เหลียงซูถิงกะพริบตาปริบๆ เพื่อพยายามทำความเข้าใจระบบแต้มบุญเติมเหรียญอะไรนี่
[ท่านสามารถทดลองซื้อสินค้าชิ้นแรกได้ด้วยการจินตนาการถึงสินค้าที่้า ยิ่งนึกภาพได้ชัดเจน ยิ่งมีประสิทธิภาพดี]
ประสิทธิภาพอะไรฟระ?
เอาเถอะ... ลองดูสักหน่อยก็ไม่เสียหายจะซื้ออะไรดีนะ? ... ที่เรือนเล็กท้ายจวนแทบจะไม่มีอะไรนอกจากเฟอร์นิเจอร์พื้นฐานที่จำเป็ต้องมีหมอนที่หนุนอยู่ก็แข็งอย่างกับหิน หมอนข้างที่เธอติดนักหนาก็ไม่มี...
และแล้วภาพของตุ๊กตาปลาวาฬหัวกลมสีฟ้าอ่อนขนาดเท่าตัวคนก็ปรากฏขึ้นบนจอโฮโลแกรมตรงหน้าทำให้เหลียงซูถิงเลิกคิ้วขึ้นอย่างแปลกใจเพราะเธอเพิ่งจะจินตนาการถึงหมอนข้างประจำตัวที่บ้านเดิมอยู่พอดี หน้าตามันเป็แบบนี้เลย!
[ท่านสามารถปรับเปลี่ยนหรือตกแต่งสินค้าเพิ่มเติมได้ตามใจชอบจนกว่าจะพึงพอใจเพียงแค่จินตนาการให้ชัดเจนเท่านั้น]
เหลียงซูถิงพยักหน้าช้าๆ เพื่อทำความเข้าใจ แล้วก็ลองนึกภาพว่าสีของปลาวาฬเป็สีบานเย็น ทันใดนั้นรูปปลาวาฬบนหน้าจอก็เปลี่ยนเป็สีบานเย็นเฉดเดียวกับที่เธอจินตนาการในทันที!
อ้อออออมันเป็แบบนี้นี่เอง
หลังจากนั้นก็คือการทดลองปรับนู่นเปลี่ยนนี่ไม่ว่าจะทำให้หัวปลาวาฬกลมทู่กว่าเดิมจนมันกลายเป็อุ๋งไปแล้ว หางใหญ่ ๆ ก็กลายเป็หางเทมปุระสีที่เคยเป็สีบานเย็นก็กลายเป็สีม่วงอ่อน ตัวของมันที่เคยผอมหน่อย ๆ ก็อ้วนพองเหมือนลูกรักบี้
[เมื่อท่านปรับเปลี่ยนสินค้าจนพอใจแล้วโปรดเลือกปุ่ม ‘ตกลง’]
เพียงแค่เธอคิดว่าจะเลือกปุ่ม‘ตกลง’ ปุ่มนั้นก็ทำงานทันที หน้าจอใหม่ที่ปรากฏขึ้นคือหน้าจอแจ้งราคา
[สินค้าทั้งหมด ราคา 67 เหรียญ]
67 เหรียญถ้าเทียบกับเงินที่นี่แล้วเป็เท่าไหร่อะ?
[1 เหรียญในระบบเท่ากับ10 อีแปะ[1]ดังนั้น 67 เหรียญจึงเท่ากับ 670 อีแปะ]
แพงอะ...หรือเปล่า?
แต่คำถามนั้นไม่ได้รับการตอบกลับจากระบบ
ไม่กล้าตอบแบบนี้แปลว่าแพงอะดิ!
ไม่เป็ไรเหลืออีกเกือบแสน เดี๋ยวค่อยเติมเอาก็ได้มั้ง
[เมื่อตรวจสอบดูว่าสินค้าเรียบร้อยครบถ้วนตาม้าแล้วให้เลือกปุ่ม ‘สั่งซื้อ’]
ในที่สุดเธอก็ทำตามขั้นตอนการซื้อสินค้าจนจบยอดเหรียญถูกตัดไปแล้ว แต่ก็ไม่เห็นเ้าหมอนปลาวาฬของเธอเลย
“แล้วหมอนฉันอยู่ไหนอะ”
[สินค้าที่ซื้อแล้วจะถูกเก็บไว้ใน‘คลังสินค้าซื้อแล้ว’ ท่านสามารถเรียกดูได้ด้วยการนึกถึงมัน]
ทันทีที่เธอคิดตามก็ปรากฎหน้าจอเขียนว่า ‘คลังสินค้าซื้อแล้ว’ ในนั้นมีสินค้าอยู่ 1 ชิ้นถ้วน ซึ่งก็คือหมอนปลาวาฬสีม่วงของเธอนั่นเอง
[วิธีนำไปใช้งานนอกระบบ: เพียงท่านนึกถึงคลังสินค้าซื้อแล้ว และนึกถึงสินค้าที่้านำไปใช้ จากนั้นใส่คำสั่ง‘ใช้งาน’ สินค้าก็จะปรากฏขึ้นในทันที โปรดจัดเตรียมพื้นที่สำหรับสินค้าที่จะปรากฏให้เหมาะสมด้วย]
