใครอีกแล้ว
แต่จะทำแบบนั้นได้เขาต้องมีพลังที่แข็งแกร่งมากพอ
“ชีวิตนี้ฉันจะกำหนดมันเอง”
กัสก้าวเข้าไปในครื่องส่งโดยไร้ซึ่งความลังเล
เ้าหน้าที่เหลือบมองกัสเล็กน้อยเนื่องจากพึ่งเคยเห็นเด็กหนุ่มที่เข้าเครื่องส่งครั้งแรก แต่ไม่แสดงความประหม่าใดๆ ออกมาเลย ทำให้เ้าหน้าที่อดที่จะพยักหน้าชื่นชมไม่ได้
‘ต้องเด็กหนุ่มแบบนี้ไม่ลังเลที่จะเดินไปข้างหน้าโลกเราถึงจะมีความหวังมากขึ้นในการเอาชนะากับพวกต่างเผ่าพันธุ์ได้’
เครื่องส่งเป็แคปซูลในแนวตั้งเชื่อมติดกับหอคอย และปรากฏขึ้นมาพร้อมกับหอคอยอยู่แล้ว
แม้ชื่อทางการจะเรียกว่าเครื่องส่งแต่ว่าชื่อเล่นของมันคือ “โลงศพ” เพราะหลายคนเข้าไปแล้วไม่ได้กลับมา
เครื่องส่งนี้เป็แบบเวอร์ชั่นพื้นฐานที่สุดมันยังมีแบบที่พกติดตัวได้ แต่มันมีราคาแพงมากจนคนธรรมดายากจะ
ทางเดียวที่จะหาได้คือค้นหาในหอคอยโลกาวินาศ ทุกอย่างหาได้จากที่นั่นถ้าคุณมีความสามารถมากพอ
พอเครื่องเปิดขึ้นกัสก็เข้าไปยืนด้านในหันหน้าออกมาก่อนที่ฝาเครื่องจะปิดจาก้าลงมาและเครื่องจึงเริ่มทำงานซึ่งก็มีข้อความปรากฏขึ้นที่กระจกของเครื่องส่ง
[เข้าสู่หอคอยโลกาวินาศ (ใช่/ไม่)]
“ใช่” กัสตอบอย่างคุ้นเคย
[หอคอยโลกาวินาศออนไลน์] เครื่องส่งขึ้นข้อความถัดมา
พริบตาต่อมากัสก็หายไปเครื่องส่งก็เปิดขึ้นมาอีกครั้งและนักเลงกลุ่ม NV ก็ก้าวเข้าไปตามคิวส่วนกัสในตอนนี้เข้าไปในหอคอยเรียบร้อยแล้ว
...
[หอคอยโลกาวินาศ]
[พื้นที่สำหรับผู้เริ่มต้น]
กัสยืนอยู่ท่ามกลางหมอกที่หนาทึบในสภาพตัวเปล่าเขามีแค่กางเกงขาสั้นตัวเดียวเท่านั้น มันคือกฏแปลก ๆของหอคอยโลกาวินาศที่ไม่ให้พกอะไรเข้ามาได้
และกางเกงตัวนี้ก็เป็ของหอคอยโลกาวินาศที่สร้างขึ้นมาเองกางเกงขาสั้นพื้นฐาน แม้จะเอาออกไปด้านนอกก็ไม่ได้มีค่าอะไรเลย
่แรกอาจจะมีนักสะสมอยากได้มันแต่ต่อมาการเข้าหอคอยโลกาวินาศก็กลายเป็เื่ปกติ กางเกงขาสั้นแบบนี้จึงเป็ของที่ไม่มีราคาใช้แค่ 1 เหรียญหอคอยก็ซื้อได้แล้ว แต่จะมีใครยอมซื้อหรือไม่ก็อีกเื่หนึ่ง
1เหรียญหอคอยคือสกุลเงินกลางที่ใช้แลกทุกอย่างในหอคอยออกไปยังโลกด้านนอกได้
แถมตอนนี้กัสก็มีแค่กางเกงขาสั้นตัวนี้ตัวเดียวเท่านั้นเขาไม่มีของใด ๆ ติดตัวเลย แม้แต่เหรียญหอคอยก็ด้วย
ว๊ากกกก!
