ทาคาโกะสะดุ้งตื่นขึ้น เมื่ออาทิตย์ลับขอบฟ้านานแล้ว นางเผลอหลับไป หลังรักษาาแฝังเข็มถอนพิษให้โยชิอิเสร็จสิ้น
ดรุณีน้อยลุกจากโต๊ะกลางห้อง ตรงมายังเตียง นั่งลงข้าง ๆ บุรุษหนุ่มแตะชีพจรแ่เบา...
หลายชั่วยามก่อน หลังลูกพี่ลูกน้องของนาง มาเอดะ โทชิอิเอะจากไปทาคาโกะพยุงร่างไร้สติของโยชิอิ ออกจากแนวป่า ซึ่งต่อสู้กับเค็นจิและเหล่ามือสังหารลัดเลาะเลียบตามป่าเชิงเขามาเรื่อย ๆ ไกลโข ทั้งยังลบร่องรอยตลอดเส้นทางมิให้ฝ่ายตรงข้าม ส่งมือสังหารติดตามมาได้
กระทั่งอาทิตย์แรงกล้า เคลื่อนสูงตรงศีรษะ นางจึงเสาะพบแม่น้ำสายหนึ่งทอดยาวจากูเาตระหง่าน คล้ายบนนั้นมีสายน้ำตกขนาดใหญ่
ทาคาโกะพยุงโยชิอิ เดินตัดขึ้นไปทางต้นน้ำ กระทั่งพบกระท่อมหลังนี้ซ่อนในดงไม้หนาทึบข้างทาง ภูมิประเทศเร้นลับพรางตา หากไม่เดินเข้าใกล้ต้องไม่เห็นกระท่อมหลังนี้อย่างเด็ดขาด
อาจบางที ที่นี่เคยเป็บ้านพรานป่า ทว่าถูกทิ้งร้างนานแล้วนับว่าเหมาะอย่างยิ่งจะพักหลบซ่อน รักษาาแ เนื่องเพราะนอกจากมีน้ำสะอาดสำหรับล้างาแและถอนพิษ ชัยภูมิยังเป็ที่สูง สามารถมองเห็นศัตรูซึ่งอาจสะกดรอยติดตามมาได้ถนัดชัด
ยามนี้เมื่อได้หลับพักผ่อน จิตใจอันตึงเครียด เริ่มผ่อนคลาย ทาคาโกะเริ่มขบคิดทบทวนเหตุการณ์ที่ผ่านมา...
นางหวนนึกได้ว่า เค็นจิพยายามชักจูง เพื่อให้พ่อลูกตระกูลนิวะออกติดตามเรือโจรสลัด พร้อมโยชิอิและนาง เค็นจิย่อมคิดฉกฉวยประโยชน์จากสถานการณ์ลอบสังหารมือดี และผู้ช่วยของตระกูลมิโยชิในตอนนั้นเอง ทว่าเมื่อพ่อลูกตระกูลนิวะยืนกรานจำต้องนำท่านหญิงกลับแคว้นอาวะ ดังนั้นเป้าหมายของเค็นจิจึงเหลือเพียงโยชิอิกับนาง
เช้าวันนั้น เค็นจิย่อมมิได้ปล่อยพิราบสื่อสารเพื่อให้หน่วยข่าวติดตามรอยเรือโจรสลัด ทว่ามันกลับส่งข่าวถึงเหล่ามือสังหารตระเตรียมกำลังลอบจู่โจม ข่าวสารทั้งหมดเื่การซื้อขายข้าว ย่อมเป็ข่าวปลอม!
เหตุการณ์ทั้งหมดในคืนก่อน ย่อมเป็แผนการของเค็นจิมันดำเนินการล่อนางกับโยชิอิ ติดตามกลุ่มชายจากร้านข้าวสารออกไปติดกับตรงชายป่านอกเมือง
แต่มันรู้ได้อย่างไรว่า นางกับโยชิอิจะสะกดรอย ตามชายกลุ่มนั้นไป...
วูบนั้น ดรุณีน้อยค่อยได้คิด เหตุที่ตกเข้าสู่กับดักโดยไม่รู้ตัวเนื่องเพราะนิสัยอันเคยชินของโยชิอิและนาง!
