รอบด้านมีบรรดาคุณหนูจากตระกูลสูงศักดิ์กลุ่มหนึ่งกำลังมองดูด้วยความสะใจในเคราะห์กรรมของผู้อื่น
จะว่าอย่างไรดี ตอนนี้ทั้งวงสังคมชนชั้นสูงล้วนลือกันว่า เพื่อจะแต่งงานกับองค์ชายเจ็ด เสิ่นม่านซูถึงกับก่อเื่ฆ่าตัวตาย
ต่อให้เสิ่นม่านซูจะเป็คุณหนูเช่นเดียวกัน แต่พออยู่ในสภาพเช่นนั้นย่อมถูกคนจำนวนไม่น้อยดูแคลน
แม้แต่องค์ชายเจ็ดซึ่งเป็พี่ชายขององค์หญิงหย่าอัน นางยังไม่เห็นอยู่ในสายตา แล้วจะนับประสาอะไรกับเสิ่นม่านซูที่คอยวิ่งไล่ตามพี่ชายของนางทั้งวัน
เมื่อเสิ่นหลิงหลงเห็นท่าทางออกคำสั่งอย่างโอหังของอีกฝ่ายก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะก้าวไปยืนข้างหน้าเสิ่นม่านซูโดยไม่รู้ตัว
ราวกับกำลังปกป้องนาง
ซูฉินกับเสิ่นอี๋เหวินสบตากันแวบหนึ่ง จากนั้นก็ถอยหลังไปสองก้าวอย่างแเี
เดิมทีพวกนางตั้งใจมาดูเสิ่นม่านซูขายหน้า พวกนางไม่มีทางขายหน้าพร้อมอีกฝ่ายเป็แน่!
เสิ่นม่านซูรับรู้การเคลื่อนไหวเล็กน้อยของคนรอบข้างได้อย่างชัดเจน
ถึงแม้ตอนนี้เสิ่นม่านซูจะเป็จุดสนใจของผู้คน ทว่านางกลับสงบนิ่งอย่างยิ่ง เผชิญหน้ากับใบหน้าหยิ่งผยองขององค์หญิงหย่าอันอย่างไม่เกรงกลัว
เสิ่นม่านซูทำสีหน้าประหลาดใจแล้วกล่าวว่า “อ๊ะ องค์หญิงหย่าอัน ท่านเรียกผู้น้อยหรือ ผู้น้อยไม่เห็นได้ยินชื่อของตนเลยเ้าค่ะ”
องค์หญิงหย่าอันหัวเราะเย็น “พวกนางล้วนได้ยิน เ้ายังจะแสร้งไม่ได้ยินอีกหรือ”
“ใช่ องค์หญิงเรียกเ้าชัดๆ”
“พวกเราได้ยินกันหมด”
ผู้คนกลุ่มหนึ่งพากันเออออตามองค์หญิงหย่าอัน
บางคนเห็นสถานการณ์เป็เช่นนี้ก็ถอยออกไปสองสามก้าว ราวกับไม่้าเข้าร่วมความขัดแย้งของพวกนาง
เสิ่นม่านซูกวาดตามองรอบหนึ่ง สุดท้ายหยุดอยู่ที่คนสนิทที่ะโเสียงดังที่สุด นางยิ้มพลางเอ่ยถาม “คุณหนูหวัง ท่านได้ยินอะไรหรือ”
หวังฮุ่ยหรันชะงักไป นึกไม่ถึงว่าเสิ่นม่านซูจะหันมาหาเื่นางกะทันหันเช่นนี้
แต่เมื่อมีองค์หญิงหย่าอันอยู่ข้างกาย นางก็พยักหน้ารับทันที “ข้าได้ยินองค์หญิงเรียกเ้าว่านังสามเสิ่น คนอื่นๆ ก็ได้ยิน แต่เ้ากลับกล้าเมินองค์หญิง มารยาทของจวนแม่ทัพเป็เช่นนี้หรือ”
ถึงกับกล้าตำหนิจวนแม่ทัพ?!
