โครม!
ประตูห้องนอนของหยุนหนิงเอ๋อถูกถีบเต็มแรง บานประตูพังลงตรงหน้าทำให้ฝุ่นในห้องฟุ้งกระจายไปทั่ว
“แค่กๆๆ” หม่าหลงทั้งไอทั้งจามออกมาเสียงดังเพราะหายใจเอาฝุ่นเข้าไปจนเต็มปอด “ห้องนอนเ้าทำไมมันถึงได้สกปรกอย่างนี้กันล่ะเนี่ย”
“ก็ห้องนี้เป็ห้องที่ท่านยกให้ข้าเองไม่ใช่หรือเ้าคะ อืม...ข้าคงนอนในห้องนี้จนชินแล้วมั้งก็เลยไม่รู้สึกว่ามันสกปรกมากมายขนาดนั้น” หยุนหนิงเอ๋อตอบกลับอย่างไม่ค่อยใส่ใจกับน้ำเสียงของอีกฝ่ายมากนัก เป็เพราะเมื่อครู่นางเพิ่งได้รับมิติวิเศษมาจึงอารมณ์ดีเป็พิเศษ
“ก็เพราะเ้ามันโสโครกอย่างไรเล่า ต่อให้ไปนอนอยู่ในคอกหมูก็คงนึกว่าตนเองนอนอยู่บน์ชั้นวิมานไปแล้วกระมัง”
“พี่สะใภ้มีธุระอะไรถึงมาปลุกข้าแต่เช้า” หยุนหนิงเอ๋อพูดเพื่อขัดจังหวะไม่ให้พี่สะใภ้มาทำลายอารมณ์ดีๆ ของตน
“ข้าก็มาปลุกเ้าให้ตื่นไปทำงานน่ะสิ”
“เมื่อวานก่อนจะเข้านอน ข้าทำงานบ้านไว้ทุกอย่างแล้วไม่ใช่หรือเ้าคะ เช้านี้คงเหลือแค่อาหารเช้าเท่านั้นที่ต้องจัดการ ข้าไม่สบายขนาดนี้ท่านจะทำงานแทนข้าสักหน่อยไม่ได้หรือ” หยุนหนิงเอ๋อถาม จากความทรงจำของร่างเดิม เมื่อคืนนางทำงานบ้านเตรียมไว้หมดแล้วจริงๆ เพราะหลังจากที่นางปฏิเสธการแต่งงานจนถูกพี่สะใภ้ทุบตี นางก็ไม่กล้าทำให้พี่สะใภ้ไม่พอใจอีก นางจึงรีบทำงานบ้านให้เสร็จเพราะไม่อยากให้พี่สะใภ้มาหาเื่นางได้
“แค่ทำอาหารเช้าอย่างนั้นหรือ ตอนนี้แค่ซาวข้าวใส่หม้อก็ถือเป็งานหนักสำหรับข้าแล้ว เ้าจำไม่ได้หรือว่าท่านหมอไม่อนุญาตให้ข้าทำงานหนัก ไม่เช่นนั้นข้าก็จะท้องไม่ได้ ถึงตอนนั้นสกุลหยุนก็อย่ามาโทษข้าว่าข้าไม่มีทายาทให้ก็แล้วกัน”
หยุนหนิงเอ๋อแอบกลอกตา แค่ซาวข้าวยังถือเป็งานหนักหรือ งั้นก็นอนบนเตียงให้เป็ง่อยไปเลยสิ นั่นคือสิ่งที่ใจของนางคิด แต่นางกลับยิ้มกับหม่าหลง “แหม...พี่สะใภ้ก็พูดเกินไป จะมีใครโทษท่านได้เ้าคะ”