อาเคชิ เค็นจิย่อมรู้ดีว่า เมื่อถึงเมืองโคริยาม่า สิ่งแรกที่นางและโยชิอิต้องกระทำคือดูลาดเลารอบร้านขายข้าว ออกสำรวจถนนหนทางเส้นต่าง ๆ ศึกษาทางหนีทีไล่ภายในเมืองยิ่งมิแน่ว่าเพื่อสังเกตพิรุธร่องรอย นางกับโยชิอิอาจเฝ้าจับตาร้านขายข้าวั้แ่คืนแรกที่ไปถึง
ดังนั้นเค็นจิดำเนินแผนการ แสร้งให้คนของมันนัดพบ เ้าของร้านขายข้าวอย่างลับๆ ทั้งยามค่ำและยามดึก มันย่อมมั่นใจว่า คนรอบคอบเช่นนางและโยชิอิต้องพบความเคลื่อนไหว อันผิดปกติของคนในร้านขายข้าว ทั้งต้องสะกดรอยตามกระทั่งเข้าสู่กับดักโดยไม่รู้ตัว แน่นอนคนจากร้านขายข้าวก็ถูกหลอกทั้งหมดไม่รู้เื่ราวอันใดด้วยทั้งสิ้น
หากนางคาดไม่ผิด เหตุะเิกึกก้องกัมปนาท จนไฟลุกโหมท่วมลำเรือย่อมเป็ฝีมือเหล่ามือสังหาร ซึ่งแอบซ่อนอยู่ใต้น้ำรอบลำเรือพวกมันซ่อนตัวในน้ำแต่แรก รอกระทั่งเรือจอดนิ่งทอดสมอเสร็จสิ้นกระทั่งเห็นพลุสัญญาณจากแนวชายป่า ของเหล่ามือสังหารอีกกลุ่มบนฝั่งพวกมันจึงลงมือปฏิบัติการ เหวี้ยงขว้างอาวุธะเิเพลิงขึ้นบนเรือ
เหล่าองครักษ์ และพลเกาทัณฑ์บนเรือ คงสิ้นชีวิตกว่าครึ่งทันทีหลังถูกะเิเพลิงเผาผลาญ หากมีผู้ใดรอดชีวิตหนีออกจากเปลวเพลิงย่อมถูกเหล่ามือสังหาร ซึ่งซุ่มอยู่ใต้น้ำปลิดชีวิตสิ้นแล้ว
กองกำลังร่วมห้าสิบของตระกูลมิโยชิ กลับต้องตายตกโดยไม่รู้เื่ราวทั้งหมดจะคาดคิดได้อย่างไรว่า หัวหน้าทหารรักษาการณ์เช่นเค็นจิจะเป็ผู้ทรยศ!
อาเคชิ เค็นจิเป็คนของผู้ใด...แต่มันบอกว่าไม่เกี่ยวข้องกับเหล่าโจรสลัด...นี่จะเชื่อได้หรือไม่
อย่างนั้นเป็ผู้ใดบงการ ให้ข่าวสารแก่เหล่าโจรสลัดกระทั่งสามารถชิงดาบหงส์ฟ้าได้สำเร็จ...
ปัญหาประดามีสลับซับซ้อนยิ่ง ยิ่งขบคิดยิ่งมีเื่ราวมากมายไม่อาจเข้าใจยิ่งไม่สามารถหาเหตุผลอธิบายได้ ด้วยสติปัญญาของนาง คงขบคิดได้เพียงนี้เท่านั้น
ยามนี้ ได้แต่รอโยชิอิ ฟื้นคืนสติ ค่อยช่วยกันคิดสะสางคลี่คลายเงื่อนปมซึ่งพันกันยุ่งเหยิง ขมวดเป็เกลียวรัดพันชีวิตทุกผู้มิอาจดิ้นหลุดร่างแหแห่งการแย่งชิง
เวลานี้นางและโยชิอิ ไม่อาจย้อนกลับเข้าเมืองโคริยาม่าจำต้องหลบซ่อนที่นี่สักพัก รอจนโยชิอิฟื้นคืนสติ อาการาเ็ทุเลาค่อยหาทางติดต่อ แจ้งข่าวกลับไปยังตระกูลมิโยชิ
หลังตรวจชีพจรบุรุษหนุ่ม สีหน้านางค่อยดีขึ้น ความวิตกห่วงใยคลายลงอักโข...
