เสียงกรีดร้อง เสียงปืน เสียงคำรามต่ำ ๆ และ เสียงะเิยังดังก้องในความทรงจำของลลิตา แม้ตอนนี้เธอจะวิ่งฝ่าความมืดเข้าป่ามาไกลจากค่ายผู้ลี้ภัยแล้ว และ ข้าง ๆ เธอคือ “นนท์” ลูกชายสุดหื่นตัวแสบ ใบหน้ามันฉาบเหงื่อ ดวงตาเบิกกว้างระแวดระวังทุกเสียงรอบตัว แม้ขาจะล้า หัวใจจะเต้นแรง แต่เขาไม่เคยหยุดมองหาภัยที่อาจซ่อนอยู่ในความมืด
ป่ากลางคืนไม่เคยใจดี ลมเย็นปะทะหน้า กลิ่นอับชื้นของใบไม้เน่า และดินเปียกชื้นแทบทำให้หายใจไม่ออก เสียงแมลงกรีดร้องจากทุกทิศ เสียงฝีเท้าเล็กๆ บางอย่างบนยอดไม้ เสียงกระซิบที่อาจจะมาจากลม... หรือไม่ก็อย่างอื่น
“แม่ นนท์ว่าแถวนี้เราไม่ได้มีแค่พวกเราแน่ ๆ” นนท์เอ่ยเบาๆ ลลิตา หันมาพยักหน้าให้ลูกชาย ด้วยแววตาเป็กังวล ก่อนที่เธอจะกวาดตามองรอบตัว ต้นไม้สูงใหญ่เอนตัวทาบทับราวกับจะกลืนกินแสงจันทร์ ไม่มีทางรู้เลยว่าข้างหลังพุ่มไม้มีอะไรซ่อนอยู่
ทันใดนั้น—เสียง ‘กรอบแกรบ’ ก็ดังมาจากด้านซ้าย พร้อมกับพุ่มไม้ที่ขยับไปมาเบา ๆ
ทั้งสองคนหยุดนิ่ง หายใจเบา ก้มหัวลง หมอบต่ำหลังเนินดินขนาดใหญ่
ซอมบี้ตัวหนึ่งปรากฏออกมาจากเงามืด ิัเน่ากลวง ดวงตาขาวโร่ มันลากขาลากเท้าช้า ๆ ไปตามกลิ่นบางอย่างที่ลอยมาตามลม ฟันที่บิ่นหลุดยื่นออกจากปาก ส่งเสียงหายใจครืดคราดเหมือนเครื่องจักรเก่า ๆ
นนท์เงื้อมือไปจะจับท่อนไม้ขนาดย่อม ๆ แถวนั้น แต่ลลิตาเอื้อมมากดมือเขาไว้แน่น พร้อมส่ายหน้าเบา ๆ
ซอมบี้หยุดเดิน มันหันหัวช้า ๆ ไปทางพวกเขา
ลลิตากลั้นหายใจ—หัวใจเธอกำลังจะเต้นทะลุอก นนท์มองหน้ามันนิ่ง มือเกร็งเตรียมคว้าหยิบท่อนไม้เพื่อป้องกันตัว
โชคดีที่ลมพัดไปทางอื่นมาพอดี พร้อมกับเสียงสุนัขเห่าจากไกล ๆ ดึงความสนใจของมันออกไป เ้าซอมบี้ครางต่ำ ๆ ก่อนค่อยๆ เดินจากไปช้า ๆ และหายเข้าไปในเงาของพงไม้
เมื่อแน่ใจว่ามันไปแล้ว ลลิตาจึงลุกขึ้นช้า ๆ เสียงหอบหายใจดังขึ้นอย่างโล่งใจ
“เกือบแล้ว...” เธอพึมพำ
“นนท์ว่าต้องมันมีพวกมันอยู่แถวนี้อีกแน่ ๆ” เด็กหนุ่มพูดขณะกวาดตามองไปรอบๆ
“งั้นเราต้องหาที่หลบโดยเร็วที่สุด” ลลิตาเอ่ยเสริม
ทั้งสองแม่ลูกจึงเริ่มเดินต่ออย่างระมัดระวัง พวกมันก้าวช้าๆ เพื่อไม่ให้เหยียบอะไรที่อาจส่งเสียงดังดึงความสนใจพวกซากศพสยอง
ระหว่างทางสองแม่ลูกเจอรองเท้าเปื้อนเื ปลอกคอหมา และเสื้อเด็กขาดวิ่นห้อยอยู่บนกิ่งไม้ราวกับป่ากำลังกระซิบถึงชะตากรรมของคนที่เคยผ่านมาแถวนี้
ทุกอย่างก้าวที่เดินผ่านป่าไปบอกได้เลยว่า น่ากลัว และรู้สึกสิ้นหวังสุด ๆ แต่อย่างน้อยคืนนี้ก็เป็คืนข้างแรม มีแสงจากดวงจันทร์สาดส่องลงมาพอให้เห็นทาง หากวันนี้เป็ข้างขึ้นล่ะก็ ไม่รู้สองแม่ลูกจะมองเห็นทางหรือไม่ ไฟฉายเ้านนท์มี แต่คงไม่เป็การดีแน่ หากใช้แล้วแสงจากมันไปล่อตา ล่อใจพวกซอมบี้ที่หิวโหย
