ลู่อวิ๋นที่นิ่งเงียบตลอดเหตุการณ์เมื่อครู่ ยังคงไม่ตอบสนอง จนผู้ดูแลหลิววิ่งเข้ามาหยุดตรงหน้า
“พูด โอสถของเ้าไม่ได้หายไป เ้าใส่ร้ายเยี่ยนชิงหยางใช่ไหม” ผู้ดูแลหลิวดวงตาขึ้นสีแดงก่ำ พูดอย่างเหี้ยมเกรียม
เมื่อพูดจบก็สะบัดมือ เพียะ! ตบลงบนใบหน้าของลู่อวิ๋น
นางแข็งแรงมาก ลู่อวิ๋นถูกตบจนล้มลงไปกระแทกเข้ากับเตียงเสียงดัง
เมื่อลู่อวิ๋นได้สติคืนมาก็รีบร้องเสียงดัง “ศิษย์พี่หลิว โอสถอวิ้นหลิงตานของข้าหายไปจริงๆ ต้องเป็เยี่ยนชิงหยางที่ขโมยมันไป ท่านปล่อยนางไปได้ยังไง...ฮือ...เืออก...”
ลู่อวิ๋นยกมือััที่ศีรษะ พบว่ามือของนางเปื้อนเื จึงร้องไห้โวยวายออกมา ดวงตาเหลือกขึ้น หมดสติไปทันที
“ฮึ นางตัวดี สมควรโดนแล้ว” ผู้ดูแลหลิวคำรามออกมาด้วยความโกรธ ก่อนจะเตะลู่อวิ๋นอย่างแรงอีกครั้ง นั่นทำให้ความเศร้าหมองในหัวใจเบาบางลง
นางััใบหน้าที่บวมแดงของตน โดยไม่หันมองลู่อวิ๋นอีก หมุนตัวเดินออกไป
จินหรงใมาก แล้วรีบเข้าไปช่วยลู่อวิ๋นอย่างอย่างตื่นตระหนก
มู่หรงเหยี่ยนนำตัวเยี่ยนชิงหยางทะยานไปอย่างรวดเร็ว รีบกลับไปยังห้องเตาหลอม
ทั้งสองคนเข้าไปในห้องเตาหลอมสอง เยี่ยนชิงหยางเขินอายเล็กน้อย อยากที่กล่าวจะขอบคุณ ทว่ามู่หรงเหยี่ยนพูดขึ้นมาเสียก่อน
“ครั้งนี้ข้าช่วยเ้าไว้มากนะ หลังจากนี้พวกเราขายยุทธภัณฑ์ได้ต้องแบ่งเงินเป็สามส่วนเจ็ดส่วน เ้าสามข้าเจ็ด!”
มู่หรงเหยี่ยนถือพัดที่ได้กลับเป็ขนาดเล็ก สะบัดพัดสองครั้ง ดวงตาเรียวเล็กเหล่มองเป็ประกาย ยิ้มอย่างเ้าเล่ห์
“เพ้อเจ้อ!” เยี่ยนชิงหยางมองเขาอย่างหยาบคายแล้วนั่งลง นำหินเคลือบชิ้นหนึ่งขึ้นมาไว้ในมือ ลูบมันพลางหรี่ตา “แต่ว่า ข้าจะสอนวิธีสร้างยุทธภัณฑ์อาคมใหม่ให้เ้า ให้พวกเราได้รับเงินมากขึ้น!”
“ได้ ตกลง!” มู่หรงเหยี่ยนกระแทกพัดพับเก็บ หัวเราะอย่างชั่วร้าย นิ้วมือของเขาหมุนไปมารวดเร็ว พัดหมุนวนในมือไม่หยุดยั้ง
ใน่ที่พวกเขาหลอมร่มแก้วรัตนะนั้น ร่มมีขนาดค่อนข้างเล็กกะทัดรัด ทั้งยังงดงาม ได้รับการตอบรับอย่างดีจากบรรดาเซียนหญิง ยิ่งใช้ต้นทุนต่ำ ทำให้ยุทธภัณฑ์อาคมนี้ทำกำไรมากขึ้น
มู่หรงเหยี่ยนหลอมร่มแก้วรัตนะจนเบื่อหน่าย จึง้าที่จะเปลี่ยน
เยี่ยนชิงหยางกล่าวด้วยรอยยิ้ม “ถึงแม้ว่าร่มแก้วรัตนะจะเป็ที่นิยมมาก แต่เซียนหญิงก็มีน้อยกว่าเซียนชายมาก พวกเราต้องหลอมยุทธภัณฑ์อาคมสำหรับเซียนชายใช้ด้วย...”
