ตอนที่ 20 ชะตาที่หนีไม่พ้น
ทหารระดับร่างเริ่มเขามาคุยกับซินเขา้าทำความคุ้นเคยในการอยู่ร่วมกันในเดินทาง ซินเลือกที่จะฟังคำบ่นของพวกเขาเงียบ ๆ ก่อนที่จะแยกตัวออกมาจากทุกคนที่อยู่ตรงนั้น
ในหัวของเขายังคิดเื่ราวต่าง ๆ เกี่ยวกับ การกระทำของเขาที่ส่งผลต่อคนอื่น ๆ ถ้าเขาแก้ไขมัน มันยังจะเป็เขาอยู่ไหม แต่ถ้าเขาไม่แก้มัน มันจะกลายเป็ปัญหาที่ไม่ใช่สำหรับเขาคนเดียวแต่เป็ทุกคนที่อยู่กับเขา
‘เลือกที่จะเปลี่ยนตัวเองเพื่อคนอื่นหรือเลือกที่จะให้คนอื่นเปลี่ยนตัวเองเพื่อตน’
คำถามนี้อยู่ในหัวของเขา แต่เขารู้แล้วว่าเขาควรจะเลือกแบบไหน เขาไม่ควรที่จะเก็บอะไรเอาไว้กับตัวเองมากเกินไปจนนิสัยของเขานั้นบิดเบี้ยว
ซินยิ้มให้กับตัวเองอย่างเหม่อลอยก่อนที่จะมองไปยังพระจันทร์ที่ลอยอยู่บนฟ้า สำหรับเขาค่ำคืนนี้มันดูเงียบและช่างเปล่าเปลี่ยว
แต่ตอนนั้นเองเสียงกรีดร้องก็ดังขึ้นจนที่เขาเองต้องตื่นขึ้นจากภวังค์ เสียงนั้นเป็เสียงของทาสสาวคนหนึ่งที่ดูท่าทางจะมีน้ำมีนวลและสวยพอประมาณ
คนคุ้มกันคนหนึ่งกำลังจะข่มขืนทาสสาว แต่กลับไม่มีใครให้ความช่วยเหลือเธอ เพราะเธอนั้นเป็แค่ทาส
สำหรับซินนั้นมันเป็เื่ปกติ แต่มันก็ไม่ควรที่จะเกิดขึ้น ต่อหน้าต่อตาของเขาและในตอนที่เขากำลังยืนมองพวกมันอยู่
“หยุดการกระทำแบบนั้นก่อนที่ผมจะฟันพวกคุณทิ้ง” ซินเอ่ยกล่าวอย่างเฉยเมย เขานำดาบแสงสีเงินขนาดใหญ่ในมือมาทาบไว้บนคอของผู้คุ้มกันทาสที่กำลังข่มขืนสาวผู้นั้น
“เห้เ้าหนู ท่านเ้าเมืองจ้างเ้ามาคุ้มกันเท่านั้นอย่าได้มายุ่งเื่ของข้าเว้ย” ชายกลางคนกล่าวด้วยน้ำเสียงมึนเมาจนซินได้แต่ส่ายหน้า
‘ทำภารกิจ แต่กับดื่มเหล้ามาแบบนี้ เ้าพวกนี้คิดอะไรอยู่’
“หน้าที่ของผมคือการคุ้มกันขบวนขนส่งก็จริง แต่จะไม่ให้อะไรเกิดขึ้นกับสินค้าในขบวนสินค้าเด็ดขาด” ซินกล่าวคำขาดเขามองไปยังชายวัยกลางคนที่ยังไม่หยุดปล่อยมือของหญิงสาวอย่างเขม่น
“ชิ ก็ได้” ชายวัยกลางคนปล่อยมือหญิงสาวก่อนจะถอยออกไปด้วยความกังวลเล็กน้อย แม้เขาจะมึนเมาเขาก็ยังจำเื่ของซินได้บ้าง คนที่ปะทะกับกิลด์มาสเตอร์ คนที่กวาดล้างดันเจี้ยนระดับ C ห้าแห่งด้วยตัวคนเดียว
