เดย์รู้สึกว่าวันหยุดหนึ่งวันของเธอชั่งผ่านไปไวเสียจริงๆ เพราะว่าเดย์ใช้เวลาของทั้งวันจันทร์ในการนอน หลังจากตื่นนอนก็กิน พอกินเสร็จก็ไปนอนต่อ วนไปอย่างนี้จนพี่ฮาวต้องพูดว่า
“กลัวพรุ่งนี้ไม่ได้กินไม่ได้นอนหรือไงฮะ ไอ้ตูด” แต่เดย์ก็ไม่ได้สนใจอะไรกับคำพูดของพี่ฮาวเธอก็ยังคงกินและนอนต่อไปจนหมดวันเพราะเดย์้าที่จะสะสมพลังงาน เพื่อที่จะได้เอาแรงไปสอนคุณพนักงานใหม่ที่เดย์ได้กลายเป็ผู้รับผิดชอบในการสอนงานไปแล้ว
ร้าน ZEN’s CAFE
่ก่อนถึงเวลาเริ่มงานของเดย์
วันนี้ก็เป็พ่อมาส่งเดย์ที่ร้านเหมือนเดิม พอเดย์ก้าวขาลงจากรถก็พบว่าพนักงานใหม่ที่วันนี้เธอจะต้องสอนงานได้มายืนรอเดย์อยู่ที่หน้าร้านอยู่แล้ว
จริงๆแล้วเดย์เห็นธามยืนรออยู่หน้าร้านั้แ่เดย์ยังไม่ได้ลงจากรถเลยละ ก็ต้องยอมรับเลยว่าธามแค่ยืนอยู่เฉยๆหน้าร้านก็หล่อมากๆ หล่อแบบสามารถเรียกแขกเข้าร้านได้เลย
เดย์คิดชมอยู่ในใจแต่ไม่ได้คิดอะไรเกินเลยไปมากว่าแค่ชมว่าหล่อจริงๆ ก็ชมตามที่เห็นอะนะ พอธามเห็นเดย์ลงมาจากรถกำลังเดินจะเข้าร้าน ธามก็รีบขยับตัวเดินตรงมาหาเดย์ทันที
“สวัสดีครับ คุณพี่เลี้ยงเดย์” ธามทักทายด้วยน้ำเสียงสดใส แต่เดย์ไม่แน่ใจว่าจะรู้สึกดีใจดีไหมเนี่ยที่จู่ๆก็ถูกเรียกว่า คุณพี่เลี้ยง
“สวัสดีๆ แต่ว่าธามเรียกฉันว่าเดย์ดีกว่านะ เรียกคุณพี่เลี้ยงแล้วมันแปลกๆหูยังไงก็ไม่รู้ ฉันไม่ชินเลยอะ”
เดย์ทักทายตอบและตามด้วยน้ำเสียงขอร้องให้ธามเรียกเธอแค่ชื่อเล่นก็พอเพราะเรียกคุณพี่เลี้ยงเดย์ไม่ชินจริงๆ
“ก็ได้ งั้นเราไม่เรียกเดย์ว่าคุณพี่เลี้ยงละ”
ธามยักคิ้วให้เดย์ พร้อมผายมือเชิญให้เดย์เดินเข้าไปในร้านและธามก็เป็คนเปิดประตูให้ เอาจริงๆนะเดย์ก็รู้สึกเขินกับการแสดงออกในแบบสุภาพบุรุษของธาม
คือบางมุมธามอาจจะไม่ได้เป็สุภาพบุรุษจุฑาเทพขนาดนั้นก็ได้ แต่เดย์ก็ไม่รู้หลอกเพราะไม่ได้เคยใกล้ชิดกัน แต่เดย์ก็แอบเขินๆอยู่เหมือนกันนะกับการแสดงออกอย่างธรรมชาติของธาม อย่างการผายมือให้เดินก่อนเอย แบบเลดี้เฟิร์สเอย การเปิดประตูให้เอย
ขนาดเดย์เป็แค่เพื่อนนะยังรู้สึกดี แล้วคนที่เป็แฟนธามคงจะได้รับการดูแลเทกแคร์เป็อย่างดีแน่ๆเลย
คิดถึงตรงนี้ชื่อพายก็เด้งเข้ามาในหัวทันทีเพราะว่าเดย์ยังคงแอบคิดว่าธามกับพายน่าจะคบกันอยู่ แค่ยังไม่ได้ยินคำยืนยันจากทั้งสองคน เพราะเดย์เองก็ยังไม่กล้าถามออกไป ถ้าหากทั้งสองคนไม่ได้เป็อะไรกันเลยเดย์ก็คงหน้าแตกแน่ๆและอาจจะดูเสียมารยาทด้วยเพราะเื่แบบนี้ก็ถือว่าเป็เื่ส่วนตัวอยู่นะ
“มากันแล้วเหรอทั้งสองคน” เสียงพี่เซนทักขึ้น พี่เซนเดินตรงมาหาทั้งสองคนพร้อมกับยื่นลูกกุญแจให้ธามหนึ่งดอก ซึ่งเดย์ก็พอเดาได้ว่าน่าจะเป็ลูกกุญแจไขล็อคเกอร์