ชีพจรโยชิอิแม้ยังแ่เบา เพราะความเหนื่อยล้าอ่อนเพลียอีกทั้งเสียโลหิตมิใช่น้อย ทว่าจังหวะการเต้นของชีพจรเป็ปกติแล้วอาการบอบช้ำภายใน ยิ่งไม่มีใดน่าเป็ห่วง
สำหรับาแที่ไหล่ซ้าย แม้ถูกกรีดเป็ทางยาว โลหิตหลั่งไหลชุ่มโชกสภาพาแกลับไม่ลึกอย่างที่คิด ไม่กระทบกระเทือนถึงกระดูกเส้นเอ็นพอกยาห้ามเืสมานแผลแล้วก็ไม่น่าวิตก
ส่วนพิษซึ่งแทรกซึมในร่าง นับว่าโชคดีเป็เพียงพิษประเภทสลายพลังหาได้รุนแรงหรือน่าวิตกกังวลไม่ เพียงใช้เข็มเงินในกลวงดูดพิษจากจุดชีพจรที่พิษคั่งค้าง หลังฟื้นตื่นพิษในร่างควรถูกขจัดสิ้นแล้ว
ทาคาโกะทอดถอนใจ สิ่งที่นางกังวลยิ่งเวลานี้ กลับเป็สภาพจิตใจของโยชิอิ...
...เมื่อสองปีก่อน หลังโยชิอิประสบความสำเร็จ สามารถปราบโจรสลัดรายสำคัญซึ่งคอยดักปล้นเรือสินค้าจากเมืองซาไก จนในที่สุดไม่มีโจรสลัดกลุ่มใดกล้าเข้ามาก่อกวนในน่านน้ำอีก ท่านเ้าปราสาทอาวะบิดาท่านหญิงโทโมเอะ ยินดีเป็อย่างยิ่งถึงกับสั่งจัดงานเลี้ยงฉลองครั้งใหญ่ในปราสาท
บุคคลสำคัญในตระกูลมิโยชิ และตระกูลโยชิโอกะ ล้วนไปร่วมงานครั้งนั้นรวมทั้งนางกับโยชิอิ
นั่นเป็การพบกันครั้งแรก ของโยชิอิกับท่านหญิงโทโมเอะ...
ค่ำคืนนั้น ดวงจันทร์กระจ่างฟ้า...ปราสาทอาวะสว่างไสวด้วยแสงโคม...
ภายในสวนกลางปราสาท บรรดาขุนพล ทหารองครักษ์ คนสนิทของท่านมิโยชิต่างเข้าร่วมงานกันครบถ้วน เหล่าบุรุษดื่มกินสรวลเสเฮฮาส่วนเหล่าภรรยาบุตรีนั่งรวมกัน รับประทานอาหารอยู่อีกด้านหนึ่ง
ไม่บ่อยครั้งที่บรรดาภรรยาบุตรี ได้รับอนุญาตให้ร่วมงานเลี้ยงภายในปราสาทนับว่าค่ำคืนนั้นเป็โอกาสพิเศษยิ่งจริง ๆ ท่านมิโยชิกระทำเช่นนี้เพื่อแสดงให้ทุกคนเห็นว่า ตระกูลโยชิโอกะมีความสำคัญยิ่งทั้งยกย่องให้เกียรติเหนือกว่ากลุ่มอิทธิพลใด
เหล่าขุนพลตลอดถึงองครักษ์ทั้งหลาย หลายคนนอกจากกล้าหาญชาญศึกยังเชี่ยวชาญกาพย์กลอน รวมถึงศิลปะการร่ายรำ ซึ่งบรรดานักรบสนใจศึกษาเพื่อความเป็ผู้เพียบพร้อม ทั้งในด้านศิลปะแห่งการใช้ชีวิตและศิลปะแห่งการทำา
เฉกเช่นท่านนิวะ นากาโตะเอง ก็แสดงการร่ายรำอันงดงาม เป็ที่ประทับใจกลายเป็จุดสนใจ ของทุกคนในที่นั้น ยิ่งเหล่าบรรดาสตรี หญิงสาวยิ่งซุบซิบจับจ้องท่านนิวะ รวมเป็จุดเดียวกัน
ค่ำคืนนั้น ท่านหญิงโทโมเอะแต่งกายชุดกิโมโน สีแดงสดใสลวดลายดอกไม้บนกิโมโน เป็สีเหลืองอ่อน เดินลายด้วยเส้นไหมสีทองระยับละเอียดประณีต ขับเน้นผิวนวลเนียนของท่านหญิง ยิ่งกระจ่างเฉิดฉันข่มรัศมีของสตรีสูงศักดิ์ทุกผู้ ในงานเลี้ยงฉลองคืนนั้นจนสิ้น
หลังประสบพบหน้า...โยชิอิก็ไม่อาจละสายตาจากท่านหญิง
ทาคาโกะทราบ...ั้แ่วันนั้น ในใจของโยชิอิมีเพียงท่านหญิง...
