ตอนที่ 24 ทดสอบอีกครั้ง
ตอนที่ 24 ทดสอบอีกครั้งในบ่ายวันต่อมา หวังซินก็ยังไปเรียนที่โรงเรียน แล้วก็ได้รับโทรศัพท์จากหลินชงอีกครั้งเดิมทีนึกว่าหลินชงจะพูดกับตัวเองเรื่องบทละคร แต่กลับนึกไม่ถึงว่าหลินชงจะบอกหวังซินในสายว่า ให้หวังซินไปทดสอบอีกครั้งนี่จึงทำให้หวังซินประหลาดใจมาก เขาจำมันได้ขึ้นใจในสิ่งที่ตัวเองแสดงออกไปเมื่อวาน ตอนนี้พอย้อนกลับไปคิดดูแล้ว ก็รู้สึกขายหน้า ที่ไม่มีพรสวรรค์ใด ๆ ในการแสดงเลย ได้แค่ตื่นเต้นที่ทำให้ตัวเองตื่นเวทีจนถูกคัดออก“ผู้กำกับหลิน ผมไม่ได้ฟังผิดใช่ไหมครับ?คุณแน่ใจนะว่าจะให้ผมไปทดสอบอีกครั้ง และไม่ใช่ปัญหาของบทละครใช่ไหมครับ?” ที่ตู้โทรศัพท์สาธารณะ หวังซินจึงถามด้วยความสงสัย“ให้เธอมาเธอก็มาเถอะ แต่นี่จะเป็นโอกาสสุดท้ายของเธอแล้วนะ เธอจะต้องคว้ามันให้ได้ด้วยล่ะ!” คำพูดของหลินชง ทำให้หวังซินเชื่อว่านี่คือความจริงหลินชงให้โอกาสเขาอีกครั้งจริง ๆ หรือเป็นเพราะว่าตัวเองเป็นคนเขียนบทละคร เธอถึงยอมให้บทบาทกับตัวเองกันแน่นะ?เขาส่ายหัวไปมา หวังซินเอาความคิดพวกนี้ทิ้งไป ด้วยใบหน้าที่มีรอยยิ้มอย่างมั่นใจ เขากำหมัดเบา ๆ ชูขึ้นเหนือหัว หายใจเข้าออกลึก ๆ แล้วพูดให้กำลังใจตัวเองว่า:“หวังซิน นายจะต้องทำได้ สู้โว้ย!”สถานที่ทดสอบยังคงเป็นสถานที่เดิมของเมื่อวาน และหวังซินก็ยังมาสถานที่ทดสอบพร้อมกับหลินชงการทดสอบในวันนี้เป็นการคัดเลือกซ้ำ การมาของหวังซิน ทำให้นักแสดงหลายคนประหลาดใจ พวกเขาคือคนที่ผ่านการคัดเลือกมาหลายชั้นถึงจะได้รับบทบาทในทีมละคร แต่หวังซินที่อยู่ตรงหน้านี้ การทดสอบของเมื่อวานก็แสดงออกมาได้เละเทะมาก แม้แต่อารมณ์ที่เป็นธรรมชาติก็แสดงออกมาไม่ได้ ทำไมวันนี้ถึงได้มาอีกล่ะ?อีกทั้ง เมื่อได้ยินเนื้อหาที่เขาพูดคุยกับผู้กำกับหลินชง ก็ดูเหมือนว่าเด็กหนุ่มที่ไม่ประสบความสำเร็จในการทดสอบคนนี้ ยังต้องการจะมาทดสอบอีกครั้งงั้นเหรอ?หวังซินไม่ได้สนใจพวกนี้ แต่ในเวลานี้หลินชงพูดกับหวังซินว่า :“เธอคงได้ยินคำวิพากวิจารณ์รอบ ๆ ตัวแล้วใช่ไหม?นี่เป็นโอกาสครั้งสุดท้ายของเธอแล้ว อย่าปล่อยให้โอกาสนี้หลุดไปล่ะ” “ผมเข้าใจแล้วครับ”หวังซินหายใจเข้าลึก ๆ แล้วพยักหน้า และเดินตามหลินชงไป โดยเดินไปยังตำแหน่งที่รองผู้กำกับและคณะกรรมการอื่น ๆ อีกหลายท่านรองผู้กำกับเจอกับหวังซินไปแล้วเมื่อวาน และได้ยินจากทางผู้ช่วยของหลินชงว่าหวังซินเป็นคนเขียนบทละครจากมุมมองของนักธุรกิจคนหนึ่ง เขายอมรับในตัวหวังซินมาก