นนท์ กับ ลลิตาเดินไปเรื่อย ๆ ด้วยท่าทางเหนื่อยอ่อนราวกับค่ำคืนนี้จะไม่มีจุดสิ้นสุด ดูจากพระจันทร์ที่ตั้งฉากกับศีรษะ ยามนี้ก็น่าจะเป็เวลาเที่ยงคืนพอ รอบกายดูมืดมิดน่ากลัว มีเสียงกรอบแกรบเบา ๆ แต่ไร้วี่แววพวกผีดิบ จะดีก็ดี จะว่าไม่ดีก็ใช่ เพราะหากมันโผล่มาซึ่งหน้าก็ยังพอรับมือไหว แต่ถ้ามันซุ่มเงียบรอเหยื่อในความมืดล่ะ เวลานั้นคงตั้งตัวไม่ทันเป็แน่ แถมที่หลบภัยที่สองแม่ลูกกำลังมองหาก็ดูเหมือนจะเป็เื่เพ้อเจ้อ กลางป่าแบบนั้นมันจะไปมีของแบบนั้นได้อย่างไร...
“นนท์ ๆ ดูนั่น” ลลิตาสองตาเบิกกว้าง ก่อนชี้นิ้วให้ลูกชายของเธอดู ซึ่งห่างออกไปประมาณห้าสิบก้าว หญิงสาวได้พบเข้ากับกระท่อมไม้เก่าหลังหนึ่ง มันดูรกร้างมานาน แถมจะพร้อมจะพังลงมาได้ทุกเมื่อ แต่ยามนี้สองแม่ลูกมีทางเลือกซะที่ไหน อย่างน้อย ๆ เข้าไปอาศัยหลบ อาศัยนอนได้สักคืนก็มากพอแล้ว
สองแม่ลูกเดินปรี่เข้าไปด้านในกระท่อมทันที
เมื่อเข้ามาภายในพวกเขาได้พบกับข้าวของเครื่องใช้มากมาย แต่มันเก่ามาก ๆ เก่าเหมือนไม่มีใครใช้มาสักสิบปี บนพื้นมีเศษฝุ่น เศษใบไหม้แห้งเต็มไปหมด เมื่อมองไปบนหลังคาพบราวผุหลายจุด หากคิดอยู่ยาวคงพอหลบแดดได้นิดหน่อย แต่ไม่กันฝนแน่นอน ผนังรอบกระท่อมดูเก่าแต่ไม่มีรอยผุ แถมมีหน้าต่างเปิดโล่งสองบาน ถือว่าดีเพราะทำให้อากาศถ่ายเท แถมยังใช้มองดู ใครหรือตัวอะไรที่เข้าใกล้ ๆ ได้ด้วย
ลลิตาทำความสะอาดพื้นด้วยไม้กวาดเก่า ๆ ที่วางทิ้งอยู่ในกระท่อม ซึ่งก็ไม่ได้สะอาดมาก แต่ก็พอจะใช้นั่งหรือนอนได้ ทำเสร็จเธอก็ไปนั่งกอดเข่าอยู่ที่มุมห้องด้วยความกลัว ส่วนเ้านนท์ก็นั่งอยู่อีกด้าน ยามนี้ดูเหมือนมันจะมองออกว่า ลลิตาไม่ได้กลัวพวกศพเดินได้ แต่แม่กลัวมันมากกว่า กลัวว่ามันจะเกิดเงี่ยนแล้วก็พุ่งเข้าไป...กับเธอจนน้ำแตก
แต่เวลานี้เ้านนท์ไม่มีอารมณ์จะทำแบบนั้นสักนิด แถมมันยังเริ่มรู้สึกผิดหน่อย ๆ กับสิ่งที่ทำอัปรีย์จัญไรลงไปกับมารดาของตนเอง
“เอ่อ....คือ...นะ...นนท์ขอโทษนะครับ เื่ เื่ที่ทำแบบนั้นกับแม่ลงไป แม่ไม่ต้องให้อภัย หรือยกโทษให้นนท์ก็ได้ แต่คืนนี้แม่หลับเถอะครับ นนท์ไม่ทำอะไรแบบนั้นหรอก แม่พักเอาแรงเถอะนนท์จะอยู่เฝ้ายามเอง” เ้านนท์เอ่ยออกมาเบา ๆ พร้อมรอยยิ้มเจื่อน ๆ จากนั้นจึงนั่งหันหน้าไปที่ทางเข้ากระท่อมซึ่งมีแค่ประตูไม้ผุ ๆ ปิดกันอยู่ ก็ถือว่าดีที่สามารถมองออกไปภายนอกได้ ลลิตาไม่ได้ตอบอะไร แต่เ้านนท์ก็ไม่ได้ใส่ใจ มันนั่งนิ่งก่อนคิดอะไรเรื่อย จากนั้นพอผ่านไปไม่ถึงยี่สิบนาที ศีรษะของมันก็สัปหงก พร้อมส่งเสียงกร่นออกมาเบา ๆ ใช่แล้วเ้านนท์ หลับไปเรียบร้อยด้วยความอ่อนเพลีย...