ทาคาโกะเข้าใจความรู้สึก ในวันนั้นของโยชิอิดียิ่ง...
เนื่องเพราะความรู้สึกเช่นนั้น เคยเกิดขึ้นในจิตใจของนาง…
...นั่นต้องย้อนไปเมื่อหกปีก่อน หลังท่านพ่อบุญธรรมช่วยเหลือนางจากกลุ่มโจรสลัด พามายังคฤหาสน์ตระกูลโยชิโอกะ
...ในวันนั้น นางพบบุคคลสองคน อันแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงสร้างสองความรู้สึก ประทับในจิตใจอย่างมิอาจลบเลือน…
บุคคลแรกคือโยชิโอกะ ริวจิ คุณชายน้อยตระกูลโยชิโอกะ...
เวลาเย็นในวันนั้น อาการชักอันเป็โรคประจำตัว แต่แรกเกิดของริวจิกำเริบอย่างหนัก เด็กน้อยในวัยเพียงห้าขวบเนื้อตัวเกร็ง หน้าตาบิดเบี้ยวมือเท้าหงิกงอ ลมหายใจขาดห้วง แทบไม่อาจประคองตัว รักษาชีวิตน้อย ๆ ไว้ได้
ทั้งที่นางเชื่อมั่นว่าตนเป็คนจิตใจเข้มแข็ง แต่สภาพเบื้องหน้าเช่นนั้น ทำให้นางแทบไม่อาจสะกดกลั้นน้ำตา
วันนั้นนางทำได้เพียงใช้เข็มเงิน สกัดจุดบรรเทาอาการชักสะกดความเ็ปไปพลาง ๆ ก่อน
นับแต่นั้น นางก็ตั้งปฏิญาณแน่วแน่ ไม่ว่าจะใช้เวลากี่ปีไม่ว่าจะยากลำบากเพียงไร ต้องรักษาริวจิให้หายขาดน้องชายผู้นี้ต้องไม่ทนทุกข์ทรมานอีกต่อไป
หลายปีนี้ นางคร่ำเคร่งศึกษา ตำราแพทย์อย่างหนัก ทดลองปรุงยาหลากหลายชนิดแม้มีความสำเร็จอยู่บ้าง อาการชักกว่าจะกำเริบ เริ่มทอดระยะเวลานานขึ้น แต่นางก็ทราบนั่นเป็เพียงการประทัง หาใช่วิธีรักษาให้หายขาดไม่
เนื่องเพราะจากการศึกษาค้นคว้า นางทราบว่าโรคประจำตัวชนิดนี้ต้องใช้วิธีรักษาจากภายในตัวผู้ป่วยเอง โดยการใช้พลังลมปราณอันกล้าแข็งยิ่งทำการรักษาจากภายในเท่านั้นจึงหายขาด
เท่าที่นางรวบรวมข้อมูล ทั้งจากตำราแพทย์ของแดนอาทิตย์อุทัยรวมถึงตำราวิชาแพทย์ และตำราวิทยายุทธ์ ซึ่งบิดาผู้เป็ชาวจงหยวนให้นางเก็บรักษาไว้ ค้นพบว่าอาจมีเพียง คัมภีร์เปลี่ยนเส้นเอ็นของวัดเส้าหลินกับคัมภีร์วิชาฝีมือลึกลับของหมู่ตึกพันอักษรแห่งจงหยวน เท่านั้นสามารถช่วยริวจิให้หายขาดได้...
ก่อนจะมาร่วมปฏิบัติการค้นหาดาบหงส์ฟ้า นางกำลังปรุงยาอีกขนานหวังว่ายาขนานนี้จะช่วยยืดเวลาของริวจิ ออกไปให้นานที่สุด...จนกว่าจะเสาะหาคัมภีร์กำลังภายในชั้นสูงมาให้ฝึกปรือได้
ไม่ทราบนั่นต้องใช้เวลานานเท่าไหร่ ได้แต่หวังว่าตัวยาของนางจะยับยั้งอาการไว้ จนกว่าจะถึงวันนั้น...
บุคคลที่สองซึ่งนางพบพาน ในวันแรกเมื่อก้าวเข้าสู่คฤหาสน์ตระกูลโยชิโอกะคือโยชิอิ...