คนที่สามารถเขียนบทละครแบบ《Home With Kid》นี้ออกมาได้ และยังเป็นเด็กนักเรียนมัธยมอีกด้วย ถือได้ว่ามีพรสวรรค์ แต่ในด้านการแสดงนั้น เดิมทีหวังซินก็ยังไม่สามารถแสดงอะไรที่ทำให้เขาสนใจได้เลยในเวลานี้หลินชงก็มาอยู่ที่ด้านข้างของรองผู้กำกับ ที่ชี้ไปยังหวังซิน แล้วพูดกับรองผู้กำกับว่า :“จัดการให้เขาได้ทดสอบอีกครั้งด้วย”“ผู้กำกับหลิน เมื่อวานเขาเคยมาแล้ว เดิมทีแล้วเขาไม่มีพรสวรรค์ใด ๆ ในด้านการแสดงเลย จะประสบความสำเร็จได้อย่างไรกัน?”เมื่อรองผู้กำกับได้ยินที่หลินชงพูดแบบนี้ ในใจจึงไม่ค่อยชอบใจนิดหน่อย เขาไม่ชอบที่จะเสียเวลา ที่ได้เห็นหวังซินแสดงออกมาเมื่อวาน จึงทำให้เขาไม่อยากดูอีกเป็นครั้งที่สอง“ไม่เป็นไร ให้เขาลองเถอะ วันนี้อาจจะดีขึ้นมาละก็ได้”เมื่อหลินชงเพิ่งพูดประโยคนี้จบ รองผู้กำกับจึงรีบพูดทันทีว่า:“ไม่ได้ ฉันรู้สึกว่าไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเสียเวลาไปกับเขา คนที่มาเข้าร่วมคัดเลือกที่นี่ล้วนยอดเยี่ยมกว่าเขาตั้งเยอะ เมื่อวานได้ให้โอกาสเขาไปแล้วครั้งหนึ่ง เขาไม่คว้ามันไว้เอง พวกเราจะละเมิดกฎเพราะเขาไม่ได้”“ผู้กำกับหลิน คุณก็รู้การแสดงออกเมื่อวานของเขา คุณคิดว่าต่อให้วันนี้ให้โอกาสเขาไปอีกครั้ง เขาก็จะสามารถแสดงได้ดีขึ้นงั้นเหรอ? ฉันรู้สึกแค่ว่าจะแย่กว่าเดิมซะอีก เพราะวันนี้เขาต้องแบกรับความกดดันทางจิตใจทั้งหมดไว้ เมื่อเทียบกับเมื่อวานแล้วก็หนักกว่าเดิมอีก เขายิ่งไม่สามารถประสบความสำเร็จในการแสดงบทบาทใด ๆ ได้แม้แต่บทเดียว” ในเวลานี้ก็คณะกรรมการอีกคนในทีมก็โต้แย้งขึ้นมาหลินชงได้ยินทีมของตัวเองที่คาดไม่ถึงว่าทุกคนจะคัดค้านการทดสอบอีกครั้งของหวังซิน จึงรู้สึกปวดหัวขึ้นมาทันทีเขานึกไม่ถึงในจุดนี้ แต่ว่าในเมื่อรับปากกับหวังเป่าหลงแล้ว ก็จะให้โอกาสหวังซินอีกครั้ง นั่นก็จะผิดคำพูดไม่ได้“คณะกรรมการทุกท่านครับ กรุณาให้โอกาสผมอีกครั้งนะครับ ครั้งนี้ผมจะตั้งใจแสดงออกมาให้ดีครับ”ในสถานการณ์ที่หลินชงกำลังลำบากใจอยู่ หวังซินก็ก้าวออกไปข้างหน้าหนึ่งก้าว แล้วมองคนในทีมทั้งเจ็ดคนที่อยู่ตรงหน้าและพูดออกไป“หวังซิน เมื่อวานการแสดงออกของเธอแย่มาก หรือเธอคิดว่าตอนนี้เธอยังจะสามารถประสบความสำเร็จได้อีกงั้นเหรอ?” เมื่อได้ยินคำพูดของหวังซิน รองผู้กำกับเฉินก็จ้องหวังซินและถามมาหนึ่งประโยคสายตานั้นเฉียบแหลมมาก แล้วก็เย็นชามาก นี่จึงทำให้ในใจหวังซินมีพลังขึ้นมา และพูดอย่างจริงจังว่า : “กรุณาให้โอกาสผมได้ลองอีกสักครั้งนะครับ”“เอาล่ะ ให้โอกาสเขาอีกสักครั้ง ผู้กำกับเฉิน คุณจัดการหน่อยนะ” เดิมทีทีมงานของตัวเองไม่เห็นด้วยที่จะให้หวังซินได้ทดสอบอีกครั้ง ซึ่งคิดไม่ถึงว่าหวังซินจะออกมายืนพูดแทนตัวเขาเอง หลินชงก็ทำได้แค่ยืมเวทีนี้ โดยใช้น้ำเสียงการสั่งมาที่ทีมงานของตัวเองหลินชงเป็นผู้กำกับ มีอำนาจในการตัดสินใจทีมละคร ในเมื่อเธอพูดออกมาแล้ว คนอื่นก็ไม่ได้โต้แย้งอีกก็แค่ทำให้ทุกคนไม่เข้าใจ หลินชงเป็นถึงผู้กำกับใหญ่ ทำไมต้องยืนหยัดที่จะให้โอกาสหวังซินในการทดสอบอีกครั้งด้วยแต่ในเวลานี้ในใจของหลินชงก็มีแผนของตัวเอง พ่อของหวังซินหวังเป่าหลงปีนี้ก็เพิ่งจะอายุสามสิบแปดปีได้เป็นถึงรองผู้อำนวยการสถานีเคเบิลเมืองซีจิงแล้ว อย่างน้อยเขาก็ยังมีเวลาอีกยี่สิบปีในสายอาชีพนี้ ซึ่งไม่แน่ว่าอาจจะมีวันไหนที่ได้กลายเป็นผู้อำนวยการสถานีโทรทัศน์ การมีความสัมพันธ์ที่ดีกับหวังเป่าหลง สำหรับตัวเองแล้วในทางกลับกันก็ไม่ได้มีข้อเสียอะไรอีกทั้งการให้หวังซินได้ทดสอบในครั้งนี้อีกครั้ง ก็ไม่ได้ผิดหลักการอะไร ถึงยังไงเด็กคนนี้ก็ไม่สามารถผ่านไปได้ ก็แค่ให้โอกาสเขา ทำให้เขาตายใจแล้วกันความคิดในใจของหลินชง คนอื่นก็ไม่รู้ แต่เมื่อรองผู้กำกับเฉินได้ยินคำพูดที่แน่วแน่ของหลินชง ก็ไม่ได้โต้แย้งอีกแต่หลังจากที่นักแสดงตัวน้อยอื่น ๆ ที่อยู่บริเวณรอบ ๆ ได้ยินคำพูดนี้ ก็รีบแสดงความไม่พอใจของตัวเองออกมาพวกเขาล้วนรู้กันหมด ว่าละครโทรทัศน์ที่จะถ่ายทำครั้งนี้ต้องการจะคัดเลือกนักแสดงนำ โดยจะเลือกจากพวกเขาเหล่านี้ออกมา ตอนนี้พอได้เพิ่มคู่แข่งเข้ามาอีกหนึ่งคน จึงเป็นเรื่องที่พวกเขาไม่ต้องการที่จะเห็น“ผู้กำกับหลิน อาศัยจากอะไรถึงได้ให้โอกาสเขาอีกครั้งหนึ่งล่ะ?พวกเราต้องผ่านความยากลำบากมามากแค่ไหนกว่าจะเดินมาถึงจุดนี้ได้ เขาเป็นแค่เด็กหนุ่มที่ไม่ผ่านเกณฑ์แล้วถูกคัดออก ทำไมถึงได้ใจกว้างกับเขาจังล่ะ!”“ใช่สิ เคยให้โอกาสเขาไปแล้ว ตัวเขาเองคว้าไว้ไม่ได้เอง ทำไมตอนนี้ถึงต้องให้เขาทดสอบใหม่อีกล่ะ?ผู้กำกับหลิน คุณทำแบบนี้ไม่มีความยุติธรรมซะเลย!”“ผู้กำกับหลิน ในวงการผู้กำกับได้ยินมาว่าคุณเป็นคนทำอะไรอย่างยุติธรรมมาโดยตลอด คุณไม่ควรทำลายชื่อเสียงของตัวเองเพื่อนักแสดงที่ถูกคัดออกคนหนึ่งแบบเขานี่นา!”