เมื่อมีเงินแล้ว จิ่นฮวาจึงชวนเยว่เอ๋อร์ไปหาซื้อข้าวของที่้า ตอนนี้นางสามารถฝึกปราณธาตุได้แล้วนางจึงอยากหาตำราดีๆ ไปศึกษา ร่วมกับการชี้แนะจากท่านพ่อ น่าจะทำให้ฝึกได้ไวขึ้น
นางเดินอย่างไม่รีบร้อน จนมาถึงร้านขายตำราที่มีบรรยากาศสงบ มีกลิ่นอายของบัณฑิต ในร้านมีขายทั้งตำราฝึกยุทธ์ และตำราศึกษา ความรู้ทั่วไป จึงมีทั้งบัณฑิตและผู้ฝึกยุทธ์แวะเวียนมาเรื่อยๆ
จิ่นฮวาเดินเข้าไปในร้านมีเสี่ยวเอ้อออกมาต้อนรับ
“คุณชายท่านนี้ ไม่ทราบว่า้าตำราประเภทใดของรับ” เสี่ยวเอ้อถามอย่างนอบน้อม
“ข้าอยากได้ตำราฝึกพลังธาตุ” จิ่นฮวาตอบอย่างสุขุม
“เชิญด้านนี้ขอรับคุณชาย ร้านเรามีตำราทุกธาตุ มีั้แ่ตำราพื้นฐานไปจนระดับสูง เชิญคุณชายเลือกดูตามสบายขอรับ” เสี่ยวเอ้อพานางมาที่ชั้นวางหนังสือทางปีกตะวันออก ให้นางเลือกดูตำราที่้า แล้วขอตัวไปรับลูกค้าท่านอื่น
จิ่นฮวาเดินดูตำราขั้นพื้นฐานแต่ละธาตุอย่างตั้งใจ นางได้ตำราธาตุไฟ และธาตุพฤกษามาแล้ว ตอนนี้กำลังมองหาตำราธาตุแสงที่เป็ธาตุพิเศษ จึงมีน้อยกว่าธาตุหลัก เมื่อนางเดินเข้าไปดูที่ชั้นวางตำราธาตุแสง พบว่าตำราค่อนข้างเก่าแก่กว่าตำราอื่นๆ
“นายหญิง ตำราโบราณมักมีพลังแฝงอยู่หากอยากได้ตำราดีๆ ท่านลองส่งพลังธาตุแสงของท่านเข้าไปดู ว่ามีการตอบสนองหรือไม่” เยว่เอ๋อร์แนะนำ
จิ่นฮวาลองทำตาม ตั้งสมาธิ ส่งพลังไปที่มือขวา เกิดแสงสว่างเล็กน้อยที่มือขวาของนาง นางค่อยๆ ลูบไปที่สันของตำราแต่ละเล่มช้าๆ จนมาถึงตำราเล่มหนึ่งมีการตอบสนอง มันส่องแสงสว่างน้อยๆ ตอบสนองพลังของนาง นางจึงหยิบขึ้นมาดู ปกเขียนว่า ธาตุแสงและการรักษา “อือ น่าสนใจ” จิ่นฮวาอ่านแล้วเอ่ยขึ้นเบา นางตัดสินใจซื้อตำราเล่มนี้และลองกลับไปที่ชั้นวางตำราอีกสองธาตุเพื่อเลือกใหม่
เมื่อได้ตำราทั้งสามธาตุแล้ว นางเดินดูตำราอื่นๆ อีกสักครู่ จนมาถึงชั้นวางตำราโบราณ ที่อยู่มุมสุดของร้านหนังสือฝั่งปีกตะวันออก มันเก่ามาก และดูแล้วไม่ค่อยมีคนสนใจ นางลองใช้พลังธาตุแสงเพื่อตรวจสอบตำราอีกครั้ง เลือกดูมาเกือบหมดชั้นก็ไม่มีเล่มใดตอบสนองกับพลังของนางเลย จนมาถึงเล่มสุดท้ายที่มุมล่างสุดของชั้นหนังสือ นางััไปที่สันมันเรืองแสงอ่อนๆ และให้ความรู้สึกเหมือนกำลังเรียกหานาง
