จ้าวลู่ชิง คหบดีหญิงแห่งต้าถัง

    ตอนที่ 46 หางม้าหาย

    เสียงหัวเราะยามเช้าทำให้จ้าวลู่ชิงรู้สึกตัวตื่นขึ้นมา ผ้าห่มถูกดึงมาคลุมตัวแล้วนอนเกลือกลิ้งอยู่บนเตียง พอนึกขึ้นได้ว่าต้องดูดอกบัวที่อยู่ใต้เตียงก็รีบผุดลุกขึ้น ช่องลับที่มีกลไกซับซ้อนพอสมควรถูกเปิดออก นางหยิบกล่องไม้ที่มีดอกบัวสีเลือดขึ้นมาสำรวจเป็นกล่องแรก

    ความสดใหม่ดังเช่นเมื่อวานทำให้จ้าวลู่ชิงตาเบิกกว้าง พยายามเพ่งตาหารอยเหี่ยวก็ไม่พบ รีบปิดกล่องลงแล้ววางไว้ตามเดิม จากนั้นก็หยิบกล่องดอกบัวนิลกาฬขึ้นมาสำรวจ

    “ยังคงเดิม”

    ปิดกล่องแล้วเก็บไว้ในช่องลับดังเดิม ความพิเศษนี้ทำให้นางตื่นเต้น รอดูว่าพรุ่งนี้จะยังคงสภาพเดิมหรือไม่ นางต้องหาตำราสมุนไพรหายากในปฐพีให้เจอจะให้เชื่อลงได้อย่างไรว่าพืชสองชนิดนี้มีสรรพคุณและโทษมหาศาลจนโลกต้องสั่นสะเทือน

    ‘ในต้าถังจะมีสักกี่เล่มกันนะ’

    “คุณหนูตื่นแล้วหรือเจ้าคะ” อี้หมัวมัวยกน้ำล้างหน้าเข้ามาให้คุณหนูที่เพิ่งตื่นนอน

    “ต้าอวี้ กับต้าจิน คงถูกสองคนนั้นรุมทรมาน” เสียงหัวเราะตั้งแต่ยามเช้าของสาวใช้ จะเป็นอันใดไปได้ถ้าไม่หยอกล้อลูกสิงโตทั้งสอง

    “เสียงดังตั้งแต่ยามเช้ามืดเลยเจ้าค่ะ สองคนนั้นพาต้าอวี้กับต้าจินวิ่งเล่นไปทั่วเรือน”

    “ต้าอวี้ ต้าจินดื่มนมหรือยัง”

    “เห็นซูเซียงวิ่งไปทางห้องครัว น่าจะไปรับนมแพะต้มสุกจากแม่ครัว”

    แปรงสีฟันทำจากกิ่งต้นหลิวจิ้มเข้ากับชามเกลือใบเล็กที่ถูกเตรียมไว้ให้

    “แข็งเกินไป วันนี้ข้าสมควรทำแปรงสีฟันใหม่เสียที”

    “คุณหนูมิพึงพอใจกิ่งหลิว เปลี่ยนอันใหม่ไหมเจ้าคะ”

    “ไม่ต้อง วันนี้พวกเรามาทำแปรงสีฟันกันเถิด”

    บ่าวรับใช้นั่งจ้องมองคุณหนูตาไม่กระพริบ ในมือทุกคนมีกระดูกหมูขนาดเท่านิ้วมือคนละชิ้น เหล็กปลายแหลมขนาดเล็กถูกนำไปเผาไฟจนแดงฉานแล้วนำมาเจาะกระดูกหมูที่ถูกขัดจนแบนเป็นรูเล็ก ๆ เรียงกันหลายรู

    คุณหนูของพวกตนตื่นเช้ามาก็วิ่งไล่ตัดหางม้าที่ถูกปล่อยให้เล็มหญ้าจนสั้นกุดไปสามตัว บ่าวที่รับหน้าที่ดูแลม้าต่างยืนมองการกระทำแปลกประหลาด มิกล้าเข้าไปห้ามปราม

    “เสร็จแล้ว พวกเจ้าเห็นหรือยัง นี่คือแปรงสีฟัน ด้ามของมันทำจากกระดูกหมู ส่วนขนแปรงทำจากหางม้า” ชูแปรงสีพันที่ทำออกมาเป็นรูปเป็นร่าง บ่าวทุกคนต่างจ้องมองแปรงสีฟันตาไม่กระพริบ