“……”“……”หลินชงได้ยินคำพูดของคนพวกนี้รอบ ๆ ใบหน้าจึงเปลี่ยนไปเล็กน้อย เธอคิดไม่ถึงเลยว่าการให้โอกาสทดสอบอีกครั้งกับหวังซินนั้น จะมีคนโต้แย้งมากมายขนาดนี้ตอนนี้คาดไม่ถึงว่าแม้แต่นักแสดงที่เพิ่งจะผ่านการทดสอบเหล่านี้ก็เริ่มจะคัดค้านการทดสอบของหวังซินเช่นกัน และนี่ก็เป็นเรื่องที่เธอนึกไม่ถึงเลยสักนิดเมื่อรองผู้กำกับเฉินเห็นสีหน้าของหลินชง ก็รู้ว่าในเวลานี้หลินชงกำลังลำบากใจ จึงรีบพูดกับนักแสดงที่ส่งเสียงเอะอะโวยวายว่า:“หยุดเสียงดังกันได้แล้ว ทำเรื่องของตัวเองให้ดีละกัน”เสียงของรองผู้กำกับเฉินดังมาก นักแสดงที่ยังโต้แย้งอยู่ก็หยุดพูดทันทีแต่ทุกคนคิดว่าหวังซินไม่สามารถผ่านบททดสอบด่านนี้ไปได้ เพราะว่าการแสดงออกของหวังซินในการทดสอบก่อนหน้านี้แย่เอามาก ๆ จึงไม่มีใครเชื่อว่าในช่วงเวลาแค่หนึ่งคืน สถานการณ์ของเขาจะเปลี่ยนไปในทางที่ดีได้หลังจากรองผู้กำกับเฉินห้ามคนอื่นแล้ว ก็พูดกับหวังซินว่า :“ตอนนี้จะให้การแสดงที่ยากที่สุดกับเธอ การแสดงอารมณ์ความรู้สึก เธอแสดงพล็อตเรื่องที่พบว่าแฟนสาวที่อยู่ด้วยกันทุกวันเป็นปีศาจแล้วกัน”เมื่อรองผู้กำกับเฉินพูดจบ ก็พูดอีกว่า :“ขอเตือนเธอหน่อยนะ ว่าจะต้องเอาความตกตะลึง ความหวาดกลัว ความประหลาดใจ ความไม่น่าเชื่อซึ่งเอาอารมณ์ความรู้สึกของเหล่านี้รวมเข้าด้วยกัน”ในบทละครโทรทัศน์《Home With kids》ไม่มีอารมณ์ความรู้สึกแบบนี้นี่นาความตกตะลึง ความหวาดกลัว ความประหลาดใจ ความไม่น่าเชื่อรวมเข้าด้วยกัน อารมณ์ความรู้สึกนี้มีคนสามารถทำมันได้งั้นเหรอ?นักแสดงคนอื่นที่อยู่บริเวณรอบ ๆ ได้ยินคำพูดนี้ของรองผู้กำกับเฉิน ต่างก็มองมาที่หวังซิน ครั้งนี้มีอะไรสนุก ๆ ให้ดูแล้ว ไม่ได้ให้เธอแสดงเป็นอะไรในฉากนั้น แต่แค่ให้เธอแสดงอารมณ์ความรู้สึกเท่านั้น แต่อารมณ์ความรู้สึกนี้ เธอจะสามารถทำมันได้ไหมล่ะ?เธอสามารถทำตามข้อเรียกร้องทั้งหมดของรองผู้กำกับเฉินได้ไหม?ทุกคนต่างก็รู้ อารมณ์ความรู้สึกนี้ถ้าหากว่าไม่ได้เรียนมาจากโรงเรียนการแสดงโดยเฉพาะ ภายใต้ลักษณะปกติโดยทั่วไปแล้ว ก็ไม่สามารถแสดงอารมณ์ความรู้สึกนี้ออกมาได้แน่นอนเมื่อรู้ว่าหวังซินไม่มีทางที่จะแสดงอารมณ์ความรู้สึกนี้ได้ นักแสดงคนอื่นก็เริ่มทำเรื่องที่กำลังทำอยู่ในมือของตัวเอง โดยไม่มีใครสนใจหวังซินอีก อีกทั้งกรรมการพวกนั้นก็ไม่ได้ใส่ใจหวังซิน เพราะว่าอารมณ์ความรู้สึกนี้ต่อให้เป็นพวกเขาก็ยากที่จะทำได้เช่นกันหวังซินนึกไม่ถึงว่ารองผู้กำกับเฉินจะให้ตัวเองแสดงอารมณ์ความรู้สึกนี้ ถ้าหากเปลี่ยนคนอื่นมาแสดง ก็ยังยากที่จะทำได้ แต่หวังซินกลับมีความมั่นใจอย่างเต็มเปี่ยมโลกยุคหลังในเรื่อง《ไซอิ๋ว