....
แสงแดดอ่อนยามเช้าส่องลอดผ่านช่องไม้ผุพังในกระท่อม กลิ่นอับชื้นจางลงแทนที่ด้วยกลิ่นของความรอดชีวิต ลลิตานั่งพิงผนัง ร่างกายยังอ่อนแรงแต่จิตใจเริ่มมั่นคงขึ้น ส่วนเ้านนท์ที่หลับไปทั้งคืน ก็ค่อย ๆ เริ่มขยับตัวตื่น มันหาวคำโต ก่อนยืดเหยียดแขนไปมากลางอากาศ จากนั้นจึงหันมามองมารดาคนสวย ลลิตาก็มองจ้องมันกลับ
สองคนแม่ลูกไร้คำใดจะเอ่ยอยู่สักพักก่อนที่เ้านนท์จะพูดว่า
“แม่อยู่ที่นี่นะ ผมจะลองเดินออกไปดูใกล้ๆ เผื่อเจออะไรที่พอจะกินได้”
ลลิตาพยักหน้า “ระวังตัว อย่าไปไกล” เ้านนท์ผงกหัว ก่อนลุกขึ้นแล้วเดินออกจากกระท่อมไป...
เวลาเคลื่อนผ่านช้าอย่างน่าประหลาด ลลิตาไม่อยากอยู่เฉย ๆ เธอจึงเดินสำรวจในกระท่อม มันไม่มีอะไรนอกจากพื้นไม้เก่า โต๊ะหัก กับข้าวของเครื่องใช้เก่า ๆ ผุพังที่มิอาจจะนำกลับมาใช้ได้อีก
แต่แล้ว—เสียงฝีเท้าจากข้างนอกก็ดังขึ้น
ลลิตา ตามองเห็นไม้กวาดที่ใช้เมื่อคืนวางพิงไว้ตรงผนัง จึงคิดจะเอามาใช้ แต่ยังไม่ทันจะคว้า—
ประตูกระท่อมก็ถูกถีบกระแทกอย่างแรงจนเปิดออกทันที
ชายสองคนเดินก้าวกันเข้ามาในกระท่อม กลิ่นเหม็นคลุ้งโชยตามลมพัด
คนแรกตัวใหญ่บึกบึน ใส่เสื้อกล้ามสีเทาเปรอะโคลน และเื สวมกางเกงยีนขาดรุ่ย เขามีรอยสักลายัพาดจากคอถึงแขน และมีดพับเหน็บไว้ที่เข็มขัด ใบหน้าเคราหยาบกร้าน ดวงตาเรียวเล็กเหมือนงู ยิ้มเย็นอย่างไม่ปิดบังเจตนา
“เฮ้ย ๆ อะไรกันเนี่ย เจอผู้หญิงอยู่ในนี้ว่ะ สวยซะด้วย” มันแสยะยิ้มที่มุมปากอย่างลามกน่าเกลียด
ส่วนอีกคนผอมสูง หน้าซูบซีด ใส่ฮู้ดสีดำขาดเป็รู ตาโหลลึกเหมือนอดหลับมาหลายคืน มือถือขวดแก้วแตกที่ดูพร้อมจะกรีดใครก็ตามที่ขวางทาง
“โชคดีฉิบหาย กะมาที่พักเหนื่อย แต่สงสัยคงได้เหนื่อยยาว ๆ กันแล้วว่ะเพื่อน ฮ่า ๆ ๆ ๆ”
“พะ...พวกแก้าอะไร?” ลลิตาถามเสียงแข็ง แต่ขาเธอสั่นระริก
“ถามอะไรไร้สาระแบบนั้นล่ะคนสวย พวกเราก็แค่จะขอสนุกกับเธอนิดหน่อย ก่อนจะไปต่อไงล่ะ” ชายตัวใหญ่เอ่ยตอบก่อนพลางก้าวเข้าตรงมาหาลลิตา หญิงสาวก้าวถอยหลังจนขาชนโต๊ะหัก เธอหยิบท่อนไม้ที่หักวางไว้บนพื้นขึ้นมาป้องกันตัว แต่แล้วไอ้คนผอมก็พุ่งเข้ามาคว้าแขนไว้ทัน ลลิตาสะบัดดิ้น กรีดร้องสุดเสียง ขวดแก้วที่มันถือเฉียดหน้าของเธอไปไม่กี่นิ้ว...
จบตอน