จิ่นฮวารู้สึกแปลกใจ จึงหยิบตำราขึ้นมาเปิดดู ปกตำราเป็แผ่นหนังเก่าๆ ไม่มีอะไรเขียนไว้เลย เมื่อเปิดดูด้านในเป็ตำราฝึกปราณธรรมดา เนื้อหาทั่วๆ ไป ไม่มีอะไรน่าสนใจแต่ความรู้สึกที่ััได้เมื่อครู่ทำให้นางตัดสินใจหยิบติดมือมาด้วย
เมื่อนำไปให้เ้าของร้านคิดเงิน ชายชราเ้าของร้านมองจิ่นฮวาอย่างพินิจครู่หนึ่ง แล้วจึงคิดในใจ ว่าเป็เด็กหนุ่มที่มีสายตาไม่เลว ตำราที่เลือกมาทุกเล่มล้วนเป็ของดี
เขามองตำราเล่มสุดท้ายที่เก่ามากๆ และไม่มีชื่อบนปก แล้วมองนางอีกครั้ง
“คุณชายท่านนี้ ท่าน้าตำราเล่มนี้หรือ มันเป็เพียงตำราธรรมดาที่ไม่มีใครสนใจ ข้าจะเก็บไปทิ้งหลายทีแล้ว แต่ยังไม่มีเวลา” ชายชราเอ่ยถามอย่างสนใจ
“ขอรับ ข้า้ามัน เถ้าแก่ขายให้ข้าได้หรือไม่” จิ่นฮวาตอบอย่างไม่รังเล
ชายชรายิ้มอ่อนๆ แล้วพยักหน้าพอใจ
“เช่นนั้นข้ายกให้ ตำรานี่ไม่มีราคาอะไร ท่านซื้อตำราราคาแพงหลายเล่ม เล่มนี้ข้าจะแถมให้แล้วกัน” ชายชราตอบอย่างใจดี
“ขอบคุณขอรับ” จิ่นฮวาตอบอย่างนอบน้อม นางชำระค่าตำราทั้ง 3 เล่ม แล้วจึงเดินออกจากร้านไป
“ท่านปู่ ตำราเล่มนั้น…” เสี่ยวเอ้อ ที่แท้จริงแล้วเป็หลานของเ้าของร้านเอ่ยถามอย่างไม่แน่ใจ ตำราเล่มนี้เขาเคยเปิดดูหลายทีแล้ว มันเก่าและเนื้อหาก็ธรรมดามากๆ ไม่มีใครสนใจมาหลายปีแล้ว เขาจะเก็บไปทิ้งแต่ท่านปู่ก็ห้ามไว้ บอกให้เก็บไว้ให้ดี แต่วันนี้ท่านปู่กับยกให้เด็กหนุ่มไปเปล่าๆ
“ตำราดีมักเลือกเ้าของ” ท่านปู่ของเขาเอ่ยสั้นๆ แล้วหันไปอ่านตำราต่อไม่สนใจเขาอีก
จิ่นฮวา เมื่อออกจากร้านตำราก็เดินเล่นเลือกซื้อของกลับไปฝากคนที่บ้านอีกสักพัก จากนั้นจึงหาอะไรกิน และซื้อขนมกลับไปฝากน้องชาย เมื่อเสร็จสิ้นภารกิจก็เช่ารถม้ากลับหมู่บ้าน
จิ่นฮวารู้สึกเพลียนิดหน่อยจึงเผลอหลับไปบนรถม้า
‘นายหญิงขอรับ นายหญิง นายหญิง’ เสียงเรียกของชายหนุ่มดังเข้ามาในหัวของจิ่นฮวา นางมองไปรอบๆ ไม่พบใคร เห็นเพียงตำราสีปกสีทอง ลอยอยู่ตรงหน้า
‘ใคร เสียงใครน่ะ ออกมานะ’ จิ่นฮวา ถามอย่างใ