“ขอบคุณครับพี่เซน ลูกกุญแจอะไรเหรอครับ” ธามรับลูกกุญแจดอกนั้นมาถือไว้
“ลูกกุญแจเอาไว้ไขล็อคเกอร์ส่วนตัวน่ะ หมายเลขตู้ล็อคเกอร์จะติดอยู่ลูกกุญแจนั่นแหละ”
พี่เซนอธิบายพร้อมชี้ไปที่ตัวเลขที่ติดอยู่บนลูกกุญแจในมือของธาม
“อ่อ” ธามพยักหน้าว่าเข้าใจแล้ว และพลิกลูกกุญแจดูอีกด้านว่ามีตัวเลขติดเหมือนกันทั้งสองด้านไหม
“รายละเอียดต่างๆก็ให้เดย์อธิบายละกันว่าต้องทำอะไรบ้าง วันนี้เริ่มงานวันแรกก็ไม่ต้องตื่นเต้นละค่อยๆฝึกไป สู้ๆนะ”
พี่เซนตบมือลงบนไหล่ธามไปหนึ่งทีแล้วหันไปยิ้มให้เดย์พลางส่งสายตาบอกว่า ฝากด้วยนะ เดย์ก็พยักหน้าตอบรับว่าเข้าใจแต่ก็แอบหนักใจอยู่เนืองๆ ก็ไม่รู้จะเริ่มยังไงดี แต่เอาวะแค่สอนงานมันจะไปยากเย็นอะไร
เดย์สูดหายใจเข้าลึกๆและหันไปหาธามซึ่งก็เป็จังหวะเดียวกันที่ธามหันมาหาเดย์ทั้งสองคนสบตากันแป๊บนึงและเดย์ก็พูดขึ้นมาว่า
“งั้นเรามาเริ่มจากห้องล็อคเกอร์ละกัน”
เดย์เสนอแนะขึ้นมาเพราะว่าธามยังไม่เคยเห็นห้องล็อคเกอร์และคิดว่าถ้าจะเริ่มจากตรงไหนก่อนก็คงต้องเริ่มจากตรงนี้แหละ ซึ่งธามก็พยักหน้าเห็นด้วย
“ทุกครั้งพอมาถึงร้านฉันก็จะทักทายพี่ๆและก็รีบไปที่ห้องล็อคเกอร์เพื่อเอากระเป๋าไปเก็บ” เดย์พูดไปก็เดินนำธามพาไปที่ห้องล็อคเกอร์ พอเข้าไปถึงเดย์ก็เดินไปที่ตู้ล็อคเกอร์ของตัวเองและชี้ให้ธามดู
“ตู้หมายเลข7 ตู้นี้เป็ล็อคเกอร์ของฉันเองแหละ แล้วของธามได้ล็อคเกอร์เลขอะไรเหรอ”
ธามยื่นลูกกุญแจให้เดย์ดูเอง
“เลข8 เหรอ งั้นก็ตู้นี่สินะ แต่ตู้นี่ก็ว่างอยู่พอดี”
เดย์ชี้ไปตู้ถัดไปที่อยู่ติดกับตู้ของตัวเองพลางมองไปทางตู้อื่นและก็อดคิดไม่ได้ว่า มันว่างอยู่ตู้เดียวจริงๆเหรอเนี่ย พร้อมคืนลูกกุญแจให้กับธาม
ธามรับลูกกุญแจคืนมาและหันไปไขกุญแจเพื่อเปิดประตูล็อคเกอร์ออก
“กระเป๋าเป้ธามน่าจะใส่เข้าไปได้อยู่นะ”
เดย์มองดูขนาดของกระเป๋าเป้สีดำที่ธามสะพายมาวันนี้กับขนาดของล็อคเกอร์ดูแล้วน่าจะใส่ได้ไม่ติด แต่อาจจะแน่นๆนิดนึง เพราะกระเป๋าเป้ของธามอีกนิดนึงก็นึกว่ากระเป๋าแบ็คแพ็คละ
ธามหยัดกระเป๋าเข้าไปเก็บและปิดประตูพร้อมกับล็อคประตูล็อคเกอร์และเก็บลูกกุญแจไว้ในกระเป๋ากางเกง
“สงสัยพรุ่งนี้ต้องเปลี่ยนเป็ใบเล็กๆกว่านี้หน่อยละ” ธามหันมาบอกเดย์ เดย์ก็พยักหน้าเห็นด้วยว่าควรจะเปลี่ยนใบให้เล็กลงจริงๆ
“พอเก็บของเรียบร้อยแล้ว ก็จะต้องไปหยิบผ้ากันเปื้อนและก็เครื่องรับออเดอร์ที่ชั้นนั้นนะ”
เดย์ชี้ให้ธามดู และพึ่งนึกได้ว่าตัวเองก็ยังไม่ได้เก็บกระเป๋าเลยจึงรีบเปิดกระเป๋าเป้หยิบกุญแจมาไขประตูล็อคเกอร์ออกเพื่อเก็บกระเป๋าเป้ตัวเองเข้าไป
จากนั่นก็รีบเดินมาที่ชั้นวางผ้ากันเปื้อนหยิบผ้ากันเปื้อนส่งให้ธามหนึ่งผืนและหยิบมาสวมให้ตัวเองหนึ่งผืน ระหว่างที่เดย์กำลังเช็กความเรียบร้อยของตัวเองอยู่หน้ากระจก ธามก็หันไปเห็นว่าเดย์ลืมลูกกุญแจคาไว้ที่ประตูล็อคเกอร์ก็เลยเดินไปเช็กดูว่าประตูล็อคเกอร์ล็อคเรียบร้อยแล้วหรือยังและดึงออกมา
