คำพูดของชายสวมหน้ากากทำให้ความคิดของชีเหนียงแล่นไม่หยุดนางถึงขั้นเสียใจเล็กน้อยที่ยืนกรานจะพบคนผู้นี้โดยเฉพาะเมื่อเขาจงใจเดินเข้าใกล้นางและกระซิบข้างหูว่า เขาเฝ้ารอคอยนางอย่างมากทำให้นางรู้สึกเหมือนถูกเกี้ยวอยู่แต่นางก็ไม่เห็นความผิดปกติจากตัวของชายสวมหน้ากาก
ตอนนี้ทุกอย่างกลับตาลปัตรเดิมทีอยากรู้จุดประสงค์ที่ชัดเจนของเขา คราวนี้กลับทำเอาตนเองสับสนแทน
แต่คำพูดหนึ่งของชายสวมหน้ากากพูดได้ถูกต้องนางทำโรงผลิตทะเลได้ ย่อมทำอย่างอื่นได้ หากเขามีจุดประสงค์แอบแฝงจริงตัวนางย่อมมีมูลค่ากว่าของนั้นมิใช่หรือ ในเมื่อเป็นเช่นนี้ นางยังต้องห่วงอะไรอีก
เมื่อคิดได้ดังนั้นชีเหนียงก็ไม่รู้สึกถึงภัยคุกคามก่อนหน้านี้ พลันรู้สึกจิตใจสงบลงกว่าเดิมมากนัก
ตอนนี้ในอำเภอเฉาได้เกิดโรงเครื่องปรุงสกุลลั่วขึ้นมาชั่วข้ามคืน
ในนั้นมีขายซีอิ๊วและผงปรุงรสต่างๆอย่างเช่น ผงพริก ผงพริกไทย รวมถึงผงเครื่องปรุงรสทะเลมากมาย
พอเปิดกิจการก็คึกคักไม่ธรรมดาแต่สำหรับชาวบ้านที่ไม่เคยเห็นสิ่งเหล่านี้มาก่อน ย่อมไม่มีทางลองซื้อไปอย่างง่ายดายอยู่แล้วโดยเฉพาะเมื่อของเหล่านี้มีราคาที่สูง เพียงซีอิ๊วขวดเล็กหนึ่งขวดก็สามอีแปะแล้วสำหรับชาวบ้านธรรมดานั้น เงินสามอีแปะพวกเขายินดีเอาไปซื้อข้าวหยาบดีกว่าซื้อของที่ไม่ได้ทำให้อิ่มท้องเช่นนี้
ดีที่ชีเหนียงคาดการณ์ไว้ล่วงหน้าด้วยเหตุนี้ วันแรกพวกเขาจึงตั้งใจแค่อยากทำการเผยแพร่ ให้คนรู้ว่ามีของเช่นนี้อยู่อีกทั้งผลิตภัณฑ์เพิ่งออกขายสู่ตลาด สกุลลั่วยังมีการมอบของกำนัลให้กับผู้มาแวะเวียนทุกคนมีทั้งผงปรุงรสต่างๆ บ้างก็เป็นซีอิ๊วครึ่งถ้วย
ลูกจ้างในร้านเองก็ป่าวประกาศวิธีการใช้อยู่หน้าประตู
“อันนี้ง่ายนักเวลาท่านผัดผัก แค่ใส่ลงไปครึ่งช้อนก็พอ ดูท่านพูดสิ สิ่งของจะดีหรือไม่เอากลับไปใช้ก็รู้เอง” ลูกจ้างทำให้ดูลึกลับ ไม่ว่าผู้ใดจะถามอย่างไรก็ส่ายหน้าและไม่พูดอะไร “กลับไปลองท่านก็จะรู้เอง หากไม่ดีท่านนำกลับมาขว้างใส่ป้ายหน้าร้านเราได้เลย”
ตอนนี้ของที่ผ่านการวิจัยยังมีไม่มากนักของที่มีในร้านจึงมีอยู่แค่นั้น ดีที่สกุลลั่วพอมีหน้ามีตาในอำเภอเฉาอยู่บ้างคนในอำเภอจึงไม่กลัวว่าสกุลลั่วจะวางหลุมพรางและหนีไป
…...
