ก๊อก ก๊อก ก๊อก เลขายุนเคาะประตู ถึงสองครั้ง ก่อนที่จะเปิดเข้าไป
"ท่านครับ"
"ผมรู้แล้ว วันนี้เลขายุน กลับเถอะครับ ไม่ต้องรอผม ผมจะขับรถกลับเองครับ"
"แต่...."
"ไม่ไว้ใจผมหรือครับ ผมบอกแล้วไงว่าไม่หนีไปไหน และไม่ไปที่คอนโดหรือโรงแรมด้วย ผมขอเวลาเคลียร์งานอีก 15 นาที โอเค ถ้าหากถึงบ้านแล้วผมจะโทรบอกคุณว่าถึงแล้ว"
"ก็ได้ครับ งั้นผมกลับก่อนนะครับ" เลขายุนจึงปิดประตูออกไป แต่ก็อดที่จะกังวลไม่ได้จริงๆ เขาจึงโทรหาโชกุน หลังจากเดินออกมาที่รถแล้ว
"คุณโชกุนครับไม่ทราบว่าคุณยังอยู่ที่ห้องทำงานอยู่หรือเปล่าครับ"
"อ้อครับ ผม ยังอยู่ครับ มีอะไรหรือเปล่าครับเลขายุน"
"คือว่า ท่านประธานใหญ่สั่งกำชับผมว่า ให้พาท่านประธานเล็กกลับไปทานข้าวที่บ้าน แต่ดูเหมือนท่านจะไม่ยอมให้ผมขับรถให้นะครับ"
"เลขายุน ้าจะให้ผมรอ ดูเขาให้ใช่ไหมครับ? ได้ซิผมยังไม่กลับ ไว้ตอนเขาออกมาจากห้อง ผมจะเตือนเขาให้เองครับ"โชกุนกล่าว
"15 นาทีนะครับที่ท่านประธานบอกผมว่าจะเสร็จงาน"เลขายุนรีบ กล่าวขึ้น
"ได้ซิครับ ผมจะออกไปทันที ที่ถึงเวลา" โชกุนตอบ
"ขอบคุณมากครับ งั้นผมกลับก่อนนะครับ"
"ครับได้ครับ" เขาวางสายจากเลขายุนและมองนาฬิกาข้อมือ มีเวลาอีกแค่ 10 นาที ก่อนที่เขาจะลุกไปที่ห้องของไซม่อน
ไซม่อนดูเวลาที่ข้อมือ เขาจึงหันไปเก็บอุปกรณ์ต่างๆ และปิดคอม ก่อนที่จะขยับตัวลุกขึ้นและหันไปหยิบสูทที่เก้าอี้นำมาสวมใส่ก่อนที่จะหันไปหยิบโทรศัพท์มือถือและรีโมดรถสปอร์ตแล้วเปิดประตูเดินออกไป
"เอ้านายยังไม่กลับหรือ" โชกุนทักขึ้นเมื่อเห็นไซม่อนเดินออกมาจากในห้องทำงานของเขา
"ยัง! แล้วนายละยังไม่กลับหรือไง อย่าบอกนะที่นายไม่กลับเพราะเลขายุนใช้ให้นายมาคอยจับตาดูฉัน" ไซม่อนกล่าวเหมือนคนรู้ทัน
"เฮ้ยไม่ใช่ ฉันเคลียร์งานเพิ่งจะเสร็จนะ แล้วนายละทำอะไร นี่ก็ จะ 6 โมงแล้วนะ ยังไม่กลับหรือ" โชกุนกล่าว