“ถูกต้อง ถูกต้อง!” มู่หรงเหยี่ยนพยักหน้าอย่างเห็นด้วย
“ฮิฮิ ที่จริงแล้วเซียนชายชอบวางท่า พวกเราก็หลอมพัดแก้วไผ่เขียว เป็ไง” เยี่ยนชิงหยางเหลือบมองมู่หรงเหยี่ยนพลางพูด
“สร้างพัดเหรอ” มู่หรงเหยี่ยนชะงักไปเล็กน้อย ส่ายหน้าไปมา “ไม่ดี ไม่ดี หลังจากนั้นทุกคนก็จะใช้พัด เกร่อเกินไป!”
“เ้ากลัวว่าคนอื่นจะขโมยเอกลักษณ์ของเ้าไปเหรอ” เยี่ยนชิงหยางถามขึ้นพลางหัวเราะ
“จะเป็ไปได้ยังไง!” มู่หรงเหยี่ยนเรียกกระจกคลื่นน้ำออกมา มองพินิจคนในกระจกแล้วส่งเสียง หึ ออกมา “ทั้งสำนักอวิ๋นหวา ไม่มีใครสามารถขโมยเอกลักษณ์ไปจากข้าได้!”
เยี่ยนชิงหยางหัวเราะร่วน แต่ทันใดนั้นใบหน้าก็หมองลง
ในตอนนี้ มู่หรงเหยี่ยนสง่างามจริงๆ ไม่มีใครในสำนักอวิ๋นหวาสามารถเทียบเคียงได้ แต่อีกไม่นาน จะมีบางคนที่มาบดบังเขา
คนคนนั้น ก็คือคู่หมั้นของนางในชีวิตที่แล้ว
และต่อมา ก็กลายเป็สหายของลั่วซิง
เยี่ยนชิงหยางหลุบตาลง เพื่อปิดบังความเกลียดชังในดวงตา กล่าวเสียงต่ำว่า “ร่มแก้วไผ่เขียว้าไผ่เขียว หินเคลือบ ผงหินปูน น้ำแร่ิญญา...วัสดุที่ใช้ส่วนใหญ่มีราคาถูกมากในการทำยุทธภัณฑ์ป้องกัน ้าสามสิบหินิญญาระดับต่ำ แต่มันอาจขายได้เป็ร้อยหินิญญาระดับต่ำ ข้อเสียเพียงอย่างเดียวคือ อาจใช้เวลามากขึ้น...”
“ได้ ก็ทำนี่แหละ” มู่หรงเหยี่ยนไม่รอให้เยี่ยนชิงหยางพูดจบ เอ่ยแทรกขึ้นทันที
เขาเห็นเยี่ยนชิงหยางหดหู่ลงไปกะทันหันราวกับสูญเสียบางสิ่ง คิดแล้วคิดอีกจึงพูดออกมาอย่างระมัดระวัง “เ้ากำลังรีบใช้หินิญญาเพื่อไปซื้อโอสถใช่ไหม อ่า ไม่ใช่ว่าข้าบอกเ้าไปแล้วเหรอ เ้าอย่ากังวลนักเลย การกินโอสถมากเกินไปใช่ว่าจะดี จะเปลี่ยนเป็สะสมพิษ และเป็เื่ยากที่จะแก้ไขในภายหลัง!”
เยี่ยนชิงหยางหัวเราะอย่างขมขื่น กลบเกลื่อนความเกลียดชังในดวงตา แล้วเงยหน้าขึ้นมอง “ข้าจะไม่รีบได้ยังไง ห้ารากิญญา ทุนิญญาหนึ่งส่วน ด้วยคุณสมบัตินี้ หากไม่กินโอสถ เกรงว่าคงไม่มีวันชักนำปราณเข้าสู่ร่างได้...”
มู่หรงเหยี่ยนจ้องเยี่ยนชิงหยาง ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะถามขึ้น “เ้าก็รู้ว่าคุณสมบัติของเ้าหมายถึงอะไร แล้วทำไมต้องบำเพ็ญเซียน ก่อนหน้านี้ข้าได้ยินมาว่าตระกูลของเ้าร่ำรวย มีชีวิตอยู่อย่างปลอดภัย!”
“มีชีวิตอยู่อย่างปลอดภัยเหรอ” เยี่ยนชิงหยางส่ายหน้า ภายในใจมืดหม่น “ถ้าไม่ฝึกบำเพ็ญเซียน ก็เป็ไปไม่ได้ที่จะมีชีวิตอยู่อย่างปลอดภัย!”