ทางด้านโรงพนันสือวานเมื่อเห็นสกุลลั่วทำกิจการใหม่ จางเฉียงก็ไม่รู้จะรายงานข่าวนี้กับเฉินเจ๋อหมิงดีหรือไม่เพราะหลังจากเฉินเจ๋อหมิงพาบ่าวรับใช้มาที่นี่ เฉินเจ๋อหมิงก็ไม่ได้ให้เขามีส่วนร่วมอันใดมากมายเขาดูแลเพียงโรงพนันสือวานเท่านั้น ส่วนเรื่องอื่นไม่ได้แทรกแซงแม้แต่น้อยนอกจากนี้เพราะเขาทำงานไม่ราบรื่นหลายครั้ง จึงถูกตราหน้าว่าเป็นคนไร้ความสามารถในสายตาของเฉินเจ๋อหมิง
เพียงแต่ก่อนหน้านี้เฉินเจ๋อหมิงได้ทิ้งลูกน้องเอาไว้ตอนนี้ไม่รู้ว่าหนีไปเที่ยวเล่นที่ไหน เมื่อเป็นเช่นนี้เขาจึงเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องเดิมพันอีกสักครั้ง
ชีเหนียงไม่รู้ว่าเพราะโรงเครื่องปรุงของตนที่เพิ่งเปิดกิจการยังไม่ทันได้สร้างชื่อเสียงในอำเภอเฉา ก็ถูกคนเอาไปรายงานให้เฉินเจ๋อหมิงฟังเสียแล้ว
เฉินเจ๋อหมิงนวดสะโพกที่ปวดระบมและอ่านสาส์นในมือ
“พวกไร้ประโยชน์! ซี้ด...” เพราะว่าอารมณ์ขึ้นมากไปจึงกระทบกระเทือนบาดแผลจนเขาต้องสูดลมหายใจเข้าลึกๆ “ก่อนหน้านี้วางแผนดีขนาดนั้นเหตุใดยังมีช่องโหว่อีก? ข่าวล่ะ? ให้พวกเจ้าคอยจับตาดูไม่ใช่หรือ?”
เมื่อเผชิญหน้ากับการด่าทอของเฉินเจ๋อหมิงพวกเขาก็ได้แต่ฟัง ข่าวเหล่านี้ล้วนมีเฉินเจ๋อหมิงเป็นคนจัดการเองมาโดยตลอด พวกเขาไม่รู้เรื่องด้วยซ้ำตอนนี้เกิดข้อผิดพลาด กลับจะให้พวกเขามาแบกรับผลของมัน
นายท่านเก๋อที่เพิ่งกลับจากท้องพระโรงเดิมทีคิดว่าลงมือกับลูกชายหนักเกินไป จึงคิดจะมาดูเขาสักหน่อยคิดไม่ถึงว่าพอเข้าบ้านมาก็ได้ยินเสียงเขาตวาดใส่บ่าวรับใช้ นายท่านเก๋อให้พ่อบ้านสั่งให้ทุกคนในเรือนอยู่เงียบๆเขาอยากฟังสิว่าเจ้าลูกชายตัวดีจะไปก่อปัญหาอะไรอีก!
“พวกเจ้าคือคนตายหรือ! ลืมตาดูนางเปิดร้านแบบนี้ไปก่อกวนให้นางไม่อาจเปิดร้านได้อีกทำไม่เป็นหรือ? จ้าวจือชิงล่ะ? คงไม่ใช่เพราะข้าไม่อยู่ก็ลำพองใจไม่ทำอะไรหรอกนะ?”
คนเหล่านี้ไม่เคยติดตามเขาไปที่อำเภอเฉามีเพียงคนเดียวที่กลับมากับเขาตอนนั้น แต่เพราะยุยงเจ้านายจึงถูกนายท่านเฉินจัดการไปแล้ว ส่วนคนที่เหลือ ไหนเลยจะรู้ว่าจ้าวจือชิงคือใครแล้วตกลงว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่สิ่งเดียวที่พวกเขาทำได้คืออาศัยประสบการณ์ในอดีตจึงพอรับรู้ได้ว่านายน้อยคงไปอยากได้กิจการของใครอีก เนื่องจากไม่สำเร็จจึงโมโหระบายอารมณ์
แต่จนถึงตอนนี้ก็ไม่มีผู้ใดกล้าส่งเสียงออกมา นายน้อยนั้นเอาใจยากแต่นายท่านคือคนที่คร่าชีวิตคนได้ ตอนนี้พวกเขาไม่มีผู้ใดกล้าช่วยก่อกรรมทำเข็ญอีก
พวกเขาแต่ละคนก้มหน้าหัวสั่นงกๆนี่ยิ่งทำให้เฉินเจ๋อหมิงเดือดดาล จากนั้นก็คว้าถ้วยชา โยนไปทางพวกเขา
นายท่านเฉินตัดสินใจไม่เข้าไปหากย่างเท้าเข้าไปเวลานี้เขากลัวว่าตนเองจะโมโหจนตายเสียก่อน! เพียงแต่นี่ไม่ได้เป็นอุปสรรคให้เขารับรู้สาเหตุที่ทำให้เฉินเจ๋อหมิงโกรธ
