ร่างงดงามน่าเอ็นดูที่ไม่ว่าผู้ใดพบเห็นก็ต้องเหลียวหลัง นั่งเอนหลังพิงโซฟาตัวยาว ดวงตากลมโตสีฟ้าจับจ้องภาพเคลื่อนไหวที่สะท้อนอยู่ในสิ่งที่เรียกว่าโทรทัศน์ แสงสีส้มนวลสบายตาส่องสว่างจากโคมไฟงดงามตรงกลางห้อง แสงสีนวลกระทบเข้ากับสีขาวของร่างงดงาม มองเลื่อนขึ้นไปเป็ใบหน้ากลมตรงกลางใบหน้าเป็จมูกเปียกสีดำที่เ้าตัวเพิ่งไปกินน้ำมา อุ้งเท้าหน้าสีชมพูอวบวางอยู่บนพุงอย่างเกียจคร้าน
ในตอนนั้นหูสีขาวก็ยกขึ้น เมื่อได้ยินเสียงรถเคลื่อนเข้ามาในบ้าน ร่างอ้วนกลมะโลงจากโซฟาอย่างตื่นเต้น ก่อนจะสะบัดหางสีขาว และสลัดขนที่ถูกแปลงและดูแลอย่างดีให้เข้าที่ ก่อนจะรีบกึ่งวิ่งกึ่งเดินไปที่หน้าประตู
ทันทีที่ประตูเปิดออกกลิ่นหอมนุ่มนวลสะอาดสะอ้านลอยมากระทบจมูก นั่นทำให้หัวใจดวงน้อยอิ่มเอมเป็อย่างมาก
ร่างเล็กมองหน้าหล่อเหลาขาวเนียนหมดจด ดวงตาคมเข้มจมูกเป็สัน เขาเข้ามาลูบหัวนางด้วยความเอ็นดู
“อ้ายเหม่ย วันนี้ผมมีคนจะพามาแนะนำให้รู้จัก เขาเป็คนรักของผม และเขาก็เป็คนรักสัตว์เหมือนกัน”
อ้ายเหม่ยถึงนางจะเป็แมว แต่นางก็เป็แมวที่แปลกประหลาดกว่าแมวอื่นมาก นางมีสติปัญญาเหนือล้ำกว่าแมวทั่วไปมาก อีกทั้งนางยังเป็แนวที่ชอบดูโทรทัศน์มากที่สุด ดังนั้นนางจึงรู้ความหมายดียิ่ง ว่าคำว่าคนรักหมายความว่าอย่างไร
เมื่อได้ยินว่าเขาใช้คำว่าคนรัก หัวใจดวงน้อยๆ ที่อาจจะกำลังหวงเ้านายอยู่ ก็รู้สึกต่อต้าน และรับไม่ได้อย่างรุนแรง เท้าเล็กๆ ก้าวถอยหลัง
“เธอไม่ต้องกลัววันนี้คนรักของผมจะมา เธอเลี้ยงแมวตัวผู้ด้วย เขาจะพามาทำความรู้จักกับเธอ บางทีผมอาจจะได้ลูกแมวน่ารักแบบเธอเพิ่ม”
เมื่อได้ยินดังนั้นนางก็ยิ่งรู้สึกรับไม่ได้ ในตอนนั้นสัตวแพทย์หนุ่มยกมือขึ้นหมายจะลูบหัวนาง
อ้ายเหม่ยที่ทั้งโกรธทั้งน้อยใจ จึงเผยยกมือขึ้นปัดทำให้กรงเล็บของนางเผลอไปข่วนเขา โดยที่นางไม่ตั้งใจ
เมื่อเห็นเขาเืไหล นางก็รู้สึกแย่มากลงไปอีก
นางไม่รู้จะทำอย่างไร ร่างกลมๆ ก็กระโจนออกจากประตู วิ่งสุดฝีเท้า
ในตอนที่ร่างกลมวิ่งไม่ลืมหูลืมตา รู้ตัวอีกที นางก็รู้สึกว่าที่ตรงหน้านางมีแสงสว่าง ก่อนร่างนางจะเจ็บมาก
แต่เพียงชั่วครู่เดียว ในตอนนั้นนางรู้สึกว่าสติของตนเองเลือนลางเต็มทน
“อ้ายเหม่ยลืมตาเถอะ” นางรู้สึกว่ามีน้ำหยดลงมาบนหน้านางสายหนึ่ง ฝนตกหรือ หลังจากนั้นทุกอย่างก็มืดลง
ก่อนอ้ายเหม่ยจะลืมตาขึ้นในภูมิทัศน์อันแปลกตา นางมองซ้ายมองขวาแล้วเห็นต้นไม้สีแปลกประหลาดผิดเพี้ยนเต็มไปหมด และม่านเมฆสีขาวสลับกับทอง นางคิดว่านางคงฝันเป็แน่ แต่กลิ่นหอมของพฤกษาและบุปผชาติ...เป็ฝันแน่หรือ แต่เมื่อมองไปรอบๆ อีกครั้งและพบว่าตนเองกำลังยืนอยู่บนน้ำ นางก็คิดว่าต้องฝันแน่นอน
“ท่านแม่!!!”
