ในห้องนอนห้องหนึ่งที่บรรยากาศเต็มไปด้วยกลิ่นของยา บนเตียงมีปีศาจหญิงแก่คนหนึ่งนอนนิ่งไม่ขยับอยู่ ข้างๆ เตียงมีบุรุษหนุ่มหน้าตาหล่อเหลา อายุราวๆ สิบหกสิบเจ็ดปี ผมสั้นสีดำ ตาคม กำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้จ้องมองปีศาจหญิงแก่ที่แน่นิ่งอยู่ มือของเขาจับดูชีพจรของนาง ผ่านไปไม่นานเขาก็ลุกขึ้นเผยให้เห็นร่างกายที่สูงสมส่วนไม่สูงไปและไม่เตี้ยไป เขาหันมามองทางปีศาจชายแก่และปีศาจหญิงที่อายุรุ่นราวคราวเดียวกับเขาที่ยืนอยู่ข้างๆ ปีศาจแก่ เขายิ้มก่อนจะพูดว่า
“ไม่ต้องใ นางแค่อายุเยอะ อาการป่วยก็ไม่มี นางเป็ปีศาจจากเผ่าโยวเมิ่งใช่มั้ย”
พูดเสร็จปีศาจชายแก่ก็พยักหน้าก่อนที่จะเดินเข้ามาเพื่อดูอาการของภรรยาของเขา ส่วนบุรุษหนุ่มก็ล้างมือกับถังน้ำที่เตรียมเอาไว้ “นางเป็เผ่าโยวเมิ่ง พวกนี้มักจะนอนนานจนเหมือนกับตาย ปกตินางจะเข้านอนก่อนท่านใช่มั้ย มันก็เลยเหมือนกับนางตื่นั้แ่เช้าไม่มีปัญหาอะไร คืนก่อนนางเข้านอนดึก ถูกต้องไหม”
ปีศาจชราพยักหน้าอีกครั้ง
“นั้นละ ปล่อยไปเดี๋ยวนางก็ฟื้นเองถ้าไม่มีอะไรข้าขอตัวกลับโรงหมอของอาจารย์ข้าก่อน”
พูดจบบุรุษหนุ่มก็ทำท่าคารวะของเผ่าปีศาจ ปีศาจแก่ก็ทำตอบก่อนจะหันไปทางลูกสาวของเขา
“หลิงอี้ ส่งท่านหมอ ‘อวี่เซวียน’ หน่อยสิแล้วอย่าลืมให้ของตอบแทนท่านหมอด้วย”
พูดจบ ลูกสาวของปีศาจแก่ก็เดินเข้ามา นางเป็ปีศาจสาวรูปร่างเหมือนมนุษย์ผิวกายขาวผมยาวถึงหลังสีดำเงา บนหัวของนางมีเขาปีศาจงอกออกมา นางเดินเขามาสะกิดอวี่เซวียน เมื่อเห็นแบบนั้นเขาก็ขนของใส่กระเป๋าและเดินตามนางไป
….
พอออกมานอกบ้านทุกสิ่งดูมีชีวิตชีวา ท้องฟ้าแจ่มใสปีศาจและมนุษย์ต่างเดินไปมาตามถนน ในระหว่างที่อวี่เซวียนสูดเอาอาการบริสุทธิ์เข้าปอดเขาก็รู้สึกการถูกสะกิดอีกครั้ง
“เ้า้าอะไรอีกแม่เ้าก็ไม่ได้เป็อะไร หรือจะชอบข้า อยากจะอยู่ใกล้ชิดข้าหรอ ยัยฉิง”
เขาพูดออกมาดังราวกับจะให้คนที่เดินไปมาได้ยิน นางใเอามือตีเขาเบาๆ พร้อมกล่าว “จะบ้าหรือไง ข้าจะชอบเ้าได้ยังไงเ้าบ้า เ้ากลับบ้านไปแล้วไปนอนฝันเอาเถอะ ที่ข้าสะกิดเ้าเพราะข้าจะให้สิ่งนี้”
นางยื่นดอกสมุนไพรให้กับอวี่เซวียนและยื่นถุงเงินให้ อวี่เซวียนยืนมองนางก่อนจะยิ้มและหยิบเอาแค่สมุนไพรไป
“เ้าไม่เอาเงินหรอ” นางถาม
“ข้าไม่้าเงิน แค่สมุนไพรก็พอแล้ว ข้ายังไม่ได้รักษาอะไรแม่เ้าเลยแค่นี้ก็พอแล้ว อีกอย่างข้าอยากได้อย่างอื่นมากกว่า” อวี่เซวียนโน้มตัวลงไปหานาง นางยกแขนตีเขาอีกทีก่อนจะทำหน้าตาหมายจะฆ่าเขา
“ข้าหยอกเล่น เ้านิ ไม่มีอารมณ์ขันเอาซะเลย” อวี่เซวียนเก็บของใส่กระเป๋าในระหว่างนั้น ก็เกิดพลุที่ยิงขึ้นฟ้าตรงตำแหน่งที่พลุถูกยิงขึ้นคือโรงหมอของอาจารย์ของเขา เขาไม่รอช้าเขาลุกขึ้นสะพายกระเป๋าและออกวิ่งโดยทันที ความเร็วของเขารวดเร็วเทียบเท่ากับลม พุ่งตรงไปทางโรงหมอของเขา อวี่เซวียนวิ่งไม่หยุดผ่านที่ต่างๆ บ้างครั้งเขาก็วิ่งไปชนกับร้านค้าบ้างชนกำแพงบ้างแต่เขาก็ไม่หยุดจนมาเจอกับฝูงชนที่กำลังเดินตลาดกันอยู่ เขาะโขึ้นไปบนหลังคาบ้านและออกวิ่งที่้าแทน “อาจารย์ไม่เคยยิงพลสัญญานเลยนิ ข้าต้องรีบไป”
กล่าวจบเขาก็เพิ่มความเร็วขึ้นอีกเมื่อเห็นว่าถนนไม่มีคนแออัดเขาจึงะโลงมาจากหลังคา และออกวิ่งอีกครั้ง
“อีกไม่ไกลแล้วแค่เลี้ยวขวาด้านหน้า..…เห้ย หลบออกไป!!!!”