"กำลังจะกลับ กลับบ้าน ยังไงก็ฝากบอก เลขายุนด้วยนะ ว่าฉันกลับบ้านแล้ว" ไซม่อนกล่าวตบบ่าเพื่อนเบาๆ ก่อนที่จะเดินออกไป ทำให้โชกุนต้องถอนหายใจที่ไซม่อนรู้ทันในสิ่งที่เขากำลังทำ ก่อนที่จะกดโทรศัพท์กลับไปหา เลขายุน ตามที่ไซม่อนบอก
ในขณะที่ไซม่อนเดินไปที่ ชั้นใต้ดินสำหรับจอดรถ พลันสายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นรถสปอร์ต ของใครบางคน เขาจึงเดินตรงไปที่รถคันนั้นทันที
ก๊อก ก๊อก ก๊อก เสียงเคาะกระจกรถสปอร์ตนั้นดังขึ้น แต่ทุกอย่างดูเงียบสนิทไม่มีการตอบรับใดๆ จากคนด้านในของรถ
"เปิดประตู!" น้ำเสียงกระโชกะโออกมาในขณะที่คนด้านในก็ยังคงเงียบอยู่
"ฉันบอกให้เปิดประตู ไม่ได้ยินที่พูดหรือไง! ฉันรู้นะว่านายอยู่ข้างในนั้น" เขายืนเอามือกอดอก สีหน้าเข้มขึงขึ้น เมื่อมองผ่านกระจกรถสปอร์ตคันตรงหน้า
วืดดด! เสียงกระจกรถถูกเปิดลง
"นะนาย รู้ได้ยังไง ว่าเป็ฉัน? ก็คิดว่าแอบเนียนแล้วเชียว" ฮันเตอร์กล่าวน้ำเสียงสั่นเมื่อเงยหน้าขึ้นมองคนตรงหน้าที่ยืนกอดอก มองมาอย่างไม่พอใจ
"เฮ่อ! งั้นรึ ฉันรู้ั้แ่นายตามฉันมาที่ร้านกาแฟเมื่อเช้าแล้ว ้าอะไร? คิดจะทำอะไร? มาทำ ลับๆ ล่อๆ อยู่แถวนี้ นายมารอ เฝ้าดูฉันั้แ่เช้า งานการไม่มีหรือไง มหาลัยนะไม่คิดจะไปเรียนหรือ?! หรือนายคือพวกที่ชอบทำตัวเป็สตอล์กเกอร์!"
"อะเอ่อ ฉันเปล่าเป็พวกสตอล์กเกอร์นะ ฉันมาทำลับๆ ล่อๆ เมื่อไรกัน ไม่ได้ตามนายเสียหน่อยเลย ทะทำไมต้องตามนายด้วย"
"หึ! แต่ที่นี่มันบริษัทของฉันและนี่ก็คือชั้นใต้ดินสำหรับจอดรถในบริษัทของฉัน แล้วนาย....มาทำอะไรที่นี่!"
"ฉันก็แค่ขับรถผ่านมา ก็แค่ แค่"
"ช่างเถอะถ้าไม่ใช่เพราะตามฉันมา งั้นก็ขอตัวก่อนแล้วกัน ฉันกำลังยุ่งไม่อยากเสียเวลาคุยกับคนที่ ชอบโกหก" เขาหันหลังกลับแล้วเดินกลับไปที่รถของตัวเองทันที
"ห๊าะ มะ ไม่นะ ดะ เดียวก่อนซิ ไม่ใช่อย่างนั้น" ฮันเตอร์รีบเปิดประตูรถ แล้ววิ่งลงจากรถ วิ่งตาม ไซม่อนไปที่รถของเขาอย่างรวดเร็ว
"เดี๋ยวก่อนอย่าเพิ่งไป คือ ก็ใช่ฉันตามนายมา ฉันรอนายตั้งนาน แล้วนะ!"
ปึก!