“ท่านแม่!!!”
เสียงใสกังวาลดุจระฆังใบจิ๋วเรียกนาง นางหันสายตาไปทางทิศนั้น ก่อนจะได้พบร่างงดงามของเด็กชายหญิงสองคน วิ่งสุดฝีเท้าเข้ามาหานาง
เด็กสองคนนี้งดงามเหนือคำบรรยาย งดงามจนนางคิดว่าไม่มีมนุษย์คนไหนจะงามได้เท่านี้แน่ ผิวขาวดังเหมันตฤดูตัดกับเส้นผมสีดำ ยิ่งขับเน้นให้เด็กสองคนนี้งดงามขึ้นไปอีก
“ท่านแม่” เด็กทั้งสองคนเข้ามากอดนาง นางรู้สึกได้ถึงหยดน้ำอุ่นๆ ที่หยดลงบนตัว ในตอนนั้นนางจึงระลึกได้ว่าตนเองไม่ใช่แมว แต่อยู่ในร่างมนุษย์
เป็ความฝันที่ทั้งพิลึกพิลั่น ทั้งสมจริงเกินไปแล้ว ผ่านไปเนิ่นนานเด็กชายเหมือนจะมีสติขึ้นก่อน และดึงเด็กหญิงออก
“ท่านแม่ต้องรีบไปชดใช้กรรม” ในตอนที่เด็กชายกล่าวขึ้น พื้นน้ำรอบๆ ตัว ปรากฏวงกลมๆ ดูแล้วคล้ายกับดวงจันทร์ที่นางเคยเห็นในเวลากลางคืน แต่มันมีหลายๆ สีอีกทั้งมีหลายใบ “ทุกอย่างเกือบจะผิดพลาดแล้ว ยังดีที่ทันเวลา” หลังจากนั้นทิวทัศน์ก็เปลี่ยนไป เป็ภาพคล้ายกับในฉากต่อสู้ในหนังย้อนยุคที่นางเคยดู
“ท่านแม่รีบลงไป”
อ้ายเหม่ยส่ายหน้าระรัว นางเป็แมว นางกลัวน้ำ
“หากช้ากว่านี้ทุกอย่างจะไม่ทันการณ์” เด็กชายกล่าวด้วยน้ำเสียงเป็กังวล
และโดยที่นางไม่คาดคิด อยู่ๆ เด็กหญิงก็วิ่งสุดแรงผลักนาง แต่แม่หนูน้อยตัวเล็กจิ๋ว แรงจึงไม่พอ อีกทั้งอ้ายเหม่ยขืนแรง หนูน้อยผลักแรงอีก แรงไม่พอ ลองใหม่ยังเป็ดังเดิม หนูน้อยร้อนใจมาก จึงถีบอ้ายเหม่ยสุดแรงร่วงตกน้ำ
ในตอนที่นางทุกข์ทรมานโดยที่มีสายตาของเด็กเืเย็นสองคนจับจ้องอยู่ มีเสียงนุ่มนวลฟังแล้วร้อนรนดังขึ้นจากที่ไกลๆ
“องค์หญิง องค์ชายท่านไม่ได้ลืมให้ กู่เหนียนเหนี่ยนดื่มน้ำแกงลืมภพและประทับตราผนึกอิทธิฤทธิ์ใช่หรือไม่”
ในตอนนั้นเด็กตัวน้อยทั้งสองคนเบิกตากว้าง ก่อนจะร้องออกมาพร้อมกันว่า “แย่แล้ว!!!”
ร่างเล็กทั้งสองทำท่าจะกระโจนลงน้ำ ในจังหวะที่นางสิ้นแรงและจมบุ๋มๆ ลงน้ำไป
“องค์ชาย องค์หญิงอย่าโดดพ่ะย่ะค่ะ”
ในตอนนั้นบุรุษชุดขาวท่านนั้นลอยตัวมาคว้าเอาเด็กทั้งสองคนเอาไว้ ก่อนที่ร่างเล็กทั้งสองถึงน้ำ
ขณะที่นางสำลักน้ำและภาพทุกอย่างก็มืดลง
นางฝันอะไรกันหนอ แปลกประหลาดเกินไปแล้ว นางควรจะหลับสักพัก ตื่นขึ้นมานางคงจะอยู่กับเ้านายใจดีมีความสุขอยู่กับอาหารแมวเลียและโทรทัศน์