เวลาเย็นของวันนั้น โยชิอิไม่อาจทนฟังเสียงร้อง อย่างเ็ปของริวจิจึงออกมาฝึกดาบในสวนด้านหลัง เพื่อระบายโทสะกลัดกลุ้มที่ไม่อาจช่วยเหลืออันใดคุณชายน้อยได้
ทาคาโกะเห็นชัดถนัดตา ทุกดาบที่ฟาดฟันออก เป็เพลงดาบอำมหิตไร้น้ำใจ
เพลงดาบที่รวดเร็ว รวดเร็วจนไม่น่าเชื่อว่า มีวิชาดาบอันรวดเร็วปานนั้น!
ไม่น่าเชื่อว่ามนุษย์ผู้หนึ่ง สามารถสะบัดฟาดฟันดาบยาวได้รวดเร็วไร้น้ำใจปานนั้น…
ทว่าในสายตาของนาง กลับเห็นบางสิ่งซ่อนอยู่ เื้ัความไร้น้ำใจนั้น
นั่นกลับเป็ความรัก ความห่วงใย ความเอื้ออาทร...
ความรักที่มิใช่ ความจงรักซึ่งบ่าวมีต่อนาย หากเป็ความรักของพี่ชายอันมีต่อน้องชายตนเอง...
เป็ความเ็ปของผู้เป็พี่ ซึ่งมิอาจช่วยเหลือน้องของตนได้...
ทาคาโกะไม่ทราบ เหตุใดเพิ่งพบพานครั้งแรก กลับเข้าใจความรู้สึกเยี่ยงนั้นของโยชิอิ
นางทราบเพียง นางเข้าใจถูกต้องอย่างแน่นอน...
เนื่องเพราะนางก็ฝึกวิชากระบี่ ย่อมทราบกระจ่างว่า มีบุคคลเพียงสองประเภทสามารถก่อกำเนิด ประกายดาบไร้น้ำใจเช่นนั้น ราวผู้ใช้ละทิ้ง อารมณ์ความรู้สึกของมนุษย์สิ้นแล้ว
ประเภทแรก เป็บุคคลโเี้อำมหิต จนไม่หลงเหลือจิตใจของมนุษย์มันเป็ปีศาจในร่างมนุษย์ ดาบที่มันใช้เป็ดาบปีศาจ มีไว้เข่นฆ่าสังหารชีวิตมนุษย์โดยไม่ปรานี
นาคามูระ โยชิอิ ย่อมไม่ใช่บุคคลประเภทนี้...
โยชิอิเป็ประเภทที่สอง...
เป็บุคคลที่มีน้ำใจมากเกินไป...
มีน้ำใจจนไม่อาจทนรับความเ็ป จากการสูญเสียสิ่งอันเป็ที่รัก...
ไม่อาจทนรับความเ็ป จากการเห็นบุคคลอันเป็ที่รัก ต้องเ็ปทรมาน...
บุคคลประเภทนี้ จำต้องละทิ้งอารมณ์ ความรู้สึกของตนเองเพื่อให้ตนสามารถมีชีวิตอยู่ต่อไปได้ โดยเ็ปน้อยที่สุดทุกข์ทนทรมานน้อยที่สุด...
ทว่าทุกสิ่งซึ่งอัดอั้นตันใจอยู่ภายในนั้นล้วนถ่ายทอดออกมายังเพลงดาบทั้งสิ้น...
และนั่นเป็เพลงดาบของโยชิอิ ซึ่งทาคาโกะเห็นในวันนั้น...
หกปีผ่านไป กาลเวลาได้พิสูจน์แล้ว นางมิได้มองโยชิอิผิดพลาด…
นาคามูระ โยชิอิ เป็บุคคลอันมีน้ำใจมากเกินไป...
