"ในระหว่างที่ทุกคนกำลังไปตามคนในครอบครัวมา พวกเรามาทำเบ็ดตกปลากันเพิ่มก่อนดีกว่าขอรับท่านพ่อ" หลังจากที่ทุกคนออกจากบ้านกันไปแล้วลู่เฟิงก็ได้พูดกับพ่อของเขา
"พ่อก็คิดเอาไว้อยู่แล้วว่าลูกจะต้องทำเบ็ดเพิ่ม แต่พ่อก็สงสัยอยู่อย่างนะ ทำไมลูกถึงไม่ทำให้เบ็ดมันแข็งแรงและทนทานมากกว่านี้ก่อนล่ะหลังจากนั้นก็ค่อยเอาเบ็ดให้กับทุกคน" จ้าวเฟิงถามอย่างสงสัย
"การที่จะทำเบ็ดที่แข็งแรงและทนทานได้นั้น มันต้องใช้เวลาซักพักหนึ่งในตอนนี้พวกเรามีลูกค้าที่กำลังรอปลารมควันอยู่เป็จำนวนมาก ซึ่งข้าคิดว่าถ้าไปทำเบ็ดให้แข็งแรงนั้นอาจจะไม่ทันการแล้วไหนจะเื่การทำเกลืออีก" ลู่เฟิงอธิบายให้กับจ้าวเฟิงฟัง
"ตอนนี้สิ่งที่พวกเราควรจะต้องทำก็คือการไปตกปลาและทำปลารมควันเป็จำนวนมากเก็บเอาไว้ก่อนเพื่อขาย พอทุกอย่างเริ่มอยู่ตัวแล้วข้าก็จะเริ่มทำเบ็ดให้มีความแข็งแรงมากกว่านี้" ลู่เฟิงกล่าวต่ออย่างใจเย็น
"นั่นสินะ พ่อเองก็หลงลืมไปว่าในวันพรุ่งนี้มีคนรอซื้อของจากพวกเราอยู่อีกเยอะเลย" จ้าวเฟิงพยักหน้าอย่างเข้าใจกับเหตุผลของลู่เฟิง
"นี่จ่ะ แม่เตรียมของที่ใช้ทำเบ็ดเอาไว้ให้แล้ว จำทำออกมาแค่ไหนเลยก็ได้" หรูชิงที่พึ่งจะกลับเข้ามาในบ้านได้ยินบทสนทนากล่าวออกมาด้วยรอยยิ้ม ทุกอย่างเป็อย่างที่นางได้คิดจริงๆ
เมื่อกี้นี้นางได้ไปส่งทุกคนที่หน้าบ้าน ซึ่งในระหว่างที่ไปส่งทุกคนนางก็คิดว่าในเมื่อทุกคนจะไปหาจับปลากันในทะเล บางทีอาจจะต้องมีเบ็ดสำหรับทุกคน นางจึงได้ไปหาขอซื้อพวกเข็มกับด้ายต่อจากเพื่อนบ้านคนอื่นๆ คนละนิดละหน่อย ไม่นานก็ได้ของที่้ามาจำนวนมาก เมื่อกลับเข้าบ้านมาก็ได้ยินบทสนทนาพอดี
"โอ้วว พอดีเลยหรูชิง เมื่อกี้นี้ข้ากับลูกพึ่งจะคุยกันเื่การทำเบ็ดเพิ่มอยู่พอดี มีของครบแบบนี้ก็ดีเลย พวกเรามาเริ่มทำกันเลยดีกว่า พอทุกคนกลับมาพวกเราจะได้ออกไปหาปลากัน พ่อว่าทำซัก 12 อันก่อนก็พอ" จ้าวเฟิงกล่าวออกมาอย่างกระตือร้นและเร่งรีบ เพราะตอนนี้ทุกคนต้องทำงานกันแข่งกับเวลา