คนคนนี้ไม่ใช่ อะไรที่เขาเข้าไปยุ่งได้
เมื่อเห็นชายวัยกลางคนเดินกลับไปยังกลุ่มของเขาแล้วซินก็มองหญิงสาวที่ยังสั่นกลัวอยู่ด้วยความเฉยเมย
“ทำไมถึงไม่สู้” คำถามนั้นทำให้หญิงสาวมองหน้าเขาอย่างสงสัย ก่อนที่จะเปลี่ยนเป็รอยยิ้มเล็ก ๆ และเงียบไปกลับกลายเป็ร้องไห้เหมือนเดิม
“หึ ผมบอกแล้วนะว่าผมปกป้องขบวนสินค้าคนนี้ถ้าคนของพวกคุณยังที่จะยุ่งกับมันอีกผมจะไม่ปรานีแน่” ซินกล่าวออกมาก่อนที่จะเดินหายไปท่ามกลางหมอกควัน
ทำไมเขาจะไม่รู้ว่าหญิงสาวคนนั้น้าอะไร ถ้าเขาเดาไม่ผิดเธอน่าจะเป็หนึ่งในกลุ่มโจรที่เริ่มอาละวาดจากการขาดทหารรักษาการณ์ชายแดน
ถามว่าทำไมเขาถึงรู้หนึ่งเลยเพราะเขารู้รายชื่อทาสและข้อมูลจากเซมทั้งหมดแล้ว แล้วไม่พบเธออยู่ในทาสเลย โดยเฉพาะทาสหญิงสาวจะมีความสำคัญเป็พิเศษ ไม่มีทางที่เซมจะจัดการแบบชุ่ย ๆ ได้อยู่แล้ว
แล้วปัญหาคือเธอเข้ามาได้ยังไงและตอนไหน เป็ไปไม่ได้ที่เธอจะมาตอนที่เขาอยู่ร่วมขบวนแล้ว ยิ่งตอนที่เซมอยู่ยิ่งอยากเข้าไปใหญ่เพราะเธอคือนักเวทที่ทรงพลังแม้เธอจะถูกผนึกอยู่เธอก็สามารถที่จะตรวจสอบหญิงสาวได้อย่างง่ายดาย
ความเป็ไปได้สองอย่างคือหญิงสาวมาก่อนที่ทั้งสองคนจะมาโดยที่มีหนึ่งในทหารเป็ผู้ทรยศ กับ เธอมีสิ่งของที่พรางตัวได้คล้างคลึงกับซิน
ไม่ว่าความเป็ไปได้ไหนเขาก็ไม่ชอบใจทั้งนั้นเลยเตือนเธอไป แต่ถ้าเธอยังเลือกที่จะเข้าปะทะอีกละก็เขาคงต้องสังหารโดยไม่มีทางเลือกเหมือนกัน
ดูเหมือนหญิงสาวคนนั้นจะไม่สนใจคำเตือนของเขาเลยด้วยซ้ำท่ามกลางความมืดมิดร่างของคนคุ้มกันขบวนคนหนึ่งล้มลงบนพื้นอย่างไม่รู้ตัว ส่วนคอของเขามีเืไหลออกมาไม่หยุดร่างกายกระตุกสั่นก่อนที่จะสิ้นลมหายใจ
ซินลืมตาขึ้นมาก่อนที่จะมองไปยังจุดนั้นด้วยสายตาเ็าก่อนที่จะจุดพลุสัญญาณเตือนขึ้นฟ้าไป ทำให้ทหารยามหลายคนตื่นขึ้นจากการหลับใหล
“เกิดอะไรขึ้น!!” หัวหน้าผู้คุ้มขบวนสินค้ากล่าวถามด้วยความสงสัย เขามองไปยังซินที่กำลังมองไปในความมืดด้วยสายตาสงสัย