"โอ๊ยย!" ด้วยความที่ฮันเตอร์รีบวิ่งจึงวิ่งไปชนแผ่นหลังของไซม่อนทันที เมื่อเขาหยุดการเดินลง
"เจ็บชะมัดหลังหรือเหล็กกันแน่ ตะบ้าเอ๊ย!" ฮันเตอร์อุทานออกมาด้วยความเจ็บ จึงเอามือลูบไปยังหน้าผากของตัวเองเบาๆ
"นายมีอะไร จะพูดก็พูดมา ฉันมีเวลาไม่มาก ้าอะไรจากฉัน"
"เอ่อ คือ นายจะให้ฉันพูดตรงนี้เลยหรือ ฉันว่าเราไปหาที่นั่งคุยกันดีกว่าไหม แบบที่ไม่มีคนเยอะๆ น่ะ"
"อะไรของนาย แบบที่มีคนไม่เยอะหมายความว่าไง!" น้ำเสียงดุใส่ขึ้นทันที จนฮันเตอร์สะดุ้งด้วยความใ
"มะไม่ใช่ ฉันไม่ได้หมายความว่าแบบนั้น ฉันหมายถึงคุยกันจริงๆ นายคิดอะไรนะ"
"ฉันไม่มีเวลาที่จะไปคุยที่อื่นกับนาย ฉันให้เวลานายเพียง 5 นาที มีอะไรก็ว่ามาตรงนี้ละ เพราะตอนนี้ก็ไม่มีใครแล้วเขากลับบ้านกันหมดแล้ว"
"แต่มันมีกล้องวงจรปิดนะ" ฮันเตอร์เงยหน้าขึ้นมองไปที่กล้อง
"งั้นฉันไปละ"
"อ๊ะ! เข้าใจแล้ว! คุยที่นี่ก็ได้! เอ่อะคือว่า... เื่ที่เกิดขึ้นระหว่างเราคนในวันนั้น ฉันลองมาคิดดูนะ ว่าเราสองคน มาลองใช้เวลาเรียนรู้กันอีกสักครั้งดีไหม"
เขามองไปยังนาฬิกา "อีก 3 นาที ขอสั้นๆ "
"คือฉันรู้นะว่าตอนนั้น ฉันรับรู้ได้ว่า นายก็มีความรู้สึกดีๆ กับฉัน และฉันก็มีความรู้สึกแบบนั้นกับนาย เราใจตรงกัน ฉันรู้ว่านายก็รู้สึกเหมือนกันกับฉันเช่นกันเพราะฉะนั้น..เรา เรา"
"อีก2 นาที เอาแค่ประเด็นสำคัญ"
"คือ..คือ ..."
"1 นาที ฉันจะไปละ หมดเวลาแล้ว"
"เรา! มาคบกันเถอะ!" ฮันเตอร์รีบกล่าวขึ้นมาอย่างรวดเร็ว
"อะไรนะ! คบ? กับใคร นายพูดอะไรของนาย ใครจะคบกับนาย?"
"ฉันหมายถึงนายไง เรามาคบกันเถอะ ฉันกับนาย ฉันรู้ว่านายก็รู้สึกแบบนั้นเหมือนกัน" ฮันเตอร์รีบกล่าวขึ้น
"ไม่! ไร้สาระ! ฉันจะไปแล้ว พูดแค่นี้ใช่ไหม" เขาหันขวับเปิดประตูรถเพื่อจะเข้าไปนั่งแต่ฮันเตอร์รีบเอื้อมมือไปจับข้อมือของเขาไว้อย่างรวดเร็ว
"ดะเดี๋ยวซิ หมายความว่าไง ที่ตอบ ว่าไม่ นายยังไม่รู้จักฉันเลยนะ ว่าฉันเป็ใคร แล้วทำไมถึงปฏิเสธฉันล่ะ"
"ก็เพราะฉันไม่รู้จักไง และไม่รู้ว่านายเป็ใคร ทำอะไร ถึงไม่อยากยุ่งด้วยเข้าใจไหม?"
"นะนายไม่รู้จักฉันจริงๆ หรือ นี่! เดี๋ยวซิคุยกันก่อน เรามาทำความรู้จักกันก่อนก็ได้นี่ ฉันเป็ลูกเ้าของบริษัท..." เขาเงียบไปแป๊บหนึ่งเพราะคิดได้ว่า บริษัทบียองกรู๊ปคือบริษัทคู่แข่ง
"ไง..เงียบทำไง? เป็ลูกเ้าของบริษัทอะไรงั้นรึ หึ!" เขากระตุกยิ้มทันทีเมื่อมองไปยังฮันเตอร์ที่ดูลนลาน
"เื่นั้นช่างเถอะ ถะถ้าอย่างนั้น เราก็ค่อยๆ ใช้เวลาทำความรู้จักกันก็ได้ หากนายไม่อยากรีบร้อนเกินไป"สายตาอ้อนวอนเมื่อมองคนตรงหน้าที่มองเขากลับมาเช่นกัน
"นี่! นายจะให้ฉันลงทุนเสียเวลากับคนที่ไม่รู้จัก แม้แต่หัวนอนปลายเท้าว่าเป็ใครมาจากไหนงั้นรึ ฉันไม่มีเวลาว่างขนาดนั้นนะ แล้วก็ช่วยปล่อยมือฉันได้แล้วฉันจะกลับบ้าน ขอตัวนะ" เขาแกะมือของฮันเตอร์ออกก่อนที่จะเข้าไปนั่งในรถและปิดประตูรถ
พรึบ!