แววตาของเสิ่นม่านซูพลันเปลี่ยนวูบ ก่อนจะหัวเราะเย็น “ในเมื่อคุณหนูหวังมีมารยาท เช่นนั้นหากข้าเรียกท่านว่าหวังแปด[1] ท่านจะตอบหรือไม่”
“หยาบคายยิ่งนัก!” หวังฮุ่ยหรันโกรธทันที
บรรดาคุณหนูรอบข้างเงียบงันไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเข้าใจความหมายทันที ต่างพากันยกมือปิดปากหัวเราะ
โดยเฉพาะเสิ่นหลิงหลงที่หัวเราะเสียงดังที่สุด
ใครใช้ให้เมื่อครู่เ้าปากดีพูดถึงจวนแม่ทัพของพวกเรากันเล่า!
บิดาของหวังฮุ่ยหรันคือเสนาบดีหวัง เขามีพี่ชายสามคน อีกทั้งหวังฮุ่ยหรันก็เป็บุตรสาวคนสุดท้อง นางเกิดตรงกับลำดับที่แปดของบุตรในตระกูลพอดี
ดังนั้นก็คือหวังแปดไม่ใช่หรือ ไม่เห็นมีอะไรผิดเลย
เมื่อหวังฮุ่ยหรันรู้ตัว ใบหน้าก็แดงก่ำด้วยความโกรธ แต่กลับไม่รู้จะโต้ตอบอย่างไร
องค์หญิงหย่าอันถลึงตาใส่หวังฮุ่ยหรันที่ใบหน้าและลำคอแดงเอาแต่กระทืบเท้า ก่อนจะเชิดคางมองเสิ่นม่านซูด้วยสายตาเ็า
“เสิ่นม่านซู ได้ยินว่าเพื่อจะแต่งงานกับพี่เจ็ดของข้า เ้าถึงขั้นคิดฆ่าตัวตาย เื่นั้นเป็ความจริงหรือไม่ ฮึ คนอย่างเ้า อย่าหวังว่าจะได้เป็พี่สะใภ้ของข้าเลย!”
เดิมทีซูฉินยังกังวลว่าเสิ่นม่านซูจะหลุดพ้นจากการกลั่นแกล้งในครั้งนี้ แต่เมื่อได้ยินองค์หญิงหย่าอันเอ่ยเื่นี้ออกมาตรงๆ นางก็ยกยิ้มมุมปากอย่างเยาะเย้ย
เมื่อองค์หญิงหย่าอันพูดถึงเื่นี้ บรรดาคุณหนูรอบข้างต่างมองเสิ่นม่านซูด้วยสายตาดูแคลน
พวกนางเคยเห็นสตรีไล่ตามบุรุษ แต่ไม่เคยเห็นใครไร้ยางอายถึงเพียงนี้
เสิ่นม่านซูหรี่ตาลงเล็กน้อย จริงๆ ในเนื้อเื่เดิมก็มีเหตุการณ์นี้อยู่ แท้จริงแล้วองค์ชายเจ็ดต่างหากที่้าแต่งงานกับนางเอก แต่เขาให้ความสำคัญกับชื่อเสียงของตนอย่างยิ่ง กังวลว่าฮ่องเต้หย่งอันจะสงสัย องค์ชายเจ็ดจึงใช้กลอุบายเล็กน้อย ทำให้ทุกคนเข้าใจว่าเสิ่นม่านซูซึ่งเป็บุตรสาวภรรยาเอกของจวนแม่ทัพอยากจะแต่งงานกับเขาจนถึงขั้นขู่ฆ่าตัวตาย
ความจริงมีเพียงนางเอกเดิมเท่านั้นที่รู้ แต่เพราะนางรักองค์ชายเจ็ดมาก จึงไม่สนใจว่าผู้อื่นจะมองนางอย่างไร แม้กระทั่งคำวิจารณ์ที่มีต่อจวนแม่ทัพ นางก็ไม่สนใจ
ดังนั้นเหล่าคุณหนูในวงสังคมชนชั้นสูงส่วนใหญ่จึงดูแคลนเสิ่นม่านซูอย่างยิ่ง ยกเว้นเพียงองค์หญิงจิ้งอันที่อ่อนโยนเป็มิตรกับทุกคน นางจึงโล่งอกอยู่บ้าง
ตอนนั้นนางเอกถูกบรรดาคุณหนูในงานเลี้ยงกลั่นแกล้งบีบคั้น จนรู้สึกอึดอัดแทบเป็ลม
เพราะคำพูดของผู้คนน่ากลัวยิ่งนัก ความเ็ปที่มองไม่เห็นเช่นนั้น ทำให้ร่างกายที่เดิมก็ไม่แข็งแรงของนางเอกยิ่งทรุดหนักลง
เสิ่นหลิงหลงไม่พอใจอย่างมาก นางยืนขวางอยู่หน้าเสิ่นม่านซู จ้องมองบรรดาคุณหนูที่มีองค์หญิงหย่าอันเป็หัวหน้า ก่อนจะกล่าวอย่างโกรธเคือง “พวกเ้าตั้งใจกลั่นแกล้งคนอื่น! เชื่อหรือไม่ว่าข้าจะซัดพวกเ้าให้หมด!”