ดังนั้นการเปิดใช้งานห้างแต้มบุญในโลกยุคโบราณของเหลียงซูถิงก็ผ่านพ้นไปอย่างง่ายดายด้วยประการฉะนี้แต่เธอคงไม่ได้สังเกตตัวอักษรเล็ก ๆ ที่มีเครื่องหมายดอกจันกำกับไว้ด้านล่างสุดซึ่งมักจะเป็เงื่อนไขการใช้งานต่าง ๆ ที่จะว่าไปแล้วอาจจะเป็เื่ใหญ่หรือเื่เล็กก็ได้แล้วแต่ว่าใครจะมองหรือรู้สึกต่อมันอย่างไร
เช้าวันถัดมา ในขณะที่เหลียงซูถิงยังคงนอนหลับสบายอยู่บนเตียงก็มีเสียงกรีดร้องด้วยความใดังขึ้นจนเธอสะดุ้งตื่น
“กรี๊ดดดดดด อี๋เหนียงของข้าโดนหนอนปิศาจกินเข้าไปแล้ววววว”
แม้เสียงของปิ่งจีจะดังลั่นเรือนแต่เนื่องจากนี่เป็เรือนท้ายจวน ห่างไกลจากทั้งเรือนหลักของเซี่ยงมู่หยางและเรือนของฮูหยินผู้เฒ่าทั้งบ่าวไพร่ในเรือนก็ไม่มีใครอื่นอีกนอกจากปิ่งจี เสียงของนางจึงดังทะลุทะลวงทิ่มหูเหลียงซูถิงเต็มๆ แต่เพียงผู้เดียว
“ตาเถรตกท้องร่อง!!ใครโดนกิน!!”
เหลียงซูถิงกระเด้งตัวขึ้นในท่านั่งอย่างฉับพลันผมเผ้ากระเซอะกระเซิงถึงขีดสุด
“อี๋เหนียง! ท่านยังไม่ตาย!ท่านไม่ได้โดนเ้าหนอนั์นั่นกินหรอกหรือ”
คนที่ถูกเข้าใจว่าโดนหนอนั์อะไรนั่นกินถึงกับมึนงงหนอนอะไร?
แล้วเธอก็ก้มลงมองตามนิ้วที่สาวใช้คนสนิทชี้มาซึ่งก็คือตำแหน่งที่เธอนั่งอยู่ เพียงแต่มันมีก้อนอะไรสักก้อนที่ใหญ่มากบังเธอจนเกือบมิดมันมีสีม่วงอ่อน ความยาวเกินความสูงของเธอ ส่วนความบวม…
นี่มันหมอนข้างปลาวาฬนี่? หน้าตาเหมือนตัวที่เธอฝันเห็นเมื่อคืนนี้ด้วย?
ในที่สุดเธอก็รู้ว่าตัวเองได้มิติกับระบบห้างแต้มบุญอะไรนั่นมาด้วยจริงๆ จากที่กำลังเครียด ๆ คิดอะไรไม่ออกว่าจะเอายังไงต่อกับสถานการณ์ที่ดูติดขัดไร้ทางออกนี้และนึกว่าจะต้องมาเป็นางร้ายที่มีชีวิตรันทดแล้วจบลงอย่างอนาถอะไรแบบนั้นซะอีกตอนนี้ได้เจอเส้นทางอาชีพแล้ว! เธอแทบจะโห่ร้องออกมาให้ลั่นเรือนด้วยความลิงโลด
ณ เวลานั้นเอง เธอก็ได้ยินเสียงแจ้งเตือนดัง ‘ชริ้ง!’ จากระบบที่ดังขึ้นในกะโหลกของเธอเอง
แม้จะมึนงงเล็กน้อยแต่ด้วยสัญชาตญาณและไหวพริบปฏิภาณที่พอจะมีอยู่บ้างก็ทำให้เธอนึกถึงมิติและระบบห้างแต้มบุญขึ้นมาทันที
ในวินาทีที่เธอนึกถึงมันหน้าจอโฮโลแกรมก็ปรากฏขึ้นมาตรงหน้า พร้อมกับข้อความกะพริบแจ้งเตือน
[ยินดีด้วย ท่านได้รับเหรียญเพิ่มในระบบ300 เหรียญ]
เหลียงซูถิงเหลือบตาขึ้นไปมองตรงมุมขวาบนของหน้าจอก็พบว่าตัวเลขข้าง ๆ ไอค่อนเหรียญทองเป็ 100,233 จริง ๆ ด้วย!
มาทรงนี้ก็ต้องมุ่งสู่ความรวยแล้วมั้ยคะ!
[1] 1 อีแปะในนิยายเื่นี้เทียบเท่า 1 บาทไทยส่วนจะเป็ 1 บาทไทยในยุคสมัยใดก็แล้วแต่คุณนักอ่านจะจินตนาการตามสะดวก / 1,000 อีแปะเท่ากับ 1 ตำลึงเงิน และในนิยายเื่นี้เมื่อกล่าวถึง‘ตำลึง’จะหมายถึงตำลึงเงินเสมอ ไม่มีการใช้ตำลึงทอง เนื่องจากตำลึงทองเป็ตำลึงที่ผลิตขึ้นเป็พิเศษไม่นิยมนำมาใช้จ่ายในท้องตลาด