ลั่วซิงมาถึงสำนักอวิ๋นหวาแล้ว ด้วยพร์ที่โดดเด่น และกลายเป็ศิษย์สืบทอดของชื่อตานเจินเหริน ด้วยอารมณ์ของนาง แน่นอนว่าต้องเกลียดทุกคนในตระกูลเยี่ยน แม้ในตอนนี้ตระกูลเยี่ยนจะยังปลอดภัย เพราะว่าลั่วซิงจะลงมือด้วยตนเอง แต่เมื่อลั่วซิงบำเพ็ญเพียรสำเร็จแล้วลงจากเขาไป ก็ถึงคราที่ตระกูลเยี่ยนจะถูกทำลาย
ยิ่งกว่านั้น ในชีวิตที่แล้ว ตระกูลเยี่ยนอยู่ท่ามกลางการสอดแนมของตระกูลผู้บำเพ็ญเซียนลึกลับ ตระกูลนั้นเป็ศัตรูหาใช่มิตร
สถานการณ์ที่ซับซ้อนเช่นนี้ เยี่ยนชิงหยางมีเพียงวิธีบำเพ็ญเซียนเท่านั้น และนางต้องแข็งแกร่งขึ้น ให้มากกว่าลั่วซิง มากกว่าตระกูลบำเพ็ญเซียนลึกลับนั่น
“ไม่เป็ไร พวกเรารีบเตรียมวัสดุสำหรับวันนี้กันเถอะ ต้องหลอมพัดแก้วไผ่เขียวให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็ไปได้” เยี่ยนชิงหยางเปลี่ยนเื่
มู่หรงเหยี่ยนถอนใจเล็กน้อย ไม่ซักไซ้ต่ออีก
ทุกคนมีความลับ แม้ว่าจะรู้ก็ไม่แน่ว่าจะช่วยได้
“ไปเถอะ พวกเราไปถามที่โรงหลอม เพื่อดูว่ามีพวกวัสดุเหล่านี้หรือไม่” มู่หรงเหยี่ยนกล่าวและลุกขึ้น พาเยี่ยนชิงหยางออกจากห้องเตาหลอมสอง
ผู้ดูแลจางสีหน้าลำบากใจ เมื่อเห็นทั้งสองคนจึงหันไปพูดกับศิษย์ด้านหลัง “สองคนนี้ก็คือมู่หรงเหยี่ยน เยี่ยนชิงหยาง!”
มู่หรงเหยี่ยนเลิกคิ้ว
เยี่ยนชิงหยางเห็นศิษย์สองคนในชุดสีขาวปักลายเป็รูปกระบี่สองเล่มบนแขนเสื้อ ดูโดดเด่นเป็อย่างมาก
ศิษย์หอวินัย!
เพียงชั่วครู่เยี่ยนชิงหยางก็ตัดสินขึ้นมาได้ทันที ความรู้สึกไม่ดีพลันเกิดขึ้นภายในใจ
หนึ่งในศิษย์หอวินัยก้าวขึ้นมาข้างหน้า ใบหน้าเ็าเอ่ยขึ้น “พวกเ้าก็คือศิษย์สายนอกมู่หรงเหยี่ยน กับศิษย์รับใช้เยี่ยนชิงหยางใช่ไหม”
“ใช่!” มู่หรงเหยี่ยนและเยี่ยนชิงหยางพยักหน้า
“งั้นก็ดี พวกเ้าเกี่ยวข้องกับคดีลักขโมยและคดีปกป้องผู้กระทำผิด ตามข้ามา และท่าน ผู้ดูแลจาง กรุณาตามมาด้วยกัน!”
มู่หรงเหยี่ยนและเยี่ยนชิงหยาง ทั้งสองสบตากันด้วยแววตาตื่นตระหนก ยังไม่ได้พูดอะไรออกมา ศิษย์หอวินัยทั้งสองก้าวมาข้างหน้า ขนาบทั้งสองคนพาเดินไป
เมื่อมาถึงด้านนอก ศิษย์หอวินัยทั้งสองควบกระบี่บินพร้อมกัน ควบคุมตัวเยี่ยนชิงหยาง มู่หรงเหยี่ยน ผู้ดูแลจาง บินไปยังหอวินัย
เยี่ยนชิงหยางเดาว่า มันต้องเกี่ยวข้องกับเื่การขโมยโอสถของลู่อวิ๋น เพียงแต่ ไม่ใช่ว่ามันถูกแก้ไขแล้วหรอกหรือ ต้องมีใครบางคนไปฟ้องแน่
ผู้ดูแลหลิวเป็ไปไม่ได้ที่จะฟ้อง ลู่อวิ๋นอยู่ภายใต้การคุมของผู้ดูแลหลิว ก็ไม่น่าเป็ไปได้ เช่นเดียวกับจินหรง ฉู่เจินเจินไม่ข้องเกี่ยวกับใครทั้งนั้น ยิ่งเป็ไปไม่ได้
ถ้าอย่างนั้นแล้วจะเป็ใครกัน
**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/c054af1f144fd2b59ae896f52d0f6c37