“เดย์ลืมลูกกุญแจคาประตูล็อคเกอร์ไว้น่ะ”
เดย์รีบหันกลับมาหาธามและยื่นมือไปหยิบลูกกุญแจจากมือธามที่ยื่นมาให้แล้วเก็บลงกระเป๋ากางเกง
“ขอบคุณนะ”
เดย์ยิ้มขอบคุณให้ธาม พลางคิดในใจว่าทำไมลืมได้ละเนี่ยๆๆๆๆ ชั่งมันๆ
เดย์เดินไปหยิบเครื่องรับออเดอร์ที่ชั้นมาสองเครื่อง เครื่องหนึ่งเก็บไว้ที่กระเป๋าผ้ากันเปื้อนของตัวเองและส่งอีกเครื่องนึงให้ธาม ธามรับมาและมองอย่างพิจารณาเล็กน้อย
“อันนี้คือเครื่องรับออเดอร์นะ ธามน่าจะเคยเห็นแล้วเวลาที่พนักงานมารับออเดอร์ ก็จะหยิบเครื่องนี้ขึ้นมารับออเดอร์จากลูกค้า” ธามพยักหน้าว่าเข้าใจเดย์จึงอธิบายต่อ
“วิธีใช้ง่ายมากๆ กดที่ปุ่มเปิด้านะ ธามก็จะเห็นรายกายทั้งอาหารและเครื่องดื่มทั้งหมดเลย ถ้าลูกค้าสั่งเมนูอะไรก็แค่กดเลือกเมนูนั้น ตัวเมนูก็จะย้ายไปอยู่ช่องรายการที่เลือก ถ้าลูกค้ายกเลิกก็แค่กดลบออก พอลูกค้าสั่งครบเรียบร้อยแล้วก็กดคำว่าEnter รายการทั้งหมดก็จะส่งไปที่ห้องครัว เป็ไงง่ายใช่ไหมละ”
ธามพยักหน้าถี่ๆทำนองว่าเข้าใจที่เดย์อธิบายทั้งหมดและเก็บเครื่องรับออเดอร์ลงกระเป๋าผ้ากันเปื้อนตามแบบเดย์
เดย์แอบเอ็นดูท่าทางของธามอยู่เหมือนกันนะแต่พอเห็นเสื้อที่ธามใส่ก็พึ่งนึกได้ว่าธามยังไม่ได้เสื้อยูนิฟอร์มของร้านเลยและไหนจะหมวกอีก
“ตายละ! ฉันเกือบลืมไปเลย”เดย์อุทานออกมา
“หือ? ลืมอะไรเหรอเดย์” ธามถามด้วยความสงสัยกับความหน้าตาตื่นใของเดย์
“ก็ธามยังไม่ได้เสื้อกับหมวกเลยไง เสื้อแบบนี้อะกับหมวกแบบที่ฉันสวมอยู่” เดย์ชี้มาที่เสื้อและหมวกของตัวเองให้ธามดู
“อ๋อๆ เออจริงด้วย แล้วเราต้องไปรับเสื้อกับหมวกที่ไหนเหรอ”
“เดี๋ยวฉันพาไป คืองี้นะทุกวันที่มาทำงานจะต้องใส่เสื้อแบบนี้กับหมวกแก๊ปอันนี้ส่วนกางเกงก็ง่ายๆใส่กางเกงยีนส์สบายๆ”
เดย์เห็นธามพยักหน้าเข้าใจแล้ว และเช็กความเรียบร้อยของตัวเองและธามอีกครั้งเมื่อเห็นว่าเรียบร้อยแล้ว ก็พากันเดินออกมาจากล็อคเกอร์
พอเดินออกมาเดย์ก็เห็นว่าพี่วิวอยู่หน้าแคชเชียร์ก็พอเดาได้ว่าพี่เซนน่าจะอยู่ในออฟฟิศเดย์จึงเดินนำธามไปที่ออฟฟิศของพี่เซน
ก๊อก ก๊อก ก๊อก เดย์เคาะประตูก่อนจะเปิดเข้าไป
“พี่เซนๆ ธามยังไม่ได้เสื้อกับหมวกเลยค่ะ”
“อ๋อๆ แป๊บนะ” พี่เซนยังไม่ละสายตามาจากหน้าแล็ปท็อป เดย์คิดว่าพี่เซนน่าจะกำลังยุ่งๆอยู่กับงานที่รับออกแบบภายในแน่ๆ
“งั้นให้หนูหยิบได้เลยไหมคะ”
เดย์คิดว่าหยิบให้ธามเองน่าจะดีกว่าจะได้ไม่ต้องกวนเวลาทำงานของพี่เซนด้วย
“ได้ๆ เดย์จัดการได้เลย เสื้อหกตัวแล้วก็หมวกเอาไปสองใบ”
พี่เซนยังคงสั่งการมาจากหลังหน้าจอแล็ปท็อป