อวี่เซวียนที่วิ่งเต็มความเร็วกับต้องเจอพ่อค้าที่จูงสัตว์ปีศาจที่คล้ายกับวัวผ่านถนนตัดหน้าเขา อวี่เซวียนะโหลบแต่ด้วยความเร็วทำให้เขาลอยไปไกลจนเข้าไปชนกับร้านค้าเข้า เกิดเสียงอึกทึกครึกโครมจากการชนเต็มๆ อวี่เซวียนนอนจมอยู่ในกองของต่างๆ เขาร้องออกมาเบาๆ
“โอ๊ยๆๆ เจ็บๆๆ ดีนะที่ข้าหยุดทัน”
อวี่เซวียนกำลังจะลุกขึ้นเขากับโดนมือตบเขาที่หัวของเขาเบาๆ และมีเสียงะโด่า
“เ้าหมอน้อย เ้าทำร้านข้าพังไปนี้ก็รอบที่ห้าของเดือนนี้แล้วนะ เ้าจะทำลายร้านข้าไปถึงไหน!!!!”
อวี่เซวียนไม่สนใจเขาะโขึ้น ก่อนจะออกวิ่งเขาหันตัวมาพร้อมกับโยนแท่งทองให้พร้อมกล่าว
“ขอโทษที เอาอันนี้ไปแทนคำขอโทษละกัน ข้าต้องรีบไป”
อวี่เซวียนออกตัวอีกครั้งเขาไม่สนใจคำด่าที่ตามมาจากข้างหลัง ผ่านไปไม่นานข้างหน้าของเขาคือโรงหมอแต่ที่หน้าทางเข้ากับเต็มไปด้วย ม้าปีศาจ กลุ่มทหารปีศาจที่กำลังแบกคนเจ็บเข้าไปในโรงหมอ ในใจของเขากับเริ่มกังวล เขามาหยุดอยู่หน้าประตูโรงหมอ มองเข้าไปด้านใน ภาพที่เขาเห็นคือ ทหารปีศาจที่าเ็เป็จำนวนมากบ้างคนแขนขาดบ้างคนขาขาด เืเต็มพื้นไปหมด อวี่เซวียนยืนอึ้งอยู่ตรงหน้าประตูเขารักษาคนมามากแต่จำนวนขนาดนี้และความรุนแรงขนาดนี้ เขาไม่เคยรักษามาก่อน ในระหว่างนั้นเองก็มีเสียงอันดัง ดังมาจากข้างใน
“เ้าเก้า!!! เข้ามา เ้าไปจำแนกคนเจ็บให้ข้าอย่างที่ข้าเคยสอนเ้าเร็วถ้าช้ามันจะเสียกาล” เสียงนั้นที่ดึงเขามาจากภวังค์คืออาจารย์ของเขาที่ตอนนี้กำลังเย็บแผลของทหารปีศาจคนหนึ่งอยู่พร้อมกับลูกมืออีกสองคน เมื่อได้สติอวี่เซวียนได้เข้าไปด้านในและได้พุ่งตัวไปหาคนเจ็บคนต่างๆ และได้นำผ้าแต่ละสี แดง เหลือง เขียว ไปพันตัวแต่ละคนเจ็บตามอาการหนักเบา ไม่รู้เวลาผ่านไปนานเท่าไร คนเจ็บที่เต็มโรงหมอก็เริ่มลดน้อยลง เสียงร้องโหยหวนจากความเจ็บก็เริ่มเบาบางลง ทุกอย่างเริ่มกับเข้าสู่ความปกติ
….