    “พวกเจ้าทำตามที่ข้าสอนแล้วจะมีแปรงสีฟันใช้ ไม่ต้องง้อกิ่งหลิว ข้าจะทำผงสีฟันออกมาให้พวกเจ้าลอง หากพวกเจ้าใช้แล้วดีพวกเราจะทำขาย ดีหรือไม่”

    “ดีขอรับ/เจ้าค่ะ”

    ความครึกครื้นบริเวณด้านหน้าห้องครัวทำให้จ้าวลู่เสียนเดินมาดู “พวกเจ้าทำอันใดกัน”

    “ท่านพี่กลับมาแล้วหรือเจ้าคะ” พี่ชายของนางขึ้นไปดูแลสวนผลไม้ตั้งแต่เช้ามืดเพิ่งกลับลงมา

    “อืม เจ้ากำลังทำอันใด”

    “แปรงสีฟัน” ยกแปรงขึ้นอวดอ้าง

    “เหตุใดแปรงสีฟันถึงได้เป็นเช่นนี้”

    “ด้ามของมันทำมาจากกระดูกหมูที่ข้าให้บ่าวทำความสะอาดตากจนแห้ง ส่วนขนแปรงข้าใช้หางม้าทำเจ้าค่ะ”

    “เจ้าใช้หางม้าทำแปรงสีฟัน?”

    “เจ้าค่ะ”

    “คุณชายขอรับ บ่าวนำม้าไปเก็บ ม้าสามตัวไม่รู้ว่าเกิดอันใดขึ้นหางหายไปหมดเลยขอรับ บ่าวคิดว่าต้องมีคนกลั่นแกล้งพวกมัน” หลิวเล่อรีบวิ่งหน้าตาตื่นตระหนกเข้ามารายงาน

    จ้าวลู่เสียนตวัดสายตาไปทางแปรงสีฟันที่ทำจากหางม้า

    “เดี๋ยวหางมันก็งอกใหม่ เจ้าไม่ต้องเป็นห่วง” จ้าวลู่ชิงยกแปรงสีฟันในมือชื่นชม มองข้ามอาการตื่นตระหนกของหลิวเล่อ

    ความครึกครื้นยามเช้าทำให้บริเวณหน้าห้องครัวคึกคัก บ่าวทุกคนต่างมีแปรงสีฟันเป็นของตัวเอง พลเงาที่แอบซุ่มตามจุดต่าง ๆ มองความครึกครื้นจนอยากเผยตัวออกมามีส่วนร่วม

    จ้าวลู่ชิงนำแปรงสีฟันไปแจกจ่ายให้กับทุกคน จากนั้นก็เดินไปดูแปลงผักที่พี่ชายกับบ่าวช่วยกันปลูก

    แปลงผักกำลังเขียวขจี นางนึกถึงกิมจิแสนอร่อยที่เคยทานในชาติที่แล้ว ยกมือขึ้นเช็ดน้ำลายชุ่มฉ่ำบริเวณมุมปาก ยืนมองแปลงผักอยู่สักพักก่อนจะเดินกลับเรือนไปจัดการเตรียมความพร้อมสำหรับเข้าไปเยือนภัตตาคารหย่งเล่อสาขาตำบลหลงซีในวันพรุ่งนี้

    ----------------------------------

    รถม้าคุ้นเคยวิ่งเข้ามาจอดบริเวณหลังภัตตาคาร ลูกจ้างต่างมายืนต้อนรับคุณหนูด้วยอาการตื่นเต้น หลายวันที่ผ่านมาพวกตนเฝ้าฝันถึงวันที่ภัตตาคารหย่งเล่อจะกลับมาคึกคักอีกครั้ง

    “เชิญคุณชายเข้าไปด้านในภัตตาคารขอรับ” ฮ่าวหลงจู๊รีบเชิญคุณหนูที่แต่งกายเป็นบุรุษเข้าไปตรวจความเรียบร้อยด้านใน

    “แรงงานชาย ช่วยขนของในรถม้าเข้าไปด้านในด้วยนะ” จ้าวลู่ชิงส่งยิ้มให้ทุกคน จากนั้นก็เดินเข้าไปด้านในภัตตาคาร