“โอเคค่ะ”
เดย์เดินไปยังตู้ที่มีลักษณะคล้ายๆตู้เก็บของที่มีป้ายติดไว้ว่า เสื้อกับหมวก เดย์เปิดประตูตู้ออกมาก ในตู้ชั้นบนสูงสุดจะเป็ชั้นเก็บหมวก ชั้นถัดลงมาจะเป็เสื้อพนักงานมีแบบเดียวแต่จะเรียงชั้นละหนึ่งไซส์ ในแต่ละชั้นจะแบ่งไปไซส์ผู้ชายกับผู้หญิง ไล่จาก้าคือ XL,L,M และ S ที่จะอยู่ชั้นล่างสุด
เดย์ยืนลังเลอยู่ว่าธามจะต้องใส่เสื้อไซส์ไหนแต่ไม่แน่ใจเลยหันมามองธามและทำหน้าวิเคราะห์่อกไหล่ของธาม
ส่วนธามก็ยืนนิ่งๆมองดูเดย์วิเคราะห์ไป ซึ่งจริงๆแล้วในใจธามก็อยากจะบอกแหละว่าจะต้องเป็ไซส์ไหน แต่ว่าก็อยากรู้ว่าเดย์จะเลือกมาได้ถูกไซส์ไหม
“น่าจะไซส์นี้แหละมั้ง” เดย์ตัดสินใจหยิบเสื้อไซส์Mลงก่อนหนึ่งตัวและยื่นให้ธาม
“ธามลองดูสิว่าใส่ได้ไหม”
ธามมองเสื้อในมือตัวเองแล้วคลี่เสื้อออกให้เดย์ดูพลางขำเบาๆ เดย์ได้แต่งงว่าขำอะไรเสื้อร้านก็ไม่ได้ดูตลกอะไรนี่
“ขำอะไรอะ” เดย์ขมวดคิ้วถาม
“ก็เสื้อนี่ไง เดย์หยิบไซส์M มาให้เราอะก็ถูกไซส์แล้วแหละ เพราะปกติเราก็ใส่ไซส์นี้ แต่ที่ขำก็คือเดย์หยิบไซส์M ของผู้หญิงมาให้เรา ฮาๆๆ”
“ห๊า จริงดิ” เดย์รีบคว้าเสื้อกลับมาดู และมองกลับไปที่ชั้นก็พบว่าตัวเองหยิบเสื้อมาผิดฝั่งจริงๆด้วย เลยรีบพับเก็บเข้าที่เดิมและหยิบตัวใหม่จากฝั่งผู้ชายมาแทน
“อะคราวนี้ไม่ผิดละ” เดย์คลี่เสื้อออกและทาบเข้าไปกับไหล่ของธาม
เมื่อเช็กดูแล้วว่าน่าจะใส่ไซส์นี้ไม่ผิดแน่ๆเดย์ก็เลยหยิบมาอีกห้าตัวพร้อมนับเช็กอีกครั้งว่าครบหกตัวไหม
“หกตัวครบละ อืมมม ที่นี้เหลือแค่หมวกสองใบ”
เดย์เงยหน้าขึ้นไปมองชั้นสูงสุด ทำไมสูงจังวะเดย์คิดและก็เขย่งเท่าเพื่อที่จะเอื้อมมือขึ้นไปหยิบหมวก
“งือ ทำไมมันอยู่ลึกจังอะ” เดย์เขย่งสุดปลายเท้าแต่ก็ยังควานหาหมวกไม่เจอ
“พอเลยๆ เดี๋ยวเราหยิบให้”
ธามดึงไหล่เดย์ลงทำนองว่าให้หยุดเขย่งได้แล้ว และก็แค่เอื้อมเล็กน้อย(ก็แทบไม่ต้องเขย่งอะไรเลย) ธามก็หยิบหมวกสีขาวมาสองใบ เดย์ได้แต่เบ้ปากชิหมั่นไส้คนตัวสูง เพราะเวลาเดย์ยืนใกล้ๆธาม ความสูงของเดย์น่าจะอยู่ใต้จักแร้ของธามได้มั้ง
“เสื้อหกตัว หมวกสองใบครบแล้ว อะธามเอาไปเก็บที่ล็อคเกอร์ก่อนนะ แล้วฉันจะรออยู่ที่เคาน์เตอร์ด้านหน้า” เดย์ยัดเสื้อที่เธอถืออยู่เข้าไปในมือธาม และเดินไปเปิดประตูให้
“โอเค ขอบใจนะ” ธามหอบของทั้งหมดเดินออกจากออฟฟิศเพื่อเอาไปเก็บที่ล็อคเกอร์ของตัวเอง
“เรียบร้อยแล้วค่ะพี่เซน อย่าลืมบันทึกไว้นะคะ”
เดย์หันไปบอกพี่เซนก่อนจะปิดประตูออฟฟิศ แต่ก็ยังเห็นพี่เซนทำหน้าเคร่งเครียดเหมือนคิดหนักอะไรสักอย่างอยู่หลังหน้าจอแล็ปท็อปเหมือนเดิม
เดย์เห็นว่าพี่เซนน่าจะ้าสมาธิก็เลยตัดสินใจปิดประตูโดยไม่ได้รอให้พี่เซนพูดอะไร เดย์เดินมารอธามที่เคาน์เตอร์แคชเชียร์ตามที่บอกธามไว้