บรรดาคุณหนูหลายคนหน้าถอดสีทันที ถึงกับถอยหลังไปสองก้าวโดยไม่รู้ตัว
เพราะพวกนางรู้ดีว่าเสิ่นหลิงหลงผู้นี้พูดจริงทำจริง หากลงมือขึ้นมาก็จะตีคนจริงๆ!
องค์หญิงหย่าอันกลับหัวเราะเย็น “อย่างไร เ้ากล้าตีข้าหรือ”
“แล้วคิดว่าข้าไม่กล้าหรือ” เสิ่นหลิงหลงเริ่มถกแขนเสื้อ
เสิ่นหลิงหลงคิดถึงคำพูดที่เสิ่นม่านซูไว้วางใจตน ขอให้ตนสอนวรยุทธ์ให้ นั่นหมายความว่าตนเป็อาจารย์ของน้องสาวสามแล้ว!
ตอนนี้ศิษย์ถูกกลั่นแกล้ง มีอาจารย์ที่ไหนไม่ปกป้องบ้างเล่า!
ไม่ว่าจะเป็องค์หญิงหรือจวิ้นจู่[1]ก็ช่าง ต่อยก่อนค่อยว่ากัน!
เสิ่นม่านซูเห็นเสิ่นหลิงหลงปกป้องตนเช่นนี้ก็รู้สึกอบอุ่นในใจไม่น้อย แต่นางไม่ได้ตั้งใจให้เสิ่นหลิงหลงลงมือจริงๆ เพราะตอนนี้องค์หญิงหย่าอันยังมีอำนาจ หากลงมือจริงๆ เกรงว่าจะเกิดปัญหาไม่น้อย
อย่างไรเสียภายหน้าก็มีโอกาสได้ตีแน่นอน นางเองก็คันไม้คันมืออยู่บ้าง
เสิ่นม่านซูตบมือเสิ่นหลิงหลงเบาๆ จากนั้นมองไปยังองค์หญิงหย่าอันที่เชิดคางขึ้นแล้วกล่าวว่า “องค์หญิง ท่านเข้าใจผิดแล้ว”
“ข้าเข้าใจผิดอย่างไร” องค์หญิงหย่าอันแค่นเสียงกล่าว
เสิ่นม่านซูเอ่ยอย่างไม่รีบร้อน “ั้แ่ข้ารู้ว่าน้องซูฉินลักลอบคบหากับองค์ชายเจ็ด ข้าก็ตัดใจจากเขาแล้ว ดังนั้นท่านไม่ต้องกังวล ต่อไปนี้ข้าไม่มีทางเป็พี่สะใภ้ของท่านแน่นอน”
บรรดาคุณหนูฮือฮาขึ้นทันที ต่างสงสัยว่าเื่นี้จริงหรือเท็จกันแน่
ส่วนซูฉินกลับยืนตัวสั่นด้วยความโกรธ
ข้ากับองค์ชายเจ็ดรักกัน! ลักลอบคบหาอะไรกัน คำว่าลักลอบคบหาของเ้าใช้แบบนี้หรือ!
