ตอนที่ 15 เสี่ยวหงผู้น่าสงสาร (3)
หญิงชราใจเหี้ยมมองซย่าเสี่ยวฉานอย่างน่าพรั่นพรึงประหนึ่งมองสินค้าอันใดก็ไม่ปาน ในตอนนั้นเอง เมื่อซย่าเสี่ยวหงเห็นใบหน้าของซย่าเสี่ยวฉานชัดเจน ในดวงตาของนางที่เดิมทีเคยสิ้นหวังพลันขยับวูบไหว ครู่ต่อมาน้ำตาก็ไหลรินลงมาอย่างควบคุมไม่อยู่
น้องสาวมาแล้ว น้องสาวของนางมาแล้ว
ั้แ่เข้ามาในตระกูลนี้ นางก็มีชีวิตราวกับตกนรก ถูกคนทุบตีด่าทอ มีชีวิตอยู่ไม่สู้ตาย
ทุกๆ วันนางคิดแต่อยากจะกลับบ้าน แม้จะกินไม่อิ่ม ห่มไม่อุ่น แต่ขอเพียงทำงานบ้านก็จะไม่โดนทุบตีทุกวันเช่นนี้ มิหนำซ้ำ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ไม่ต้องถูกคนในตระกูลบังคับให้เป็หญิงนางโลม
สตรีที่มาจากตระกูลดีๆ เช่นนางยังมีความละอายใจ จะให้ไปปรนนิบัติชายเฒ่าโสดที่กินไม่อิ่มห่มไม่อุ่น ซ้ำยังฉุนเฉียววิปริตเ่าั้ได้อย่างไร
ดังนั้น ครั้งนี้หากขัดขืนไม่ได้ นางก็คิดจะฆ่าตัวตาย แต่นางไม่คิดว่าญาติมิตรของนางจะมา มาแล้วจริงๆ
ซย่าเสี่ยวฉานมองหญิงชราอำมหิตผู้นั้น แม้จะรู้ว่าสถานการณ์ในตอนนี้ หากซื้อตัวซย่าเสี่ยวหงอย่างสะเพร่าจะต้องถูกรีดไถเงินแน่นอน แต่ตอนนี้นางไม่สามารถสนใจอะไรมากมายได้
เงินหมดก็หาใหม่ได้ แต่พี่เสี่ยวหงมีคนเดียว ชั่วขณะนางมิอาจปล่อยให้พี่เสี่ยวหงทนทรมานอยู่ที่นี่ต่อไปได้อีก
คิดถึงตรงนี้นางก็มองหญิงชราผู้นั้นอย่างดุดัน กล่าวเสียงเ็า “แม่เฒ่า ใช้ตาสุนัขของท่านดูบ้าง ท่านจำได้หรือไม่ว่าข้าเป็ใคร หากท่านกล้าตีพี่สาวข้าตาย พวกข้าตระกูลซย่าจะถลกหนังท่านทั้งตระกูล!”
หญิงชรายังคงจำซย่าเสี่ยวฉานไม่ได้ นางขดตัวเล็กน้อย เป็ชุยกวงกุ้นที่อยู่ข้างๆ เสียเองที่กลับจำได้ สีหน้าเขาเย็นเยียบลง กล่าวว่า “ข้าก็ว่าใคร ที่แท้ก็เป็น้องภรรยา สามปีก่อนพวกข้ากลับบ้านไป พวกเ้าคนตระกูลซย่ามิใช่ไล่พวกข้าออกมาหรือ ตอนนี้ยังจะมาเรียกร้องเอาอะไร อีกอย่าง ข้าซื้อซย่าเสี่ยวหงมาด้วยเงินสิบตำลึง ข้าอยากตีเช่นไรก็จะทำเช่นนั้น ตระกูลพวกเ้าจะยังเข้ามายุ่งเกี่ยวได้หรือ เหอะ!”
ในตอนนั้นชุยกวงกุ้นผู้นี้สวมหน้ากากกลับบ้าน พามารดาผู้แสนดีของตนกลับบ้านตระกูลซย่า เห็นข้าวของของตระกูลซย่าที่อยากได้ก็เก็บใส่ตะกร้าหลังของตนราวกับหัวขโมย มารดาตระกูลซย่าเดิมก็เป็คนเลว นางไม่ผลประโยชน์ผู้อื่นก็ดีแล้ว จะทนให้ผู้อื่นมาผลประโยชน์ของนางได้อย่างไร ไม่พูดให้มากความก็ไล่แม่ลูกตระกูลชุยพร้อมบุตรออกไปแทบจะในทันที มิหนำซ้ำยังไม่เหลียวมองพี่เสี่ยวหงเลยแม้แต่น้อย
หลังจากที่พี่เสี่ยวหงถูกสองแม่ลูกคู่นี้พาไปก็ย่อมถูกตีหนหนึ่ง มีชีวิตอดสูอย่างหาใดเปรียบมิได้
ซย่าเสี่ยวฉานคร้านจะพูดจาเหลวไหลกับสองคนนี้ นางเอ่ยอย่างตรงไปตรงมา “ข้าจะซื้อพี่เสี่ยวหงกลับไป พวกท่านตั้งราคาเถอะ พวกข้าตระกูลซย่าไม่อาจทนต่อการถูกสบประมาทเช่นนี้ได้”
ได้ยินซย่าเสี่ยวฉานพูดเช่นนี้ แม่ลูกตระกูลชุยที่ใจดำเป็ทุนเดิม ดวงตาก็นิ่งงัน ทั้งสองเดินไปอีกด้านพลางกระซิบกระซาบปรึกษาอะไรบางอย่าง
ส่วนอีกฝั่งหนึ่ง ซย่าเสี่ยวฉานก็เข้ามาข้างๆ ซย่าเสี่ยวหง ย่อตัวลงพยุงนางเบาๆ “พี่หญิง...”
แค่เรียกออกมา ทว่าน้ำตากลับไหลอย่างห้ามไม่อยู่
ซย่าเสี่ยวหงช่างน่าสงสารยิ่งนัก หน้าบวมราวกับหมั่นโถว แขน ลำคอ และบริเวณไหล่ที่เผยออกมานั้นเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำเป็จ้ำๆ มองดูแล้วช่างจนตรอกเหลือเกิน ยิ่งเดินเข้าไปมองใกล้ๆ ซย่าเสี่ยวหงก็ผอมยิ่งกว่าตอนมองจากที่ไกลๆ ทั้งร่างเหมือนเหลือเพียงหนังหุ้มกระดูก ดวงตาทั้งคู่ลึกโบ๋ ผิวเหลืองประหนึ่งเทียนไข ดวงตาคู่นั้นราวกับน้ำนิ่ง เศร้าโศกและสิ้นหวัง
ได้ยินเสียงที่น่าสงสารของซย่าเสี่ยวฉาน ซย่าเสี่ยวหงก็อดพูดออกมาไม่ได้ “น้องสาว เ้า...เ้ามาได้อย่างไร เ้า...มาซื้อข้าจริงหรือ”
พูดถึงประโยคหลัง ดวงตาที่มืดหม่นของนางก็มีชีวิตชีวาขึ้นมหาศาล