“วันนี้เพื่อนเดย์เริ่มงานวันแรกใช่ไหมจ๊ะ น้องเค้าชื่ออะไรนะ” พี่วิวที่ยืนอยู่หลังเคาน์เตอร์ทักขึ้น
“ชื่อธามค่ะพี่วิว พี่เซนให้หนูเป็คนสอนงานด้วย นี่ก็ยังไม่ได้เริ่มอะไรเลย” เดย์บนอุบ
“เมื่อกี้เห็นธามหอบเสื้อกับหมวกออกมาจากออฟฟิศ ทุกอย่างเรียบร้อยดีไหม”
“เรียบร้อยดีค่ะพี่วิว” เดย์ยิ้มตอบพี่วิว และก็เห็นธามเดินตรงมาหาพอดี เดย์เลยคิดว่าควรจะแนะนำพี่ๆให้ธามรู้จักก่อน งั้นก็เริ่มจากพี่วิวเลยแล้วกัน
“ธามนี่พี่วิวนะ พี่วิวเป็พนักงานประจำที่ร้านตำแหน่งหลักๆของพี่วิวก็คือจะดูแลในส่วนของแคชเชียร์ตรงนี้แหละ แต่ถ้า่ไหนพี่เซนดูตรงนี้แทนพี่วิวก็จะมาช่วยรับออเดอร์ลูกค้า”
เดย์แนะนำให้ธามรู้จัก ธามพยักหน้าและรีบเก็บไว้ในความจำทันทีว่าพี่คนนี้ชื่อพี่วิวพร้อมยกมือไหว้
“สวัสดีครับพี่วิว ผมชื่อธามนะครับฝากเนื้อฝากตัวด้วยครับ”
ธามแนะนำตัวเองกับพี่วิว แต่เดย์อะรู้ว่าพี่วิวน่าจะแอบบิดซ้ายบิดขวาอยู่ในใจแน่ๆ แต่แสดงออกมาไม่ได้ต้องเก็บทรงไว้
“จ้ามีอะไรก็ถามได้นะ” พี่วิวโบกไม้โบกมือทำนองว่าไม่ต้องไหว้หลอก
“ขอบคุณครับพี่”
ธามเอามือลงเปลี่ยนเป็โค้งขอบคุณให้พี่วิวแทน เดย์อยากจะปล่อยขำออกมาเพราะแอบคิดภาพพี่วิวเก็บทรงไม่อยู่ แค่คิดก็ฮาแล้ว
“ใส่หมวกมาด้วย ดีๆ” เดย์ยกนิ้วโป้งกดไลค์ให้ธาม
“ใช่ แต่เสื้อขอเอาไปซักก่อนแล้วใส่พรุ่งนี้ได้ไหมอะ” ธามชี้มาที่เสื้อของตัวเองที่ยังไม่ได้เปลี่ยนเป็เสื้อของที่ร้าน ใจก็แอบกลัวๆอยู่ว่าจะผิดไหม แต่จะให้ใส่เลยก็เกรงใจลูกค้าจะได้กลิ่นเสื้อใหม่ที่ยังไม่ได้ซัก
“ได้ๆ ซักก่อนแล้วพรุ่งนี้ค่อยใส่วันนี้เป็วันเริ่มวันแรกไม่เป็อะไรหลอก งั้นเรามาเริ่มเลยแล้วกันนะ ตามฉันมา”
เดย์หันไปโบกมือให้พี่วิวทีนึง ซึ่งธามก็ทำตามเช่นกันและเดินตามเดย์ไป พี่วิวมองท่าทางของเด็กทั้งสองคนก็แอบคิดในใจไม่ได้ว่า ถ้าเด็กสองคนนี้เป็แฟนกันขึ้นมาจริงๆก็น่ารักดีนะ มองไปมองมาก็เหมาะสมกันดี
เดย์เดินนำธามมายังประตูทางเข้าร้านที่จะเป็ส่วนแรกในการต้อนรับลูกค้า ซึ่งตอนนี้มีพี่โจ้ยืนประจำอยู่หนึ่งคน
“ธามคนนี้คือพี่โจ้นะ พี่โจ้จะทำตำแหน่งตอนรับลูกค้า พาลูกค้าไปหาที่นั่งและก็รับออเดอร์ลูกค้าด้วย พูดง่ายๆก็คือเป็ตำแหน่งที่เราทำอยู่และธามก็จะต้องทำด้วยเหมือนกัน”
ธามพยักหน้าเข้าใจในสิ่งที่เดย์อธิบาย แต่ก็ไม่ลืมยิ้มทักทายและยกมือไหว้พี่โจ้
“สวัสดีครับพี่โจ้ ผมชื่อธามครับฝากเนื้อฝากตัวด้วยครับพี่”
“ไม่ต้องไหว้ๆ แล้วก็ทำตัวสบายนะ ที่นี้เป็กันเองไม่มีใครน่ากลัว”
พี่โจ้ตบมือลงบนไหล่ธามเพื่อให้ธามรู้สึกว่าที่นี่เป็กันเองจริงๆไม่ต้องเกร็งและก็พูดต่อ