“อย่ามัวแต่นอกเื่อยู่เลย เ้ารีบไปทำอาหารเช้าเถอะ ยังมีผ้าที่ยังไม่ซักกองอยู่ในห้องข้าอีกตั้งเยอะ ถ้าเ้าไม่รีบไปทำให้เสร็จ ข้าจะไม่ให้เ้ากินข้าวแม้แต่เม็ดเดียว อ้อ...แล้วก็อย่าคิดว่าจะมีใครพูดแทนเ้า เพราะท่านพ่อ ท่านแม่ แล้วก็ท่านพี่ยังโกรธที่เ้าปฏิเสธงานแต่งของตาเฒ่าหม่าอยู่เลย เพราะฉะนั้น ต่อให้ข้าลงโทษเ้าแรงกว่านี้พวกเขาก็คงได้แต่มองดูเท่านั้น” หม่าหลงยิ้มอย่างได้ใจ
หม่าหลงเป็พี่สะใภ้ของหยุนหนิงเอ๋อ ครอบครัวเดิมของนางไม่ได้มีฐานะร่ำรวยอะไร เป็เพียงครอบครัวอันธพาลครอบครัวหนึ่งเท่านั้น แต่หม่าหลงเป็ลูกสาวคนเดียว ครอบครัวของนางจึงรักและตามใจนางมากจนหม่าหลงเติบโตมาเป็คนนิสัยไม่ดีได้อย่างครบสูตร
ที่หม่าหลงได้แต่งกับหยุนไป๋ก็เพราะผู้ชายทั่วทั้งสิบแปดลี้ล้วนไม่อยากเกี่ยวดองกับนาง มีเพียงหยุนไป๋ชายหนุ่มจอมซื่อที่ถูกพี่น้องตระกูลหม่าทุบตีจนต้องยอมตกลงแต่งงานกับหม่าหลงในที่สุด
แต่พอหยุนไป๋ได้แต่งงานกับหม่าหลงเข้าจริงๆ จากนิสัยที่เคยซื่อสัตย์และอ่อนแอ กลับเปลี่ยนเป็คนใจร้ายและนิสัยเลวทรามตามภรรยาไปเสียได้ รวมถึงบิดามารดาของหยุนหนิงเอ๋อก็มีนิสัยเปลี่ยนไปจากแต่ก่อนเรียกว่าเปลี่ยนจากหน้ามือเป็หลังมือเลยทีเดียว
นั่นก็เพราะแต่เดิมคนครอบครัวหยุนที่เคยซื่อสัตย์มักจะถูกคนอื่นเอารัดเอาเปรียบ พอพวกเขาแต่งหม่าหลงเข้ามาในบ้านก็ไม่เคยมีใครมารังแกครอบครัวพวกเขาอีกเลย กลับเป็พวกเขาที่ไปรังแกคนอื่นแทน หรือแม้แต่ไปขอยืมอาหารจากบ้านอื่นมากินแล้วไม่ชดใช้คืนให้ก็มี หากมีคนมาทวงถาม ครอบครัวหยุนก็จะไปขอความช่วยเหลือจากพี่ชายของหม่าหลงให้มาช่วยทุบตีคนผู้นั้นไปเสียอีก เรียกว่าเวลานี้ครอบครัวหยุนกลายเป็ที่รังเกียจของผู้คนในหมู่บ้านไปแล้ว
หยุนหนิงเอ๋อเห็นสีหน้าได้ใจของพี่สะใภ้รวมกับคำขู่ของอีกฝ่ายก็ทำให้อารมณ์ดีๆ ของนางหายไปในทันที นางนึกแผนการเล็กๆ ขึ้นมา “พี่สะใภ้อยากให้ข้าทำอาหารให้ท่านกินใช่หรือไม่เ้าคะ เช่นนั้นข้าก็จะไปทำให้ท่านกินเดี๋ยวนี้”
“เหอะ...ข้าก็นึกว่าเ้าจะเก่งสักแค่ไหน พอขู่ว่าจะไม่ให้ข้าวกินนิดหน่อยก็ยอมแล้วหรือ ขี้ขลาดจริงๆ”