“นายหญิง นายหญิงเ้าคะ ตื่นได้แล้ว” เยว่เอ๋อร์ปลุกนางเมื่อใกล้ถึงหมู่บ้านแล้ว
จิ่นฮวาใ สะดุ้งตื่น “เ้าเองเหรอ เยว่เอ๋อร์ เรียกเสียงดัง ใหมด”
จิ่นฮวานึกถึงความฝันเมื่อครู่
‘สงสัยจะเลือกตำรานานจนเก็บไปฝัน ฮ่าๆๆ’ นางหัวเราะตัวเองที่ฝันเป็เื่เป็ราว จากนั้นก็เลิกสนใจ ทั้งคู่ลงจากรถม้าแล้วมุ่งหน้ากลับบ้านอย่างอารมณ์ดี วันนี้นางหาเงินได้มากมาย ครอบครัวนางไม่ต้องลำบากอีกแล้ว
เดินออกจากตัวหมู่บ้านสักพักก็มาถึงบ้านชายป่าของนาง บริเวณนี้ค่อนข้างห่างไกลจากบ้านหลังอื่นพอสมควร ครอบครัวนางจึงไม่ค่อยมีเพื่อนบ้าน จะมีรู้จักบ้างก็คือบ้านที่มารดาไปรับจ้างช่วยงาน แล้วบ้านที่จ้างบิดาสานตะกร้า
“ท่านพ่อท่านแม่ จิ่นหยาง ข้ากลับมาแล้วเ้าค่ะ” จิ่นฮวาในชุดบุรุษเอ่ยทักทายอย่างสดใส
“ฮวาเอ๋อร์ เยว่เอ๋อร์ พวกเ้ากลับมาแล้ว” มารดากล่าวอย่างดีใจ ส่วนบิดาก็หันมายิ้มต้อนรับ จิ่นหยางรีบรินน้ำมาให้พี่สาวของตน
จิ่นฮวาเล่าให้บิดามารดาฟังเื่ขายสมุนไพร ได้เงินมาเป็หมื่นตำลึง ทุกคนตกตะลึงเมื่อนางนำเงินออกมา ทุกคนลงความเห็นว่า เงินมากเกินไป ถ้ามีใครรู้อาจถูกขโมยได้ ตอนนี้ครอบครัวเขายังอ่อนแอ ไม่สามารถปกป้องตนเองได้ จึงนำเงินทั้งหมดใส่กล่องแล้วซ่อนไว้ แบ่งมาใช้แค่ที่จำเป็ก่อน
ทั้งครอบครัวกินข้าวเย็นแล้ววางแผนอนาคตกัน ว่าจะทำอะไรบ้างในอนาคต ต้องสร้างบ้าน ต้องให้ลูกทั้งสองได้มีการศึกษา ต้องมีอาชีพ ผู้คนจะได้ไม่สงสัยว่าพวกเขานำเงินมาจากไหน
จิ่นฮวาเสนอว่านางจะปลูกสมุนไพร ใช้พลังพฤกษาของนางและมารดาหล่อเลี้ยง ก็จะได้สมุนไพริญญา แม้พลังไม่ถึงสิบปีก็มีราคาแพงกว่าสมุนไพรธรรมดา ภพก่อนนางปลูกดอกไม้ได้ดีมาก การปลูกสมุนไพรก็เติบโตดีเช่นกัน ในแปลงวิจัยของนางมีสมุนไพรจีนมากมาย ตอนนี้นางจะปลูกมันอีกครั้ง และยังต้องหาที่ดีๆ ปลูกต้นแสงจันทร์ให้ เยว่เอ๋อร์อีกด้วย ตอนนี้นางเพียงปลูกต้นแสงจันทร์ไว้ในกระถางวางไว้หน้าบ้าน ไว้หาที่ดีๆ ได้ค่อยเอาลงดิน
ครอบครัววางแผนมากมายในอนาคต รวมทั้งการฝึกฝนและการรักษาท่านพ่อด้วย เมื่อฟ้ามืดแล้วจึงแยกย้ายกันพักผ่อน