“จริงๆแล้วพี่เข้างานประจำที่่บ่ายนี่แหละ แต่ว่าพี่ขอพี่เซนเปลี่ยนไปเข้า่เย็นแทน พอดี่นี้พี่มีธุระ่บ่ายน่ะก็เลยตัดสินใจว่าย้ายไปเข้า่เย็นจะดีกว่า เพราะนัทพึ่งลาออกไป และเป็จังหวะพอดีที่ธามมาสมัครงานด้วย”
พี่โจ้อธิบายให้ทั้งธามและเดย์ฟัง เดย์ถึงกับร้องอ๋อในใจเพราะก็แอบมีคำถามอยู่ว่าถ้าพี่เซนให้ธามมาทำ่เวลาเดียวกันแล้วพี่โจ้จะไปทำอะไรอะ ที่แท้ก็มีที่มาที่ไปอย่างนี้นี่เอง
พี่นัทเป็พนักต้อนรับ่เย็นคู่กับพี่เจน แต่พึ่งลาออกไปด้วยเหตุผลส่วนตัว พี่โจ้ก็เลยขอไปทำงาน่เวลานั้นแทนแล้วธามก็มาได้จังหวะพอดีเข้ามาทำ่บ่ายคู่กับเดย์แทนพี่โจ้
“อ๋อๆๆๆๆ หนูก็แอบคิดอยู่ว่าพี่โจ้จะไปทำส่วนไหนเพราะธามต้องมาต้อนรับลูกค้าคู่กับหนู ที่แท้ก็แบบนี้นี่เอง” เดย์พูดสิ่งที่ไขข้อข้องใจของตัวเองออกมา
“แต่วันนี้พี่มาเข้า่บ่ายด้วยเพราะว่าพี่เซนอยากให้ช่วยก่อน ก็ธามพึ่งเริ่มงานวันนี้วันแรก และเดย์ก็ต้องคอยดูแลคอยสอนงานให้ด้วย จะได้ไม่ต้องพะวงเื่การดูแลลูกค้า” ทั้งธามและเดย์พยักหน้าเข้าใจพร้อมกัน
“เอาละลูกค้ากำลังเดินเข้ามาพอดีเลย” พี่โจ้พูดพร้อมพยักหน้าไปทางหน้าร้านให้ทั้งเดย์และธามรู้ตัวว่าได้เวลาเริ่มงานจริงของธามแล้ว
พี่โจ้และเดย์เข้าประจำที่ของตัวเองส่วนธามก็ยืนงงๆอยู่ว่าควรจะเดินไปยืนข้างไหนดี เดย์เห็นท่าทางหันซ้ายหันขวาของธามบวกกับลูกค้าเดินใกล้เข้ามาถึงหน้าร้านแล้ว เดย์เลยตัดสินใจคว้าข้อมือของธามดึงให้มายืนอยู่ข้างๆตัวเอง
“ธามมยืนตรงนี้นะ แล้วคอยดูเรากับพี่โจ้ว่าทำยังไง”
ธามพยักหน้ารับพร้อมยืนตัวตรงเตรียมพร้อมต้อนรับลูกค้าที่กำลังเปิดประตูเข้ามาในร้าน
“สวัสดีครับ/ค่ะ ZEN’s CAFE ยินดีต้อนรับครับ/ค่ะ”
ทั้งเดย์และพี่โจ้กล่าวพร้อมกันพร้อมโค้งต้อนรับลูกค้าที่เข้ามาใหม่ ธามเห็นอย่างนั้นจึงโค้งต้อนรับลูกค้าตามบ้างจากนั่นก็เป็พี่โจ้ที่เป็คนพาลูกค้าไปหาโต๊ะนั่ง
เดย์รอจนลูกค้าเดินผ่านตัวเองและธามไปแล้วจึงหันมาพูดกับธามว่า
“ทุกครั้งเวลามีลูกค้าเข้ามาเราก็จะกล่าวต้อนรับลูกค้าแบบนี้แหละ เมื่อกี้ธามจำได้ใช่ไหมว่าต้องพูดอะไรบ้าง”
“อ๋อๆ จำได้ พอลูกค้าเดินเข้ามาแล้วก็จะต้องกล่าวทักทายลูกค้าว่า สวัสดีครับZEN’s CAFE ยินดีต้อนรับครับ แล้วก็โค้งต้อนรับเล็กน้อยแบบนี้เราทำถูกไหม”
ธามทวนในสิ่งที่ตัวเองพึ่งได้เรียนรู้เมื่อกี้พร้อมทำท่าทางให้เดย์ดูว่าตัวเองทำถูกต้องหรือไม่
“ใช่ๆ ถูกต้องแล้ว เก่งมากๆ” เดย์ชมพร้อมปรบมือเบาเปาะแปะให้กับธามเพื่อยืนยันว่าสิ่งที่ธามทำเมื่อกี้ถูกต้องแล้วจริงๆ
“ปกติแล้วถ้าฉันกับพี่โจ้ยืนอยู่พร้อมกันแล้วมีลูกค้าเข้ามา พี่โจ้จะเป็คนเริ่มพาลูกค้าเข้าไปหาที่นั่งก่อนส่วนฉันก็จะยืนแสตนด์บายเพื่อรอรับลูกค้าที่จะเข้ามาใหม่ แต่ถ้ายังไม่มีมาแล้วพี่โจ้กลับมาประจำที่แล้ว ก็รอจนมีลูกค้าใหม่มาแล้วฉันก็จะเป็คนพาไปเอง แบบผลัดๆกันอะ” ธามพยักหน้างึกๆว่าข้าใจ