“ลูกสะใภ้ ทำไมเ้ามานั่งตากลมอยู่อย่างนี้เล่า” แม่หยุนเดินเข้ามาเห็นลูกสะใภ้นั่งประจำอยู่ที่โต๊ะกินข้าวก็ออกอาการเป็ห่วง ก่อนที่นางจะหันไปมองรอบๆ “หนิงเอ๋อหายหัวไปไหนเสียแล้วเล่า ป่านนี้ทำไมยังไม่ทำอาหารออกมาให้เ้ากินอีก อย่าบอกนะว่านางยังไม่ตื่น นังเด็กคนนี้นี่มันยังไงชักจะเอาใหญ่แล้ว ตะวันสายโด่งอย่างนี้ยังไม่ยอมตื่นมาทำงานอีก สงสัยคงคิดถึงไม้เรียวของข้าเต็มทีแล้วสินะ”
“เ้าใหญ่! ไปปลุกน้องสาวตัวดีของเ้าให้ออกมาทำอาหารให้ลูกสะใภ้เดี๋ยวนี้ ถ้านางไม่ออกมาก็เฆี่ยนนางจนลุกออกมาให้ได้” พ่อหยุนสั่งลูกชาย
“ขอรับท่านพ่อ ข้าจะไปปลุกนางมาเดี๋ยวนี้” หยุนไป๋ถลกแขนเสื้อแล้วเดินไปที่ห้องนอนของน้องสาวทันที
หม่าหลงมองดูทุกคนในบ้านที่คอยเอาใจนางอย่างพอใจ แม้นางจะรู้ว่าเวลานี้หยุนหนิงเอ๋อกำลังยุ่งอยู่กับงานในครัว แต่นางก็ไม่คิดที่จะอธิบาย นางอยากให้ทุกคนเกลียดหยุนหนิงเอ๋อและหันมารักและเอาใจนางแค่คนเดียว เหตุผลเดียวก็เพราะนางอิจฉาที่หยุนหนิงเอ๋อเกิดมามีหน้าตาสะสวย ผิดกับนางที่พยายามเท่าไหร่ก็ยังรักษาสิวบนใบหน้าไม่หายสักที ทำให้ใบหน้าของนางเวลานี้มีแต่รอยแดงและรอยดำเต็มไปหมด
“ท่านกำลังจะไปไหนเ้าคะพี่ใหญ่” หยุนหนิงเอ๋อยกหม้อข้าวต้มออกมาจากห้องครัว ความจริงนางได้ยินบทสนทนาทั้งหมดแล้ว ทำให้นางรู้ว่าบ้านหลังนี้นางคงพึ่งพาใครไม่ได้สักคน
“อ้าว...ไม่ใช่ว่าเ้ายังนอนหลับอยู่ในห้องหรอกหรือ” แม่หยุนถามลูกสาว ก่อนจะหันไปมองสะใภ้
“ั้แ่ตื่นมาข้าก็รู้สึกมึนหัวไม่หาย การรับรู้ก็อาจจะช้าไปบ้าง พอท่านพ่อท่านแม่ถามถึงน้องสาว ข้าจึงตอบคำถามไม่ทันเ้าค่ะ” หม่าหลงแสร้งนวดขมับตัวเอง
“แล้วตอนนี้เ้าดีขึ้นหรือยัง เดี๋ยวกินข้าวเสร็จก็รีบเข้าไปนอนพักเถอะนะ” แม่หยุนหันไปตวาดลูกสาว “เ้าก็อีกคน ได้ยินข้าเรียกแล้วทำไมไม่ขาน ปล่อยให้ข้ากับพ่อของเ้าะโเรียกอยู่ตั้งนาน อยากให้คนแก่อย่างเราโมโหตายไปก่อนหรือไง”
“พวกท่านอย่าเพิ่งโมโหเลยเ้าค่ะ กลับมาจากไร่เหนื่อยๆ ก็รีบมากินข้าวก่อน ท่านแม่ดูสิ พี่สะใภ้หิวจนหน้าซีดไปหมดแล้ว” หยุนหนิงเอ๋อรีบพูดขัด ก่อนที่นางจะเริ่มตักข้าวต้มให้บิดา มารดา และพี่ชาย