โยชิอิถือริวจิเป็น้องชายร่วมสายโลหิต
ริวจิเองก็ถือโยชิอิเสมือนเป็พี่ชายแท้ ๆ และสนิทสนมกับนางดุจพี่สาวร่วมสายเื
หลังจากวันนั้น นางมุมานะพยายาม ฝึกปรือเพลงกระบี่อย่างหนักอาศัยคัมภีร์วิทยายุทธ์ ซึ่งบิดาผู้เป็ยอดฝีมือจงหยวนทิ้งไว้ให้ พลังฝีมือของนางก้าวรุดหน้าอย่างรวดเร็ว หนึ่งปีให้หลังจึงเริ่มฝึกซ้อมฝีมือกับโยชิอิได้
นางย่อมไม่เคยบอกโยชิอิว่า ทั้งวิทยายุทธ์และวิชาแพทย์นางเล่าเรียนจากที่ใด เพียงบอกอย่างคลุมเครือว่าตระกูลของนางบังเอิญได้คัมภีร์วิทยายุทธ์ และตำราแพทย์ของชาวจงหยวนซึ่งตกทอดกันมาเท่านั้น
ความจริงนางไม่คิดปกปิด ประวัติความเป็มา ทว่าประวัติของนางยังจะมีความหมายต่อผู้ใด...
ชีวิตอันผ่านมาในวัยเด็ก ก่อนเดินทางมาแดนอาทิตย์อุทัยไม่มีความหมายต่อผู้ใดทั้งสิ้น ไม่มีความหมายกระทั่งต่อตัวนางเอง...
บิดาและมารดา ต้องยกนางให้ตระกูลมาเอดะด้วยเงื่อนไขก่อนการแต่งงาน...
นางมิใช่บุตรีของท่านทั้งสองอีกต่อไปแล้ว...
เปล่าประโยชน์ จะหวนคิดถึงเื่ราว ครั้งเมื่อยังพำนักในจงหยวนอย่าว่าแต่เนิ่นนานปีผ่านพ้น สิ่งที่นางพอจะจดจำได้ นับวันยิ่งจางหายมากขึ้นทุกทียิ่งไม่มีความจำเป็ ต้องเล่าเื่เ่าั้ให้ผู้ใดฟัง
นางเป็คนตระกูลมาเอดะ และบัดนี้เป็บุตรีบุญธรรมตระกูลโยชิโอกะนางมีแต่ต้องมุ่งไปข้างหน้าเท่านั้น อดีตในวัยเยาว์ต้องฝังไว้ในห้วงลึกของจิตใจ
แม้ร่ำร้องบอกตนเองเช่นนั้น ครั้งแล้วครั้งเล่า...
บางครั้งขณะหลับใหล นางยังเห็นใบหน้าทารกน้อยผู้หนึ่ง ผุดขึ้นในความฝัน
น้องสาวของนาง...นั่นเป็หนึ่งในความทรงจำอันเลือนราง...
เมื่อมารดาคลอดน้องสาว ท่านจึงจำต้องส่งนาง ให้ตระกูลมาเอดะตามสัญญา
และนางมิได้มีน้องสาวเพียงคนเดียว หลายปีก่อนขณะเมื่อบิดามาเยี่ยมนางที่ตระกูลมาเอดะท่านบอกว่ามารดาให้กำเนิดน้องสาวอีกคนหนึ่ง
นางมีน้องสาวถึงสองคน...อยากกลับไปจงหยวนสักครั้ง...อยากพบหน้าน้องสาวสักครั้ง
นั่นเป็ความฝันอันเลือนราง…
ตระกูลโยชิโอกะเมื่อรับนางเป็บุตรบุญธรรมนางจำต้องมีความรับผิดชอบต่อคนทั้งตระกูล เพียงสายสัมพันธ์ฉันพี่น้องกับริวจินางไหนเลยจากไปที่ใดได้ ท่านพ่อบุญธรรมยิ่งมีพระคุณต่อนางอย่าว่าแต่จงหยวนกระทั่งตระกูลมาเอดะ นางก็มิ้ากลับไป...
อาจบางที หากนางจำต้องกลับไปจงหยวน คงเพราะเหตุผลประการเดียว...
หากไม่อาจรักษาริวจิให้หายขาด คงต้องเดินทางไปหยิบยืมคัมภีร์เปลี่ยนเส้นเอ็นของวัดเส้าหลิน หรือไม่ก็ต้องเข้าร่วม่ชิงคัมภีร์วิชาฝีมือลึกลับของหมู่ตึกพันอักษร
ถ้าวันเวลาเช่นนั้นมาถึงจริง ๆผู้เดียวซึ่งสามารถ ‘หยิบยืม’ คัมภีร์จากวัดเส้าหลินหรือ่ชิงคัมภีร์จากหมู่ตึกพันอักษร ย่อมต้องเป็โยชิอิวิชาแพทย์ของนางหากไม่อาจเยียวยาริวจิ ก็จำต้องอาศัยพลังฝีมือของโยชิอิ...