เดี๋ยวลิงเดี๋ยวคน》คนที่แสดงเป็นซุนหงอคงก็แสดงอารมณ์ความรู้สึกแบบนั้นออกมา อารมณ์ความรู้สึกนี้เรียกได้ว่าเป็นตำนาน ในช่วงชีวิตของโลกยุคหลังที่แสดงเป็นตัวประกอบของหวังซินนั้น ก็เคยฝึกแสดงอารมณ์ความรู้สึกนี้มาโดยเฉพาะได้ฝึกฝนบ่อยจนชำนาญ พอเสียงของรองผู้กำกับเฉินเบาลง ใบหน้าของหวังซินก็ปรากฏให้เห็นสีหน้าที่ตกตะลึง หวาดกลัว ประหลาดใจ ความไม่น่าเชื่อขึ้นมาในชั่วพริบตาสี่อย่างรวมเข้าเป็นหนึ่งเดียว เปลี่ยนไปอย่างเป็นธรรมชาติ ไหลไปในทิศทางเดียวกันนักแสดงคนอื่นไม่รู้ว่าอารมณ์ความรู้สึกของหวังซินเป็นแบบไหน แต่ในฐานะกรรมการผู้ติดสินมืออาชีพ ในด้านการแสดงเขาก็มีทักษะที่ลึกซึ้งมาก อารมณ์ความรู้สึกที่หวังซินสื่อออกมานี้แทบจะไม่มีที่ติเลยแต่นี่ก็ยังทำให้พวกเขาไม่เชื่อว่าอารมณ์ความรู้สึกนี้คือสิ่งที่หวังซินกำลังแสดงอยู่ แต่ไม่ใช่ว่าตัวเขาเองจะตกใจกับปัญหา รองผู้กำกับเฉินจึงรีบพูดทันทีว่า:“เธอแสดงด้วยสิ”“ผมแสดงเสร็จแล้วนี่ครับ!”หวังซินมองผู้กำกับเฉินด้วยสีหน้าไร้เดียงสา“อารมณ์ความรู้สึกเมื่อสักครู่นั้นน่ะเหรอ?”รองผู้กำกับเฉินจ้องหน้าของหวังซินอย่างจริงจัง แล้วถามด้วยเสียงที่ดัง “ก็คืออารมณ์ความรู้สึกเมื่อสักครู่นั้นแหละครับ”“เธอทำอีกรอบสิ ฉันดูไม่ละเอียด”ครั้งนี้รองผู้กำกับเฉินจ้องที่ใบหน้าของหวังซินอย่างละเอียด โดยให้หวังซินแสดงอารมณ์ความรู้สึกนั้นออกมาอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งแทบจะไม่มีที่ติใดเลย อารมณ์ความรู้สึกทั้งสี่ที่รวมเป็นหนึ่งเดียว จึงทำให้ทุกคนคาดไม่ถึง“เป็นไปได้ยังไงกัน!”ในใจกรรมการคนอื่นก็ตื่นตระหนกมาก เมื่อวานยังเป็นนักแสดงตื่นเวทีอยู่เลย ทำไมวันนี้ถึงแสดงอารมณ์ความรู้สึกพวกนี้ออกมาได้กันล่ะ?“ในด้านการแสดงอารมณ์ความรู้สึกก็ถือว่าทำได้ดีขอชมเชย ตอนนี้ฉันให้เธอแสดงในฉากหนึ่งในละคร” รองผู้กำกับเฉินจึงอ้าปากพูดอีกครั้งไม่ว่ายังไงเขาก็ไม่ค่อยมั่นใจในหวังซินเท่าไหร่ เพราะว่าเมื่อวานการแสดงออกของหวังซินในความเป็นจริงแล้วแย่มาก เขาจึงไม่เชื่อว่าหวังซินจะสามารถแสดงบทบาทที่ฉลาดหลักแหลมของหลิวซิงนี้ จึงได้เอาออกมาอีกหนึ่งบท แล้วเริ่มทดสอบหวังซินบริเวณโดยรอบ ถึงแม้ว่านักแสดงพวกนั้นที่กำลังทำเรื่องของตัวเองอยู่ แต่ก็มีบางส่วนที่ใช้สายตาจับจ้องไปที่หวังซินเมื่อได้ยินรองผู้กำกับเฉินให้หวังซินแสดงอีกฉากหนึ่ง ต่างก็รู้ว่าการแสดงอารมณ์ความรู้สึกของหวังซินสามารถผ่านไปได้แล้ว...