    ภัตตาคารขนาดใหญ่สามชั้น ประตูด้านหน้าถูกปิดสนิทบ่งบอกว่าไม่ต้อนรับลูกค้า โต๊ะเก้าอี้ถูกยกขึ้นเก็บอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย นิ้วเรียวตรวจสอบฝุ่นบนโต๊ะ เห็นว่าโต๊ะสะอาดจนนิ้วไม่มีรอยด่างดำเลยสักนิดก็พยักหน้าพึงพอใจ

    “สะอาดมาก”

    “ผู้ชราคอยกำชับอย่างดีเลยขอรับ รับรองว่าไม่ทำให้คุณหนูผิดหวัง”

    “พ่อครัวเตรียมพร้อมให้ข้าทดสอบฝีมือหรือยัง” เมื่อเช้าจ้าวลู่ชิงทานซาลาเปาลูกเดียวรองท้อง เพราะต้องมาลิ้มลองฝีมืออาหารที่พ่อครัวทำ เพื่อไม่ให้ท้องแน่นจนเกินไปจึงทานรองท้องมาเล็กน้อย

    “อาฝูกับคนงานในห้องครัวตื่นเต้นกันมากเลยขอรับ ทุกคนต่างตื่นขึ้นมาเตรียมวัตถุดิบกันตั้งแต่เช้า เพื่อแสดงฝีมือให้คุณหนูลิ้มลอง”

    “หลายวันที่ผ่านมาท่านลุงฮ่าวคิดว่าอาหารที่พ่อครัวทำอร่อยหรือไม่” จ้าวลู่ชิงเริ่มจะสนิทกับผู้ดูแลร้านจึงให้ความเคารพในฐานะผู้อาวุโสที่คอยรับใช้ท่านปู่มานาน

    “อร่อยมากขอรับ ผู้ชราไม่เคยทานอาหารที่อร่อยเท่านี้มาก่อน ตำราอาหารที่คุณชายให้พ่อครัวมันช่างวิเศษ มูลค่าของมันมหาศาลนัก”

    “คุณชาย ท่านมาแล้วหรือขอรับ” พ่อครัวยืนถือตะหลิวปรุงอาหารอยู่หน้าเตาไฟ กล่าวทักทายเมื่อเห็นว่าผู้มาเยือนคือใคร

    จ้าวลู่ชิงยกมือโบกให้ทุกคนทำงานต่อ ไม่ต้องสนใจนางมาก ห้องครัวครึกครื้นจนนางนึกว่ามีงานเลี้ยง สายตากวาดมองคนงานในห้องครัวอยู่สักพักจากนั้นก็เดินกลับไปโถงใหญ่ของภัตตาคาร

    “ท่านลุงฮ่าว ข้าต้องการนำภาพพวกนี้แขวนบนผนัง เพื่อให้ลูกค้ามองเห็นรายการอาหารเด่นชัด” ชี้ไปทางม้วนรูปภาพสิบอัน ภาพที่นางวาดเป็นอาหารแนะนำของทางภัตตาคาร

    “ได้ขอรับ” พยักหน้าให้เสี่ยวเอ้อไปจัดการทำตามที่คุณหนูบอก

    เสี่ยวเอ้อรีบเข้ามากางภาพออก สิ่งที่เห็นชวนเรียกน้ำย่อยได้เป็นอย่างดี ภาพพวกนี้คืออาหารที่พวกตนได้ลิ้มลองมาตลอดสามวัน เหตุใดคุณหนูของพวกตนถึงได้วาดออกมาได้เสมือนจริงเช่นนี้นะ

    “พวกเจ้าระวังหน่อย อย่าได้ทำภาพที่คุณชายวาดเสียหายแม้แต่น้อย” ฮ่าวหลงจู๊ยืนจดจ้องตาเขม็งกลัวภาพจะถูกทำเสียหาย

    “เจ้าอย่าได้สัมผัสแรง สัมผัสให้มันเบากว่านี้หน่อย”

    “เจ้ารีบแขวนสิ ชักช้าไปไย”

    “อย่าขยับแรง เบา ๆ หน่อย”

    จ้าวลู่ชิงยืนฟังฮ่าวหลงจู๊กำชับเสี่ยวเอ้อ ราวกับว่าภาพพวกนี้เป็นของล้ำค่า สัมผัสแรงไปก็มิได้ทำเหมือนว่ามันเปราะบางเสียเต็มประดา