“นี่มันเรียกว่าข้าวต้มที่ไหนทำไมมันมีแต่น้ำ แล้วเม็ดข้าวหายไปไหนหมด” พ่อหยุนไม่พอใจจนเกือบจะโยนข้าวต้มในมือทิ้ง
“กินแบบนี้แล้วจะมีแรงไปทำงานในไร่ได้ยังไง” หยุนไป๋มองชามข้าวต้มด้วยท่าทางรังเกียจ “ไม่ใช่ว่าเ้าแอบกินข้าวไปจนหมดแล้วหรอกนะ”
หยุนหนิงเอ๋อไม่ตอบ แต่นางเดินไปยกถ้วยข้าวต้มจากในครัวมาวางไว้ให้หม่าหลง ซึ่งข้าวต้มถ้วยนี้ช่างน่ากิน เม็ดข้าวบานและข้นกำลังดี รวมถึงไข่ลวกและกระเทียมเจียวที่โปะไว้้ายิ่งทำให้ข้าวต้มถ้วยนี้หอมและน่ากินมากยิ่งขึ้น
“พี่สะใภ้บอกว่าพี่สะใภ้ทำงานหนักไม่ได้เพราะจะทำให้มีปัญหาเื่การตั้งครรภ์ในอนาคต และนางยังต้องกินอาหารดีๆ บำรุง ในเมื่อทุกคนฝากความหวังไว้ที่นางและกลัวว่านางจะมีหลานชายให้ครอบครัวเราไม่ได้ เช่นนั้นพวกเราก็ต้องเสียสละให้นางได้กินของดีๆ ไม่ใช่หรือเ้าคะ ข้าวเอยไข่เอย พวกนี้ล้วนเป็ของดีที่สุดในบ้านเราแล้ว” หยุนหนิงเอ๋อยิ้ม “ท่านพ่อท่านแม่อย่ามองข้าแบบนั้นเลยเ้าค่ะ นี่เป็คำสั่งของพี่สะใภ้ ตัวข้าจะอกตัญญูเอาน้ำชาวข้าวมาต้มให้พวกท่านกินได้ยังไง อีกอย่างข้าวที่บ้านเราก็ไม่เหลือแล้วเ้าค่ะ ข้าวต้มแสนมีค่าถ้วยนี้จึงพอสำหรับพี่สะใภ้แค่คนเดียว”
“แต่...แต่ว่าพวกข้าก็ต้องบำรุงร่างกายให้ดีเหมือนกันนะ ถ้าไม่มีข้าวกินแล้วข้าจะไปทำงานในไร่ไหวได้ยังไง” แม่หยุนทำท่าทางลังเล นางไม่กล้าต่อว่าลูกสะใภ้อยู่แล้ว หนึ่งคือเื่นี้อาจมีผลกระทบถึงทายาทของตระกูลหยุน เพราะลูกสะใภ้แต่งกับลูกชายมาได้สองปีแล้ว แต่ท้องของนางยังไม่เคลื่อนไหวเลย ทั้งๆ ที่ลูกหลานบ้านอื่นแทบจะออกมาวิ่งเล่นกันได้อยู่แล้ว และเหตุผลที่สองคือหากนางต่อว่าลูกสะใภ้ ไม่แน่ว่าครอบครัวของลูกสะใภ้อาจจะกลับมาเล่นงานนางกับสามีก็ได้ เื่น่ากลัวแบบนั้นนางไม่ยอมให้มันเกิดขึ้นเป็อันขาด
“ถ้างั้นเ้าก็ไปหาอาหารมาให้พวกเรากินสิ ออกไปขอยืมใครมาก่อนก็ได้ ไม่ใช่ว่าในหมู่บ้านนี้มีแต่คนสงสารเ้าหรอกหรือ” พ่อหยุนพูดขึ้น “ถ้าเ้าไม่ไปข้าจะตีเ้าให้ตายวันนี้ล่ะ”
หยุนหนิงเอ๋อยิ้มที่ทุกอย่างเป็ไปตามแผน “ข้าจะไปยืมข้าวจากหัวหน้าหมู่บ้านมาเดี๋ยวนี้เ้าค่ะ”