"จ่ะ" หรูชิงตอบรับด้วยรอยยิ้ม เมื่อเห็นท่าทางของสามีของนางที่ตอนนี้เหมือนกับเด็กๆเป็อย่างมาก นางไม่ได้เห็นสามีของตัวเองมีท่าทางแบบนี้มานานมากแล้ว พึ่งจะมามีท่าทางแบบนี้ก็่หลังจากที่ลูเฟิงฟื้นขึ้นมาเท่านั้นซึ่งนางก็รู้สึกชอบท่าทางของสามีตัวเองที่เป็อย่างนี้มากมาั้แ่สมัยที่เป็สาวๆแล้ว หลังจากที่แต่งงานกันด้วยหน้าที่และความรับผิดชอบนิสัยของสามีตัวเองจึงได้ค่อยๆสุขุมขึ้น พอได้เห็นท่าทางแบบนี้ของจ้าวเฟิงอีกครั้งแล้วนางก็รู้สึกเหมือนกับว่าตัวเองได้ตกหลุมรักสามีตัวเองอีกครั้ง
"ได้เลยขอรับ" ลู่เฟิงตอบพ่อของเขาและมองแม่ของตัวเองที่ตอนนี้กำลังส่งสายตาที่หวานเยิ้มไปทางจ้าวเฟิงด้วยรอยยิ้ม บางทีเขาอาจจะต้องหาคนรู้ใจซักคนบ้างแล้วล่ะ เพราะตอนนี้เขาเริ่มที่จะรู้สึกอิจฉาพ่อของเขานิดๆบ้างแล้ว
หลังจากที่ทุกคนรับคำของจ้าวเฟิงแล้วจึงได้เริ่มลงมือทำเบ็ดตกปลากันในทันที
การออกไปหาปลาในวันนี้นี้จ้าวเฟิงคิดว่าอาจจะใช้เวลาพอๆกับเมื่อวาน ซึ่งก็คือยามเว่ย หลังจากนั้นก็มาช่วยกันจัดการปลาเพื่อเอาไปทำปลารมควัน พอเตรียมปลาเสร็จก็ต้องไปตักน้ำทะเลมาทำเกลือ
"หลังจากที่ไปจับปลาแล้วทำปลารมควันกับทำเกลือเสร็จแล้ว วันนี้พ่อคิดว่าของที่พวกเราจะเอาไปขายก็น่าจะมีเพียงพอสำหรับทุกคนในหมู่บ้านจูหลงแล้วล่ะ พอถึงตอนนั้นสินค้าของพวกเราก็น่าจะขายกันได้ไม่ค่อยเยอะแล้วล่ะนะ" จ้าวเฟิงพูดสิ่งที่เขาได้คิดออกมาในขณะที่กำลังทำเบ็ดตกปลากัน ถ้ามีพวกครอบครัวตู่เฉินและจินเยว่มาช่วยก็น่าจะทำพวกเกลือกับปลารมควันเพียงพอสำหรับทุกคนแล้ว อาจจะได้มากกว่าเดิมหลายเท่าเลย
"แม่ก็เห็นด้วยกับพ่อนะ เพราะถึงแม้ว่าเกลือและปลารมควันของพวกเรานั้นจะเป็ของที่ทุกคน้า แต่ทุกคนในหมู่บ้านก็ไม่ได้มีเงินมากมายขนาดนั้น ขนาดผู้ใหญ่บ้านเองก็ยังมีเงินมากกว่าคนอื่นๆในหมู่บ้านแค่นิดหน่อยเอง ถ้าจะให้มาซื้อของจากพวกเราทุกวันก็ไม่น่าจะไหว" หรูชิงกล่าวเสริมจ้าวเฟิง
"ท่านพ่อและท่านแม่ มิต้องเป็ห่วงไปหรอกขอรับ เื่นี้ข้าได้คิดเอาไว้แล้ว เป็อย่างที่ท่านพ่อได้กล่าวไป การทำปลารมควันและเกลือในวันนี้ด้วยการที่พวกเรามีพวกท่านลุงตู่เฉินมาช่วยของก็น่าจะพอต่อความ้าของทุกคนแล้ว" ลู่เฟิงกล่าว