“ศัตรูบุกน่ะ” ซินกล่าวคำอย่างเรียบง่ายกลุ่มโจรทั้งยี่สิบคนก็ปรากฏตัวขึ้นมาต่อหน้าของพวกเขาด้วยท่าทางอันตรายโดยที่ไม่กลัวเลยสักนิด
“กะกลุ่มโจรแมงป่องแดง” เมื่อเห็นรอยสักบนร่างกายของอีกฝ่ายหัวหน้าผู้คุมก็ฝันหนีดีฝ่อ ร่างกายสั่นไม่หยุดจนซินขมวดคิ้ว
กลุ่มโจรแมงป่องแดงเขาเคยได้ยินมาบ้างเป็กลุ่มโจรที่ทำเื่ชั่วช้ามากมายแถมเป็กลุ่มโจรที่อยู่ติดชายแดนระหว่างเมืองหน้าด่านวานกับอาณาจักรพิรุณ แต่การที่อีกฝ่ายมาอยู่ตรงนี้ได้แสดงว่ามีคนหักหลังพวกเขาแล้วจริง ๆ
ไม่ทันใดเสียงกรีดร้องก็ดังขึ้นมาจากทางเต้นที่พักร่างกายโชคเืของทหารยามหลายคนออกมาด้วยสายตาโเี้
“นี่พวกแก!!” หัวหน้าผู้คุมกล่าวขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้เขาพอจะรู้แล้วว่าเหตุใดกลุ่มโจรนี่จึงปรากฏตัวในที่แห่งนี้ได้
“หัวหน้าอย่าโทษพวกเราเลยอาณาจักรนี่กำลังจะล่มสลายแล้ว เมืองหน้าด่านวานก็จะเป็ที่ปกครองของกลุ่มพวกเรา ฮ่า ๆ ๆ ๆ ๆ ” ทหารยามคนหนึ่งกล่าวขึ้นอย่างขำขันเขามองไปที่หัวหน้าของตนอย่างสมเพช
เพราะตัวหัวหน้าของเขาก็ไม่ได้มีดีอะไรต่างจากพวกโจรมากนักลากคนไปข่มขืนปิดคดีแบบทุจริตฆ่าคนต่อต้านเป็ผักปลาทำตัวเป็มาเฟียคุมพื้นที่ในเมือง กดหัวพวกตนให้ต่ำและยกตัวเองให้สูงขึ้น
“เห้เ้าหนูแกบอกว่าจะปกป้องขบวนสินค้าไม่ใช่หรือไง แล้วทำไมแกปล่อยให้พวกนี้เขามาได้!!” ชายวัยกลางคนทำอะไรไม่ถูกได้แต่หันไปกล่าวว่าซินที่อยู่ข้าง ๆ แต่ซินไม่สนใจเขาเลยเขามองไปยังเซมที่ยังทำสีหน้าสับสนท่ามกลางหมู่คนอยู่ด้วยความสงสัย
‘เธอเป็อะไรของเธอกัน’
ซินส่ายหน้าก่อนที่จะเลิกคิดเขามองไปยังผู้คนทั้งหมดด้วยสายตาเฉยเมยก่อนที่จะกล่าวว่า
“ฆ่าให้หมด อย่าให้ผมต้องกล่าวเป็ครั้งที่สอง” เสียงของซินดังพอที่จะทำให้คนอื่นได้ยินทำให้พวกเขาหัวเราะพอย่างหยุดไม่อยู่
แต่ทันใดนั้นเองก็มีเสียงตอบรับอย่างเยือกเย็นเปลวเพลิงสีฟ้าลุกโชนขึ้นเป็กำแพงล้อมกลุ่มโจรและทหารคุ้มกันทั้งหมด
“นะนี่มันอะไรกัน นักเวทนี่ มันเห็นได้ยินข่าวเลยว่ามันจ้างนักเวทเข้ามาในกลุ่มด้วย” เสียงหญิงสาวที่น่าจะเป็หัวหน้ากล่าวขึ้นก่อนที่เธอจะะโสั่งให้พวกลูกน้องของเธอฝ่ากำแพงไฟสีฟ้าออกไป