เสียงซอมบี้คำรามมีซอมบี้ตัวหนึ่งโผล่ออกมาก่อนที่มันจะวิ่งตรงมาทางกัส
ใบหน้าของซอมบี้ดูดุร้ายผสมกับน่าขยะแขยง ใบหน้าเน่าเปื้อยจนลูกกระตาแทบจะหลุดออกมาิัดำคล้ำเหมือนกับศพคนตาย ปลายเล็บดำสนิท ร่างกายของมันมีชิ้นเนื้อหลุดรุ่ย เปรอะเปื้อนและส่งกลิ่นเน่าเหม็นโชยออกมา
มันยกสองมือขึ้นคิดจะคว้าจับ
กัสยืนนิ่งไม่ขยับ ไม่ใช่เพราะว่าเขากลัวแต่เขารู้ว่าซอมบี้ตัวนี้มันไม่สามารถทำอะไรได้...
ทันทีที่ซอมบี้ััโดนตัวเขาซอมบี้ก็กลายเป็หมอกหายไป
“ภาพจำลองหอคอย”
ใช่แล้วซอมบี้ตัวนี้ไม่ใช่ของจริงแต่เป็ภาพจำลองหอคอย
ถึงแบบนั้นก็หลอกให้พวกที่เข้ามาครั้งแรกใและกลัวได้มันเหมือนหอคอยกำลังเล่นตลก แต่ที่จริงแล้วกำลังจำลองให้เห็นถึงสภาพความดุร้ายของซอมบี้
คนที่เข้ามาครั้งแรกจะอยู่ในพื้นที่ซึ่งเรียกว่า[พื้นที่สำหรับผู้เริ่มต้น]
ซึ่งมันก็มีแจ้งเตือนบนแผงข้อมูลอยู่แล้ว
[พื้นที่สำหรับผู้เริ่มต้น]
แผงข้อมูลคือสิ่งที่หอคอยสร้างขึ้นมา ผู้ที่เข้ามาแล้วจะถือว่าเป็ผู้เล่นและจะต้องเลือกเส้นทางในการเล่นตรงนี้
ผู้เล่น เป็สิ่งที่หอคอยเรียกคนที่เข้ามาอย่างของกัสก็จะมีตัวเลขขึ้นเหนือหัว ซึ่งมีแค่เขาที่ดูได้เรียกว่า ID เฉพาะบุคคล
[ID 19960707]
[กรุณาตั้งชื่อ]
กัสคิดก่อนจะใส่ชื่อไปว่า “ไนท์” ชื่อนี้มีความหมายบางอย่างอยู่ในเมื่อเขามาจากตระกูลขุดเหมืองก็ควรจะใช้ไนท์ที่เป็เหมือนตราประทับและเชื่อมโยงอยู่ลึก ๆ
ส่วนที่ว่าทำไมเขาไม่ใช้ชื่อกัสไปเลย นั่นเพราะเขารู้ดีถึงความโหดร้ายในโลกด้านนอกและโลกในหอคอยบางครั้งการตายในโลกความจริงกลับง่ายยิ่งกว่าในหอคอย
การใส่ชื่อปลอมก็เพื่อปกป้องตัวตนแท้จริงของเขาด้วย
ส่วนไนท์เป็ชื่อเรียกของตระกูลนักขุดเหมืองซึ่งมีกันอยู่หลักล้านคนในตอนนี้ การจะสาวมาถึงตัวเขานั้นแทบเป็ไปไม่ได้
หอคอยโลกาวินาศที่เห็นเป็ภาพสะท้อนของหอคอยหลักดังนั้นไม่ว่าจะมาจากเขตไหนหรือสาขาของหอคอยโลกาวินาศไหนก็ตาม ก็จะถูกส่งลงไปในหอคอยที่แท้จริงกันทั้งนั้น
ถ้าใคร้าจะตามหาเขาก็คงไม่ต่างจากงมเข็มในมหาสมุทรที่ใหญ่เท่ากับดาวเคราะห์ทั้งดวง
[ไนท์ ้ายืนยัน]
[ตกลง/ไม่]
กัสยืนยันในทันทีช่องชื่อของเขาก็กลายเป็ไนท์