"ถ้าอย่างงั้นพวกเราจะทำอย่างไรดีล่ะ ถึงแม้ว่าจะทำปลารมควันและเกลือได้เยอะ แต่ยังไงพวกเราก็ไม่มีทางขายได้หมดแน่ๆ ต่อให้จะมีพ่อค้ามารับซื้อที่หมู่บ้านแต่พ่อค้าที่มาทำการซื้อขายกับหมู่บ้านจูหลงไม่ได้มีเยอะขนาดนั้น เต็มที่ก็น่าจะมีแค่ ห้าถึงเก้าคนเท่านั้นและอาจจะมาเพียงแค่ เดือนละครั้ง หรือ 2 เดือนครั้งเลยด้วย " จ้าวเฟิงคิดอย่างหนักแต่ไม่ว่าจะคิดอย่างไรก็คิดไม่ออก
"อย่างที่ข้าได้กล่าวไปขอรับท่านพ่อว่ามิต้องเป็ห่วง ข้าจะบอกแผนการของข้าให้ฟังกันก่อนแบบคร่าวๆ ก่อนอื่นเลย ให้พวกเราหลังจากที่พวกเราขายสิ้นค้าอย่างเกลือและปลารมควันให้กับพวกชาวบ้านจนครบแล้ว พวกเราจะทำเริ่มทำที่สำหรับเก็บรักษาสินค้าขนาดใหญ่เอาไว้ซึ่งข้าจะขอเรียกสิ่งนี้ว่าโกดังเก็บของ" ลู่เฟิงกล่าวพร้อมกับหยุดพักหายใจ หลังจากนั้นจึงกล่าวต่อ
"ที่ท่านแม่กล่าวว่าทุกคนในหมู่บ้านไม่ค่อยจะมีเงินกันมากนัก ดังนั้นวิธีคิดของข้าก็คือพวกเราจะขายปลารมควันและเกลือต่อไปก่อน หลังจากที่พวกเราทำเกลือได้มากกว่าเดิมหลายเท่าแล้วข้าจะค่อยๆปรับราคาของเกลือลงอีก ส่วนปลารมควันนั้นขายราคาเท่าเดิม ปกติพวกเราจะขายเกลือกันอยู่ที่ 1 เหลียง 100 อีแปะเหลือเพียงแค่ 1 เหลียง 80 อีแปะ ด้วยความที่สิ้นค้าอย่างเกลือและปลารมควันมีราคาที่ถูกมากกว่าท้องตลาดทั่วไป ทุกคนในหมู่บ้านจะต้องใช้เงินเก็บส่วนใหญ่ในการซื้อกักตุนเอาไว้แน่ๆปลารมควันอาจจะกักตุนไม่มาก แต่เกลือนั้นทุกคนจะต้องกักตุนเอาไว้จำนวนมากแน่ๆ" ลู่เฟิงอธิบายเป็ฉากๆ โดยในตอนนี้พ่อกับแม่ของเขาต่างหยุดมือที่กำลังทำเบ็ดอยู่และหันมาตั้งใจฟังสิ่งที่ลู่เฟิงพูดในทันที
"หลังจากนั้น เงินส่วนใหญ่ของทุกคนในหมู่บ้านก็จะมาอยู่ที่พวกเราโดยที่พวกเราจะเก็บเงินทั้งหมดเอาไว้ 1 ใน 10 อีก 9 ส่วนที่เหลือ ข้าก็จะจ้างคนในหมู่บ้านนี่ล่ะขอรับมาสร้างโกดังเก็บของอันนี้ ข้าจะสร้างให้ใหญ่ที่สุดเท่าที่จะสามารถทำได้เพื่อใช้ในการเก็บสิ้นค้าอย่าเกลือและปลารมควัน
พอคนในหมู่บ้านได้เงินกลับคืนไปแล้ว นั้นพวกเราก็จะทำเกลือและปลารมควันมาขายให้กับชาวบ้านทุกคนใหม่อีกครั้ง" ลู่เฟิงอธิบายร่ายยาว