“แล้วถ้ามาตอนที่พี่โจ้ยังไม่กลับมาละ” ธามถาม
“ก็รับไปได้เลยไม่ต้องรอ ถ้าระหว่างที่เราหรือพี่โจ้ไม่อยู่หากมีลูกค้าเข้ามาจริงๆ ก็จะมีคนอื่นๆเค้ามาทำหน้าที่ดูแลลูกค้าเองเป็อัตโนมัติ”
เดย์อธิบายต่อ พร้อมกับเขย่าแขนธามให้หันไปดูว่ามีลูกค้ากำลังเข้ามาใหม่แล้ว
“นั้นไงๆลูกค้ากำลังเข้ามาพอดี เดี๋ยวเรารับลูกค้าพร้อมกันนะ”
ธามมองมือเดย์ที่ปล่อยออกจากแขนของตัวเอง และก็แอบอมยิ้มให้กับอาการตื่นเต้นของเดย์ที่จะได้ต้อนรับลูกค้าที่กำลังเดินเข้ามา แทนที่คนที่ควรจะตื่นเต้นจะต้องเป็ธามมากกว่า แต่เดย์ได้แย้งอาการตื่นเต้นจากธามไปหมดแล้วธามก็เลยได้แต่อมยิ้มเบาๆ
“สวัสดีครับ/ค่ะ ZEN’s CAFE ยินดีต้อนรับครับ/ค่ะ”
เดย์กับธามพูดพร้อมเพรียงกันและเป็ธามที่พายมือเชิญให้เดย์เดินนำลูกค้าเข้าไปก่อนและตัวเองถึงค่อยเดินตาม
ธามยืนดูเดย์รับออเดอร์จากลูกค้าไปพร้อมกับเรียนรู้ท่าทางวิธีการบริการลูกค้าไปด้วย เดย์คล่องแคล่วมากเลยธามคิดอย่างชื่นชมในใจ
และวันนี้ทั้งวันธามก็ได้เรียนรู้งานทุกอย่างจากเดย์ เดย์ทำอะไรธามก็จะทำแบบนั้น เดย์พักเบรกตอนไหนธามก็พักเบรกพร้อมกันกับเดย์
เดย์ได้พลัดให้ธามรับลูกค้าและดูแลลูกค้าด้วยตัวเองคนเดียวด้วย ซึ่งธามก็ทำออกมาได้ดีจนเดย์รู้สึกว่าธามเรียนรู้ได้เร็วสอนแป๊บเดียวก็จำได้และทำด้วยตัวเองได้หมดแล้ว
เห็นแบบนี้คนสอนงานอย่างเดย์ก็รู้สึกค่อยสบายใจขึ้นมาหน่อย ไม่รู้ว่าตัวเองสอนให้เข้าใจได้ง่ายหรือว่าธามเป็คนหัวไวแต่ยังไงก็ขอเป็ให้เครดิตทั้งสองฝ่ายก็แล้วกันนะ
ด้วยความที่มีลูกค้าเข้ามาในร้านอยู่เรื่อยๆทำให้เดย์และธามไม่ค่อยได้คุยอะไรกันมากนักเพราะต้องคอยดูแลลูค้า และวันนี้ทั้งสองคนก็ได้รับลูกค้าและดูแลลูกค้าวนไปจนถึงเวลาเลิกงาน
ซึ่งตลอดทั้งวันเดย์ไม่ได้รู้ตัวเลยว่าเหมือนมีใครคอยแอบมองเธอกับธามอยู่จากนอกร้านตลอดเวลา
“ได้เวลาเลิกงานแล้วเหรอเนี่ย ไวเหมือนกันนะ”
ธามยกข้อมือขึ้นมาดูนาฬิกาที่ตอนนี้บอกเวลา 16:00น.ซึ่งก็แปลว่าตอนนี้ได้เวลาเลิกงานของทั้งเค้าและเดย์แล้ว
“ใช่แล้ว”
เดย์ตอบเสียงเนือยด้วยความหมดแรง และก็เดินผ่านหน้าธามเข้าไปที่ห้องล็อคเกอร์เพื่อเอากระเป๋าเป้ของตัวเองออกมาและเตรียมตัวกลับบ้าน
“เหนื่อยเหรอ”
ธามก็เดินตามเข้ามาเพื่อเอากระเป๋าเป้ของตัวเองเช่นกันแต่จังหวะที่เปิดประตูล็อคเกอร์ออกมานั่น ด้วยความที่ตอนธามเอาเสื้อกับหมวกมาเก็บเค้ารีบเก็บไปหน่อย(เรียกว่ายัดดีกว่า)ไม่ได้วางจัดระเบียบให้ดี เลยทำให้ตอนเปิดประตูล็อคเกอร์ออกของที่อยู่ข้างในก็พากันเทหล่นออกมาด้วย
เดย์เห็นของหล่นจึงรีบก้มลงมาช่วยธามเก็บและด้วยจังหวะเดียวกันทำให้หัวของทั้งคู่ชนดังโป๊ก
“โอ๊ย!!”