    หากฮ่าวหลงจู๊รู้ว่าจ้าวลู่ชิงคิดอันใดคงต้องสะดุ้งโหยง ภาพพวกนี้ล้ำค่าเป็นอย่างมาก ภัตตาคารหย่งเล่อช่างได้รับเกียรติจากคุณหนู ฝีมือคุณหนูโดดเด่นกว่าจิตกรหัวขาวพวกนั่นเสียอีก เพียงแค่เข้ามานั่งชมภาพในภัตตาคารก็คุ้มค่าเกินจะกล่าว

    ภาพวาดถูกแขวนเรียงรายกันอย่างสวยงาม ลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการตั้งแต่ชั้นหนึ่งถึงชั้นสามต้องสังเกตเห็นความงดงามของรายการอาหารสิบชนิดนี้

    ผนังที่เคยว่างเปล่าถูกภาพวาดแขวนประดับสามารถดึงดูดความสนใจจากผู้ที่ผ่านมาพบเห็นได้อย่างแน่นอน

    ฮ่าวหลงจู๊ยกมือขึ้นลูบเครา พยักหน้าพึงพอใจกับสิ่งที่เห็น

    “สวยงามมากขอรับคุณชาย”

    “ใช่ คุณชายฝีมือเก่งกาจที่สุด” ซูเซียงพยักหน้ากล่าวชม หน้าตาแสดงออกว่าภูมิใจที่คุณหนูของนางเก่งไปหมดทุกอย่าง

    “คุณชาย เชิญพวกท่านลิ้มลองอาหารที่ข้าทำได้แล้วขอรับ” พ่อครัวใหญ่รีบออกมาเชิญจ้าวลู่ชิงและคนอื่น ๆ ด้วยใบหน้าภาคภูมิใจในฝีมือขอตนเอง หลายวันที่ผ่านมาทุกคนต่างบอกว่าไม่เคยลิ้มลองอาหารที่อร่อยเท่านี้มาก่อน

    จ้าวลู่ชิงมองอาหารที่นางคุ้นเคยเป็นอย่างดี บิดามารดาคนเก่าของนางในศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ดเคยทำให้ทาน

    ตะเกียบคีบอาหารชิมทีละอย่าง ซูเซียงกับซูเจินก็คีบอาหารชิมตามหลังคุณหนู อาหารยี่สิบเมนูถูกทั้งสามชิมอย่างละเมียดละไม

    พ่อครัวกับคนงานในห้องครัวต่างลุ้นกันจนตัวโก่งว่าอาหารที่พวกตนทำจะเป็นที่พึงพอใจของคุณหนูและบ่าวข้างกายหรือไม่

    ผ้าเช็ดหน้าสะอาดถูกดึงออกมาเช็ดปากหลังจากชิมอาหารทั้งยี่สิบเมนู จ้าวลู่ชิงเคี้ยวจนอาหารกลืนลงคอหมดจึงกล่าวออกมาว่า

    “ฝีมือดี แต่ว่า……”

    รอยยิ้มของคนงานในห้องครัวหายวับเมื่อได้ยินคำสุดท้ายที่คุณหนูกล่าวออกมา

    จ้าวลู่ชิงเดินไปหยิบเกลือขึ้นมาชิม รสขมติดปลายลิ้น หากทำทานเองรสขมเพียงเล็กน้อยคงไม่เป็นปัญหา แต่ทว่าอาหารทำขายนางควรต้องดูแลอย่าพิถีพิถัน ข้อเสียเพียงเล็กน้อยมิควรมองข้าม

    เกลือที่ปรุงอาหารเม็ดใหญ่เกินไปและยังมีสีขุ่น นางควรทำให้เกลือพวกนี้ปราศจากรสชาติมิพึงประสงค์

    “อาหารที่พวกเจ้าทำ มันอร่อยอยู่แล้วเพียงแต่ยังมีรสขมปนเล็กน้อย”

    “รสขมเกิดจากอันใดขอรับ” พ่อครัวใหญ่รีบเข้ามาสอบถามเจ้าของตำราอาหาร เพื่อจะได้นำไปแก้ไข

    “เกลือ”

    “เกลือหรือขอรับ” หยิบเกลือมาแตะปลายลิ้น สีหน้าฉงนเพราะเกลือก็รสชาติเค็มปกติ

    จ้าวลู่ชิงเพียงแย้มรอยยิ้ม นางเข้าใจว่าผู้คนสมัยนี้เคยลิ้มลองเกลือดีที่สุดรสชาติเช่นนี้