“อำเภอเฉาอำเภอเฉาอีกแล้วหรือ?” นายท่านเฉินไม่ได้รู้สึกแปลกใจกับอำเภอเฉาตอนนั้นลูกโง่เคยสร้างเรื่องที่อำเภอเฉาไม่น้อยแต่เขาไม่รู้ว่าตกลงอำเภอเฉามีอะไรน่าดึงดูเฉินเจ๋อหมิงกันแน่ จึงทำให้ลูกคนนี้มุ่งไปแต่สถานที่ต้องห้ามอย่างอำเภอเฉา
“พ่อบ้านเจ้าไปตรวจดูที่อำเภอเฉาสิว่าช่วงนี้นายน้อยทำอะไรที่นั่นบ้างแล้วก็โรงพนันสือวานนั่นมันมีอะไรกันแน่ หากไม่ดีเท่าไหร่ ก็จัดการยุบทิ้งไปเสีย” เขาไม่ได้ใส่ใจว่าตนเองมีสมบัติเท่าใดเขาใส่ใจว่าสมบัติที่มีอยู่จะอยู่ในมือของตนเองได้นานแค่ไหนมากกว่า หากไม่มีชีวิตแล้วจะเอาเงินกับอำนาจไปทำอะไร
ตอนนี้ราชสำนักสั่นคลอนตลอดมาเขาต้องการคุ้มครองความปลอดภัยของตนเอง จึงไม่ยอมฝักใฝ่ฝ่ายใดอย่างง่ายดายแต่เจ้าลูกไม่รักดีคนนี้กลับมอบปิ่นทองคำให้แก่ท่านหญิงชิงเฉินในพิธีปักปิ่นท่ามกลางสายตาฝูงชน นี่เป็นการบอกว่าเขา ‘เฉินอู๋ซวง’ ได้เลือกฝ่ายอย่างชัดเจนแล้ว
มารดาของท่านหญิงชิงเฉิงตอนนี้คือองค์หญิงเฉาหยางแต่ว่าสนิทสนมกับสนมเอกหรงกุ้ยเฟยอย่างมาก ส่วนหรงกุ้ยเฟยตอนนี้ก็มีองค์ชายใหญ่แม้ว่าจะไม่ได้เป็นสายเอก แต่ก็ยังขึ้นชื่อว่าเป็นคนโตหากองค์รัชทายาทองค์ปัจจุบันเป็นอะไรไป องค์ชายใหญ่ก็ต้องเป็นตัวเลือกที่ดีแน่นอน
ซึ่งสิ่งที่บังเอิญคือช่วงก่อนหน้านี้องค์รัชทายาทเคยถูกคนลอบปลงพระชนม์ ส่วนผู้ที่อยู่เบื้องหลังการลอบปลงพระชนม์ยังสืบไม่ได้หากไม่ได้ถูกคนช่วยไว้ เกรงว่าตอนนี้แคว้นต้าชางคงเปลี่ยนรัชทายาทแล้วช่วงนี้เนื่องจากการลอบปลงพระชนม์รัชทายาท กับเรื่องของเยี่ยนเซี่ยงหมิงถูกคนใส่ร้ายว่าคบค้าสมาคมกับค่ายโจรเลี่ยหยางผู้คนในราชสำนักต่างก็หวาดหวั่นกันทั้งนั้น
ในสถานการณ์ที่คับขันเช่นนี้จะปล่อยให้เกิดเรื่องไม่ได้เด็ดขาด
……
เนื่องจากการตรวจสอบของเฉินอู๋ซวงคนที่เฉินเจ๋อหมิงส่งไป เพิ่งจะออกจากบ้านก็ถูกคนปิดปากและจับมาขังไว้ส่วนพ่อบ้านเฉินก็รับคำสั่งของนายท่านเฉินเร่งควบม้าไปยังอำเภอเฉา
ขณะเดียวกันจ้าวจือชิงที่อยู่อำเภอเฉาก็ได้รับรายงานเช่นกัน
“เฉินอู๋ซวงคือคนฉลาดในเมื่อเขาอยากช่วยลูกชาย ก็บอกการกระทำทุกอย่างของเฉินเจ๋อหมิงให้เขารับรู้”
จากความหลักแหลมของเฉินอู๋ซวงบางทีคงตรวจพบอะไรบางอย่าง แต่ก็ดี เพราะเขาจะได้ดูปฏิกิริยาของเฉินอู๋ซวงด้วย
“หาโอกาสให้คนนำปิ่นทองคำที่คล้ายกันนี้ไปปรากฏต่อหน้าเฉินอู๋ซวง”
จ้าวจือชิงสั่งงานเรียบร้อยก็สอบถามสถานการณ์ของชีเหนียง
“เรียนนายน้อยฮูหยินออกเดินทางไปสองวันก่อนแล้วขอรับ ตอนนี้ทิ้งหงหนี่ว์ไว้ในอำเภอเฉากำลังทำหน้าที่อยู่เพียงแต่คุณชายสามอยู่ที่อำเภอเฉาจะเหมาะสมหรือขอรับ?”
สำหรับลั่วชีเหนียงเหตุผลที่ให้ลั่วจิ่งไหลอยู่ที่อำเภอเฉาอันอีก็ไม่เข้าใจ เหตุใดคุณชายใหญ่กับคุณชายรองติดตามไปเมืองหลวงแต่กลับทิ้งไว้เพียงคุณชายสามที่เด็กที่สุด
แต่จ้าวจือชิงคิดว่าตนรู้ที่นางทำเช่นนี้ก็เพื่อปกป้องลั่วจิ่งไหล
“ส่งคนปกป้องพวกเขาให้ดี”
หากชีเหนียงปรากฏตัวและคนที่อยู่เบื้องหลังรับรู้ไม่ว่าจะอยู่อำเภอเฉาหรือเมืองหลวงก็อันตรายไม่แพ้กัน
-----