ทั้งสองร้องเสียงโอดครวญด้วยความเจ็บพร้อมกัน แต่เป็ธามที่สลัดความเจ็บออกโดยเร็วเพื่อจะดูหัวหรือหน้าผากของเดย์ว่าเป็อะไรไหม
“เดย์เจ็บตรงไหนไหม ไหนขอเราดูหน่อย”
ธามรีบจับมือเดย์ที่จับหน้าผากอยู่ออกและสิ่งที่เห็นก็คือหน้าผากของเดย์แดงปูดออกมาแต่ไม่มากนัก
“หัวโนไหมอะ” เดย์เงยหน้าขึ้นมาถามธามพร้อมกับดึงมือกลับไปคลำที่หน้าผากตัวเองอีกครั้งเผื่อเช็กดูว่ามันโนออกมาไหม
“ก็ปูดออกมานิดนึงอะแต่ไม่มาก ยังไม่ปูดเท่าลูกมะนาวหลอก”
ธามเอ่ยปลอบใจเดย์แต่ก็พึ่งคิดได้ว่าถ้าหน้าผากเดย์ปูดออกมา แล้วของตัวเองละจะปูดออกมาไหม ธามยกมือขึ้นมาเช็กที่หน้าผากตัวเองจากที่คลำๆดูก็ไม่ผิดคาดหน้าผากธามก็ปูดออกมาเหมือนกัน
เดย์เห็นธามคลำหน้าผากอยู่ก็แอบเป็ห่วงอยู่ว่าหน้าผากธามจะปูดเหมือนของตัวเองไหม เดย์ก็เลยจับมือธามที่คลำหน้าผากอยู่ออกแต่ก็ต้องใเพราะว่าของธามก็ปูดไม่ต่างกันกับของเดย์
“หน้าผากธามปูดเหมือนกันเลยอะ”
แต่แทนที่จะพากันใ ทั้งสองคนต่างพากันขำขึ้นมาแทนไ อ้เจ็บมันก็เจ็บอยู่หลอกนะ แต่พอเห็นหน้าผากของแต่ละคนที่ปูดออกมาแล้วมันก็น่าขำมากกว่า
“เราสองคนนี่ ชอบเอาหัวมาเขกกันจังเลยนะ” ธามพูดไปก็รีบเก็บเสื้อและหมวกที่หล่นลงมาเข้ากระเป๋าเป้ของตัวเองและล็อคปิดล็อคเกอร์ให้เรียบร้อย
“นั่นสินะ แต่คราวที่แล้วหัวไม่ปูดแบบนี้นะ” เดย์พูดปนขำและชี้ไปที่หน้าผากตัวเองด้วยความรู้สึกตอนนี้มันก็ยังเจ็บๆอยู่เลย
ทั้งสองคนพากันเดินออกมาจากห้องล็อคเกอร์แล้วก็บอกลาพี่ในร้านก่อนจะพากันเดินออกไปนอกร้าน
“หัวปูดก็ยังน่ารักเหมือนเดิมนั่นแหละ” คำพูดของธามทำเอาเดย์เกือบเดินสะดุดขาตัวเองล่มซะแล้ว เดย์เลยหันไปและขอพูดแซวธามบ้าง
“ธามก็เหมือนกันแหละ หัวปูดก็ยังหล่อไม่สางเลยจ้ะ”
“จริงเหรอ” ธามถามพร้อมกับหยุดเดินเหมือนรอให้เดย์ตอบก่อน
“อืมๆ”
เดย์พยักหน้าตอบ แต่ทำไมธามต้องทำหน้าดีใจอะไรขนาดนั้นด้วยอะ ทำเหมือนไม่ชิน เท่าที่รู้ก็คือใครๆก็ก็ชมธามว่าหล่อ หน้าตาดีกันทั้งนั้น ทั้งต่อหน้าและลับหลัง แล้วทำไมวันนี้ดูดีใจเกินเบอร์อะไรขนาดนี่เนี่ย
ธามค่อยๆเดินเข้ามาหาเดย์แต่หยุดก่อนจะถึงเดย์ตัวเดย์ประมาณหนึ่งก้าว ด้วยระยะที่ใกล้ขึ้นและส่วนสูงของธามทำให้เดย์ต้องเงยหน้าเล็กน้อยขึ้นไปมองธาม
แต่ท่าทางนิ่งๆและสายตาของธามที่จ้องมองหน้าเดย์อยู่ตอนนี้ ทำให้เดย์เดาไม่ออกว่าธามกำลังคิดอะไรอยู่แต่ที่แน่ๆก็คือเดย์รู้สึกได้เลยว่าหัวใจของเดย์เต้นเร็วขึ้นผิดปกติและรู้สึกว่าอุณหภูมิที่แก้มเริ่มร้อนซู่ขึ้น
ทั้งสองคนจ้องตากันอยู่ประมาณสามวินาทีและเป็ธามที่จู่ๆก็ก้มหน้าลงมาและจังหวะนี้ร่างกายของเดย์ก็ผงะถอยหลังเล็กน้อยแบบอัตโนมัติ ธามแค่ก้มลงมาเล็กน้อยไม่ได้เกินไปกว่านั้นและเลื่อนสายตาจากตาของเดย์ไปมองที่หน้าผากเดย์แทน
“เราว่าหน้าผากเดย์เริ่มดีขึ้นแล้วแหละ” ธามแค่ก้มลงมาดูหน้าผากเดย์เท่านั่นและกลับเป็ยืนตรงแบบเดิม
แต่เ้าของหน้าผากที่ตอนนี้ไม่ได้รู้สึกถึงความเจ็บเลยแต่รู้สึกร้อนๆที่หน้ามากกว่า
“ออ เหรอดีขึ้นแล้ว งะ งั้นก็ดีสิ” เดย์อยากจะตีที่แผลตัวเองซะจริงๆ แล้วทำไม่ต้องพูดตะกุกตะกักด้วยเนี่ย
“เออ...คือว่า”
เดย์เห็นธามอ้ำอึ้งเหมือนจะอยากพูดอะไรสักอย่าง จึงถามออกไปว่า
“มีอะไรเหรอธาม”
“คือว่าเรา เรา”
เดย์ก็ลุ้นอยู่ว่าธามอยากจะพูดอะไร ส่วนธามก็ยืนมือกำกระเป๋าเป้บีบไปมาอยู่นั่นแหละ
“เรา เรา อะไรอะ มีอะไรจะพูดก็พูดมาได้เลย” ธามได้ยินเดย์พูดมาแบบนี้ก็เลยตัดสินใจว่าพูดก็พูดวะ
“คือว่าเราจะขอเดย์...” อ่าวทำไมปากมันไม่พูดออกไปวะเนี่ย จู่ๆสิ่งที่ธามจะพูดก็หายไป ธามอยากจะตีปากตัวเองจริงๆที่พูดออกไปไม่ได้ แล้ววันนี้จะได้พูดไหมครับเนี่ย