    “เอาล่ะ พวกเรามาทำให้เกลือเม็ดเล็กลงและปราศจากรสขมกันเถอะ เกลือควรรักษาเพียงแค่รสชาติเค็มเท่านั้น”

    จ้าวลู่ชิงยิ้มให้กับทุกคน นางรีบไปเตรียมอุปกรณ์เพื่อสอนคนงานในห้องครัวสกัดเกลือ นางไม่มั่นใจเหมือนกันว่าวิธีการนี้จะได้ผลหรือไม่ทว่าทดลองทำก็ไม่เสียหาย

    ซูเซียงช่วยจ้าวลู่ชิงละลายเกลือกับน้ำจนกลายเป็นน้ำเกลือ จากนั้นเทลงไปในกรวยที่มีกรวด ถ่าน นุ่น กระดาษ เป็นชั้น ๆ น้ำเกลือไหลผ่านสิ่งกีดขวางพวกนั้นลงมาสู่หม้อ

    จากนั้นจ้าวลู่ชิงก็นำน้ำเกลือที่กรองได้ไปต้มในกระทะใบใหญ่

    ลูกจ้างทุกคนต่างคอยจ้องมองการกระทำของจ้าวลู่ชิงด้วยความแปลกใจ มีบางคนยืนเหม่อไม่เข้าใจว่าเพราะเหตุใดคุณหนูถึงนำเกลือแสนแพงไปละลายทิ้ง

    แต่แล้วทุกคนก็ต้องตกใจเมื่อเห็นผลึกสีขาว ๆ ในกระทะ

    “คุณชาย เกลือออกมาแล้ว” ซูเซียงปรบมือเสียงดัง

    จ้าวลู่ชิงยิ้มออกมาได้ เมื่อเห็นเกลือกำลังตกผลึกเต็มกระทะ สีของเกลือขาวสะอาดกว่าเดิม เม็ดของเกลือดูเล็กลงเหมาะสำหรับทำอาหาร นางใช้มือหยิบเกลือมาชิมว่ามีรสขมหลงเหลืออยู่หรือไม่

    “หายขมแล้ว” เผยรอยยิ้มเต็มใบหน้า กวักมือเรียกพ่อครัวใหญ่เข้ามาชิม

    อาฝูยื่นมือสั่นเทาไปหยิบเกลือในกระทะขึ้นมาชิม ความเค็มโดด ๆ ไม่มีรสอื่นปะปนทำให้ใบหน้าอวบอูมกระตุก ดวงตายิ้มจนแทบปิด

    “คุณชายทำได้อย่างไรขอรับ เกลือทั้งขาวและเค็มรสชาติแตกต่างจากเกลือที่พวกเราใช้อยู่ทุกวัน”

    “เครื่องปรุงทุกอย่างคือส่วนสำคัญในการประกอบอาหาร หากเครื่องปรุงรสชาติผิดเพี้ยนอาหารที่ทำก็จะรสชาติผิดเพี้ยนตาม” จ้าวลู่ชิงนำผลึกเกลือที่ได้ในกระทะไปตากให้แห้ง

    คนงานในห้องครัวต่างแย่งกันตกผลึกเกลือในกระสอบ ทำให้จ้าวลู่ชิงและสาวใช้สองคนต้องถอยห่าง

    “ท่านอาฝู วันนี้ข้าจะสอนท่านทำก้วนทังเปา และเจี่ยวจือ”

    พ่อครัวใหญ่ไม่สงสัยในฝีมือการทำอาหารของจ้าวลู่ชิงรีบพยักหน้าตกลง เรียกลูกมืออีกสองสามคนมาเรียนรู้ไปพร้อมกัน

    จ้าวลู่ชิงเริ่มสอนตั้งแต่การเตรียมวัตถุดิบว่าต้องเตรียมอย่างไรบ้าง พ่อครัวใหญ่และลูกมือตั้งใจเรียนกันเป็นอย่างมาก

    คนงานในห้องครัวที่พ่อครัวใหญ่อย่างอาฝูคัดเลือกมีทั้งหมดห้าคน ชายสามหญิงสอง คนทั้งห้าต่างถูกคัดเลือกเพราะมีฝีมือในการทำอาหารโดดเด่น เรียนรู้ได้เร็ว

    คล้ายกับเรื่องจ้าวลู่ชิง คหบดีหญิงแห่งต้าถัง ที่คุณอ่าน