"พอพวกเราขายเกลือและปลารมควันอีก ชาวบ้านก็จะซื้อสิ้นค้าไปกักตุนอีก ซึ่งพอถึงตอนนี้พวกเราก็จะมีเงินส่วนใหญ่ของหมู่บ้านอีกครั้ง หลังจากที่ข้าวบ้านซื้อของจากพวกเราไปหมดแล้ว ข้าก็จะสอนชาวบ้านทุกคนทำเบ็ดเพื่อเอาไว้ใช้จับปลา และสอนวิธีทำปลารมควันและเกลือให้กับทุกคนในหมู่บ้าน พอทุกคนทำกันได้แล้วพวกเราก็จะรับซื้อของจากทุกคนในราคาที่ยุติธรรม แล้วนำสินค้ามาเก็บไว้ที่โกดังของพวกเราหลังจากนั้นพวกเราก็จะขายให้กับพวกพ่อค้า เป็อย่างไรบ้างขอรับ ท่านพ่อและท่านแม่พอจะคลายความกังวลลงกันบ้างหรือยัง" ลู่เฟิงเมื่ออธิบายเสร็จก็ยิ้มให้หรูชิง กับ จ้าวเฟิง ที่ตอนนี้กำลังตกตะลึงกับแิของลู่เฟิง
"ข้าเรียกแผนการนี้ว่า การหมุนเงินในหมูบ้านจูหลง" ลู่เฟิงบอกชื่อวิธีการแผนที่เขาใช้
"มะ มีวิธีแบบนี้ด้วยหรือนี่ วิธีแบบนี้" เสียงของหลงฟานกล่าวออกมาอย่างตกตะลึง
ในตอนนี้พวกลุงตู่เฉินและป้าจินเยว่ได้พาครอบครัวกันมาถึงบ้านแล้ว ไม่สิต้องบอกว่ามาถึงกันซักพักแล้วแต่พอมาถึงก็ได้ยินลู่เฟิงอธิบายแผนการของเขาออกมา ทำให้ทุกคนต้องหยุดนิ่งและตั้งใจฟังสิ่งที่ลู่เฟิงกล่าว ยิ่งฟังนานเท่าไหร่บอกเขาก็ยิ่งใมากขึ้นเท่านั้น ต่อให้พวกเขาช่วยคิดกันก็ไม่มีทางคิดกันออกแน่ๆ ถ้าเป็พวกเขาก็คงจะเก็บเอาไว้รอขายให้กับพวกพ่อค้าเพียงอย่างเดียว
"อ่าวมากันแล้วหรือขอรับ มาๆขอรับมาดูของที่พวกเราจะต้องเอาไปใช้จับปลากันก่อน ข้ารับรองว่าพวกท่านจะต้องถูกใจกันแน่" ลู่เฟิงกล่าวเรียกทุกคนด้วยสีหน้าที่ใสซื่อบริสุทธิ์
'อะ อะไรกัน บุตรชายของสหายข้า ในคราแรกก็คิดอยู่หรอกว่าเป็คนที่ฉลาดและมีความสามารถมาก แต่ไม่คาดคิดเลยว่าจะมีความสามารถถึงเพียงนี้ วิธีแบบนี้ต่อให้เป็พวกขุนนางหรือบัณฑิตในราชสำนัก ก็ไม่มีทางคิดออกแน่ๆ ไม่คิดเลยว่าจะได้มาเจอหยกที่ล้ำค่าในหมู่บ้านที่ห่างไกลแบบนี้ ถ้าชวนมาทำงานให้กับทางราชการได้บางทีแคว้นนี้ก็คง......' หลงฟานในใจพร้อมกับจ้องมองไปที่ลู่เฟิงด้วยสีหน้าที่จริงจัง โดยที่คนอื่นๆไม่ได้สังเกตุ
จบแล้ววววว
ขอโทษที่เมื่อวานไม่ได้ลงนะครับ พอดีว่าเมื่อวานน๊อคน่ะครับ หลังจากเลิกงานแล้วง่วงมากเลย ท่านลุงหลงฟานเป็ใครกันแน่นะ อ่านนิยายกันให้สนุกนะครับ เดี๋ยวไรท์ขอตัวไปปั่นตอนต่อให้ไปก่อน