“เฮ้อ!!!!! เหนื่อยๆๆๆๆๆ นี่ข้ารักษาคนมากขนาดนี่นี้ครั้งแรกเลยนะเนี่ย ขอละอย่าให้มีครั้งที่สองสามเลย เหนื่อยๆๆๆ” ซินอี๋ บ่นออกมาด้วยเสียงดังในขนาดที่ตัวของนางแทบจะไหลร่วมกับโต๊ะที่นางทิ้งส่วนตัวส่วนบนลงแนบ สร้างเสียงหัวเราะให้กับอีกสามคนที่นั่งอยู่
“ซินอี๋ เ้าต้องรับให้ได้นะ งานการแพทย์มันก็แบบนี้ เ้าเลือกมาแล้วบ่นไม่ได้” เฉิงเฟิงพูดขึ้นมาและยังเอานิ้วไปจิ้มที่หัวของซินอี๋ เมื่อนางโดนแบบนั้นนางปัดมือเขาออกและหันหัวไปมองจ้องตาเขม็ง
“ทำไม ทำไม บ่นไม่ได้หรอ งานหนักข้าบ่นไม่ได้หรอ พวกเ้ามันไม่ใช่คน….ยกเว้นเ้า โม่เฉิน”
เมื่อโม่เฉินได้ยินแบบนั้นเขาก็ะเิหัวเราะออกมาเนื่องจากเขาเป็ปีศาจตนเดียวในโรงหมอนี้ เพราะทุกคนในที่นี่ล้วนเป็มนุษย์ทั้งหมด
ทั้งสี่ต่างพูดคุยกันเฮฮาจนกระทั่ง อาจารย์ของพวกเขาเดินเข้ามาร่วมโต๊ะด้วย
ชายร่างสูง หน้าตาดูธรรมดา มีหนวดเคราเล็กน้อย ผมสั้น อายุราวๆ สามสิบปี นั่งลงที่เก้าอี้ที่ล้อมไปด้วยลูกศิษย์ของเขา
“เฮ้อ มีคนบ้าบุกเข้าปราสาทจอมปีศาจ เข้าไปชิงเอาหินพลังภพ ชังโง่จริงๆ” พูดจบเขาก็หยิบเอายาลูกกรเอามาแล้วโยนเข้าปากไปหนึ่งเม็ด พร้อมกับมองไปที่เหล่าลูกศิษย์ของเขา “เราอาจต้องเตรียมแผนรับมือกับยอดคนเจ็บที่น่าจะมากขึ้น ต้องเตรียมยา เตรียมอุปกรณ์….ชังมันเถอะ ตอนนี้ก็ค่ำแล้วพวกเ้าแยกย้ายกันกลับบ้านเถอะ”
กล่าวจบทุกคนต่างบอกลากันแยกย้ายกันกลับบ้านมีแค่ตัวของอวี่เซวียนและอาจารย์ของเขาที่อยู่ เนื่องจากอวี่เซวียนเป็เด็กกำพร้าได้ถูกอาจารย์รับมาเลี้ยงและสอนวิชาแพทย์ให้ แต่ถึงยังงั้นเขาก็ไม่เคยให้อวี่เซวียนเรียกพ่อเลยกับให้เรียกแค่ว่าอาจารย์เท่านั้นและเขาก็จะเรียกอวี่เซวี่ยนว่า ‘เ้าเก้า’ ซึ่งเขาก็ไม่ติดอะไร พอถามอาจารย์ก็จะตอบว่าเขานั้นเป็ศิษย์คนที่เก้า ทั้งสองต่างแยกย้ายไปจัดเตียง และอุปกรณ์ต่างๆ ที่อยู่ในที่รักษา ผ่านไปไม่นานฝนก็ตกลงมา
“ฝนตก ดีเลยคืนนี้จะได้นอนสบายๆ” อวี่เซวี่ยนพูดออกมาเมื่อมองไปที่ อาจารย์ของเขา อาจารย์ของเขากับนิ่งเงียบเหมือนกำลังรออะไรอยู่
“ท่านอาจารย์ ท่านอาจารย์ ท่านฟังข้าอยู่หรือป่าว”
อาจารย์ของเขาไม่ตอบกลับมองไปที่ประตูทางเข้าโรงหมอเขาจึงหันไปมองตาม สิ่งที่เขาเห็นคือชายร่างกำยำ สูงใหญ่ เขาสวนเกราะอ่อนทั่วทั้งตัว ชายคนนั้นก้าวเข้ามาในโรงหมอก่อนจะปิดประตู ชายคนนั้นยิ้มให้กับทั้งสอง ก่อนที่เขาจะพูดออกมา
“เ้าเคยบอกข้าว่า คำทำนายมันเป็เื่ไร้สาระ แล้วการที่เ้ามาอยู่ที่นี่ มันเป็เพราะอะไรหรอ ‘เจียงหยาง’”
.
.
.
.