ทว่าเมื่อปะทะกับกำแพงร่างกายของพวกเขาก็กลายเป็ขี้เถ้า เสียงกรีดร้องของผู้คนร้องกันระงมไม่ว่าจะเป็ฝ่ายไหนโดยที่มีซินนั่งอยู่บนต้นไม้มองดูผลงานที่เซมทำอย่างยินดี
‘นี่แหละขุนพลที่เขา้า’ ซินกล่าวอยู่ในใจร่างกายของเขาอบอุ่นขึ้นก่อนที่คะแนนค่าพิชิตและระดับของเขาจะเพิ่มขึ้น
ตอนนี้ระดับของเขาอยู่ที่สิบเอ็ดสามารถทะลวงระดับในเกมได้แล้ว ถ้าให้เขาคิดตามที่คำนวณตัวเขาน่าจะอยู่ในระดับยอดมนุษย์ตามระดับพลังที่มีอยู่ ซินมองเหตุการณ์ั้แ่ต้นจนจบเขาไม่รู้สึกอะไรกับการเข่นฆ่าพวกผู้คนเลยสักนิด มันกลายเป็เื่ชินชาไปแล้วสำหรับเขา
กลิ่นไหม้อันเน่าเหม็นของการถูกเผาของร่างมนุษย์และศพที่ดำเกรียมเพราะความร้อนของเปลวเพลิง กลิ่นแบบนี้ทำให้เืในการของเขาร้อนขึ้นราวกับเขาได้กลับมายังที่ที่คุ้นเคย
‘สนามรบของผม’
‘ผมหนีจากความจริงข้อนี้ไม่ได้จริง ๆ ว่าสนามรบคือที่ที่ผมควรอยู่’
ซินหันสายตาไปมองยังเซมที่เลิกสับสนแล้วด้วยความยินดี
“เพราะเราอยู่สุขสบายมากไปแล้วสินะ” ซินกล่าวอย่างยิ้ม ๆ
ร่างกายของเซมสั่นสะท้านขึ้นมาจากคำกล่าวของซินเธอไม่รู้ว่าเ้านายของเธอผ่านอะไรมาบ้างแต่เธอก็เลือกที่จะอยู่ข้างของเขา แม้จะตกนรกหรือขึ้น์ก็ตาม
“จำไว้ว่านี่คือที่ที่พวกเราควรจะอยู่ตั้งนานแล้วแต่ผมนั้นหลีกเลี่ยงมันตลอด เพราะไม่ชอบให้ใครมาวุ่นวาย”
“ที่ที่เขาเรียกว่าสนามรบและายังไงละ” ซินกล่าวออกมาก่อนที่จะเดินไปยังซากศพของหญิงสาวที่ปลอมตัวเข้ามาในขบวนขนส่งทาสอย่าเ็า
“ขอบคุณนะที่ทำให้ผมรู้สึกตัว” ซินกล่าวแบบนั้นก่อนที่จะนำดาบสีเงินออกมาจากช่องมิติแตะไปที่ร่างกายสีดำเกรียม ๆ เบา ๆ ร่างนั้นก็สลายไปทันที
“ภารกิจนี้เราสามารถทำกันเองได้โดยที่ไม่มีพวกผู้คุมนำตัวทาสมาร์รีน่า มาร์รีเนส มาหาผมหน่อย”
ซินกล่าวบอกกับเซมก่อนที่จะเดินเข้าไปในกระโจมของหัวหน้าผู้คุมที่ตอนนี้ตายไปแล้ว บอกตามตรงเขาไม่สนใจพวกนั้นเลยด้วยซ้ำว่าจะเป็หรือจะตาย
สิ่งที่เขาอยากทำหรือต้องทำมันไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับพวกเวรนั้น
“รับทราบค่ะ”