ซูฉินสูดลมหายใจเข้าลึก ก่อนจะกล่าวอย่างอ่อนแอและน้อยเนื้อต่ำใจว่า “พี่หญิงสาม ท่านพูดอะไรเช่นนั้น…”
เสิ่นม่านซูกะพริบตาปริบ “ก็ข้าพูดความจริงนี่นา เช่นนั้นเ้าลองสาบานต่อหน้าฟ้าดินดูสิ ว่าชั่วชีวิตนี้ข้าจะไม่มีวันหลงรักองค์ชายเจ็ด และต่อให้ตายก็ไม่มีวันแต่งให้เขา หากเป็เช่นนั้นก็ถือว่าข้าพูดผิด ข้าจะขอโทษเ้า”
“นี่ท่าน!” สีหน้าของซูฉินซีดเผือดในทันที
นางจะไปกล้าสาบานเช่นนั้นได้อย่างไร
องค์หญิงหย่าอันก็ยืนอยู่ข้างๆ!
เสิ่นม่านซูรู้อยู่แล้วว่านางไม่กล้าสาบานจึงไม่พูดอะไรต่อ
นางหันหน้าไปกล่าวกับองค์หญิงหย่าอันด้วยรอยยิ้มบาง “องค์หญิง คนที่ชอบพี่เจ็ดของท่านคือซูฉิน ไม่ใช่ข้า ดังนั้นคำพูดเมื่อครู่ของท่าน เชิญมอบให้กับนางเถิด”
องค์หญิงหย่าอัน “…”
แม้นางจะไม่ได้มีความผูกพันลึกซึ้งกับองค์ชายเจ็ดที่ต้องอยู่ภายใต้การอุปถัมภ์ของมารดานาง แต่เมื่อได้ยินเสิ่นม่านซูพูดเช่นนี้ นางกลับรู้สึกไม่พอใจอย่างยิ่ง
นางดูแคลนเสิ่นม่านซู และยิ่งดูแคลนซูฉินที่ด้อยกว่าเสิ่นม่านซูเสียอีก!
องค์หญิงหย่าอันมองซูฉินอย่างเหยียดหยาม เห็นอีกฝ่ายทำท่าทางอ่อนแอไร้เดียงสาก็หัวเราะเย็น “พวกเ้าสองพี่น้องนี่ช่างเก่งเื่เพ้อฝันกันจริงๆ”
เสิ่นม่านซูอธิบายอย่างจริงจัง “น้องซูฉินของข้าจะเพ้อฝันหรือไม่ ท่านต้องไปถามนางเอาเอง แต่ข้าไม่ได้ชอบองค์ชายเจ็ดอีกแล้ว ดังนั้น…”
นางหยุดชั่วครู่ ก่อนจะกล่าวต่ออย่างหนักแน่น “นางไม่กล้าสาบาน แต่ข้ากล้า ข้าเสิ่นม่านซู ชั่วชีวิตนี้จะไม่มีวันแต่งงานกับองค์ชายเจ็ดเด็ดขาด!”
บรรดาคุณหนูต่างพากันอึ้งงัน
ในขณะนั้นเอง มีคนกว่าสิบคนเดินผ่านกำแพงดอกไม้ด้านนอกโถงรับรองพอดี
เนื่องด้วยกำแพงดอกไม้สูงมาก พวกเขาจึงมองไม่เห็นเหล่าคุณหนูที่อยู่ด้านใน แต่กลับได้ยินคำพูดของเสิ่นม่านซูประโยคนั้นพอดี…
[1] จวิ้นจู่ หมายถึง บรรดาศักดิ์ของเชื้อพระวงศ์หญิง มีฐานะต่ำกว่าองค์หญิง มักหมายถึงบุตรสาวของชินอ๋อง หรือผู้ที่ฮ่องเต้พระราชทานบรรดาศักดิ์ให้เป็กรณีพิเศษ
[1] หวังแปด หรือในภาษาจีนคือคำว่า ‘王八’ อ่านว่า ‘หวังปา’ หมายถึง ตะพาบ