ฮันเตอร์ไม่ยอม รีบคว้าประตูรถดึงไว้เพื่อไม่ให้เขาปิดรถได้
"นี่! ปล่อย! มือออกจากรถฉันเดี๋ยวนี่นะ นายนี่ตื๊อชะมัด"
กึก!
"ไม่ ถ้าอย่างนั้นนาย คิดจะฟันฉันแล้วหนีงั้นเรอะ! นั้นมันเป็ ครั้งแรกของฉันนะ ไอ้คน ทุเรศ! วันนั้น นายทำกับฉันแบบนั้นแท้ๆ แล้วตอนนี้นายจะมาทำเฉยๆ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น อีกหรือไง ไอ้คนเลว เลวที่สุด"
พรึบบ!
"โอ้ย! เออะ นะนาย ปล่อยคอเสื้อฉันนะ ฉันหายใจไม่ออก แฮ่ก!" ฮันเตอร์พยายามดึงมือของไซม่อนที่จับคอเสื้อของเขาดึงขึ้นจนตัวลอยจากพื้น
ไซม่อนแสดงสีหน้าและแววตาโกรธจัด เมื่อมองมายังฮันเตอร์อย่างไม่พอใจ
"ฟังฉันให้ดีนะ นายโอเมก้า! ฉันไม่เคยมีความคิดที่ อยากจะนอนกับโอเมก้าสักครั้ง แม้แต่นายก็ไม่เคยคิด ฉันนะ อุตส่าห์ใจดีช่วยชีวิตนายจากไอ้อัลฟ่าคนนั้นและคนก่อนหน้านี้ จำได้ไหมที่โรงแรมนั้น และคนที่เป็ฝ่ายยั่วและเริ่มก่อน ก็คือนายแต่ไม่ใช่ฉัน ฉันขอพูดให้ชัดๆ ว่าฉัน ยังไม่ได้ทำอะไรนายสักนิด ถึงฉันจะสอดใส่เข้าไป และขยับมันถึงสองครั้ง แต่นายกลับร้องไห้คร่ำครวญและหลับไปจนไม่ได้สติขนาดนั้น ฉันคงไม่มีอารมณ์จะเอาคนที่นอนเหมือนศพหรอกนะ หยุดมโนและคิดว่าฉันมีอะไรกับนายได้แล้ว และเลิกมายุ่งวุ่นวายกับฉันเสียที" ไซม่อนกล่าวเสร็จเขาเหวี่ยงตัวฮันเตอร์ลงไปอย่างรวดเร็ว
พรึบ!
ตุบ!
"โอ๊ย! เจ็บนะ ทำไมต้องโยนด้วยปล่อยกันดีดีก็ได้ ไอ้บ้า เจ็บชะมัด"
ปัง!
เขาไม่สนใจ เข้าไปในรถและปิดประตูรถขับออกไปอย่างรวดเร็ว
"ใครจะเชื่อ คำพูดนาย ฉันไม่มีทางเชื่อนายหรอก คนอย่างนายนั้นอะนะที่จะหยุดกลางคันแบบนั้น หน่อยคิดจะฟันฉันแล้วทิ้งงั้นเรอะ ฉันไม่ยอมหรอก ต่อให้สอดใส่ไปแล้วน้อยนิด ก็ตามเถอะ แต่นั่นมันเป็ความบริสุทธิ์ที่ฉันมีนะ กลับต้องถูกนายพรากเอาไป ไอ้บ้าเอ๊ยย เจ็บใจชะมัด" ฮันเตอร์กล่าวโววายออกมาด้วยความโมโหก่อนที่จะเดินกลับไปที่รถของตัวเองแล้วขับออกไปเช่นกัน